งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ต้นทุนของเงินทุน Chapter 11  แหล่งของเงินทุน (Sources of Capital)  Component Costs  ต้นทุนของเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC)  ค่าใช้จ่ายในการออกหลักทรัพย์ใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ต้นทุนของเงินทุน Chapter 11  แหล่งของเงินทุน (Sources of Capital)  Component Costs  ต้นทุนของเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC)  ค่าใช้จ่ายในการออกหลักทรัพย์ใหม่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ต้นทุนของเงินทุน Chapter 11  แหล่งของเงินทุน (Sources of Capital)  Component Costs  ต้นทุนของเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC)  ค่าใช้จ่ายในการออกหลักทรัพย์ใหม่ (Flotation Costs)  Adjusting for Risk 11-1

2 บริษัทจะหาแหล่งเงินทุนระยะยาวจาก ? Long-Term Capital Long-Term Debt Preferred Stock Common Stock Retained Earnings New Common Stock 11-2

3 การคำนวณต้นทุนของเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วง น้ำหนัก (Weighted Average Cost of Capital) WACC = w d r d (1 – T) + w p r p + w c r s  The w’s คือ สัดส่วนของโครงสร้างเงินลงทุนของ บริษัท  The r’s คือ ต้นทุนของเงินลงทุนแต่ละส่วน 11-3

4 นักวิเคราะห์ควรเน้นต้นทุนของเงินทุนก่อน ภาษี หรือ หลังภาษี?  ผู้ถือหุ้นจะให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดหลังหัก ภาษี ดังนั้นจึงควรเน้นที่ต้นทุนเงินลงทุนหลังภาษี เช่น ใช้ ต้นทุนของเงินทุนหลังภาษีในการหา WACC ซึ่งจะปรับเฉพาะต้นทุนจากการกู้ยืมเท่านั้น เนื่องจาก ดอกเบี้ยจ่ายสามารถนำไปหักภาษีได้ 11-4

5 นักวิเคราะห์ควรให้ความสำคัญกับ ต้นทุนในอดีต (historical (embedded) costs) หรือ ต้นทุนหน่วย สุดท้าย (new (marginal) costs)?  ต้นทุนของเงินทุนมักคำนวณเพื่อใช้ในการตัดสินใจ ในการระดมทุนเพิ่ม จึงควรให้ความสำคัญกับ marginal costs. 11-5

6 การถัวเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก? WACC = w d r d (1 – T) + w p r p + w c r s 11-6  ใช้ตัวเลขทางบัญชี หรือ มูลค่าทางตลาด ? (book vs. market weights)?  ใช้ตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงหรือโครงสร้างเงินลงทุนที่ ประมาณการณืไว้ (Actual numbers or target capital structure)?

7 ต้นทุนของหนี้ WACC = w d r d (1 – T) + w p r p + w c r s 11-7  r d ต้นทุนของหนี้สินหน่วยสุดท้าย  นิยมใช้ yield to maturity ของหนี้ระยะยาวในการ หา r d.  ทำไมจึงต้องปรับด้วยภาษี(tax-adjust) r d (1 – T)?

8 หุ้นกู้อายุ 15 ปี ให้ผลตอบแทน 12%ต่อปี จ่าย ดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง ขายที่ราคา $1, ต้นทุน จากการกู้ยืมโดยการขายหุ้นกู้ (r d ) คือ  หุ้นกู้ให้อัตราดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง ดังนั้น ต้นทุนจาก การกู้ คือ r d = 5.0% x 2 = 10%. INPUTS OUTPUT NI/YRPMTPVFV

9 ส่วนประกอบของ Cost of Debt  ดอกเบี้ยจ่ายสามารถนำมาหักภาษีได้ ดังนั้น A-T r d = B-T r d (1 – T) = 10%(1 – 0.40) = 6%  ใช้ nominal rate.  ต้นทุนจากการออกหุ้นใหม่ (Flotation costs) ต่ำ มาก จนไม่ต้องนำมาคำนวณ 11-9

10 ส่วนประกอบของ หุ้นบุริมสิทธิ์ Cost of Preferred Stock WACC = w d r d (1 – T) + w p r p + w c r s  r p คือ ต้นทุนหน่วยสุดท้ายของหุ้นบุริมสิทธิ์ ซึ่งเป็น ผลตอบแทนที่นกลงทุนต้องการได้รับจากการลงทุน ซื้อหุ้นบุริมสิทธิของบริษัท  เงินปันผลจากหุ้นบุริมสิทธิ์ไม่สามารถนำไปลดภาษีได้ จึงไม่ต้องปรับด้วย (tax adjustments)  การคำนวณข้างต้นไม่คำนึงถึง flotation costs ที่อาจ เกิดขึ้น

11 ต้นทุนของหุ้นบุริมสิทธิ์  ต้นทุนของบริษัทในการระดมทุนโดยออกหุ้นบุริม สิทธิ์ สามารถคำนวณได้ ดังนี้ r p = D p /P p = $10/$ = 9% 11-11

12 ในมุมของนักลงทุน หุ้นบุริมสิทธิ์มีความ เสี่ยง มาก/น้อย กว่า หนี้ ?  เสี่ยงมากกว่า เพราะบริษัทผู้ออกหุ้นบุริมสิทธ์ไม่ จำเป็นต้องจ่ายเงินปันผล (ไม่ใช่ภาระผูกพัน)  แต่ บริษัทผู้ออกหุ้นบุริมสิทธิ์จะพยายามจ่ายเงินปัน ผลหุ้นบุริมสิทธิ์ เพราะ  เพื่อให้สามารถจ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญได้  เพื่อไม่ให้การระดมทุนทุนเพิ่มครั้งต่อไป ประสบ ปัญหา  ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์อาจมีอำนาจในการควบคุมบริษัท 11-12

13 ทำไมผลตอบแทนจากการลงทุนให้หุ้นบุริม สิทธิ์ต่ำกว่าผลตอบแทนจากการให้กู้  หุ้นบุริมสิทธิ์ส่วนใหญ่จะให้ผลตอบแทนก่อนภาษีต่ำ กว่าการปล่อยกู้  บริษัทส่วนใหญ่มักลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิ์เพราะ 70% ของเงินปันผลจากหุ้นบุริมสิทธิไม่นับรวมในภาษี  เพราะหุ้นบุริมสิทธิ์มีความเสี่ยงสูงกว่าหนี้ ดังนั้น ผลตอบแทนหลังภาษีของผู้ซื้อหุ้นและต้นทุนของผู้ ออกหุ้นฯจึงสูงกว่าหนี้ 11-13

14 ส่วนประกอบของต้นทุนของหุ้นสามัญ Component Cost of Equity WACC = w d r d (1 – T) + w p r p + w c r s  r s คือ ต้นทุนหน่วยสุดท้ายของหุ้นสามัญโดยใช้ กำไรสะสม  อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการลงทุนใน หุ้นสามัญที่ออกใหม่ คือ r e.

15 ทำไมกำไรสะสมจึงมีต้นทุน? Why is there a cost for retained earnings?  กำไรสามารถนำไปลงทุนต่อ(reinvested ) หรือ นำไปจ่ายปันผลได้.  สามารถนำไปลงทุนซื้อตราสารทางการเงินที่ให้ ผลตอบแทน  ถ้าบริษัทตัดสินใจเก็บกำไรไว้ จะมีต้นทุนค่าเสีย โอกาส (ผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นควรได้รับจากการ ลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงเท่ากัน)  นักลงทุนควรซื้อหุ้นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันและได้ ผลตอบแทน r s  บริษัทควรซื้อหุ้นของบริษัทกลับคืน (repurchase) เพื่อให้ได้รับผลตอบแทน r s 11-15

16 วิธีในการคำนวณ ต้นทุนของหุ้นสามัญ r s  CAPM: r s = r RF + (r M – r RF )b  DCF:r s = (D 1 /P 0 ) + g  Own-Bond-Yield-Plus-Risk-Premium: r s = r d + RP 11-16

17 การหาต้นทุนของหุ้นสามัญ โดยการใช้วิธี CAPM r RF = 7%, RP M = 6%, และ betaของบริษัท คือ 1.2 r s = r RF + (r M – r RF )b = 7.0% + (6.0%)1.2 = 14.2% 11-17

18 D 0 = $4.19, P 0 = $50, g = 5. D 1 = D 0 (1 + g) = $4.19( ) = $ r s = (D 1 /P 0 ) + g = ($4.3995/$50) = 13.8% การหาต้นทุนของหุ้นสามัญ โดยการใช้วิธี DCF Approach

19 สามารถใช้วิธี DCF ในการคำนวณต้นทุนของหุ้น สามัญได้หรือไม่ ถ้า g ไม่เพิ่มขึ้นในอัตราคงที่?  ได้ โดยหุ้นที่ g เพิ่มขึ้นในอัตราไม่คงที่จะถูก กำหนดให้มี g คงที่ ในช่วงระยะเวลาประมาณ 5 – 10 ปี  แต่อาจคำนวณได้ยากและซับซ้อน 11-19

20 r d = 10% และ RP = 4.  RPของวิธีนี้ ไม่เท่ากับRP M ของ CAPM r s = r d + RP r s = 10.0% + 4.0% = 14.0% การหา r s โดยใช้วิธี Own-Bond-Yield-Plus- Risk-Premium Method

21 การคำนวณ r s ในวิธีใดที่สมเหตุสมผล ที่สุด? วิธี คำนวณได้ CAPM 14.2% DCF 13.8% r d + RP 14.0% เฉลี่ย 14.0% 11-21

22 ทำไมต้นทุนทางการเงินจากการใช้กำไรสะสม จึงต่ำกว่าต้นทุนจากการออกหุ้นใหม่?  หากบริษัทระดมทุนโดยการออกหุ้นใหม่ จะมีต้นทุน จากการออกหุ้นใหม่ (flotation costs)ที่ต้องจ่า ให้แก่ตัวแทนจำหน่าย (underwriter)  การออกหุ้นใหม่อาจจะส่งสัญญาณที่ไม่ดีต่อตลาด ซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นต่ำลง 11-22

23 ถ้าออกหุ้นสามัญเพิ่มทำให้เกิดflotation cost จากการดำเนินการ 15% r e จะเป็น? 11-23

24 Flotation Costs  Flotation costs ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของบริษัทและ ประเภทของเงินที่บริษัทระดมทุน  หุ้นสามัญจะมี Flotation costs สูงที่สุด อย่างไรก็ ตาม บริษัทส่วนใหญ่ไม่ค่อยระดมทุนโดยการออก หุ้นสามัญ ต้นทุนในส่วนนี้ต่อโครงการจึงไม่มากนัก  ในการคำนวณ WACC มักไม่คำนึงถึง flotation costs 11-24

25 WACC ของบริษัทจะเป็นเท่าไหร่ หากไม่ คำนึงถึง flotation costs? WACC= w d r d (1 – T) + w p r p + w c r s = 0.3(10%)(0.6) + 0.1(9%) + 0.6(14%) = 1.8% + 0.9% + 8.4% = 11.1% 11-25

26 ปัจจัยที่มีผลต่อส่วนต่างๆใน WACC ของ บริษัท  สภาวะตลาด (Market conditions)  โครงสร้างเงินลงทุนของกิจการ (The firm’s capital structure)และนโยบายการจ่ายเงินปันผล  นโยบายการลงทุนของกิจการ โดยบริษัทที่มี โครงการที่มีความเสี่ยงสูงมักมี WACC ที่สูง 11-26

27 บริษัทควรใช้ WACC เป็น อัตราผลตอบแทนขั้นต่ำที่ ได้รับ (hurdle rate) ของแต่ละโครงการ?  ไม่ควร เพราะ WACC สะท้อนเฉพาะความเสี่ยง โดยรวมของโครงการทั้งหมด ดังนั้น WACC จึง สะท้อนอัตราผลตอบแทนขั้นต้ำที่ควรได้รับของ โครงการโดยทั่วไป ณ ความเสี่ยงที่เฉลี่ยแล้ว  โครงการที่แตกต่างกันย่อมมีความเสี่ยงที่ต่างกัน ด้วย WACC ควรมรการปรับเพื่อให้สะท้อนความ เสี่ยงของแต่ละโครงการ 11-27


ดาวน์โหลด ppt ต้นทุนของเงินทุน Chapter 11  แหล่งของเงินทุน (Sources of Capital)  Component Costs  ต้นทุนของเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC)  ค่าใช้จ่ายในการออกหลักทรัพย์ใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google