งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

บทที่ ๒ ผลแห่งหนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พรรณรายรัตน์ ศรีไชยรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "บทที่ ๒ ผลแห่งหนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พรรณรายรัตน์ ศรีไชยรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 บทที่ ๒ ผลแห่งหนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พรรณรายรัตน์ ศรีไชยรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

2 สิทธิของเจ้าหนี้ สิทธิในการบังคับชำระหนี้ สิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทน สิทธิในการบอกปัดไม่รับชำระหนี้ และ สิทธิในการควบคุมดูแลและสงวนไว้ซึ่งทรัพย์สินของ ลูกหนี้

3 สิทธิในการบังคับชำระหนี้ มาตรา 194 ด้วยอำนาจแห่งมูลหนี้ เจ้าหนี้ย่อมมี สิทธิจะเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ อนึ่งการชำระหนี้ ด้วยงดเว้นการอันใดอันหนึ่งก็ย่อมมีได้

4 คำพิพากษาฎีกาที่ 2380/2542 โจทก์จำเลยตกลง กันด้วยวาจาให้โจทก์มีสิทธิเก็บกินในที่ดินและสิ่ง ปลูกสร้างตลอดชีวิตของโจทก์ เพื่อเป็นการตอบแทน ในการที่โจทก์ยกที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นให้แก่ จำเลยซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ จำเลยจะมีผลประโยชน์ จากสิ่งปลูกสร้างโดยได้เงินกินเปล่าจากผู้เช่า ส่วน โจทก์มีรายได้เฉพาะการเก็บค่าเช่าเท่านั้น

5 คำพิพากษาฎีกาที่ 2380/2542 (ต่อ) ข้อตกลง ดังกล่าวเป็นข้อตกลงพิเศษอย่างสัญญาต่างตอบแทน ก่อให้เกิดบุคคลสิทธิแก่โจทก์ในอันที่จะเรียกร้องให้ จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิเก็บกินนั้นตราบใดที่จำเลย ผู้เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยังมิได้โอนที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างนั้นให้แก่บุคคลอื่น โจทก์ย่อมมี อำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนสิทธิเก็บ กินได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 1/2542)

6 ประเด็นสำคัญ ก. เงื่อนไขในการบังคับชำระหนี้ ข. วิธีการในการบังคับชำระหนี้ และ ค. ขอบเขตในการบังคับชำระหนี้

7 ก. เงื่อนไขในการบังคับชำระหนี้ (ก) หนี้นั้นถึงกำหนดชำระแล้ว (ข) ลูกหนี้ละเลยไม่ชำระหนี้ และ (ค) หนี้นั้นเป็นหนี้ที่เจ้าหนี้สามารถเรียกให้ลูกหนี้ ชำระหนี้ได้

8 (ก) หนี้นั้นถึงกำหนดชำระแล้ว หนี้ถึงกำหนดชำระเมื่อไหร่

9 มาตรา 203 วรรคหนึ่ง ถ้าเวลาอันจะพึงชำระหนี้ นั้นมิได้กำหนดลงไว้ หรือจะอนุมานจากพฤติการณ์ ทั้งปวงก็ไม่ได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ ชำระหนี้ได้โดยพลัน และฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระ หนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน

10 = การถึงกำหนดชำระแห่งหนี้ เกิดขึ้น ได้ 3 กรณี 1. ถึงกำหนดตามเวลาที่ได้กำหนดไว้ 2. อนุมานจากพฤติการณ์ทั้งปวง 3. ชำระหนี้โดยพลัน

11 1. ถึงกำหนดตามเวลาที่ได้กำหนดไว้

12 คำพิพากษาฎีกาที่ 2165/2537 กำหนดเวลาชำระ หนี้ไว้เฉพาะเดือนและปีคือเดือนเมษายน 2531 เช่นนี้จึงจะถือว่าวันที่กำหนดตามสัญญาเป็นวันที่ 29 เมษายน 2531 ซึ่งตรงกับวันศุกร์อันเป็นการ กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทินตาม ป. พ.พ. มาตรา 204 ไม่ได้

13 ปัญหา เจ้าหนี้จะสามารถเรียกให้ชำระหนี้ก่อนถึงกำหนด ดังกล่าวได้หรือไม่ หรือ ลูกหนี้จะสามารถชำระหนี้ก่อนถึงกำหนดดังกล่าวได้ หรือไม่

14 มาตรา 203 วรรคสอง ถ้าได้กำหนดเวลาไว้ แต่ หากกรณีเป็นที่สงสัย ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระหนี้ก่อนถึงเวลานั้นหาได้ไม่ แต่ฝ่ายลูกหนี้จะชำระหนี้ก่อนกำหนดนั้นก็ได้

15 ปัญหา ทำความตกลงยกเว้นมาตรา 203 วรรคสอง ได้ หรือไม่ = กำหนดเวลาไว้ แต่ตกลงกันว่าเจ้าหนี้จะเรียกให้ ชำระหนี้เมื่อไหร่ก็ได้หรือ กำหนดเวลาไว้ แต่ตกลงกันว่าลูกหนี้จะชำระหนี้ ก่อนกำหนดนั้นไม่ได้

16 2. อนุมานเอาจากพฤติการณ์ต่างๆ

17 คำพิพากษาฎีกาที่ 599/2535 จำเลยยืมปุ๋ยและของ อื่นไปจากโจทก์เพื่อใช้ในการทำใบยาสูบ

18 3. กรณีเจ้าหนี้เรียกให้ชำระหนี้ได้โดย พลัน

19 เมื่อหนี้ถึงกำหนดแล้ว เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวให้ ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนฟ้องหรือไม่

20 คำพิพากษาฎีกาที่ 1137/2540 หนี้เงินกู้ไม่ได้ กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ โจทก์จะบอกกล่าวเพื่อให้ เวลาแก่จำเลยหรือไม่ก็ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 203 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องได้ แม้ไม่ได้บอกกล่าวจำเลย ให้ชำระหนี้

21 ข้อยกเว้น: เจ้าหนี้เรียกให้ชำระหนี้ได้ ก่อน หนี้ถึงกำหนดชำระ มาตรา 193 มาตรา 218 วรรคหนึ่ง มาตรา 663 มาตรา 1754 วรรคสาม

22 (ข) ลูกหนี้ละเลยไม่ชำระหนี้ มาตรา 213 วรรคหนึ่ง ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระ หนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระ หนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำ เช่นนั้นได้

23 “ละเลย”

24 (ค) เป็นหนี้ที่เจ้าหนี้สามารถเรียกให้ลูกหนี้ ชำระหนี้ได้ 1. ต้องเป็นหนี้ในแพ่ง และ 2. การชำระหนี้ไม่ตกเป็นพ้นวิสัย

25 1. ต้องเป็นหนี้ในแพ่ง หนี้ในแพ่ง (บังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้) หนี้ในธรรม (บังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ไม่ได้)

26 2. การชำระหนี้ไม่ตกเป็นพ้นวิสัย impossibilium nulla est obligation

27 มาตรา 219 ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย เพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นภายหลังที่ ได้ก่อหนี้ และซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบนั้นไซร้ ท่านว่าลูกหนี้เป็นอันหลุดพ้นจากการชำระหนี้นั้น ถ้าภายหลังที่ได้ก่อหนี้ขึ้นแล้วนั้น ลูกหนี้ กลายเป็นคนไม่สามารถจะชำระหนี้ได้ไซร้ ท่านให้ ถือเสมือนว่าเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้การชำระหนี้ตก เป็นอันพ้นวิสัยฉะนั้น

28 ข. วิธีการบังคับชำระหนี้ มาตรา 213 วรรค 1 ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำ เช่นนั้นได้

29 มาตรา 213 วรรค 2 เมื่อสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่อง ให้บังคับชำระหนี้ได้ ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้ กระทำการอันหนึ่งอันใด เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้ สั่งบังคับให้บุคคลภายนอกกระทำการอันนั้นโดยให้ ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่ายให้ก็ได้ แต่ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็น อันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งไซร้ ศาลจะ สั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ของลูกหนี้ก็ได้

30 มาตรา 213 วรรค 3 ส่วนหนี้ซึ่งมีวัตถุเป็นอันจะให้ งดเว้นการอันใด เจ้าหนี้จะเรียกร้องให้รื้อถอนการที่ ได้กระทำลงแล้วนั้นโดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่าย และ ให้จัดการอันควรเพื่อกาลภายหน้าด้วยก็ได้ มาตรา 213 วรรค 4 อนึ่งบทบัญญัติในวรรค ทั้งหลายที่กล่าวมาก่อนนี้ หากระทบกระทั่งถึงสิทธิที่ จะเรียกเอาค่าเสียหายไม่

31 ขั้นตอนการบังคับชำระหนี้ โจทก์ ศาล พิจารณาคดี พิพากษา ออกคำบังคับ จำเลย ออกหมายบังคับคดี ยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์

32 ค. ขอบเขตการบังคับชำระหนี้ มาตรา 214 ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา 733 เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะให้ชำระหนี้ของตนจาก ทรัพย์สินของลูกหนี้จนสิ้นเชิง รวมทั้งเงินและ ทรัพย์สินอื่น ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกค้างชำระแก่ลูกหนี้ ด้วย

33 2. สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน ก. เงื่อนไขในการใช้สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน ข. ประเภทของค่าสินไหมทดแทนที่เรียกได้ ค. ข้อจำกัดสิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทน และ ง. สิทธิในการเรียกดอกเบี้ย

34 ก. เงื่อนไขในการใช้สิทธิเรียกค่าสินไหม ทดแทน (ก) ลูกหนี้ละเลยไม่ชำระหนี้ หรือไม่ชำระหนี้ให้ ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ หรือ การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย (ข) เจ้าหนี้ได้รับความเสียหาย (ค) เป็นความผิดของลูกหนี้หรือเป็นพฤติการณ์ที่ ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ (ดูมาตรา 213 มาตรา 215 และมาตรา 218)

35 มาตรา 213 “ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้... อนึ่งบทบัญญัติในวรรคทั้งหลายที่กล่าวมา ก่อนนี้ หากระทบกระทั่งถึงสิทธิที่จะเรียกเอา ค่าเสียหายไม่

36 มาตรา 215 เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความ ประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอา ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การ นั้นก็ได้ มาตรา 218 ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยจะทำ ได้เพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ต้อง รับผิดชอบไซร้ ท่านว่าลูกหนี้จะต้องใช้ค่าสินไหม ทดแทนให้แก่เจ้าหนี้เพื่อค่าเสียหายอย่างใด ๆ อัน เกิดแต่การไม่ชำระหนี้นั้น

37 “เป็นความผิดของลูกหนี้หรือเป็น พฤติการณ์ที่ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ” จงใจ ประมาทเลินเล่อ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

38 ถ้าความเสียหายเกิดจากเหตุสุดวิสัย? = ไม่ใช่ความผิดของลูกหนี้หรือเป็นพฤติการณ์ที่ ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ ถ้าลูกหนี้ทำสัญญายอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย แม้ ความเสียหายนั้นจะเกิดจากเหตุสุดวิสัย? = ข้อสัญญาไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย มีผลใช้ บังคับได้(คำพิพากษาฎีกาที่ 893/2492)

39 ทำสัญญายกเว้นความรับผิดที่เกิดจากกลฉ้อฉลหรือ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของลูกหนี้ มาตรา 373 “ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความ ยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนนั้น ท่านว่าเป็น โมฆะ”

40 คำพิพากษาฎีกาที่ 2867/2541ข้อตกลงระหว่าง โจทก์กับจำเลยที่ 1 ที่ว่า หากสินค้าที่ธนาคารโจทก์ รับจำนำเกิดความชำรุด บุบสลาย เสียหาย สูญหาย หรือเสื่อมโทรมไม่ว่าจะโดยเหตุใด ๆ โจทก์ย่อมไม่ ต้องรับผิด ไม่มีข้อตกลงชัดเจนยกเว้นมิให้โจทก์รับ ผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่าง ร้ายแรงของโจทก์ ข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่เป็นการขัด ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชนหรือขัดต่อกฎหมาย สามารถใช้บังคับได้

41 ความรับผิดของลูกหนี้ในการกระทำของ ตัวแทน มาตรา 220 ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบในความผิดของ ตัวแทนแห่งตนกับทั้งของบุคคลที่ตนใช้ในการชำระ หนี้นั้นโดยขนาดเสมอกับว่าเป็นความผิดของตนเอง ฉะนั้น แต่บทบัญญัติแห่งมาตรา 373 หาใช้บังคับ แก่กรณีเช่นนี้ด้วยไม่

42 มาตรฐานความรับผิดที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะ มาตรา 659 มาตรา 217

43 มาตรา 217 ลูกหนี้จะต้องรับผิดชอบในความ เสียหายบรรดาที่เกิดแต่ความประมาทเลินเล่อใน ระหว่างเวลาที่ตนผิดนัด ทั้งจะต้องรับผิดชอบในการ ที่การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะอุบัติเหตุอัน เกิดขึ้นในระหว่างเวลาที่ผิดนัดนั้นด้วย เว้นแต่ความ เสียหายนั้นถึงแม้ว่าตนจะได้ชำระหนี้ทันเวลา กำหนดก็คงจะต้องเกิดมีอยู่นั่นเอง

44 = ลูกหนี้ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากความ ประมาทเลินเล่อในระหว่างเวลาที่ลูกหนี้ผิดนัด และ = ลูกหนี้ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการ ชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะอุบัติเหตุอันเกิดขึ้น ในระหว่างเวลาที่ผิดนัด

45 ปัญหา: ลูกหนี้ต้องรับผิดหรือไม่ หากเกิดความเสียหายเพราะอุบัติเหตุอันเกิดขึ้นใน ระหว่างเวลาที่ผิดนัด หรือ การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะความประมาท เลินเล่อในระหว่างเวลาที่ลูกหนี้ผิดนัด

46 ข้อยกเว้นความรับผิดตามมาตรา 217 ความหมาย ใช้กับกรณีใด

47 The German Civil Code § 287: Extended Liability A debtor is responsible for any negligence during his default. He is also responsible for impossibility of performance arising accidentally during the default, unless the damage would have arisen even if he had performed in due time.


ดาวน์โหลด ppt บทที่ ๒ ผลแห่งหนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พรรณรายรัตน์ ศรีไชยรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google