งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 รูปแบบและมาตรฐาน เอกสารวิชาการรับใช้สังคมเพื่อ ขอกำหนดการเข้าสู่ตำแหน่งทาง วิชาการ โดย รองศาสตราจารย์ นพ. นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 รูปแบบและมาตรฐาน เอกสารวิชาการรับใช้สังคมเพื่อ ขอกำหนดการเข้าสู่ตำแหน่งทาง วิชาการ โดย รองศาสตราจารย์ นพ. นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 รูปแบบและมาตรฐาน เอกสารวิชาการรับใช้สังคมเพื่อ ขอกำหนดการเข้าสู่ตำแหน่งทาง วิชาการ โดย รองศาสตราจารย์ นพ. นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานคณะกรรมการ พัฒนารูปแบบ และมาตรฐานเอกสาร วิชาการ รับใช้สังคมเพื่อใช้ ประกอบการขอกำหนด ตำแหน่งทางวิชาการ วันที่ 22 ธันวาคม 2557 ณ โรงแรม ดิเอมเพรส เชียงใหม่

2 Presentation Outline 1. ประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 9 … เงื่อนไขที่เอื้อต่อ วิชาการรับใช้สังคม 2. หลักการและกรอบคิด / นิยาม 3.กรอบ“รูปแบบและมาตรฐานเอกสารวิชาการ รับใช้สังคม” 4.ลักษณะคุณภาพ 3 ระดับ 5.รูปแบบการเสนอผลงานวิชาการรับใช้สังคม 6.การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 7.การประเมินผลงานวิชาการรับใช้สังคม 8.เกณฑ์พื้นฐานผู้ทรงคุณวุฒิวิชาการรับใช้ สังคม 9.การพัฒนาฐานข้อมูลผู้ทรงคุณวุฒิ วิชาการรับใช้สังคม

3 ๑.มีศักดิ์และสิทธิเท่าเทียมกับผู้ดำรงตำแหน่ง ทางวิชาการในปัจจุบัน ๒.คุณภาพของผลงานไม่แตกต่างจาก หลักเกณฑ์ปัจจุบัน ๓.กระบวนการพิจารณามีความเหมาะสมกับ ลักษณะของผลงาน 2. หลักการและกรอบแนวคิด

4 4 44 ภายใต้กรอบแนวคิดดังกล่าว จึงเห็นควรให้เพิ่มเติม “ผลงานวิชาการรับใช้สังคม” เป็นผลงานอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเทียบเท่ากับผลงานวิจัย หรือผลงานวิชาการในลักษณะ อื่น ไว้ในหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ในปัจจุบัน เหตุผลที่กำหนดให้เป็นผลงานอีกประเภทหนึ่ง เนื่องจากผลงานวิชาการรับใช้สังคมมีลักษณะเฉพาะ จำเป็นต้องกำหนดคำนิยาม รูปแบบ และลักษณะการ เผยแพร่ให้ชัดเจน รวมทั้งแนวทางการประเมินคุณภาพ ก็มีความแตกต่างจากผลงานอื่นๆ โดยมุ่งเน้นที่การนำ ความรู้ความเชี่ยวชาญไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือผลกระทบในทางบวกต่อชุมชนหรือสังคม

5 นิยาม “ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือท้องถิ่น ที่เกิดขึ้น โดยใช้ความเชี่ยวชาญ ในสาขาวิชาอย่างน้อยหนึ่งสาขาวิชา และปรากฏผลที่สามารถประเมินได้เป็นรูปธรรม โดยประจักษ์ ต่อสาธารณะ ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมนี้ ต้องเป็นผลให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นทางด้านใดด้านหนึ่ง หรือ หลายด้านเกี่ยวกับ ชุมชน วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม อาชีพ เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง คุณภาพชีวิต หรือ สุขภาพ หรือเป็นผลงานที่นำไปสู่การจดทะเบียนสิทธิบัตร หรือ ทรัพย์สินทางปัญญา ในรูปแบบอื่นที่สามารถแสดงได้เป็นที่ ประจักษ์ว่าสามารถใช้แก้ปัญหาหรือพัฒนาสังคม แลก่อให้เกิด ประโยชน์อย่างชัดเจน หรือ เป็นการเปลี่ยนแปลงในความ ตระหนักและการรับรู้ในปัญหาและแนวทางแก้ไขของชุมชน” ทั้งนี้ ไม่นับรวมงานที่แสวงหากำไรและได้รับผลตอบแทนส่วนบุคคลในเชิง ธุรกิจ

6 คณะกรรมการ พัฒนารูปแบบและมาตรฐานเอกสารวิชาการรับใช้สังคม เพื่อขอกำหนดการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ 1.รศ. นพ. นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประธานกรรมการ 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ. เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รองประธานกรรมการ 3. ดร. ภีร์รัตน์ สงวนไทร กรรมการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 4.ศาสตราจารย์ ดร. ปิยะวัติ บุญ-หลง ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ 5. รองศาสตราจารย์ ดร. ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 6.ศาสตราจารย์ ดร. วัชระ กสิณฤกษ์ รองอธิการบดี 7.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

7 คณะกรรมการ พัฒนารูปแบบและมาตรฐานเอกสารวิชาการรับใช้สังคม เพื่อขอกำหนดการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ 7. รองศาสตราจารย์ นพ. อำนาจ อยู่สุข รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 8.รองศาสตราจารย์เพ็ญรัตน์ หงษ์วิทยากร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 9. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อินทิรา ซาฮีร์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ม.อุบลราชธานี 10. รองศาสตราจารย์ ดร. อาวรณ์ โอภาสพัฒนกิจ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรรมการและ เลขานุการ 11. ดร. สมสุข ธีระพิจิตร ผู้ช่วยเลขานุการ เลขาธิการที่ ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย 7

8 3 ) กรอบ “รูปแบบและมาตรฐานเอกสาร วิชาการรับใช้สังคม” ผลงานวิชาการรับใช้สังคมที่ใช้ใน การเสนอขอกำหนดตำแหน่งทาง วิชาการจะต้องมีลักษณะเป็นผลงาน เชิงวิชาการที่ใช้ความรู้ความ เชี่ยวชาญในสาขาวิชาของตนอย่าง น้อย ๑ สาขาวิชา และปรากฏผลที่ สามารถประเมินได้อย่างเป็น รูปธรรมโดยประจักษ์ต่อสาธารณะ ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทาง ที่ดีขึ้นด้านใดด้านหนึ่งหรือหลาย ด้านต่อชุมชนหรือสังคม

9 การดำเนินการเป็นหมู่คณะ หรือ มีการบูรณาการหลายสาขาวิชา กรณีการดำเนินการเป็นหมู่ คณะ หรือ มีการบูรณาการหลาย สาขาวิชา ซึ่งมีผู้ร่วมงานจำนวนมาก ผู้ขอจะต้องเป็นผู้ดำเนินการหลักใน สาขาวิชาที่เสนอขอ โดย  ระบุว่าผลงานนั้นเป็นการ บูรณาการของสาขาใดบ้างและ ผู้ขอเป็นผู้ดำเนินการหลักใน สาขาของตนอย่างไร  มีคำอธิบายบทบาทหน้าที่และ กระบวนการทำงานของ ผู้ร่วมงานทุกคนและลงนาม รับรองเอกสารให้ครบถ้วน

10 4.) ลักษณะคุณภาพ ผลระดับดี มีการรวบรวมข้อมูลและ สารสนเทศที่ชัดเจน มี การระบุปัญหาหรือความ ต้องการ โดยการมีส่วนร่วมของ สังคมกลุ่มเป้าหมาย มี การวิเคราะห์หรือ สังเคราะห์ความรู้ที่ สามารถ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรือทำความเข้าใจ สถานการณ์ จนเกิดการ เปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ขึ้น อย่างเป็นที่ประจักษ์ หรือ ก่อให้เกิดการพัฒนา ชุมชนหรือสังคมนั้น ระดับดีมาก ใช้เกณฑ์เดียวกับ ระดับดี และต้อง สามารถนำไปใช้เป็น ตัวอย่างในการแก้ไข ปัญหา หรือทำความเข้าใจ สถานการณ์ จนเกิด การเปลี่ยนแปลง ในทางที่ดีขึ้นอย่างเป็น ที่ประจักษ์ หรือก่อให้เกิดการ พัฒนาให้กับสังคมอื่น ได้ หรือก่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงเชิง นโยบาย ในระดับจังหวัดหรือ ประเทศอย่างเป็น รูปธรรม ระดับดีเด่น ใช้เกณฑ์เดียวกับ ระดับดีมาก และ ต้องส่งผลกระทบ ต่อสังคมหรือแวด วงวิชาการ อย่างกว้างขวาง เป็นที่ยอมรับใน ระดับชาติหรือ ระดับนานาชาติ หรือได้รับรางวัล จากองค์กร ที่ได้รับการยอมรับ ในระดับนานาชาติ เช่น UNESCO, WHO UNICEF เป็นต้น

11 5) รูปแบบการเสนอผลงาน วิชาการรับใช้สังคม จะต้องจัดทำเป็น เอกสาร โดยมี คำอธิบาย/ชี้แจงโดยชัดเจนประกอบ ผลงานนั้นเพื่อชี้ให้เห็นว่า เป็นผลงาน ที่ทำให้เกิดการพัฒนาเป็นประโยชน์ ต่อสังคมมีความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และเกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ หรือ เสริมสร้างความรู้หรือก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อสาขาวิชาหนึ่งๆหรือ หลายสาขาวิชาได้อย่างไร ในแง่ใด โดยต้องปรากฏเป็นที่ประจักษ์

12 รูปแบบการเสนอผลงานฯ จะต้องจัดทำเป็นเอกสาร โดยมีคำอธิบาย/ชี้แจงโดยชัดเจน ในหัวข้อต่างๆ ดังนี้ 1.สภาพการณ์ก่อนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 2.การมีส่วนร่วมและการยอมรับของสังคมเป้าหมาย 3.กระบวนการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น 4.ความรู้ความเชี่ยวชาญที่ใช้ในการทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงนั้น 5.การคาดการณ์สิ่งที่จะตามมาหลังจากการ เปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นแล้ว 6.การประเมินผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 7.แนวทางการติดตามและธำรงรักษาพัฒนาการที่ เกิดขึ้นให้คงอยู่ต่อไป

13 ความยาว และ หลักฐานประกอบ เอกสารวิชาการต้องที่มีเนื้อหา ครบถ้วน 7 หัวข้อ มีรูปภาพประกอบ มีความยาว อย่างน้อย 7 หน้า โดยมี เนื้อหาที่มุ่งให้ นักวิชาการ นักศึกษา และคนทั่วไปอ่านเข้าใจและนำไปใช้ ได้ง่าย นอกจากเอกสารแสดงผลงาน แล้ว อาจแสดงหลักฐานเพิ่มเติมอื่นๆ เกี่ยวกับผลงาน เช่น รูปภาพ หรือการ บันทึกเป็น Clip VDO ภาพยนตร์ หรือ แถบเสียง ประกอบการพิจารณา

14 การเผยแพร่ผลงาน จะต้องเผยแพร่ทั้งในพื้นที่เป้าหมาย เช่น การจัดเวทีนำเสนอผลงานในพื้นที่ หรือการเปิดให้เยี่ยมชมพื้นที่ และจะต้องมี การเผยแพรสู่สาธารณชนอย่าง กว้างขวางในลักษณะใดลักษณะหนึ่งที่ สอดคล้องกับผลงานโดยการเผยแพร่นั้น จะต้องมีการบันทึกเป็นเอกสารหรือเป็น ลายลักษณ์อักษรที่สามารถใช้อ้างอิง หรือ ศึกษาค้นคว้าต่อไปได้ และมีการเผยแพร่เพิ่มเติมในวง วิชาการ ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ได้แก่ การจัดทำเป็นบทความวิชาการส่งไปยัง หน่วยงานอื่นการเผยแพร่บนเครือข่าย อินเทอร์เน็ตการนำเสนอในที่ประชุม วิชาการการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ เป็นต้น

15 6)การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อประเมินผลงานฯ ให้แต่งตั้งจากบัญชี รายชื่อที่ ก.พ.อ. กำหนดในปัจจุบัน และหากสภาสถาบันอุดมศึกษา เห็นควร ให้มีการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความ เชี่ยวชาญหรือเป็นผู้ปฏิบัติงานร่วมกับชุมชน ร่วมด้วยก็ให้แต่งตั้งเพิ่มเติมได้ไม่เกิน 2 คน

16 7)การประเมินผลงานวิชาการรับใช้สังคม นอกจากการประเมิน จากเอกสารและหลักฐาน ประกอบการเสนอผลงานแล้ว หากจะประเมินจากการ ตรวจสอบสภาพจริงที่มีอยู่ใน พื้นที่ด้วยก็สามารถกระทำได้ ซึ่งคณะผู้ทรงคุณวุฒิฯ จะตรวจสอบด้วยตนเอง หรือ แต่งตั้งผู้แทนให้ไปตรวจสอบ แทนก็ได้

17 8)เกณฑ์พื้นฐานผู้ทรงคุณวุฒิ วิชาการรับใช้สังคม คณะกรรมการฯเห็นว่าผู้ทรงคุณวุฒิด้าน วิชาการรับใช้สังคม แยกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ ก) ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้าน ชุมชน เช่น นักวิชาการรับใช้สังคม หรือผู้เชี่ยวชาญระดับชาติ ก) ปราชญ์ชาวบ้านและนักพัฒนาในพื้นที่

18 เกณฑ์พื้นฐานผู้ทรงคุณวุฒิวิชาการรับใช้สังคม ผู้ทรงคุณวุฒิ Criteria ผู้ทรงคุณวุฒิที่มี ความเชี่ยวชาญ ด้านชุมชน 1)มีตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าผู้เสนอขอและมี ผลงานเกี่ยวข้องในเรื่องที่เสนอขอ และผลงานนั้น ได้รับการยกย่องจากหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับ หรือ 1)มีประสบการณ์ในการจัดการ หรือปฏิบัติงาน ร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 10 ปี โดย มีผลงานเป็นที่ปรากฏชัด และผลงานนั้นได้รับการ ยกย่องจากหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับ ปราชญ์ชาวบ้าน หรือภูมิปัญญา ท้องถิ่น 1)เป็นปราชญ์ชาวบ้านในทำเนียบของ หน่วยงานที่ มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น หรือ 2)ได้รับการยอมรับจากชุมชนท้องถิ่นว่าเป็นผู้นำ ทางภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือ 3)ได้รับการยกย่องจากหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับ ระดับชาติ

19 บทบาทของผู้ทรงคุณวุฒิวิชาการรับใช้สังคม มีหน้าที่ วิเคราะห์ผลงานวิชาการรับใช้สังคม 1) ความเหมาะสมกับบริบทและเงื่อนไขของ ชุมชน 2) วิเคราะห์กระบวนการทำงาน ตามหลักการ ของการมีส่วนร่วม 3) ประเมินการเปลี่ยนแปลงของชุมชนที่เกิด จากกระบวนการ

20 9) การพัฒนาฐานข้อมูลผู้ทรงคุณวุฒิ วิชาการรับใช้สังคม ขอความร่วมมือจากทุกมหาวิทยาลัย ก)ส่งรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อจัดทำฐานข้อมูล ผู้ทรงคุณวุฒิวิชาการรับใช้สังคม ข)เสนอ ทปอ. พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว ค)เผยแพร่สู่มหาวิทยาลัย ง)สภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งสามารถใช้ ประกอบการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา ตำแหน่งทางวิชาการต่อไป

21 การสนับสนุนการเตรียมเอกสารวิชาการรับใช้สังคม วันที่กิจกรรม 21 มิย ประชุมทำความเข้าใจต่อแนวทางการใช้เอกสาร วิชาการรับใช้สังคม 30 กค ประชุม นำเสนอกรณีศึกษา 18 กย ประชุม นำเสนอกรณีศึกษา 5 สค ประชุม ทดลองนำเสนอและวิพากษ์วิจารณ์โดย ผู้ทรงคุณวุฒิ กรณี วัดปงสนุก ลำปาง โดย รศ. ดร. วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์ 29 ตค สัมภาษณ์ อาจารย์สุเมธ ท่านเจริญ 31 ตค สัมภาษณ์ ผศ. ดร. จรวย สุวรรณบำรุง 22 ธค จัดประชุมนำเสนอผลงาน และ เติมเต็ม

22 22

23 23 ขอบคุณครับ

24 24


ดาวน์โหลด ppt 1 รูปแบบและมาตรฐาน เอกสารวิชาการรับใช้สังคมเพื่อ ขอกำหนดการเข้าสู่ตำแหน่งทาง วิชาการ โดย รองศาสตราจารย์ นพ. นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google