งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

 กรรมสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สิน (property rights)  ความหมาย ▪ บรรทัดฐานที่ยอมรับร่วมกัน (accepted norms) ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ▪ ทำอะไรได้บ้าง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: " กรรมสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สิน (property rights)  ความหมาย ▪ บรรทัดฐานที่ยอมรับร่วมกัน (accepted norms) ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ▪ ทำอะไรได้บ้าง."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2  กรรมสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สิน (property rights)  ความหมาย ▪ บรรทัดฐานที่ยอมรับร่วมกัน (accepted norms) ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ▪ ทำอะไรได้บ้าง : ใช้ประโยชน์ ได้รับผล จำหน่าย (dispose) ▪ ป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้าแทรก ▪ ใคร ▪ ขึ้นกับว่าในสังคมนั้นๆ จะกำหนดขอบเขตของ กรรมสิทธิ์อย่างไร ( ตามสถาบันการเมือง ) ▪Exclusivity ▪Rivalry

3  ขอบเขตของกรรมสิทธิ์  Open Access ไม่มีกรรมสิทธิ์ ทุกคนในสังคมใช้ได้  Common Property กรรมสิทธิ์ร่วม บางคนในสังคมใช้ไม่ได้ เฉพาะคนในกลุ่มเท่านั้น  State Property รัฐเป็นเจ้าของ  Private Property เอกชน / ปัจเจกบุคคลเป็นเจ้าของ  ไม่ว่าเป็นแบบใดต้องมีรัฐ ( หรือการยอมรับ กันเอง ) ให้การรับรองสิทธิทั้งหลาย  การรับรอง ▪Law: ไม่ได้แปลว่าต้องมีตัวกฎหมาย แต่ต้องมีความชัดเจน ว่ากรรมสิทธิ์เป็นของใคร ▪Enforcement: ถ้ามีการก้าวล่วงกรรมสิทธิ์ต้องมีทางออก ซึ่ง รัฐ ( หรือคนอื่นในสังคม ) ทำหน้าที่ ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ก้าว ล่วงทำเอง

4

5

6  กรรมสิทธิ์เปลี่ยนรูปแบบความสัมพันธ์ของคน  Destructive Competition: การแก่งแย่งทรัพยากร ระหว่างกัน ▪ ผลเสียที่เกิดขึ้น  มาเป็นความสัมพันธ์ผ่านวัตถุแทน ▪ ส่วนจะทำอย่างไรกับวัตถุ หรือทรัพยากรนั้น ขึ้นกับว่าคนที่มี และไม่มีกรรมสิทธิ์จะตกลงกันอย่างไร  การตัดสินใจของคนในสังคม จะตัดสินใจบนพื้นฐาน ของ “ สิ่งที่ตัวเองมี ” กับ “ สิ่งที่คนอื่นมี ” ▪ พอใจกับสิ่งที่ตัวเองมี : ไม่เกิดอะไร ▪ ไม่พอใจกับสิ่งตัวเองมี : เกิด supply ▪ พอใจกับสิ่งที่คนอื่นมี : เกิด demand

7  แม้ว่าจะเรียกกรรมสิทธิ์เป็นสิทธิในทรัพย์สิน เอกชน ( หรือส่วนบุคคล ) แต่มูลค่าของทรัพย์สิน เอกชนนั้น เกิดจากการประเมินของสังคม  เหตุผลหนึ่งที่ระบบกรรมสิทธิ์ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐใน การกำหนด  ราคาที่กำหนดโดยสังคมจะเป็นตัวกำหนดการใช้ ทรัพยากร และการแลกเปลี่ยนทรัพยากร  ราคาเป็นเครื่องมือในการช่วยลด transaction cost เพราะสะท้อนความหามาได้ยาก (scarcity) ในหน่วย ที่เท่ากัน เปรียบเทียบกันได้ รู้มูลค่า (value) ของ ทรัพยากรที่มีง่ายกว่าระบบ barter trade  ลดการเลือกปฏิบัติ (discrimination) เมื่อเทียบกับ barter trade

8  การเปลี่ยนแปลงของกรรมสิทธิ์มีอยู่ตลอดเวลา  1. มีทรัพยากรบางอย่างที่สามารถเป็นทรัพย์สิน ได้  คลื่นวิทยุ / วงโคจร  น้ำ เมื่อต้นทุนที่สูงในการจัดสรร กลายเป็นสิ่งที่ สามารถทำได้ เพราะน้ำน้อยลง  2. มีการเปลี่ยนแปลงสิทธิในทรัพย์สินนั้น  Floating charge/fixed charge  3. วิธีการได้มาซึ่งสิทธิในทรัพย์สินนั้น เปลี่ยนแปลง  4. วิธีการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินที่มีอยู่ เปลี่ยนแปลง  1 เป็น exogenous change // 2,3,4 เป็น endogenous changes  หรือจะมองแบบ institutional framework vs institutional environment

9  Coase Theorem  “ ถ้ากรรมสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สินถูกกำหนดไว้อย่าง ชัดเจน สามารถโอนได้ และต้นทุนธุรกรรมต่ำพอ หรือเข้า ใกล้ศูนย์ การจัดสรรทรัพยากรจะมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าการ จัดสรรทรัพยากรเบื้องต้นจะเป็นอย่างไร ”  รัฐไม่ต้องเสียต้นทุนในการจัดสรร กำหนดสิทธิและ รับรองสิทธิให้เท่านั้น  การรับรองสิทธิของรัฐ คือการลดต้นทุนธุรกรรมนั่นเอง  แต่ธุรกรรม (transaction) ที่เกิดขึ้น ยังมีต้นทุนอยู่ ▪ สอบถามราคาสินค้า ▪ สอบถามคุณภาพสินค้า ▪ ฯลฯ  การรับรองสิทธิของเอกชนในการตกลงทำธุรกรรมที่ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ▪ กฎหมายสัญญา

10  สัญญา ◦ เป็นสถาบันที่เกิดขึ้นที่มีการรับรองโดย กฎหมายและรัฐ ◦ เงื่อนไขความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกบุคคล กับองค์กร  สัญญาผูกพันเฉพาะคู่สัญญา  คู่สัญญามีเสรีภาพในการทำสัญญา  เงื่อนไขสำหรับการเกิดสัญญา : “ คำเสนอและ คำสนองต้องตรงกัน ”  สัญญาย่อมเป็นสัญญา (pacta sunt servanda)

11  ความสัมพันธ์ภายใต้สัญญา ◦ คู่สัญญาทำหรือไม่ทำอะไร ◦ แลกเปลี่ยนกับอะไร  การทำหรือไม่ทำต่างตอบแทน (reciprocity) ◦ การทำหรือไม่ทำนั้น อาจไม่เกี่ยวกับคู่สัญญา โดยตรงก็ได้  วัตถุบางอย่าง ที่เป็นทรัพย์สิน ( นั่นคือต้องมี property rights)  ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องทำสัญญา  ใช้ได้เลย  ใช้ไม่ได้

12  การเข้าทำสัญญา ◦ มีผลประโยชน์ร่วมกันในการสัญญาเช่นนั้น  เช่น จ้างไปดำนาหรือเกี่ยวข้าว ◦ ไม่มีใครเสียประโยชน์ ต่างฝ่ายต่างได้ ประโยชน์ ◦ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจ ย่อมหาคนอื่นๆ มาเป็นคู่สัญญาได้  ไม่ได้จริงๆ เป็นไปได้หรือไม่ ?

13  การปฏิบัติตามสัญญา ◦ ต้องทำตามสัญญา (specific performance) ◦ ไม่ทำไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นจะสัญญากัน ไว้ทำไม ◦ ป้องกันการให้สัญญาหรือตกลงทำสัญญา แบบพล่อยๆ ◦ มีข้อยกเว้น  ถ้าผิดสัญญาแล้ว ทำให้ทั้งสองฝ่ายดีขึ้น หรือไม่ มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์ (Efficient breach)  การเยียวยา (remedy)

14  คนในสังคมสามารถตัดสินใจได้เอง ◦ Invisible Hand ◦ มีราคาเป็นตัวชี้ ◦ ตัดสินใจด้วยความพอใจของแต่ละคน ◦ มีรัฐ ( ผ่านกฎหมายและกลไกบังคับ ) รองรับหรือสนับสนุน ◦ เกิดประสิทธิภาพ  ข้อเสีย


ดาวน์โหลด ppt  กรรมสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สิน (property rights)  ความหมาย ▪ บรรทัดฐานที่ยอมรับร่วมกัน (accepted norms) ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ▪ ทำอะไรได้บ้าง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google