งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 บทที่ 6 การขายส่งและขายปลีกสินค้าอาหาร 119331 หมู่ 1 อ.ณิธิชา ธรรมธนากูล.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 บทที่ 6 การขายส่งและขายปลีกสินค้าอาหาร 119331 หมู่ 1 อ.ณิธิชา ธรรมธนากูล."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 บทที่ 6 การขายส่งและขายปลีกสินค้าอาหาร หมู่ 1 อ.ณิธิชา ธรรมธนากูล

2 2 Farm: ไร่ นา สวน Raw Farm Product แหล่งขายส่งและขายปลีก ผู้บริโภคสินค้า อาหาร  รวบรวม  ขนส่ง ตลาด  เก็บรักษา  แปรรูป  บรรจุภัณฑ์  จัดสินค้า  ตั้งราคา Upstream Downstream

3 3 ผู้ค้าปลีก (Retailer)  เป็นคนแรกที่รับรู้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การซื้อของผู้บริโภค, ความพึงพอใจของ ผู้บริโภค และรองรับความไม่พอใจของ ผู้บริโภค  พฤติกรรมการจัดหาสินค้าหรือวัตถุดิบ และ การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ ของผู้ค้า ปลีก มีอิทธิพลต่อความต้องการผู้บริโภค มาก ที่สุด ส่งผลกระทบต่อยอดขาย ส่งผลกระทบต่อระบบการตลาด

4 4 ประสิทธิภาพของหน้าที่ทาง การตลาดประสิทธิภาพของราคา แหล่งขายส่งและขายปลีก (ผู้บริโภคสินค้าอาหาร)

5 5 Assembly Markets shippers commission houses agents, brokers auctions cooperative buying offices Importer, Exporter Jobbers, Purveyors Agents, Food Brokers Merchant Wholesalers Chainstore Warehouses Mfg. Offices, Branches Foodservice Wholesalers Food Processing Nontraditional Stores Department store Super center Retail Foodstores Supermarkets Convenience stores Specialized foodstores Food Services Restaurant Institutions Plants, offices Recreational places

6 6 ผู้ค้าส่ง (Wholesalers) คือ ผู้ขายสินค้าให้กับผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่งด้วยกันเอง และโรงงาน เป็นผู้ที่ซื้อสินค้ามาเพื่อขายอีกทอดหนึ่งให้กับ ผู้ขายด้วยกันเอง ที่ไม่ใช่ผู้บริโภคคนสุดท้าย ชนิดของการขายส่ง -ตัวแทนขายหรือนายหน้าขายส่ง (Wholesale agents and brokers) -สาขาย่อยของผู้ผลิต (Manufacturers’ sales branches) -ผู้ค้าส่ง (Merchant wholesalers) +แบบเฉพาะสินค้า เช่น เนื้อ นม ไก่และไข่ เป็นต้น +แบบทั่วไป 6.1 การขายส่งสินค้าอาหาร

7 7 ผู้ค้าปลีก (Retailers) ผู้ค้าปลีก คือผู้ที่ซื้อสินค้ามาเพื่อขายให้กับผู้บริโภค คนสุดท้าย การโฆษณา และจุดขายของสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ เป็นผู้รู้ราคาและปริมาณความต้องการของผู้บริโภค ผู้ค้าปลีกส่วนใหญ่จะไม่ทำหน้าที่ในการเก็บรักษา สินค้าแต่มีการสต็อคสินค้าไว้เพียงจำนวนหนึ่ง เท่าที่จำเป็น บริการส่งถึงบ้านเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้น 6.2 การขายปลีกสินค้าอาหาร

8 8 Alternative foodstore formats (U.S. Department of Agriculture) 1.Conventional supermarket –Self-service –Highest percent of food versus nonfood items –Size range from 3,000 to 30,000 square feet of selling space and up to 16,000 different items

9 9 2.Combination food and drug store –Foodstore and drugstore under one roof –More Product variety –Nonfood items 25 to 35 percent of sales –Nonprescription drugs and general merchandise –Prescription drugs –Size range from 35,000 to 45,000 square feet Alternative foodstore formats (U.S. Department of Agriculture)

10 10 3.Superstore –Some prescription drugs carried –Generic and specialty product areas such as bakeries, delicatessens, cheese shops –Some self-serve bulk foods –Average size 35,000 square feet Alternative foodstore formats (U.S. Department of Agriculture)

11 11 4.Limited assortment store –Limited number of product brands –Stock the most popular size products –Less than 10,000 square feet Alternative foodstore formats (U.S. Department of Agriculture)

12 12 5.Warehouse store –Strong price appeal –Size ranges from 12,000 to 35,000 square feet Super warehouse store range from 50,000 to 140,000 square feet –Primarily food, some health and beauty aids, but low general merchandise emphasis Alternative foodstore formats (U.S. Department of Agriculture)

13 13 6.Hypermarket –Huge variety –Food and nonfood products –100,000 to 200,000 square feet –Regional market Alternative foodstore formats (U.S. Department of Agriculture)

14 14 7.Gourmet foodstore –Variable size –High service –Premium quality products, brands Alternative foodstore formats (U.S. Department of Agriculture)

15 15 8.Convenience store –Small, quick service and narrow assortment of fast-moving staple and impulse items –Neighborhood locations –Limited assortment –Convenience orientation Alternative foodstore formats (U.S. Department of Agriculture)

16 16 มีจำนวนคู่แข่งขันมาก การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการ ขายสินค้าจะส่งผลกระทบต่อคู่แข่งขัน ถูกโจมตีจากคู่แข่งขันรายใหม่ได้ง่าย Gross Margin = รายได้จากการขายสินค้า – ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 6.3 การแข่งขันและการกำหนดราคา ในการขายปลีกสินค้าอาหาร

17 17 Gross Margin = รายได้จากการขายสินค้า – ค่าใช้จ่ายในการซื้อ ยกตัวอย่างเช่น โรตีบอยราคา 25 บาทต่อลูกมีค่าใช้จ่ายในการซื้อ วัตถุดิบเพื่อมาทำโรตีบอย 10 บาทต่อชิ้น มี Gross Margin เท่ากับ 15 บาท โดย 15 บาท นี้ รวม –ต้นทุนในการจัดการ เช่น ค่าโฆษณา ค่าบรรจุหีบห่อ –กำไรสุทธิ Gross Margin รายได้จากการขายสินค้า X 100 = % แสดงถึง แนวโน้มต้นทุนการขายปลีก ประสิทธิภาพทางการตลาด กำไรสุทธิ

18 18 1.หากขายหลากหลายสินค้า ต้องพิจารณา ราคาของแต่ละสินค้าให้ดี 2.ควรกำหนดราคาให้แตกต่างคู่แข่งขัน นั่น คือ ควรมีการส่งเสริมการขายควบคู่ไปด้วย การกำหนดราคาขายปลีกสินค้าอาหาร

19 19 Market basket pricing คือ การกำหนดราคาสินค้าแต่ ละชนิดไม่เหมือนกัน เช่น ขายอาหารแห้งในราคาถูก แต่ขึ้น ราคาเนื้อสด การกำหนดราคาดังกล่าวในแต่ละร้านจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่ามี Promotion อะไรอยู่ ผู้ค้าปลีกจะเปรียบเทียบราคาทั้งหมดที่ได้รับในตะกร้า กับ ราคาขายส่งสินค้าในตะกร้าทั้งหมดที่จ่ายไป Variable price merchandising คือ การกำหนดราคาให้ แตกต่าง (ต่ำกว่าต้นทุน) จากคู่แข่งขัน เพื่อดึงดูดลูกค้า แต่ เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ลดราคาต่ำกว่าทุนเฉพาะบางรายการที่เป็นนิยม และเพียง ช่วงระยะเวลาสั้นๆ 1-2 วัน แต่ขึ้นราคาสินค้าบางชนิดแพงขึ้น ผู้ค้าปลีกจะกำหนดราคาโดยไม่ขึ้นอยู่กับราคาขายส่ง

20 20 Everyday low pricing (ELP) คือ การลดราคาสินค้า ในทุก ๆ สินค้า หรือ"ถูกทุกวัน" ตอกย้ำผ่านเครื่องมือสื่อสาร ทางการตลาดทุกรูปแบบ เพื่อสร้างการรับรู้ต่ออาณาจักรสินค้า แบบโลว์ไพรซ์ หวังดึงดูดลูกค้าเดินเข้ามาที่ร้านมากที่สุด "ถูก ทุกวัน" เป็นการนำเทคนิคการตั้งราคาแบบ Loss Leader แนวคิดการตั้งราคาแบบ Loss Leader เป็นการตั้งราคา แบบ "ขาดทุน" หรือ "ต่ำกว่าทุน" เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้าร้าน โดย หยิบสินค้าขายต่ำกว่าทุนขึ้นมาเพียงไม่กี่รายการเพื่อทำหน้าที่ "นางกวัก" นำสู่การซื้อสินค้าอื่น หรือทำกำไรกับสินค้าอื่นที่ไม่ ลดราคา แต่เทคนิคการเลือกสินค้าโปรโมชั่นแบบไม่ซ้ำกันของ ผู้ค้าปลีกเป็นการปิดช่องว่างของการจับผิดนี้ไปได้อย่างดี เทคนิคต่างๆ ถูกนำมาผสมผสานควบคู่กับการขายราคา ต่ำกว่าทุนซึ่งทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กหลัก จะเห็นว่ารายการลด ราคาผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ ขายถูกก็จริงแต่จำกัดการซื้อต่อชิ้น และเวลาในการขาย 1 วัน 3 วัน 7 วัน เป็นต้น

21 21 ช่วงแรกจึงเน้น Everyday Low Price เมื่อลูกค้าเข้าใจคอนเซปต์ นี้ การกระตุ้นการขายต่อไป ก็คือ กลยุทธ์ราคาที่แตกแขนงออกมา มากมายในเวลานี้ พร้อมสโลแกนใหม่ฉายภาพลักษณ์กลบคำว่า "ถูกทุก วัน" ออกไป จะเห็นว่า แต่ละค่ายมีประเภทของโปรโมชั่นแยกย่อย อย่างไร ก็ตาม ผู้ประกอบการค้าปลีกต่างตระหนักดีว่า Pricing Policy ไม่ใช่ความ แตกต่างทางการแข่งขัน มีการใช้กิจกรรมทางการตลาดทั้งอีเวนท์ มาร์ เก็ตติ้ง สปอร์ตมาร์เก็ต รวมไปถึงการใช้บุคคลที่มีชื่อเสียง หรือ Celebrity Endosement ดึงดูดแฟนพันธุ์แท้ พร้อมทั้งลงลึกในผลิตภัณฑ์สร้างความ แตกต่างหนีคู่แข่ง อย่าง "คาร์ฟูร์" มีโปรแกรม "ควอลิตี้ ไลน์" มัดใจลูกค้า ยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ "เทสโก้ โลตัส" ไล่ปรับแผนกทำเงินตั้งแต่กลุ่มสินค้า บิวตี้ เครื่องใช้ไฟฟ้า ใส่ความทันสมัยและเพิ่มสินค้าไลฟ์สไตล์รองรับความ ต้องการของลูกค้าแบบทันยุค

22 22 การเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ การลดราคาประจำปี ของห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ เนื่องจากมีต้นทุนค่อนข้างต่ำ

23 23  มีการจัดการตั้งแต่ระดับฟาร์ม ผลิตให้ได้ ตามที่ผู้ค้าปลีกต้องการ  ผู้ค้าปลีกเป็นทั้งผู้แปรรูป และผู้ค้าส่ง เป็นการจัดการธุรกิจแบบครบวงจร  มีการร่วมมือกันมากขึ้นระหว่างผู้แปรรูป และผู้ขายปลีก  มีการพัฒนามียี่ห้อเป็นของตนเอง 6.4 พัฒนาการด้านการขายปลีก

24 24


ดาวน์โหลด ppt 1 บทที่ 6 การขายส่งและขายปลีกสินค้าอาหาร 119331 หมู่ 1 อ.ณิธิชา ธรรมธนากูล.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google