งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

องค์กรแห่งการเรียนรู้ รศ.ดร.เทียมจันทร์ พานิชย์ผลินไชย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "องค์กรแห่งการเรียนรู้ รศ.ดร.เทียมจันทร์ พานิชย์ผลินไชย."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 องค์กรแห่งการเรียนรู้ รศ.ดร.เทียมจันทร์ พานิชย์ผลินไชย

2 องค์กรของท่านมีปัญหาเช่นนี้หรือไม่  เวลามีปัญหาในการทำงานไม่ทราบว่าจะถามใคร  ใช้เวลานานในการหาข้อมูล - ข้อมูลไม่ทันสมัย - ข้อมูลไม่สมบรูณ์ - ข้อมูลไม่ตรง - ไม่พบข้อมูล  คนในองค์กรมีผู้มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก แต่ไม่มีการ แบ่งปันความรู้  ความรู้ในองค์กรไม่ได้นำมาแลกเปลี่ยนและต่อยอดความรู้ใหม่

3

4 KM คืออะไร การจัดการความรู้ ( Knowledge Management ) คือเครื่องมือเพื่อใช้บรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 3 ประการ การจัดการความรู้เป็นการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนา ให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ งาน องค์กรคน

5 การจัดการความรู้คืออะไร... เครื่องมือ ผ่อนแรงในการเรียนรู้และพัฒนางาน... เครื่องมือ สร้างพลังทวีคูณ (Synergy) จากการ รวมหมู่พลังที่แตกต่าง หลากหลาย... เครื่องมือ สร้างความสัมพันธ์ในกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน... เครื่องมือ ใช้ความรู้ของทั้งในและนอกหน่วยงาน... เครื่องมือ ดึงศักยภาพของคน & ทีมออกมาใช้... เครื่องมือ ที่สร้างความเป็นไปได้ (Possibility)... เครื่องมือ ที่จะนำความรู้สู่การปฏิบัติที่ดีขึ้น จากประสบการณ์จริง

6 ความรู้ใน กระดาษ Body of Knowledge ความรู้ในคนProcess of Knowing ความรู้ใน เครือข่ายLearningCommunity

7 ส่วนที่ 1 เน้นการจัดระบบ B ody O f K nowledge

8 ฝึกการใช้สมอง ทั้งสองฝั่ง ฝึกการใช้สมอง ทั้งสองฝั่ง เหตุผล เหตุปัจจัย Dialogue Storytelling Discussion Problem-solving วิเคราะห์ สังเคราะห์ จินตนาการ ความรู้สึก ส่วนที่ 2 เน้นการจัดกระบวนการ ส่วนที่ 2 เน้นการจัดกระบวนการ P rocess o f K nowing

9 มีความสนใจใน เรื่องเดียวกัน  มีปัญหาร่วมกัน  แสวงหาบางอย่างร่วมกัน มีเรื่องที่จะแบ่งปัน  ประสบการณ์  ประเด็นความสำเร็จ  เทคนิคการแก้ปัญหา มีความสัมพันธ์ที่ดี  สนิทสนม คุ้นเคย  ไว้เนื้อเชื่อใจ  รู้สึกปลอดภัย ส่วนที่ 3 เน้นการสร้าง CoPs Community of Practices คือที่ๆ คนหลายๆ คนมารวมตัวกันเป็นชุมชน CoPs จะเกิดได้ต้องอาศัย 3 องค์ประกอบหลัก

10 LO คืออะไร องค์กรแห่งการเรียนรู้(Learning Organization: LO) กระบวนการของการปรับปรุงการกระทำด้วยความรู้ ความ เข้าใจที่ดีกว่า Peter M. Senge ให้นิยามไว้ว่า - ที่ๆบุคลากรได้ขยายความสามารถอย่างต่อเนื่องเพื่อ สร้างผลลัพธ์ที่ปรารถนา - ที่ซึ่งใส่ใจและให้ความสำคัญกับแบบแผนความคิด ใหม่ๆและการพัฒนาต่อยอดความคิด - ที่ซึ่งแรงบันดาลใจเป็นอิสระ - ที่ซึ่งบุคลากรมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและรู้ที่จะเรียนรู้ ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

11 “องค์การเรียนรู้ผ่านกลุ่มบุคคลที่เรียนรู้ การเรียนรู้ของแต่ละคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่า เกิดการเรียนรู้ในองค์การขึ้น แต่การเรียนรู้ของ องค์การจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อบุคคลมีการเรียนรู้ เท่านั้น" Peter M. Senge ได้กล่าวว่า

12 องค์กรใดจะเป็น LO ? พิจารณาจากองค์ประกอบ 4 ส่วน LO (learning Organization) องค์กรของการเรียนรู้ OL (Organizational Learning) กระบวนการเรียนรู้ใน ระดับองค์กร OK (Organizational Knowledge) องค์ความรู้หรือ ความรู้ที่สำคัญและจำเป็น KM (Knowledge Management) การจัดการความรู้

13 ทำไมต้องเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (LO) องค์กรแห่งการเรียนรู้และบริหารความรู้ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ (พิมพ์ครั้งที่ 1 มกราคม 2549) -เพราะมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างถาวร - เป็นองค์กรอมตะ เจริญเติบโต และยั่งยืน - บุคลากรสนุกสนาน มีความสุขอยากมาทำงาน แบบเดิมๆ น่าเบื่อ อกุศลจิตอกุศลจิต

14 การติดตั้ง LO ในองค์กร LO เสมือนการ ปลูกต้นไม้ ควา มรู้

15 วินัยการเรียนรู้ของ Peter Senge มีวิสัยทัศน์ร่วม (Shared Value) มีการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team Learning) การคิดอย่างเป็นระบบ (Systems Thinking ) ระบบการคิด (Mental Model) ความเชี่ยวชาญ เฉพาะบุคคล (Personal Mastery )

16 วินัยการเรียนรู้ของ Peter Senge 1.ความเชี่ยวชาญเฉพาะบุคคล(Personal Mastery) - คนในองค์กรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ ฝึกฝน ปฏิบัติ อย่างต่อเนื่อง 2. ระบบการคิด (Mental Model) -ความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ วุฒิภาวะที่ได้จาก การสั่งสมประสบการณ์กลายเป็นกรอบ ความคิดที่ทำให้บุคคลนั้นๆ มีความสามารถใน การทำความเข้าใจ วินิจฉัย ตัดสินใจในเรื่อง ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม

17 วินัยการเรียนรู้ของ Peter Senge 3. การมีวิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision) ของคนในองค์กร ให้สามารถ มองเห็นภาพและมีความต้องการที่จะมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน 4. การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team Learning) ของ สมาชิกในลักษณะ กลุ่มหรือทีมงานเป็นเป้าหมายสำคัญที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นเพื่อให้มีการ ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์กันอย่างสม่ำเสมอ 5. การคิดอย่างเป็นระบบ (Systematic Thinking) ของคน ในองค์กร มี กันเป็นระบบโดยรวม(Total System) ได้ อย่างเข้าใจ แล้วสามารถ มองเห็นระบบย่อย(Subsystem)ที่จะนำไปวางแผน และดำเนินการทำ ส่วนย่อยนั้นให้เสร็จทีละส่วน

18 องค์กร อัจฉริยะ คน กระบวน การ เนื้อหา ความรู้ เทคโน โลยี องค์กรที่ดำเนินการจัดการ ความรู้อย่างถูกต้อง ถูก แนวทาง เกิดการสนธิพลัง (synergy)ระหว่าง องค์ประกอบ ของการ จัดการความรู้ องค์กรอัจฉริยะ

19 วิถีสู่องค์กรอัจฉริยะ ศ. นพ.วิจารณ์ พานิช ได้กล่าวถึงวิถีสู่องค์กรอัจฉริยะ 1. มีความมุ่งหมาย มุ่งมั่น ที่ชัดเจน มั่นคง ไม่คลอนแคลน -วิสัยทัศน์ร่วม(shared vision) ทำให้เกิดความร่วมใจ พร้อมใจ เป็นเสมือนตัวประสานทำให้เกิดพลังสร้างสรรค 2. ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท - การประเมินผลงานโดยภาพร่วม มีการจัดการเปลี่ยนแปลงเชิง บวก(positive change management) - การจัดการความรู้(KM) คือหัวใจของการจัดการเปลี่ยนแปลง

20 3. มีการพัฒนาแผนยุทธ์ศาสตร์การจัดการความรู้ ที่ กลมกลืนกับแผนยุทธ์ศาสตร์ขององค์กร - KM Roadmap มีทีมแกนนำ( เป็นแผนใช้KM ไม่ใช่แผน ทำKM) 4. ใช่ภาวะผู้นำ และทีมแกนนำจัดการความรู้ - ผู้นำระดับสูงมุ่งมั่นสร้างกระแสการเปลี่ยนแปลง(พัฒนา) องค์กรอยู่ตลอดเวลา(continuous quality improvement :CQI) - เปลี่ยนบุคลากรทุกคนเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ได้รับ การยกย่อง ชื่นชม วิถีสู่องค์กรอัจฉริยะ

21 5. มีการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างคน (human relationship management) - การจัดการความสัมพันธ์เชิงบวกและสร้างสรรค์ 6. มีการพัฒนาทักษะพื้นฐานของพนักงาน เช่น - knowledge sharing literacy - storytelling - deep listening - dialogue - appreciative inquiry - ทักษะในการเรียนรู้ภายในตน/กลุ่ม - ทักษะรวมหมู่ (collective skill) - ความเข้าใจ mental model ของตนเองและผู้อื่น

22 วิถีสู่องค์กรอัจฉริยะ 7. มีการพัฒนาทักษะในการใช้ “ตัวช่วย”(enabler) ต่อการ จัดการความรู้ - AAR(after action review) - BAR( before action review) - storytelling - deep listening - dialogue - mentoring coaching - เทคโนโลยีเพื่อการจัดการคลังความรู้ 8. เป็นองค์กรที่ “ไร้กำแพง” - ระบบการทำงานแบบ “ ทีมข้ามสายงาน” (cross function team)

23 วิถีสู่องค์กรอัจฉริยะ 9. มีบรรยากาศแห่งอิสรภาพ และบรรยากาศเชิงบวก - สามารถทำปัญหาหรือวิกฤตกลายเป็นโอกาส - ทำความแตกต่างหลากหลายกลายเป็นพลัง - ทำกระบวนทัศน์ที่แตกต่าง เกิดการ เสริมพลัง กัน - ทำให้ผู้อาวุโสไม่ใช่ dead wood แต่เป็นผู้มีประสบการณ์ - คนรุ่นหลัง ใช้ความไม่รู้ตั้งคำถามแบบหลุดโลก ไปสู่การ ทดลองใหม่ๆ 10. มีการจัดการคนเก่ง จัดการขุมทรัพย์ทางปํญญา - ความสามารถในการทำให้งานประจำกลายเป็นเครื่องมือ ของการเรียนรู้

24 วิถีสู่องค์กรอัจฉริยะ 11. มีและใช้ระบบบันทึก “ขุมความรู้” และ “คลังความรู้” - มีการจดบันทึก ขุมความรู้( knowledge assets)ที่เกิด จากประสบการณ์การทำงาน อย่างเป็นระบบและจัดหมวดหมู่ และจัดเก็บให้ค้นหาง่าย 12. มีและใช้ระบบเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศ - มีระบบจดบันทึกและแลกเปลี่ยน ความรู้ฝังลึก - มีความสามรถในการใช้พลังของระบบข้อมูลสาร อิเล็กทรอนิกส์

25 การสร้างความรู้ 2 แนวทาง ความรู้ปัญหา วิจั ย ความสำเร็จ จค.

26 ความเกี่ยวข้องของ KM กับ LO KM = KV + KS + KA LO = SV + TL + LP CoPs KF ที่มา ดร. ประพันธ์ ผาสุขยืด

27 เป้าหมายของการประยุกต์ KM ในองค์กร องค์กร การทำงาน คน บรรลุเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ/ ประสิทธิผล (บรรลุเป้าหมาย) มีประสิทธิภาพ/ ประสิทธิผล (บรรลุเป้าหมาย) คิดเป็น ทำเป็น คนและ องค์กรเก่ง ขึ้นเติบโต ขึ้นอย่าง ยั่งยืน

28 Learn Care Share Shine

29 การดำเนินการ KM ในองค์กร การบริหารเพื่อให้คนที่ต้องการใช้ความรู้ได้รับความรู้ ที่ต้องการใช้ในเวลาที่ต้องการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการทำงาน

30 ประเภทของความรู้ ความรู้มี 2 ประเภท คือ 1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็น ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสัญชาติญาณ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลาย ลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ 2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การ บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ

31 ความ รู้ Tacit knowledge ความรู้ที่อยู่ในตัวคน ความรู้ที่อยู่ในตัวคน Explicit knowledge ความรู้ที่อยู่ในตำรา ความรู้ที่อยู่ในตำรา Tacit : Explicit = 80 : 20

32 The SECI Model – Modes of Knowledge Transfer

33 การจัดการความรู้ (Knowledge Management) ในองค์กร การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) 1. หาความรู้ที่จำเป็น (Knowledge) วิเคราะห์จาก วิสัยทัศน์ เรื่องสำคัญเร่งด่วนปัญหาขององค์กร 2. จัดการความรู้ (Management ) 3. ทำให้เกิดวงจรเรียนรู้ (Learning Cycle ) ผลักดันให้นำ ความรู้ไปใช้ นำความรู้ไปใช้ นำความรู้ที่ได้(รวม ปัญหาและ อุปสรรค) เก็บเข้า คลังความรู้

34 ผลักดันให้นำ ความรู้ไปใช้ นำความรู้ไปใช้ นำความรู้ที่ได้ (รวมปัญหาและ อุปสรรค) เก็บ เข้าคลังความรู้ ความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เช่น บทความหนังสือ เทปเสียง วิดีโอ ฯลฯ ความรู้ที่อยู่ในคน (Tacit Knowledge) เช่น ทะเบียนผู้เชี่ยวชาญในด้าน ต่างๆ การทำให้เกิดวงจรเรียนรู้ (Learning Cycle) ก่อนทำงาน ขณะทำงาน หลังจบการ ทำงาน คลังความรู้

35 ทำความเข้าใจขั้นตอนปฏิบัติงานและพิจารณาประยุกต์กับ KM  ใช้หลักการ PDCA ทำความเข้าใจ และพิจารณาประยุกต์กับ KM ความรู้ที่จำเป็นตามเป้าหมาย ใช้ความรู้ในการลงมือปฏิบัติ ให้บรรลุตามเป้าหมาย ตรวจสอบว่าปฏิบัติบรรลุตามเป้าหมาย นำความรู้ที่ได้ ไปจัดการตามระบบ หรือกลับไปวางแผน เพื่อให้ได้ความรู้ ที่ต้องการ

36 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Share & Learn) ถ่ายทอดและ แลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อสกัดความรู้ออกมา ถ่ายทอดและ แลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อสอน/ พัฒนาคนอื่น ดึงความรู้ที่มีอยู่เดิม ออกมา นำความรู้เดิมไปใช้ เพื่อสร้างความรู้ใหม่ ให้เพิ่มขึ้น

37 เครื่องมือ/วิธีการเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ชุมชนนักปฏิบัติ (CoP)  การเล่าเรื่อง (Story Telling)  การเสวนา (Dialogue)  อื่นๆ (Other) เครื่องมือ/วิธีการเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  การสัมนาเรื่องความรู้ ต่างๆ (Knowledge Forum)  อื่นๆ (Other) บันทึก เล่า/พูดคุย  การบันทึกความรู้บทเรียนและ ความสาเร็จ (Lesson Learned)  การบันทึกภาพและเสียง (Pictures & Movies)  อื่นๆ (Other) ปรึกษา/ขอความ ช่วยเหลือจากผู้รู้  การใช้ที่ปรึกษา หรือพี่เลี้ยง (Mentoring System)  อื่นๆ (Other) นำเสนอ ผลงาน

38 ปัจจัยหลักของการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป้าหมาย ชัดเจน ผู้นำเป็น แบบอย่าง สร้าง เครือข่าย ผู้ปฏิบัติ วัฒนธรรม องค์กร เหมาะสม ความรู้ที่ใช้ ในงาน ประจำวัน ได้ สร้าง แรงจูงใจ เหมาะสม 6 ปัจจัยหลักของการแบ่งปัน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้

39 องค์ประกอบหลักของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) มีสิ่งอานวยความสะดวกที่ช่วย ให้การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คน (People) คนที่มีประสบการณ์มาเล่า และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีสถานที่และบรรยากาศที่ดี และเหมาะสมในการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สถานที่ (Process)สิ่งอำนวยความสะดวก (Infrastructure)

40 การพัฒนา KM เพื่อการปรับปรุงองค์กร  KM ต้องเชื่อมโยงกับ Vision/Mission หรือ Organizational goals  มี KM Process ที่ครบวงจรและหมุนตลอดเวลา  KM process ต้องเป็น Systematic approach (Definable, Repeatable, Measurable and Predictable)  KM ต้องฝังเข้าไป(Embedded)ในsystems/processes  มี Infrastructure และ Culture ที่สนับสนุน  บุคลากรในองค์กรต้อง “เห็นประโยชน์” และ “อยากทำ”

41 วงจรการจัดการความรู้ (KM) ให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ทำความเข้าใจ ภารกิจของ องค์กร ระบุสิ่งที่องค์กรเก่ง (Key Org. Knowledge) พัฒนาความเก่ง ให้เป็นจุดแข็ง ขององค์กร พัฒนาองค์กรให้เป็น เลิศ และปรับตัวได้ ทุกสถานการณ์ KM

42 ขอบคุณ


ดาวน์โหลด ppt องค์กรแห่งการเรียนรู้ รศ.ดร.เทียมจันทร์ พานิชย์ผลินไชย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google