งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

โครงการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ ระบบดูแลผู้ตั้งครรภ์แนวใหม่ ตามข้อแนะนำองค์การอนามัย โลก.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "โครงการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ ระบบดูแลผู้ตั้งครรภ์แนวใหม่ ตามข้อแนะนำองค์การอนามัย โลก."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 โครงการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ ระบบดูแลผู้ตั้งครรภ์แนวใหม่ ตามข้อแนะนำองค์การอนามัย โลก

2 คณะทำงานชี้แจงในที่ประชุม ประจำเดือนสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดขอนแก่น ทำหนังสือขออนุญาต การดำเนินการ ในจังหวัดขอนแก่น จากอธิบดีกรมอนามัย จังหวัดตั้งคณะทำงาน การดูแลผู้ตั้งครรภ์แนวใหม่ โดย นายแพทย์ สสจ ขอนแก่น พ.ศ. พ.ศ ลำดับการดำเนินงานในจังหวัดขอนแก่น

3 จัดประชุมอบรมแพทย์และเจ้าหน้าที่คลินิกฝากครรภ์ จากโรงพยาบาลในจังหวัดขอนแก่น จำนวน 6 รุ่น ประชุมชี้แจงสื่อมวลชน ในจังหวัดขอนแก่น ภายหลังดำเนินการ นิเทศติดตาม 2 รอบ รอบละ 20 โรงพยาบาล พ.ศ. พ.ศ ลำดับการดำเนินงานในจังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ร่วมจัดอบรมและร่วมดำเนินการ

4 1 ศึกษา ประสิทธิผล ระบบ ANC ในบริบทของ ประเทศไทย 2 ศึกษาปัญหา อุปสรรค และ แนวทางแก้ไข ที่สอดคล้อง 3 ศึกษาความพึง พอใจของ ผู้รับบริการ และผู้ ให้บริการต่อ การบริการ การศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ : ระบบดูแลผู้ตั้งครรภ์แนวใหม่ตาม ข้อแนะนำองค์การอนามัยโลก วัตถุประ สงค์

5 ภาคเหนือ : เชียงราย ภาคใต้ : นครศรีธรรมราช ภาค ตอฉน : มหาสารคาม กาฬสินธ์ ภาคกลาง : ลพบุรี พื้นที่ดำเนินการ : พื้นที่ดำเนินการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยทุกเขต

6 พญ.นิพรรณพร วรมงคล นางจินตนา พัฒนพงศ์ธร นางสาวกรรณิการ์ มณีวรรณ ผู้วิจัย และ การประเมิน พญ. ศิริกุล อิศรานุรักษ์ และคณะ สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย สถาบันพัฒนาสุขภาพ อาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล Action Research :

7

8

9

10

11 Screening at first visit 1 กลุ่มที่ไม่มีภาวะเสี่ยงสูง สามารถให้การดูแลแบบพื้นฐาน (Low Risk ) 2 กลุ่มที่ต้องการการดูแลเป็น พิเศษ หรือมีปัจจัยเสี่ยง ( High Risk )

12 Classifying Form ไม่มีความเสี่ยง มีความเสี่ยง ผู้ตั้งครรภ์ ทุกคน Women’s Flow Chart basic component basic component +ให้การดูแล และ ตรวจติดตามพิเศษ Refer

13

14 1. ประวัติทางสูติกรรม (Obstetric history) 2. การตั้งครรภ์ปัจจุบัน (Current pregnancy) 3. สภาวะสุขภาพทั่วไป (General medical conditions ) The Classifying Form การประเมินภาวะเสี่ยง 18 ข้อ ดังนี้ :

15 OBSTETRIC HISTORY 1. เคยมีทารกตายในครรภ์ หรือเสียชีวิตแรกเกิด 2. เคยแท้งเอง > 3 ครั้ง ติดต่อกัน 3. เคยคลอดบุตรน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม 4. เคยคลอดบุตรน้ำหนักมากกว่า 4,000 กรัม 5. เคยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพราะ ความดันโลหิตสูง ระหว่างตั้งครรภ์หรือครรภ์ เป็นพิษ 6. เคยผ่าตัดอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ เช่น ผ่าตัด คลอด เนื้องอกมดลูก, ผ่าตัดปากมดลูก, เย็บผูกปากมดลูก ฯลฯ

16 CURRENT PREGNANCY 7. ครรภ์แฝด 8. อายุ < 17 ปี ( นับถึง EDC) 9. อายุ > 35 ปี ( นับถึง EDC) 10. Isoimmunization Rh (-) Negative 11. เลือดออกทางช่องคลอด 12. มีก้อนในอุ้งเชิงกราน 13. ความดันโลหิต Diastolic > 90 mm Hg

17 General medical conditions 14. เบาหวาน 15. โรคไต 16. โรคหัวใจ 17. ติดยาเสพติด, ติดสุรา 18. โรคอายุรกรรมอื่นๆ เช่น โลหิตจาง, ไทรอยด์, SLE ฯลฯ

18 ครั้งแรก (<12 สัปดาห์ ) 1 ครั้งที่ 2 ( 20 สัปดาห์ ) 2 ครั้งที่ 3 ( 26 สัปดาห์ ) 3 ครั้งที่ 4 ( 32 สัปดาห์ ) 4 ( นัดฟังผลเลือด / โรงเรียนพ่อแม่ครั้งที่ 2 ) ครั้งที่ 5 ( 38 สัปดาห์ ) 5 ( นัดฟังผลเลือด / โรงเรียนพ่อแม่ครั้งที่ 1 ) แนวทางการนัดตรวจ

19 1.ซักประวัติ 2.การตรวจร่างกายทั่วไป ทางสูติกรรม 3.การตรวจทางห้องปฏิบัติการ 4.จัดให้มีการดูแลรักษาดังต่อไปนี้ 5.ประเมินเพื่อการส่งต่อ 6.ให้คำแนะนำ ถามและตอบคำถาม 7.Complete records แต่ละ visit ประกอบด้วย

20

21 Components of the first visit (<12 weeks) การตรวจร่างกาย :  การตรวจร่างกาย : ตรวจร่างกายทั่วไป : น้ำหนัก ส่วนสูง ความดันโลหิต ฟังเสียงปอดและหัวใจ

22  ตรวจครรภ์: ประเมินอายุครรภ์ และวัดระดับยอด มดลูก ( Uterine height measurement ) Components of the first visit (<12 weeks)

23

24 การตรวจภายใน : Vaginal examination ตรวจหาความ ผิดปกติและ การติดเชื้อใน ช่องคลอด Components of the first visit (<12 weeks)

25 การตรวจทางห้องปฏิบัติการ  การตรวจทางห้องปฏิบัติการ : การตรวจเลือด : CBC, VDRL, HIV Ab, HBsAg, Blood group: ABO, Rh คัดกรองธาลัสซีเมีย ( OF, DCIP) Components of the first visit (<12 weeks)

26 การตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ  การตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ : การตรวจปัสสาวะ : Multiple dipstick test Nitrite, Leucocyte, Proteinuria, Glucosuria Components of the first visit (<12 weeks)

27 Antibiotics for asymptomatic bacteriuria in pregnancy Antibiotics treat asymptomatic bacteriuria in pregnancy efficaciously, decreasing the incidence of pyelonephritis in the women treated. Antibiotic therapy also appears to reduce the incidence of low-birth-weight and preterm babies.

28  จัดให้มีการดูแลรักษาดังต่อไปนี้  จัดให้มีการดูแลรักษาดังต่อไปนี้ : Supplementation Folate 250 mcg Element Iron 60 mg/day Iodine mcg/d, dT toxoid : เข็มที่ 1 Components of the first visit (<12 weeks)

29 หญิงตั้งครรภ์ที่ขาดสารไอโอดีนปี 2543 – 2550 อยู่ระหว่างร้อยละ 34.5 – 57.4 โดยในปี 2550 หญิงตั้งครรภ์ที่ขาดสารไอโอดีนคิดเป็นร้อยละ 46.9 แหล่งข้อมูล กองโภชนาการ กรมอนามัย

30 Iodine supplementation The Technical Consultation proposed to increase the current FAO/WHO Recommended Nutrient Intake for iodine during pregnancy from 200 μg/day to 250 μg/day. A daily intake greater than this is not necessary and preferably should not exceed 500 μg/day. INTERNATIONAL COUNCIL FOR CONTROL OF IODINE DEFICIENCY DISORDERS 2007

31 การตรวจครรภ์การตรวจครรภ์ Uterine height measurement SupplementationSupplementation Fe 60 mg/d, Iodine mcg/d, Calcium mg/d Components at 20 weeks

32 Calcium supplementation Appears to almost halve the risk of pre- eclampsia. Reduce the rare occurrence of the composite outcome 'death or serious morbidity'. There were no other clear benefits, or harms. Hofmeyr. Cochrane Database of Systematic Reviews 2006, Issue 3

33 dT toxoid : เข็มที่ 2 Components at 20 weeks

34  การตรวจยืนยัน อายุครรภ์ Ultrasound screening Components at 20 weeks

35 Routine ultrasound scanning in early pregnancy is useful for determining gestational age, but benefits in terms of improved pregnancy outcome have not been established. Hence, routine use of ultrasound scanning in early pregnancy would not be warranted in under-resourced settings. Routine ultrasound

36 การตรวจร่างกาย การตรวจร่างกาย : ตรวจครรภ์ ประเมินอายุครรภ์ Uterine height measurement Vaginal examination ( if not in first visit ) การตรวจทางห้องปฏิบัติการ : ตรวจปัสสาวะ (alb/sugar) ประเมินเพื่อการส่งต่อ : ประเมินเพื่อการส่งต่อ : บวมทั่วตัว, Other alarming sign of disease จัดให้มีการดูแลรักษาดังต่อไปนี้ : Fe, Iodine, Calcium Components at 26 weeks

37  การตรวจร่างกาย: Uterine height measurement  การตรวจทางห้องปฏิบัติการ  การตรวจทางห้องปฏิบัติการ : CBC, VDRL, HIV Ab ( Lab 2 )  ประเมิน high risk เพื่อการส่งต่อ Components at 32 weeks

38 การตรวจร่างกาย : Uterine height measurementการตรวจยืนยันท่าและจำนวนทารก การตรวจ Lie and presentation การตรวจ multiple pregnancy ( ultrasound if necessary ) นัดครั้งต่อไป สัปดาห์ (ถ้ายังไม่เจ็บครรภ์) Components at 38 weeks

39 Induction at 41 completed weeks Is associated with fewer perinatal deaths. However, the absolute risk is extremely small. No evidence of a statistically significant difference in the risk of caesarean section Women should be appropriately counseled on both the relative and absolute risks. Gülmezoglu.Cochrane Database of Systematic Reviews2006,Issue4.

40

41

42 a) นัดแจ้งผลเลือดโดยเร็ว b) ให้การปรึกษาคู่เสี่ยง Post test counseling c) ให้สุขศึกษาแบบกลุ่มในโรงเรียนพ่อแม่ เน้นสามีมีส่วนร่วม e) การออกกำลังกายในหญิงตั้งครรภ์ f) อาหารและโภชนาการ g) การเตรียมความพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ฟังผลเลือด และโรงเรียนพ่อแม่ ครั้งที่ 1

43

44 แจ้งผลเลือดเยี่ยมชมห้องคลอด และสอนการเตรียมคลอดให้สุขศึกษาแบบกลุ่มในโรงเรียนพ่อแม่ ฟังผลเลือด และโรงเรียนพ่อแม่ ครั้งที่ 2 การเตรียมเต้านมและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่การวางแผนครอบครัว

45

46 for your attention นพ ณรงค์ วินิยกูล ศูนย์อนามัยที่ 6 ขอนแก่น


ดาวน์โหลด ppt โครงการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ ระบบดูแลผู้ตั้งครรภ์แนวใหม่ ตามข้อแนะนำองค์การอนามัย โลก.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google