งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

4.ท่านได้ กู้กยศ.มาใช้ในชีวิตการศึกษา หรือไม่? กู้ / ไม่กู้ เพราะ ………………………… 5. ท่านคิดที่จะหา/มีบัตรเครดิต ให้กับตนเองไว้ใช้หรือไม่ ? สาเหตุเพราะ…………………………

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "4.ท่านได้ กู้กยศ.มาใช้ในชีวิตการศึกษา หรือไม่? กู้ / ไม่กู้ เพราะ ………………………… 5. ท่านคิดที่จะหา/มีบัตรเครดิต ให้กับตนเองไว้ใช้หรือไม่ ? สาเหตุเพราะ…………………………"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 4.ท่านได้ กู้กยศ.มาใช้ในชีวิตการศึกษา หรือไม่? กู้ / ไม่กู้ เพราะ ………………………… 5. ท่านคิดที่จะหา/มีบัตรเครดิต ให้กับตนเองไว้ใช้หรือไม่ ? สาเหตุเพราะ………………………… 6. ท่าน เข้าใจว่าตนเอง เสียภาษีอยู่? เสีย / ไม่ เสีย 1.ท่านคิดว่าท่านจะทำประกันภัย/ประกันชีวิตในเร็วๆนี้หรือไม่? สาเหตุเพราะ………………………… 2.ท่านคิดว่าตนเองจะมีหุ้นในกองทุน หรือสหกรณ์ใดๆ สาเหตุเพราะ………………………… 3.ท่านมีบัญชีเงินฝากธนาคารอยู่หรือไม่ มี /ไม่มี เพราะ/เพื่อ คิดจะทำไม่คิดจะทำ คิดจะทำไม่คิดจะทำ คิดจะมี ไม่คิดมี ให้นศ.เขียนตอบไว้ แล้วส่ง

2 บทที่ 4 การประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์และ ตรรกศาสตร์ในชีวิตประจำวัน จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารทุน ทรัพย์รูปแบบต่าง ๆ เช่น การประกันภัยและประกัน ชีวิต หุ้น เงินฝาก เงินกู้ บัตรเครดิต และกองทุนต่าง ๆ ได้ ถูกต้อง 2. อธิบายการคำนวณการเช่าซื้อและการผ่อนชำระภาษี เงินได้ได้ถูกต้อง 3. สามารถทำการคำนวณค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา การทำ บัญชีรายรับ-รายจ่ายได้ถูกต้อง 4. อธิบายการวางแผนทางการเงิน ทรัพย์สิน ในอาชีพ และชีวิตครอบครัวได้ถูกต้อง 5. สามารถคิดคำนวณ ตัวเลขเพื่อการตัดสินใจเลือก บาท/กก., บาท/ระยะทางได้ถูกต้อง 6. อธิบายหลักการเป็นสมาชิกธุรกิจขายตรงได้ถูกต้อง

3 มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ดังนี้ ทุกคนตั้งคำถาม2 ข้อ ในหัวข้อนี้ ด้วยนศ.เลขที่ ลงท้ายด้วย 1 อธิบายถึงความหมาย ยกตัวอย่าง ขยาย ความด้วยนศ.เลขที่ ลงท้ายด้วย 2 ตอบคำถาม หรืออธิบายต่อคำถามด้วยนศ. เลขที่ ลงท้ายด้วย 3 สรุป ถึงความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ ด้วย นศ.เลขที่ ลงท้ายด้วย 4

4 การประกันภัย

5 ดูดิ

6 " มีกรมธรรม์ไว้ในครอบครอง เหมือนมี เงินสำรองไว้ในครอบครัว " " ฝากธนาคารเพื่อปัจจุบัน ฝาก ประกันเพื่ออนาคต "

7

8 ความหมายของ การประกันภัย การประกันภัย คือ การเฉลี่ยความเสียหายที่ เกิดขึ้นกับบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลอื่น ๆ โดยมีผู้รับ ประกันภัยทำหน้าที่เป็นผู้เฉลี่ยความเสียหายนั้น ซึ่งบุุคคลผู้เต็มใจเข้าร่วมโครงการประกันภัยนี้ จ่ายเงินเป็นจำนวนไม่มากให้ผู้รับประกันภัยที่ เรียกว่า "เบี้ยประกันภัย" ผู้รับประกันภัยจะเป็น ผู้ทำหน้าที่รวบรวมเบี้ยประกันภัยไว้เป็นเงิน กองกลาง เมื่อมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งในโครงการ ได้รับความเสียหายตามกรณีที่เอาประกันไว้ ผู้รับ ประกันภัยจะชดใช้ให้ตามจำนวนที่ตกลงกันไว้

9 หลักการของการประกันภัย หลักของการประกันภัยขึ้นอยู่กับกฎว่าด้วย จำนวนมากซึ่งมีหลักว่า ถ้าจำนวนที่ เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง เช่น การเสี่ยงภัยเดียวกันมีจำนวนมากแล้ว ย่อมสามารถประมาณจำนวนเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นในอนาคตค่อนข้างใกล้เคียงความ จริง โดยต้องอาศัยการสังเกตุจากเหตุการณ์และ วิธีการทางสถิติเข้าช่วย

10 ประเภทของการประกันภัย มี ๒ ประเภทคือ 1.การประกันชีวิต และ 2.การประกันวินาศภัย

11 การประกันชีวิต (Life Insurance) คือ การเฉลี่ยค่าความเสี่ยงร่วมกันของ คนที่ทำประกันภัยโดยทุกคนจะจ่ายเงิน ส่วนหนึ่งให้กับบริษัทที่รับผิดชอบซึ่ง อาจจ่ายครั้งเดียวหรือจ่ายเป็นงวด และเมื่อเกิดเหตุขึ้นบริษัทจะชดใช้เงิน คืนตามที่ตกลงกันไว้

12 การประกันภัยจึงอาศัยทฤษฎีต่าง ๆ ในการ ดำเนินการประกันภัยและคำนวณเหตุการณ์ หรือเบี้ยประกันภัย ซึ่งประกอบด้วย ทฤษฎีว่าด้วยความน่าจะเป็นไปได้ (Theory of Probability) เป็นทฤษฎีว่าด้วยการคำนวณโอกาสว่าเหตุการณ์ ใดเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้นได้กี่ครั้งในจำนวนครั้งที่ได้กำหนดไว้ ทั้งหมด เพื่อที่จะสามารถคำนวณเบี้ยประกันภัยที่ต้องเรียกเก็บ จากผู้เอาประกันภัยให้เพียงพอที่จะนำไปชดใช้ค่าสินไหม ทดแทนเมื่อมีภัยเกิดขึ้นในอนาคตตามที่ได้รับประกันภัยไว้ กฎว่าด้วยจำนวนมาก (Law of large number)หรือ กฎถัวเฉลี่ย (Law of Average) คือหลักความจริงที่ว่าเหตุการณ์ ที่ทำการสังเกตหรือทดลองมีจำนวนมากเท่าใด ความน่าจะเป็นได้ (Probability) ยิ่งมีความถูกต้องมากยิ่งขึ้นเท่านั้น กฎแห่งการถัว เฉลี่ย จึงกล่าวได้ว่าทฤษฎีว่าด้วยความน่าจะเป็นไปได้และกฎว่า ด้วยจำนวนมากเป็นหัวใจของการประกันภัย

13 ความสำคัญของการประกันภัย ปัจจุบันสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ต่าง ๆ ในสังคมและ เศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เพิ่มความเสี่ยงภัยที่นำไปสู่ความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการ เงินของบุคคล ครอบครัว ธุรกิจการค้าและการลงทุนทุกสาขา ดังนั้น การประกันภัยจึงมีความสำคัญ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ๒ ด้านดังนี้ ๑. การเป็นสถาบันรับเสี่ยงภัยที่ช่วยสร้างความมั่นคงพื้นฐานแก่ บุคคล ครอบครัว และธุรกิจต่าง ๆ ๒. การเป็นสถาบันการเงินที่มีศักยภาพสูงในการระดมเงินออม จากบุคคลภายในประเทศ เพื่อนำไปจัดสรรลงทุนในภาค เศรษฐกิจต่าง ๆ อันเป็นการขยายขีดความสามารถในการผลิต ของประเทศ

14 ประโยชน์ของการประกันภัย เพื่อคุ้มครองชีวิต ทรัพย์สินของคนที่คุณรัก ประโยชน์ของการประกันชีวิตต่อสังคมและส่วนรวม ธุรกิจประกันชีวิตช่วยเสริมสร้างสวัสดิการให้แก่ลูกจ้าง ของหน่วยงานของทางภาครัฐบาลและเอกชน ธุรกิจประกันชีวิตช่วยส่งเสริมภาพพจน์ของสถาบัน การเงินซึ่งให้กู้ยืมเงิน ธุรกิจประกันชีวิตก่อให้เกิดการจ้างงานอย่างมากทั้ง ทางตรงและทางอ้อม ยอดสอบตัวแทนประกันชีวิตเดือนพฤษภาคม สมาคมประกันชีวิตไทย เผยยอดสอบตัวแทนประกันชีวิต ประจำเดือนพฤษภาคม มี จำนวนตัวแทนประกันชีวิตเข้าสอบทั่วทั้งประเทศ กว่า 10,000 คน และตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 พฤษภาคม 2550 มีตัวแทนเข้าสอบทั้งสิ้น 56,401 คน ประกาศจ้าประกาศ คนไทยตายด้วย 4 โรคยอดฮิต หัวใจ มะเร็ง เส้นเลือด ตีบและเบาหวาน พวกเราจะอยู่ในภาวะเสี่ยงกับ 4 โรคนี้ถ้าเราอ้วนเพราะฉะนั้น เลิกอ้วววววววนนน กันเถอะพวกเรามันอันตราย....วิธีง่ายๆเราช่วยได้จริงๆน๊าเข้า มาดูได้เล้ย doodee.premium.ws/

15 ประโยชน์ของการประกันชีวิต ต่อผู้เอาประกัน คำกล่าวของ เซอร์วินสตัน เชอร์ชีล อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศ อังกฤษ (1950) 1.การประกันชีวิตเสริมสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัว ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทั้งปวง การที่หัวหน้าครอบครัวได้ทำ ประกันชีวิตไว้ก็เท่ากับว่าได้สำรองเงินก้อนใหญ่ตามภาระผูกพัน กับบริษัทประกันชีวิต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน 2. การประกันชีวิตสร้างนิสัยการออมทรัพย์ โดยผู้เอาประกันจะได้รับเงินสะสมคืนครบกำหนดตามระยะเวลาตาม กรมธรรม์ 3.การประกันชีวิตเป็นการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน กรมธรรม์ครบระยะเวลาตั้งแต่สามปีขึ้นไป จะมีมูลค่าเงินสด หากผู้ เอาประกันเกิดมีความจำเป็นทางการเงินก็สามารถขอกู้เงิน 4.สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตมาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้

16 ประเภทของการประกันชีวิต ในไทย แบ่งออกเป็น ๓ ประเภทคือ 1.การประกันชีวิตประเภทสามัญ การประกันชีวิตประเภทสามัญ (Ordinary Life Insurance) คือ การประกันชีวิตที่มีจำนวนเงิน เอาประกันแต่ละกรมธรรม์ตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ บาทขึ้น ไป การชำระเบี้ยประกันอาจทำเป็นรายปี รายเดือน หรือเป็นงวด ๆ การพิจารณารับประกันอาจมีการ ตรวจสุขภาพหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ แต่ละบริษัท

17 2.การประกันชีวิตประเภท อุตสาหกรรม การประกันชีวิตประเภทอุตสาหกรรม (Industrial Life Insurance) คือการ ประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันแต่ ละกรมธรรม์ต่ำ บริษัทจะรับจำนวนเงิน ตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาทจนถึง ๓๐,๐๐๐ บาท การชำระเบี้ยประกันภัยกระทำเป็นราย เดือน และไม่มีการตรวจสุขภาพ

18 3.การประกันชีวิตกลุ่ม การประกันชีวิตแบบกลุ่ม (Group Life Insurance) คือ การประกันชีวิตบุคคลเป็น กลุ่มภายในกรมธรรม์ฉบับเดียวกัน โดย ประกอบด้วยบุคคลตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป ซึ่งส่วนมากจะเป็นพนักงานของบริษัทหรือ โรงงานอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยบริษัท รับประกันจะออกกรมธรรม์ฉบับเดียวให้กับ นายจ้างและออกใบรับรองให้ลูกจ้างไว้เป็น หลักฐาน ส่วนใหญ่ไม่มีการตรวจสุขภาพ การ จ่ายเบี้ยประกันอาจจ่ายร่วมกันระหว่างนายจ้าง กับลูกจ้าง หรือนายจ้างจ่ายทั้งหมด

19 แบบของการประกันชีวิต ที่ ๑. การประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Life Insurance) คือการประกันชีวิตที่บริษัทผู้รับประกันสัญญา ว่าจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันให้กับผู้รับ ประโยชน์ ถ้าหากผู้เอาประกันถึงแก่มรณะ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา ซึ่งอาจ กำหนดระยะเวลาเป็นระยะสั้นหรือยาวก็ได้ เช่น ๑ ปี ๒ ปี ๕ ปี ๑๐ ปี ๒๐ ปี หรือจนถึงระยะเวลา ที่ผู้เอาประกันมีอายุ ๕๕ ปี หรือ ๖๐ ปีก็ได้ แล้วแต่ผู้เอาประกันภัยจะเลือก

20 แบบของการประกันชีวิตที่ ๒. การประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance) คือ การประกันชีวิตที่บริษัทผู้รับสัญญาว่าจะจ่าย จำนวนเงินที่เอาประกันให้กับผู้รับประโยชน์ เมื่อ ผู้เอาประกันถึงแก่มรณะ โดยไม่คำนึงว่าความ มรณะจะเกิดขึ้นเมื่อใดๆ ส่วนเบี้ยประกันอาจจะชำระไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง หรือตลอดชีพ แล้วแต่จะตกลงกัน เช่น ๒๐ ปี ๒๕ ปี หรือจนกว่าผู้เอาประกันจะมีอายุ ๕๕ ปี หรือ ๖๐ ปี เป็นต้น

21 แบบของการประกันชีวิต ที่ ๓. การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance) คือ การประกันชีวิตที่บริษัทผู้รับประกันสัญญาว่า จะจ่ายเงินที่เอาประกันให้กับผู้รับประโยชน์ หากผู้ เอาประกันถึงแก่มรณะภายในระยะเวลาที่ได้ กำหนดไว้ในสัญญา และจ่ายให้ผู้เอาประกันเมื่อมี ชีวิตอยู่จนครบอายุสัญญา การประกันชีวิตแบบนี้จึงเป็นการสะสมทรัพย์และ ให้ความคุ้มครองด้วย การชำระเบี้ยประกัน อาจชำระเบี้ยประกันตลอด อายุสัญญาหรือสั้นกว่าก็ได้ เช่น อายุสัญญา ๒๐ ปี ชำระเบี้ยประกันเพียง ๑๕ ปี เป็นต้น

22 ๑. การประกันวินาศภัย ประวัติฯในประเทศไทย เริ่มเกิดขึ้นในสมัย กรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศ ต่างๆ หลายประเทศ เนื่องจากมีทำเลที่ตั้ง เหมาะสม ทำให้เป็นเมืองท่าสำคัญในเขต ภูมิภาคนี้ โดยในสมัยนั้น วิธีการขนส่งที่ใช้ ส่วนใหญ่เป็นการขนส่งทางน้ำ ชาวต่างประเทศที่ค้าขายกับกรุงศรีอยุธยา รวมตัวกันจัดให้มีการประกันภัยทางทะเล และขนส่งขึ้นเป็นครั้งแรกในกลุ่มของพวก ตนโดยยังไม่มีกฎหมายรองรับ

23 จนกระทั่งปี รศ.130 (พ.ศ.2454) จึงมีการออกกฎหมาย เกี่ยวกับการประกันภัยเป็นครั้งแรก คือ พระราชบัญญัติ ลักษณะเข้าหุ้นส่วน และบริษัท รศ.130 และประกาศ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ ซึ่งกำหนดให้ผู้ประสงค์จะประกอบการธุรกิจ ประกันภัยต้องได้รับพระบรมราชานุญาตก่อน

24 จากพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวนี้เองที่ เป็น จุดเริ่มต้นของการกำหนดเงื่อนไขและมีการ จัดตั้งหน่วยงานของรัฐขึ้น โดยเฉพาะเพื่อควบคุม ธุรกิจประกันภัยโดยกระทรวงพาณิชย์ ได้ตราประกาศ กระทรวงกำหนดเงื่อนไขการขออนุญาตประกอบธุรกิจ ประกันชีวิตและประกันวินาศภัยขึ้นบังคับใช้โดยกำหนดให้ ผู้ขออนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สำคัญบางประการ ก่อน ได้แก่ เรื่องการกำหนดทุนชำระแล้ว หลักทรัพย์ ประกันที่วางไว้กับนายทะเบียนและการรายงานสินทรัพย์ และหนี้สินประจำปี เป็นต้น รวมทั้งกำหนดให้ผู้ที่จะเริ่ม ประกอบธุรกิจประกันภัยหรือที่ได้ประกอบธุรกิจฯ อยู่ก่อน แล้วต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจกับ “กองประกันภัย” ซึ่งตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2472 สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ และคมนาคมปรากฏว่าในช่วง พ.ศ มีบริษัท ประกันภัย ซึ่งส่วนมากเป็นบริษัทต่างประเทศขอรับจด ทะเบียนประมาณ 20 บริษัท โดยเป็นบริษัทประกันชีวิต 4 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัท ต่างประเทศทั้งสิ้น

25 ๕ การประกันวินาศภัย 1.การประกันภัยอัคคีภัย ( FIRE INSURANCE) 2 การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 3.การประกันภัยเบ็ดเตล็ด (MISCELLANEOUS INSURANCE) 3.1 การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PERSONAL ACCIDENT INSURANCE) 3.2 การประกันภัยสุขภาพ (HEALTH INSURANCE) 3.3 การประกันภัยแผนสุขภาพ 2000 (HEALTHY PLAN 2000 INSURANCE ) 3.4 การประกันภัยโจรกรรม (BURGLARY INSURANCE)

26 3.5 การประกันภัยเงินทดแทนแรงงาน (WORKMEN'S COMPENSATION INSURANCE) 3.6 การประกันภัยความรับผิดต่อ บุคคลภายนอก (PUBLIC LIABILITY INSURANCE) 3.7 การประกันภัยสัมภาระในการเดินทาง (TRAVEL BAGGAGE INSURANCE) 3.8 การประกันภัยความรับผิดของผู้ ประกอบอาชีพแพทย์

27 3.9 การประกันภัยกระจก (PLATE GLASS INSURANCE) 3.10 การประกันภัยผู้เล่นกอล์ฟ (GOLFER'S INDEMNITY INSURANCE) 3.11 การประกันภัยสำหรับเงิน (MONEY INSURANCE) 3.12 การประกันสรรพภัย (INDUSTRIAL ALL RISKS INSURANCE) 3.13 การประกันภัยความซื่อสัตย์ (FIDELITY GUARANTEE INSURANCE) 3.14 การประกันภัย อิสรภาพ (BAIL INSURANCE) แยกออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ก่อน-หลังกระทำ ความผิด

28 ดูดิ บ ประกันภัยขนส่ง ประกันขนส่งสินค้า ประกัน อาคาร ประกันอัคคีภัย ประกันภัย รถยนต์.mht บ ประกันภัยขนส่ง ประกันขนส่งสินค้า ประกัน อาคาร ประกันอัคคีภัย ประกันภัย รถยนต์.mht ประเภทประกันวินาศ ภัย ประกันอัคคีภัย การประกันภัยโจรกรรม การประกันภัยการเสี่ยงภัยทุกชนิด / ธุรกิจหยุดชะงัก การประกันภัยสินเชื่อการค้า การประกันภัยการเงิน การประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณชน / บุคคลภายนอก การประกันภัยขนส่งสินค้าทางอากาศ ทะเล พัสดุภัณฑ์ การประกันภัยขนส่งสินค้าภายในประเทศ การประกันภัยค้ำจุนขนส่งของภายในประเทศ การประกันภัยเครื่องจักร การประกันภัยก่อสร้าง ติดตั้งเครื่องจักร ประกันภัยร้านค้า ธุรกิจขนาดย่อม ประกันภัยทรัพย์สิน อาคาร โรงแรม อื่นๆ การประกันภัยเงินทดแทนแรงงานและความรับผิดชอบ ของนายจ้าง ประกันอัคคีภัย การประกันภัยโจรกรรม การประกันภัยการเสี่ยงภัยทุกชนิด / ธุรกิจหยุดชะงัก การประกันภัยสินเชื่อการค้า การประกันภัยการเงิน การประกันภัยความรับผิดต่อสาธารณชน / บุคคลภายนอก การประกันภัยขนส่งสินค้าทางอากาศ ทะเล พัสดุภัณฑ์ การประกันภัยขนส่งสินค้าภายในประเทศ การประกันภัยค้ำจุนขนส่งของภายในประเทศ การประกันภัยเครื่องจักร การประกันภัยก่อสร้าง ติดตั้งเครื่องจักร ประกันภัยร้านค้า ธุรกิจขนาดย่อม ประกันภัยทรัพย์สิน อาคาร โรงแรม อื่นๆ การประกันภัยเงินทดแทนแรงงานและความรับผิดชอบ ของนายจ้าง

29 ๔.การประกันภัยวิศวกรรม 4.1 การประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญา (CONTRACT WORKS INSURANCE) งานทางด้าน วิศวกรรมโยธา และการก่อสร้างรวมทั้งวัสดุที่ใช้ ในการก่อสร้างและเครื่องจักรกล 4.2 การประกันภัยเครื่องจักร (MACHINERY INSURANCE) 4.3 การประกันภัยหม้อกำเนิดไอน้ำ (BOILER INSURANCE) 4.4 การประกันภัยคุ้มครองเครื่องมือก่อสร้าง (CONTRACTORS' EQUIPMENT INSURANCE) 4.5 การประกันภัยเครื่องอุปกรณ์อีเล็คโทรนิค (ELECTRONIC EQUIPMENT INSURANCE)

30 5.การประกันภัยรถยนต์ 5.1 การประกันภัยรถยนต์ (MOTOR INSURANCE) ให้ความคุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ที่เอา ประกันอันเนื่องมาจากการชนกัน คว่ำ ไฟไหม้ ถูก โจรกรรมทั้งคัน รวมคุ้มครองความรับผิดชอบต่อ ทรัพย์สินและชีวิตของบุคคลภายนอก รวมถึง อุบัติเหตุของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มี ประเภท Plus 5.2 การประกันภัยรถยนต์ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535

31 5.การประกันภัยรถยนต์ 5.1 การประกันภัยรถยนต์ (MOTOR INSURANCE) 5.2 การประกันภัยรถยนต์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ความเสียหายที่ได้รับความคุ้มครอง 1.ค่าเสียหายเบื้องต้น ไม่ต้องรอผลคดี ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 15,000 บาท ค่าปลงศพ 35,000 บาท หรือ กรณีมีการ รักษาพยาบาล ก่อนเสีย ชีวิต ไม่เกิน 50,000 บาท ร้องขอรับภายใน 180 วัน นับแต่วันที่เกิดเหตุ 2.ค่าเสียหายส่วนที่เกินเบื้องต้น/ค่าสินไหมทดแทน เมื่อผลคดีสรุป กรณีบาดเจ็บรวมเบื้องต้นไม่เกิน 50,000 บาท กรณีเสียชีวิต, สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร 100,000 บาท

32 คนทำประกัน เล่าเรื่อง จาก...รู้ไว้ใช่ว่า. ณ ที่นี้คงมีหลายท่านที่รู้สึกไม่ค่อยดีกับการ ประกันภัย รู้สึกไม่ดีกับบริษัทประกันภัย อาจรวมไปถึง ตัวแทนประกันด้วย แล้ว ท่าน นศ. จะแนะนำ ให้ ตนเอง ญาติ ๆ ทำ ประกันภัย หรือไม่ เพราะเหตุใด ??

33 ให้นศ. อภิปรายถึงการทำประกันภัย 1.นศ. ได้มีการทำประกันภัยอะไรๆไว้ บ้าง 2.จ่ายอะไรไป 3.ได้อะไรๆมา 4.รู้สึกอย่างไรกับการประกัน/ ประกันภัยนั้นๆ 5.ได้รับรู้/รู้สึกว่าได้ตามประเด็นการมี ประกันภัยหรือไม่? 6.คืออะไร บ้าง


ดาวน์โหลด ppt 4.ท่านได้ กู้กยศ.มาใช้ในชีวิตการศึกษา หรือไม่? กู้ / ไม่กู้ เพราะ ………………………… 5. ท่านคิดที่จะหา/มีบัตรเครดิต ให้กับตนเองไว้ใช้หรือไม่ ? สาเหตุเพราะ…………………………

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google