งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

อุปทานของแรงงานในระดับบุคคล จะเกิดม้วนกลับ (backward- bending) ได้ในช่วงการทำงานมาก ๆ ซึ่งทำให้ Income effect > Substitution effect อย่าสับสนกับอุปทานของแรงงาน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "อุปทานของแรงงานในระดับบุคคล จะเกิดม้วนกลับ (backward- bending) ได้ในช่วงการทำงานมาก ๆ ซึ่งทำให้ Income effect > Substitution effect อย่าสับสนกับอุปทานของแรงงาน."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 อุปทานของแรงงานในระดับบุคคล จะเกิดม้วนกลับ (backward- bending) ได้ในช่วงการทำงานมาก ๆ ซึ่งทำให้ Income effect > Substitution effect อย่าสับสนกับอุปทานของแรงงาน รวมในตลาดที่เป็นเส้นตรงทอดขึ้น เสมอ

2 ดุลยภาพของตลาดปัจจัยแข่งขัน สมบูรณ์ (Equilibrium in a competition factor market) จะเกิดขึ้นเมื่อราคาทำให้อุปสงค์ เท่ากับอุปทาน อุปสงค์ กำหนดจาก MRP L = MP L * MR อุปทาน กำหนดจาก AE = w

3 เนื่องจากตลาดผลผลิตอาจเป็น ตลาดแข่งขันสมบูรณ์หรือผูกขาด เงื่อนไขอุปสงค์ก็จะต่างกันไป - ในกรณีตลาดแข่งขันสมบูรณ์ MRP L = P * MP L - ในกรณีตลาดผูกขาด MRP L = MR * MP L โดยที่ MR < P

4

5

6 แม้ว่าในกรณีตลาดผลผลิตแบบ ผูกขาดมีเงื่อนไขดุลยภาพเหมือนกับ ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ แต่ MR < P ก่อให้เกิดการไร้ประสิทธิภาพทำให้ เกิด 1) ค่าจ้างต่ำกว่า 2) ผลผลิตต่ำกว่า โดยเทียบ v m กับ w m และ L c กับ L m

7 ตลาดปัจจัยการผลิตที่มีผู้ซื้อราย เดียว (Factor markets with monopsory power) ผู้ซื้อรายเดียวมีผลต่อด้านอุปทาน ของปัจจัย ขณะที่ไม่มีผลต่ออุปสงค์ ในตลาดปัจจัยแบบแข่งขันสมบูรณ์ ME = AE แต่ในตลาดปัจจัยที่มีผู้ซื้อรายเดียว ME > AE

8 ทบทวน AE คือ เส้นค่าใช้จ่ายต่อหน่วยของ ปัจจัย ( เป็นเส้น market supply curve ในกรณี monopsony) ME คือ เส้นค่าใช้จ่ายที่จ้างปัจจัย หน่วยสุดท้าย ซึ่งเป็นราคาที่ต้องจ่าย เพิ่มขึ้นถ้าต้องการปัจจัยมากขึ้น (slope ของ supply เป็นบวก ) และ ต้องจ่ายราคานี้กับปัจจัยทุกหน่วยก่อน หน่วยนี้ด้วย

9 ME = E = P(Q) * Q Q Q ME = P(Q) + Q( P / Q) ME = AE + Q( P / Q) เนื่องจาก P เป็นบวก ดังนั้น ME > AE Q

10

11 ในการ maximize profit ของ Monopsony MRP L = ME ดังนั้น จะซื้อปัจจัยที่ L * แต่จ่ายที่ w * เพราะว่าการซื้อ L * ตามเส้น supply (AE) จะจ่ายเพียง w *

12 เมื่อเทียบกับตลาดปัจจัยการผลิต แบบแข่งขันสมบูรณ์แล้ว จะพบว่า 1) Monopsony ให้จ่ายต่ำกว่า 2) Monopsony ซื้อปัจจัยการผลิต น้อยกว่า

13 แหล่งที่มาของ Monopsony power - เป็นธุรกิจที่เชี่ยวชาญด้านนี้ด้าน เดียว - สภาพภูมิประเทศ - กฎหมาย - การรวมตัวเป็น cartel

14 ตลาดปัจจัยการผลิตที่มีผู้ขายราย เดียว (Factor markets with monopoly power) ผู้ขายปัจจัยรายเดียวมีผลต่ออุป สงค์ แต่ไม่มีผลต่ออุปทาน ตัวอย่าง ของการผูกขาดการขายปัจจัย ได้แก่ - สหภาพแรงงาน - สิทธิบัตรชิ้นส่วน computer - เจ้าของเหมืองเพชร

15 ผู้ผูกขาดสามารถเลือกขายปริมาณ ที่ต้องการ หรือ ตั้งราคาที่ต้องการ อย่างใดอย่างหนึ่งได้ บนเส้นอุปสงค์ ต่อปัจจัยการผลิตนั้น จุดประสงค์ของผู้ผูกขาด คือ ได้ รายได้จากการขายปัจจัยสูงสุด ในกรณีของแรงงาน ก็คือ Rent ที่ เป็นส่วนต่างระหว่างค่าจ้างกับต้นทุน ค่าเสียโอกาสในการใช้เวลาทำงาน

16 เงื่อนไขที่ทำให้ Rent สูงสุด คือ marginal revenue = marginal cost ที่เกิดกับแรงงาน ของ การทำงานของแรงงาน ดังนั้น จึงต้องหาเส้น MR จากเส้น อุปสงค์

17

18 marginal cost ของแรงงาน คือ ค่าจ้างที่ทำให้แรงงานแต่ละหน่วยที่ เพิ่มเข้ามาทำงาน ซึ่งก็คือ เส้นอุปทาน ของแรงงาน นั่นเอง ดังนั้น จุดสมดุลอยู่ที่การตัดของ เส้น MR กับ S L จะได้ 1) ค่าจ้างที่สูงกว่า 2) จำนวนแรงงานที่น้อยกว่า ในกรณีที่ไม่มีการผูกขาด

19 แต่ถ้าสหภาพแรงงานต้องการ max. total wage แทนที่จะเป็น max. rent แล้ว อาจขยายจำนวนแรงงานไป ถึงจุดที่ MR = 0 เนื่องจาก MR = 0 หมายถึง TR สูงสุด แต่ w ก็จะลดลงมาด้วย

20 ผลกระทบของการกำหนดค่าจ้าง สหภาพแรงงานที่มีต่อแรงงานนอก สหภาพ การขึ้นค่าจ้างของแรงงานใน สหภาพทำให้ 1) อุปสงค์ต่อแรงงานในสหภาพ ลดลง 2) แรงงานในสหภาพส่วนหนึ่งตก งาน 3) แรงงานตกงานไปเพิ่มแรงงาน นอกสหภาพ 4) ค่าจ้างของแรงงานนอกสหภาพ ลดลงเพราะอุปทานแรงงานมากขึ้น 5) อุปสงค์ต่อแรงงานนอกสหภาพ เพิ่มขึ้น

21

22 การผูกขาดแบบทวิภาคี (Bilateral Monopoly) เป็นกรณีที่ผู้ขายผูกขาด ( รายเดียว ) ขายปัจจัยการผลิตให้กับผู้ซื้อผูกขาด ( รายเดียว ) ผู้ซื้อผูกขาดจะให้ราคาและซื้อ ปริมาณที่ MRP L = ME ส่วนผู้ขายผูกขาดจะตั้งราคาและ ขายปริมาณที่ MR = S L

23

24 คำตอบสุดท้ายขึ้นอยู่กับการ เจรจาต่อรองของทั้งสองฝ่าย (bargaining strategies) โดยที่ หากใครมีอำนาจต่อรองสูงกว่าก็จะ ได้คำตอบที่ใกล้กับฝ่ายตนมาก เท่านั้น

25 Economic Rent คือ ความ แตกต่างระหว่างจำนวนเงินที่จ่าย ให้กับปัจจัยการผลิตกับจำนวนเงินที่ ต่ำสุดที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้ปัจจัยการ ผลิตนั้นมาใช้ Economic Rent ของปัจจัยการ ผลิตเกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุ ซึ่ง สาเหตุเหล่านั้นมีผลต่อลักษณะของ เส้นอุปทาน นั้นคือ ถ้าอุปทานมีความยืดหยุ่น น้อยก็จะมี Rent มาก

26

27

28 WageCapital per week Labor per week Labor per week (a) The Market (b) Typical Firm L3L3 L1L1 w2w2 L2L2 w1w1 S D l2l2 Wage = w 2 Wage = w 1 l1l1 q2q2 q1q1

29 การเอารัดเอาเปรียบ (exploitation) จะเป็นกรณีที่แรงงานได้รับค่าจ้าง ต่ำกว่า Value of marginal products (VMP)


ดาวน์โหลด ppt อุปทานของแรงงานในระดับบุคคล จะเกิดม้วนกลับ (backward- bending) ได้ในช่วงการทำงานมาก ๆ ซึ่งทำให้ Income effect > Substitution effect อย่าสับสนกับอุปทานของแรงงาน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google