งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การนำเสนอข้อมูล ออกมาในรูปแบบรายงานผล การฝึกงาน จึงมี บทที่ 1 2 3 4….ไปจบ สรุป.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การนำเสนอข้อมูล ออกมาในรูปแบบรายงานผล การฝึกงาน จึงมี บทที่ 1 2 3 4….ไปจบ สรุป."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การนำเสนอข้อมูล ออกมาในรูปแบบรายงานผล การฝึกงาน จึงมี บทที่ 1 2 3 4….ไปจบ สรุป

2 2 Service science is different, because it integrates… Many say that “service science is just ___ ____” Most like general systems theory (abstract) and systems engineering (applied) A Service System is Complex Operations Research … Industrial Engineering Systems Engineering Organization TheoryEconomics & LawMulti-agent SystemsInformation ManagementGame TheoryManagement ScienceMngmnt of Info Sys (MIS) General Systems Theory AnthropologyCS/Artificial IntelligencesInformation ScienceSocial Science/ Poli-SciCognitive Science/PsychMarketingOperations Mngmnt …Queuing Theory

3 , each discipline interprets the whole in terms of the part it touches... (trunk = house, tusk = spear, leg = tree, belly = boulder, tail = rope).  Most disciplines specialize…  Service science integrates  Service system entities  are dynamic configurations of resources…  people, technology, organizations, shared information (e.g., language, laws, measures, models, processes, policies, relationships, rights, etc.)  connected to other service system entities by value propositions for the purpose of value- cocreation relationships, with governance mechanisms for dispute resolution.

4

5 ข้อมูลทั่วไปของหมู่บ้าน  หมู่บ้านวังวน หมู่ที่ 1 ตำบลวังวน อำเภอ พรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก มีจำนวนบ้าน 103 หลังคาเรือน โรงเรียน 1 แห่ง คือ โรงเรียนวังวน วัด 1 แห่ง คือ วัดวังวน หมู่บ้านตั้งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลชุมประมาณ 16 กิโลเมตร ลักษณะถนนเป็นถนนลาดยาง ตลอดทาง  ที่ตั้งอาณาเขต  ทิศเหนือ ติดกับ หมู่ 10 บ้านวังไม้ แก่น  ทิศตะวันออกติดกับ ตำบล มะต้อง  ทิศตะวันตก ติดกับ หมู่ 5 บ้านดงมะกรูด  ทิศใต้ติดกับ หมู่ 4 บ้านวังสะตือ

6 ประวัติศาสตร์ชุมชน  เดิมที ชาวบ้านที่มาตั้งถิ่นฐานเป็นกลุ่มแรกมี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ภาษาที่ใช้เป็น ภาษาถิ่นของจังหวัดนครปฐม ซึ่งชาวบ้านแรก กันว่า “ ลาวคั่ง “ ชาวบ้านกลุ่มนี้ได้ออกเดินทาง จากจังหวัดนครปฐมโดยใช้เกวียนเป็นพาหนะ จน มาพบคลองธรรมชาติที่มีลักษณะวกวนและคด เคี้ยวไปมาเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์เป็น แรงจูงใจให้มีการตั้งรกรากถิ่นฐานอยู่ที่หมู่บ้าน แห่งนี้ ชุมชนแห่งนี้ก็เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า “ ชุมชนคลองวน “ ตามลักษณะของคลองที่พบ ต่อมาทางราชการเริ่มเข้ามาพัฒนาชุมชนและ เปลี่ยนชื่อเป็น “ บ้านวังวน “ ในปัจจุบัน

7 การปกครองของหมู่บ้าน  ผู้ใหญ่บ้าน นายดอกรักจันทร์ส่งสิงห์  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายแสน สระทองคำ ผชญ. ฝ่ายปกครอง นายบุญนาค คงเกตุ ผชญ. ฝ่ายรักษาความ สงบ  สมาชิกองค์การบริหารส่วน ตำบล นายกฤษณพงษ์ เกตุมะ นายจันที ทองระย้า

8

9 ข้อมูลเชิงปริมาณ  ประชากรทั้งหมด 233 คน เป็นชาย 109 คน เป็นหญิง 124 คน  การศึกษาส่วนใหญ่ อยู่ในระดับ ประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 70.82  อาชีพส่วนใหญ่เกษตรกรรม คิดเป็นร้อยละ 37.34  รายได้ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 1-5000 บ./ ด คิดเป็นร้อย ละ 35.71  สถานภาพสมรส ส่วนใหญ่ มีคู่ คิดเป็นร้อยละ 54.51  โรคประจำตัว ส่วนใหญ่เป็นระบบโลหิตและหลอดเลือด คิดเป็นร้อยละ 38.46  สิทธิการรักษาพยาบาล ส่วนใหญ่มีบัตรทองร้อยละ 93.99

10 การกำหนด / ระบุและการจัดลำดับ ความสำคัญของปัญหาชุมชนวัง วน  หลักการระบุปัญหา ( Problem Definition )  ระบุปัญหาที่พบในชุมชนบ้านวัง วน  หลักการจัดลำดับความสำคัญของ ปัญหา (Problems Priority setting )  ผลจัดลำดับความสำคัญของ ปัญหาที่พบในชุมชนบ้านวังวน

11 หลักการระบุปัญหา ( Problem Definition )  1. การระบุปัญหาโดยใช้หลักของ 6 D  2.การระบุปัญหาโดยใช้เปรียบเทียบ กับเกณฑ์ หรือค่ามาตรฐานสากล  3.การระบุปัญหาโดยใช้กระบวนการ กลุ่ม(Nominal group process)

12 หลักการระบุปัญหา ( Problem Definition ) 1. การระบุปัญหาโดยใช้หลักของ 6 D ประกอบด้วย  ตาย(Death)  พิการ/การไร้ความสามารถ (Disability)  โรค(Disease)  ความไม่สุขสบาย(Discomfort)  ความไม่พึงพอใจ (Dissatisfaction) และ  ข้อบกพร่อง/ขาดแคลน (Defect)

13 การได้ปัญหาตาม6Dมาดังนี้ 1. ตาย (Death) 2. พิการ/การไร้ความสามารถ (Disability) 3. โรค(Disease) 4. ความไม่สุขสบาย(Discomfort) 5. ความไม่พึงพอใจ (Dissatisfaction) และ 6. ข้อบกพร่อง/ขาดแคลน (Defect) See..\..\..\Epi09\Epi009\บท2ความรุนแรงอุบส.6DและIcebergNew.ppt..\..\..\Epi09\Epi009\บท2ความรุนแรงอุบส.6DและIcebergNew.ppt

14 ปัญหาสุขภาพ/อุบัติการณ์สุขภาพของชุมชน จาก ธรรมชาติการเกิดโรคในชุมชน  Dissatisfaction Defect Discomfort  Disease  Death  Disability ธรรมชาติการเกิดโรคในชุมชน  1.ระยะมีความไวต่อการเกิด โรค/อุบัติการณ์สุขภาพ ( Susceptibility/Risk Stage)  2.ระยะก่อนเกิดโรค/ อุบัติการณ์สุขภาพ ( Pre-clinical Stage)  3.ระยะเกิด/ปรากฏ/มี อาการ/การแสดงโรค/ อุบัติการณ์สุขภาพ ( Clinical Stage)  4. ระยะผลหลังเกิด โรค/อบส. (E ffective Stage)

15 หลักการระบุปัญหา ( Problem Definition )  1. การระบุปัญหาโดยใช้หลักของ 6 D ประกอบด้วย ตาย(Death) พิการ/การไร้ ความสามารถ (Disability) โรค(Disease) ความ ไม่สุขสบาย(Discomfort) ความไม่พึงพอใจ (Dissatisfaction) และข้อบกพร่อง/ขาดแคลน (Defect) เช่น  ครัวเรือนมีการกำจัดขยะไม่ถูกต้อง  ประชาชน ม.4ขาดสารไอดีน  พิการจากอุบัติเหตุ  โรคอุจจาระ  ไข้เลือดออก  การใช้ ยาชุดยาสมุนไพรปลอมปน

16 หลักการระบุปัญหา (Problem Definition )  2.การระบุปัญหาโดยใช้เปรียบเทียบกับ เกณฑ์ หรือค่ามาตรฐานสากล ซึ่งเป็น ค่าตังเลขที่แสดงถึงเป้าหมายว่าต้องการ ให้ชุมชนมีสุขภาพอยู่ในระดับใด  อัตราป่วย DHF 12 ต่อพันปชก.  การกำจัดขยะร้อยละ85 ของครัวเรือน  การได้รับวัคซีน ร้อยละ 15 ของเด็ก<12 ปี  พิการจากอุบัติเหตุ อัตรา 90 ต่อพันปชก.  ประชาชนม.4ขาดสารไอดีน ร้อยละ 32 ของปชก.  การใช้ ยาชุดยาสมุนไพรปลอมปน30%คร.

17 ดัชนีอนามัย Health Index ความหมายเครื่องบ่งชี้ / ตัวชี้วัดถึงสุข ภาวะของประชากรมนุษย์หรือของคนใน ชุมชน จะวัดออกมาเป็นปริมาณในรูปอัตรา อัตราส่วน และสัดส่วน ทำให้สามารถ บ่งชี้ถึงความถี่ของการเกิดอุบัติการณ์ สุขภาพ ความเสี่ยงที่มีตามสาเหตุจาก การเจ็บป่วย พิการ การตาย การ ให้บริการอนามัยชุมชน

18 ความสำคัญใช้ประกอบ การศึกษาเกี่ยวกับ การกระจายของโรค หรือ การกระจาย ของปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคใน ชุมชน  อัตรา อุบัติการณ์ (Incidence rate)  อัตราความชุก (Prevalence rate)  อัตราตาย (Mortality rate) ดัชนีอนามัย Health Index

19  ดัชนีอนามัยเกี่ยวกับการตาย (Mortality /Death)  1. อัตราการตายอย่างหยาบ ( Crude Death Rate) นิยาม : อัตราตายอย่างหยาบเป็นการวัดจำนวนคนตายทั้งหมด ด้วยทุกสาเหตุในชุมชนใน ช่วงเวลาหนึ่งต่อจำนวนประชากร ทั้งหมด / กลางปี ในช่วงเวลาเดียวกัน สูตร CDR = x * k y เมื่อ x = จำนวนตายทั้งหมดในปีที่กำหนด y = ประชากรกลางปีนั้น k = 1,000  ดัชนีอนามัย Health Index

20 ดัชนีอนามัยเกี่ยวกับการป่วย (Morbidity / Diseases) ความชุกของอุบัติการณ์สุขภาพ ( โรค กลุ่ม อาการ บาดเจ็บ อุบัติเหตุ พิการ ) 2.2) อัตราความชุกของโรคในช่วงเวลาหนึ่ง period prevalence rate = x * k y เมื่อ x = จำนวนผู้ป่วยทุกราย ( ทั้งเก่าและใหม่ ) ในช่วงเวลาหนึ่ง (1 เดือน หรือ 1,3,5 ปี ) y = ประชากรเฉลี่ยในช่วงเวลานั้น k = 100, 1,000 หรือ 100,000 ดัชนีอนามัย Health Index

21 3. สัดส่วน (Proportions) = X * k y = ตัวตั้ง * 100 --  ร้อยละ ตัวหาร ดัชนีอนามัย Health Index

22 3. สัดส่วน (Proportions) = X * k y = ตัวตั้ง * 100 --  ร้อยละ ตัวหาร เช่น 1. สัดส่วนนศ. ชายปวส 62 ร้อยละ 18 2. นศ. หญิง ปวส 62 ร้อยละ 82 3. สัดส่วนผู้ป่วยตายด้วยไข้หวัดใหญ่ ร้อยละ 70 4. ร้อยละของครัวเรือนกำจัดขยะไม่ถูกสุขลักษณะ 35 5. อุบัติเหตุจากมอเตอร์ไซด์ ร้อยละ 60 ของประชากร ดัชนีอนามัย Health Index

23  3.การระบุปัญหาโดยใช้กระบวนการกลุ่ม (Nominal group process) โดยให้ ชุมชนหรือผู้นำชุมชน หรือประชาคมมี ส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยตนเองว่า อะไรเป็นปัญหาของชุมชน  ยากจน มีหนี้สิน  ติดสารเสพติด และการพนัน  การหย่าร้าง และทอดทิ้งครอบครัว  ขาดแหล่งน้ำทำอาชีพ  ฝุ่น กลิ่นรบกวน หลักการระบุปัญหา (Problem Definition )

24 ระบุปัญหาที่พบในชุมชนบ้านสมอ แข  ปัญหาที่ 1. ประชาชนในหมู่บ้านมีภาวะ เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษจากการใช้ สารเคมีในการประกอบอาชีพ  ปัญหาที่ 2. ครัวเรือนมีการกำจัดขยะ อย่างไม่ถูกต้อง  ปัญหาที่ 3. ประชาชนมีพฤติกรรมเสี่ยง จากการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์  ปัญหาที่ 4. ปัญหาหนี้สิน

25 3. สัดส่วน (Proportions) = X * k y = ตัวตั้ง * 100 --  ร้อยละ ตัวหาร เช่น 1. สัดส่วนนศ. ชายปวส 62 ร้อยละ 18 2. นศ. หญิง ปวส 62 ร้อยละ 82 3. สัดส่วนผู้ป่วยตายด้วยไข้หวัดใหญ่ ร้อยละ 70 4. ร้อยละของครัวเรือนกำจัดขยะไม่ถูกสุขลักษณะ 35 5. อุบัติเหตุจากมอเตอร์ไซด์ ร้อยละ 60 ของประชากร ดัชนีอนามัย Health Index

26 สรุป หลักการระบุปัญหา ( Problem Definition )  1. การระบุปัญหาโดยใช้หลักของ 6 D ประกอบด้วย ตาย(Death) พิการ/การไร้ ความสามารถ (Disability) โรค(Disease) ความไม่สุขสบาย (Discomfort) ความไม่พึง พอใจ (Dissatisfaction) และ ข้อบกพร่อง/ขาดแคลน (Defect)  2.การระบุปัญหาโดยใช้เปรียบเทียบกับเกณฑ์ หรือค่ามาตรฐานสากล ซึ่งเป็นค่าตังเลขที่แสดง ถึงเป้าหมายว่าต้องการให้ชุมชนมีสุขภาพอยู่ใน ระดับใด  3.การระบุปัญหาโดยใช้กระบวนการกลุ่ม (Nominal group process) โดยให้ชุมชนหรือ ผู้นำชุมชน หรือประชาชนมีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจด้วยตนเองว่าอะไรเป็นปัญหาของชุมชน

27  เหมาะสม คือ ได้โดยไม่มีความ ลำเอียงBias ของผู้ดำเนินการ  จึงต้องมี หลักเกณฑ์ และวิธีการ

28

29 หลักการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา (Problems Priority setting ) ตามแนวทางของภาควิชาบริหาร สาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  ซึ่งใช้วิธีของ WHO 4 Criteria/ level score  ใช้วิธีของกระบวนการ กลุ่ม (Nominal group process)-ประชาคม

30 จัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่พบบ้านวังวน

31 หลักการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา (Problems Priority setting )  ใช้วิธีของคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล โดย กำหนด หลักเกณฑ์ ที่นำมาใช้พิจารณา นิยม *I ขนาด (Size of Problem -Prevalent Rate) **II ความร้ายแรงPbl( Severity Problem) ***III ความยากง่ายในการแก้ไข(Feasibility) IV* ความตระหนัก /วิตกกังวล/ต้องการมีส่วน ร่วม(Comm. Concern) เหมือนนำมาใช้ คัด Miss Thailand Universe.

32 หลักการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา (Problems Priority setting )  ใช้วิธีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หลักเกณฑ์ ที่นำมาใช้ พิจารณา นิยม 1. ขนาด ( Size of Problem - Prevalent Rate) ใช้เกณฑ์ ให้คะแนน ตาม สภาพจริงที่พบ คือ Rate ที่ออกมาเป็น ร้อยละ โดย 0.01 - 25 % ให้ คะแนน Pนั้นๆ = 1 คะแนน 25.01- 50% ให้ คะแนน Pนั้นๆ = 2 คะแนน 50.01 - 75 % ให้ คะแนน Pนั้นๆ = 3 คะแนน < 75 % ให้ คะแนน Pนั้นๆ = 4 คะแนน ** นำมาให้ คะแนน คนสวย Miss Thailand Universe. แต่ละคน ไม่ลำเอียง แน่ๆได้ให้ตามน้ำหนัก ความสวยของ.... ที่มีอยู่

33 หลักการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา (Problems Priority setting )  ใช้วิธีโดย หลักเกณฑ์ ที่นำมาใช้ พิจารณา 2.ความร้ายแรงของปัญหา ( Severity Problem) ตามลักษณะที่พบ จริงของธรรมชาติDsของชุมชนนี้ คือ  อยู่ในภาวะ เสี่ยง ให้คะแนน Dนั้นๆ = 1 คะแนน  พบอยู่ในระยะฟักตัว ให้ คะแนน Dนั้นๆ = 2 คะแนน  พบอยู่ในระยะมีอาการ (อ่อน กลาง รุนแรง) ให้ คะแนน Dนั้นๆ = 3 คะแนน  พบว่า ตาย หาย ฟื้น ให้ คะแนน Dนั้นๆ = 4 คะแนน นำมาใช้ ให้ คะแนน คนสวย Miss Thailand Universe. ตามความเฉียบขาด มาด คสวย

34 หลักการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา (Problems Priority setting )  ใช้วิธี หลักเกณฑ์ ที่นำมาใช้ พิจารณา 3. ความยากง่ายในการแก้ไข(Feasibility) ให้ผู้เชี่ยวชาญ/ผู้รับผิดชอบDเหล่านั้น พิจารณาว่า มีเทคนิค วิธีการ นโยบาย กฎระเบียบ กำลังคน ทรัพยากรที่มี เวลา นำมาให้คะแนน สรุปว่า ง่ายมากให้คะแนนDนั้นๆ = 4 คะแนน ง่าย ให้คะแนน D นั้นๆ = 3 คะแนน ยาก ให้คะแนน D นั้นๆ = 2 คะแนน ยากเป็นที่สุด ให้คะแนน D นั้นๆ = 1 คะแนน นำมาใช้ ให้คะแนนสาวสวย Miss Thailand Universe.คน ไหนเจ๋ง แคล่วคล่อง Work

35 หลักการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา (Problems Priority setting )  ใช้วิธี หลักเกณฑ์ ที่นำมาใช้ พิจารณา 4. ความตระหนัก /วิตกกังวล/ต้องการมีส่วน ร่วม(Comm. Concern) โดย ประชาคม ด้วยการนำเสนอ ข้อมูล ให้ ชุมชนที่มาชุมชน ร่วมเลือกจะแก้ไข D ใดๆ บ้าง *เสนอแนะ ว่า เลือกแล้ว เลือกอีกได้ 0.01 - 25 % ให้ คะแนน D นั้นๆ = 1 คะแนน 25.01- 50% ให้ คะแนน D นั้นๆ = 2 คะแนน 50.01 - 75 % ให้ คะแนน D นั้นๆ = 3 คะแนน < 75 % ให้ คะแนน D นั้นๆ = 4 คะแนน นำมาใช้ คัด Miss Thailand Universe. ขวัญใจปชช. ขวัญใจ สื่อมวลชน Popular Vote

36 สรุป หลักการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา (Problems Priority setting )  ใช้วิธีของภาควิชาบริหารสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  ใช้วิธีของกระบวนการกลุ่ม(Nominal group process) เช่น Social Civil ประชาคม

37

38 การจัดลำดับความสำคัญของ ศักยภาพชุมชน ศักยภาพชุมชนขน าด สมร รถภ าพ ความ ยาก - ง่าย ชุมชน ต้องการมี ส่วนร่วม รวม คะแ นน มีผู้สูงอายุยืน ยาน ปราชญ์ชุมชน หลากด้าน ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง ด้านอาชีพ เกษตรปลอดสาร จบการศึกษาสูง กว่ามัธยมฯ

39

40

41

42

43 สวัสดี


ดาวน์โหลด ppt การนำเสนอข้อมูล ออกมาในรูปแบบรายงานผล การฝึกงาน จึงมี บทที่ 1 2 3 4….ไปจบ สรุป.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google