งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 ค่าของทุน The Cost of Capital •แหล่งเงินทุน •องค์ประกอบของต้นทุน •WACC •ค่าใช้จ่ายในการออกหุ้น.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 ค่าของทุน The Cost of Capital •แหล่งเงินทุน •องค์ประกอบของต้นทุน •WACC •ค่าใช้จ่ายในการออกหุ้น."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 ค่าของทุน The Cost of Capital •แหล่งเงินทุน •องค์ประกอบของต้นทุน •WACC •ค่าใช้จ่ายในการออกหุ้น

2 2 Sansanee Thebpanya School of Business Administration แหล่งเงินทุนระยะยาว Long-Term Capital Long-Term Debt Preferred Stock Common Stock Retained Earnings New Common Stock

3 3 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ประเภทของเงินทุนระยะยาว •หนี้สินระยะยาว •หุ้นบุริมสิทธิ์ •หุ้นสามัญ, กำไรสะสม

4 4 Sansanee Thebpanya School of Business Administration การคำนวณค่าของทุนเฉลี่ยถ่วง น้ำหนัก (weighted average cost of capital) WACC = w d k d (1-T) + w p k p + w c k s •w คือ สัดส่วนของเงินทุนในโครงสร้างทุน •k คือ ต้นทุนของเงินทุนแต่ละตัว

5 5 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ต้นทุนก่อนภาษี และต้นทุนหลังภาษี •ผู้ถือหุ้นให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดหลัง ภาษี ดังนั้น ค่าของทุนที่นำมาพิจารณาจึง ควรเป็นต้นทุนหลังภาษี เช่น ใช้ต้นทุนหนี้สิน หลังภาษีในการคำนวณ WACC เป็นต้น ซึ่ง เราจะปรับค่า k d เพื่อให้สะท้อนต้นทุนหลัง ภาษี เนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายสามารถหักลด ภาษีได้

6 6 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ต้นทุนในอดีต (historical costs) และ ต้นทุนใหม่หรือต้นทุนส่วนเพิ่ม (new or marginal costs) •ค่าของทุนเป็นตัวที่ใช้ในการตัดสินใจซึ่ง เกี่ยวข้องกับการจัดหาเงินทุนใหม่ ดังนั้นจึง ควรใช้ต้นทุนส่วนเพิ่มในการคำนวณค่า WACC

7 7 Sansanee Thebpanya School of Business Administration สัดส่วนของเงินทุน (w) WACC = w d k d (1-T) + w p k p + w c k s •ควรใช้ตัวเลขทางบัญชีหรือมูลค่าตลาด (book vs. market weights)? •ควรใช้ตัวเลขที่แท้จริงหรือตัวเลขตาม เป้าหมายของโครงสร้างเงินทุน?

8 8 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ส่วนของต้นทุนหนี้สิน (cost of debt) WACC = w d k d (1-T) + w p k p + w c k s •k d คือต้นทุนส่วนเพิ่มของหนี้สิน (marginal cost of debt) ในโครงสร้างเงินทุน •k d = อัตราผลตอบแทนของหนี้สินระยะยาว •ทำไมจึงต้องมีการหาต้นทุนหลังภาษี— k d (1-T)?

9 9 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ตราสารหนี้ชนิด 12% มีอายุ 15 ปี จ่าย ดอกเบี้ยทุกครึ่งปี ออกขายในราคา 1, บาท จงหาต้นทุนของหนี้สิน (k d ) •เนื่องจากตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง ดังนั้น k d = 5.0% x 2 = 10% k ,000 60V B = $1, $1,153.72= $60[PVIFA k, 30 ] + $1,000[PVIF k, 30 ] ที่ k=5%; $60[ ] + $1,000[0.2314] = $1,153.75

10 10 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ส่วนของต้นทุนหนี้สิน •ดอกเบี้ยสามารถหักลดภาษีได้ ดังนั้น A-T k d = B-T k d (1-T) = 10% ( ) = 6%

11 11 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ส่วนของต้นทุนหุ้นบุริมสิทธิ์ (preferred stock) WACC = w d k d (1-T) + w p k p + w c k s •k p คือ ต้นทุนส่วนเพิ่มของหุ้นบุริมสิทธิ์ •คือ อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการ จากการถือหุ้นบุริมสิทธิ์

12 12 Sansanee Thebpanya School of Business Administration คำนวณต้นทุนหุ้นบุริมสิทธิ์ P P = ฿113.10; 10%; Par = ฿100; F = ฿2 •ต้นทุนหุ้นบุริมสิทธิ์หาได้จากสมการ ดังต่อไปนี้: k p = D p / P p = $10 / $ = 9%

13 13 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ส่วนของต้นทุนหุ้นบุริมสิทธิ์ •เงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ์ไม่สามารถหักภาษีได้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องปรับภาษีกับต้นทุน (ต้นทุนก่อนภาษี = ต้นทุนหลังภาษี) k p

14 14 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ส่วนของต้นทุนของผู้ถือหุ้น WACC = w d k d (1-T) + w p k p + w c k s •k s คือ ต้นทุนของผู้ถือหุ้นในส่วนของกำไร สะสม •k e คือ อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุน ต้องการจากการถือหุ้นของบริษัท (ต้นทุน จากการออกหุ้นใหม่)

15 15 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ทำไมกำไรสะสมจึงมีต้นทุน? •ผลกำไรสามารถนำมาลงทุนต่อได้ หรืออาจจ่าย เป็นเงินปันผล •ถ้าจ่ายเป็นเงินปันผล นักลงทุนสามารถนำมาซื้อ หลักทรัพย์อื่น และได้รับผลตอบแทนจากการ ลงทุนนั้น

16 16 Sansanee Thebpanya School of Business Administration •ถ้าผลกำไรถูกเก็บเป็นกำไรสะสม จะมีค่าเสีย โอกาส (opportunity cost) (ผลตอบแทนที่ผู้ ถือหลักทรั้พย์จะได้รับจากทางเลือกอื่นในการ ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงเท่ากัน) –นักลงทุนสามารถซื้อหุ้นของบริษัทและได้รับ ผลตอบแทน k s –บริษัทสามารถซื้อคืนหุ้นของตนเองและได้รับ ผลตอบแทน k s –ดังนั้น k s ก็คือต้นทุนของกำไรสะสมนั่นเอง

17 17 Sansanee Thebpanya School of Business Administration วิธีการในการหาต้นทุนส่วนของผู้ถือ หุ้น, k s •DCF:k s = D 1 / P 0 + g

18 18 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ถ้า D 0 = ฿4.19, P 0 = ฿50, and g = 5%, ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นเท่าใดถ้าใช้วิธี DCF D 1 = D 0 (1+g) D 1 = ฿4.19 (1 +.05) D 1 = ฿ k s = (D 1 / P 0 ) + g = (฿ / ฿50) = 13.8%

19 19 Sansanee Thebpanya School of Business Administration หา WACC ของบริษัท WACC= w d k d (1-T) + w p k p + w c k s = 0.3(10%)(0.6) + 0.1(9%) + 0.6(14%) = 1.8% + 0.9% + 8.4% = 11.1%

20 20 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ถ้าการออกหุ้นสามัญใหม่มีต้นทุนในการออกหุ้น (flotation cost) เท่ากับ 15% จากมูลค่าหุ้นที่ ออกจำหน่าย ถามว่า k e เท่ากับเท่าใด?

21 21 Sansanee Thebpanya School of Business Administration ปัจจัยที่มีผลต่อ WACC •ภาวะตลาด •โครงสร้างเงินทุนของบริษัท และนโยบาย การจ่ายปันผล •นโยบายการลงทุน—บริษัทที่มีโครงการซึ่ง มีความเสี่ยงสูง โดยทั่วไปจะมีค่า WACC สูง

22 22 Sansanee Thebpanya School of Business Administration บริษัทควรใช้ WACC รวม (composite WACC) เป็น hurdle rate ในการประเมิน แต่ละโครงการหรือไม่? •โครงการแต่ละโครงการมีความเสี่ยงต่างกัน จึง ควรมีการปรับค่า WACC เพื่อให้สะท้อนถึงความ เสี่ยงของแต่ละโครงการ ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ WACC รวม ในการประเมินโครงการต่างๆ ถ้า โครงการนั้นมีความเสี่ยงแตกต่างจากความเสี่ยง โดยเฉลี่ยของกิจการ


ดาวน์โหลด ppt 1 ค่าของทุน The Cost of Capital •แหล่งเงินทุน •องค์ประกอบของต้นทุน •WACC •ค่าใช้จ่ายในการออกหุ้น.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google