งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

คณิตศาสตร์สำหรับการคิดภาระ ภาษี 1. การวิเคราะห์ภาระภาษีทางคณิตศาสตร์เป็น การวิเคราะห์หาขนาดภาระภาษีที่เกิดจากการ เปลี่ยนแปลงภาษีแล้วมีผลให้ราคาสินค้าที่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "คณิตศาสตร์สำหรับการคิดภาระ ภาษี 1. การวิเคราะห์ภาระภาษีทางคณิตศาสตร์เป็น การวิเคราะห์หาขนาดภาระภาษีที่เกิดจากการ เปลี่ยนแปลงภาษีแล้วมีผลให้ราคาสินค้าที่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 คณิตศาสตร์สำหรับการคิดภาระ ภาษี 1

2 การวิเคราะห์ภาระภาษีทางคณิตศาสตร์เป็น การวิเคราะห์หาขนาดภาระภาษีที่เกิดจากการ เปลี่ยนแปลงภาษีแล้วมีผลให้ราคาสินค้าที่ เป็นเครื่องแสดงภาระภาษีเปลี่ยนแปลงไป อย่างไร 2

3 ตัวอย่างการวิเคราะห์  สมมุติเก็บภาษีจากผู้บริโภคจำนวน บาท  ราคาสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปคือ  ราคารวม = +  โดยการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาด เท่ากับ  จะสามารถหาราคาสินค้าที่เปลี่ยนแปลง เพราะภาษีได้ดังนี้ 3

4  ขั้นตอนที่ 1.  เริ่มจากการกำหนดความยืดหยุ่นของ demand supply ของสินค้าได้คือ  elasticity of demand =  =  ขณะที่ ตัวอย่างการวิเคราะห์ 4

5  ขั้นที่ 2.  จัดเทอมทั้งสองของค่าความยืดหยุ่นใหม่ ให้เท่ากัน ได้ ตัวอย่างการวิเคราะห์ 5

6  ขั้นที่ 3.  จัดเทอมทั้งสองของค่าความยืดหยุ่นใหม่ ให้เท่ากัน ได้  จัดสมการใหม่ ได้ ตัวอย่างการวิเคราะห์ 6

7 ตัวอย่างการวิเคราะห์ 7 จาก สมการ จะพบความสำคัญของค่าความยืดหยุ่นที่มีต่อ การกำหนดราคาสินค้า ทั้งจากด้านผู้บริโภคและผู้ผลิต โดยถ้า เป็น inelasticity หรือ = 0 ดังนั้น หรือราคาของผู้บริโภคจะไม่เปลี่ยนแปลง เพราะ ผู้บริโภคเป็นผู้จ่ายภาษี ให้แก่รัฐบาลราคาสินค้าจึงไม่เปลี่ยนแปลง ผู้บริโภคจึงรับภาระภาษี ทั้งหมด

8 ตัวอย่างการวิเคราะห์ 8 จาก สมการ ถ้า เป็น elasticity หรือ = ∞ ดังนั้น หรือราคาของผู้บริโภคจะลดลง เพราะผู้บริโภค เป็นผู้จ่ายภาษี ให้แก่รัฐบาล แต่จะสามารถกำหนดราคาให้ ผู้ผลิตต้องลดราคาขายลงจากเดิมตามจำนวน ภาษีที่จ่าย เพราะหากไม่ลดราคาสินค้าก็จะหนี ไปบริโภคสินค้าอื่นแทน ผู้ผลิตจึงรับภาระภาษี แทนผู้บริโภคทั้งหมด

9 ตัวอย่างการวิเคราะห์  กรณีเก็บภาษีจากผู้ผลิต สมการจะเป็น  จะสามารถวิเคราะห์ได้ในรูปแบบเดียวกัน กับการเก็บภาษีจากด้านผู้บริโภค 9

10 กรณีตลาดผูกขาด  สามารถหาระดับราคาและภาระภาษีได้โดย พิจารณาจากสมการต้นทุนการผลิตหรือ marginal cost of production ที่แทนเส้น supply ของผู้ผูกขาดนั่นเอง  เช่น กำหนดให้ C = 12 + q 2  โดยมี demand P = 24 – q  ณ ดุลยภาพ ที่ MC = MR ได้  รายได้รวม TR = P*q = 24q - q 2  MR = q และ MC = ∆C/∆q = 2q  ณ ที่ MC = MR ได้ 24 – 2q = 2q  ดังนั้น q = 6 ซึ่งให้กำไรสูงสุด และมีราคา เท่ากับ  p = 24 – 6 = 18 10

11  หากมีการเก็บภาษีโดยรัฐบาลที่ 4 บาทต่อ หน่วยของสินค้าที่มีการแลกเปลี่ยน  Cost function เป็น  C = 12 + q 2 + 4*q  MC = 2q + 4  แก้สมการหาระดับกำไรสูงสุด ได้ระดับปริมาณ ที่ เท่ากับ 5 หน่วย  ราคาที่กำไรสูงสุดเป็น p = 24 – q = 19  ดังนั้นหลังภาษีผู้ผูกขาดขายสินค้าเท่ากับ 5 หน่วย ณ ราคา 19 บาท 11 กรณีตลาดผูกขาด

12  จากตัวอย่างผู้ผูกขาดต้องรับภาระโดยการขาย สินค้าน้อยลงจาก 6 หน่วย ณ ราคา 18 บาท เหลือเพียง 5 หน่วย ราคา 19 บาท  โดยจะผลักภาระภาษีเท่ากับ 1 บาทให้ ผู้บริโภค และรับภาระเองเท่ากับ 3 บาท ( จาก ภาษีทั้งหมด 4 บาท ) 12 กรณีตลาดผูกขาด


ดาวน์โหลด ppt คณิตศาสตร์สำหรับการคิดภาระ ภาษี 1. การวิเคราะห์ภาระภาษีทางคณิตศาสตร์เป็น การวิเคราะห์หาขนาดภาระภาษีที่เกิดจากการ เปลี่ยนแปลงภาษีแล้วมีผลให้ราคาสินค้าที่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google