งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การจัดการความรู้ (KNOWLEDGE MANAGEMENT: KM) บรรยายในวันนัดพบ “ชมรมอยู่ดีมีสุข” ครั้งที่ 2/2551 โดย ศาสตราจารย์ชโลบล อยู่สุข ประธานชมรมฯ 2 เมษายน 2551.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การจัดการความรู้ (KNOWLEDGE MANAGEMENT: KM) บรรยายในวันนัดพบ “ชมรมอยู่ดีมีสุข” ครั้งที่ 2/2551 โดย ศาสตราจารย์ชโลบล อยู่สุข ประธานชมรมฯ 2 เมษายน 2551."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การจัดการความรู้ (KNOWLEDGE MANAGEMENT: KM) บรรยายในวันนัดพบ “ชมรมอยู่ดีมีสุข” ครั้งที่ 2/2551 โดย ศาสตราจารย์ชโลบล อยู่สุข ประธานชมรมฯ 2 เมษายน 2551

2 2 ชมรม “อยู่ดีมีสุข” เป็นส่วนหนึ่งของการ ดำเนินงานจัดการความรู้ ของคณะวิทยาศาสตร์ ในส่วนการให้ความสำคัญ/การเอาใจใส่ “ด้านคุณภาพชีวิต” ของบุคลากร คณะวิทยาศาสตร์มุ่งหวังสู่การเป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning organization; LO) โดยกำหนดวัตถุประสงค์ไว้ใน มุมมองด้านการเรียนรู้และพัฒนา

3 3

4 4 ความรู้มี 2 ประเภท ความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้เด่นชัด ที่อยู่ในตำรา หรือเป็นทฤษฎี ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ วิเคราะห์ และพิสูจน์ มาแล้ว ความรู้ซ่อนเร้น (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ ที่ฝังลึกในตัวคน เห็นไม่ชัด ได้จากการปฏิบัติ เป็น ภูมิปัญญา หรือ เคล็ดลับ สะสมจากวิจารณญาณ หรือปฏิภาณ ไหวพริบ ของผู้ปฏิบัติงานแต่ละคน ที่ทำให้งานบรรลุผลสำเร็จ

5 5 การจัดการความรู้ประเภท ความรู้ชัดแจ้ง 1.การเข้าถึงความรู้ ในปัจจุบัน สามารถได้ประโยชน์สูงสุด จากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบ Internet เพื่อดู เนื้อหาสาระหรือตัวความรู้ (Content) และองค์ประกอบที่ ครอบบริบทเนื้อหาสาระ (Context) ทำการตีความและ นำมาปรับใช้โดยเอาบริบทของเราใส่เข้าไปแทน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด 2.เรียนรู้ ยกระดับความรู้ เพื่อสร้างความรู้ใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม นำไปใช้งานและปรับปรุงเรื่อยๆจนเป็น best practice ใน ที่สุด 3.รวบรวมความรู้ให้เป็นระบบ หมวดหมู่ เพื่อให้สามารถ สืบค้นและเข้าถึงได้ง่าย วนเวียนเรื่อยไป ไม่รู้จบ

6 6 การจัดการความรู้ประเภท ความรู้ซ่อนเร้น เป็นความรู้ที่จัดการไม่ง่ายเมื่อเทียบกับการจัดการ ความรู้ชัดแจ้ง เนื่องจาก เราไม่สามารถบังคับให้ “ใคร” ใน องค์กรถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ออกมาได้ ความรู้จึงอาจสูญ หายไปพร้อมกับผู้นั้นเมื่อถึงคราวเกษียณอายุจากหน่วยงาน หรือต้องจากองค์กรนั้นไป จึงต้องทำให้คนในองค์กร สร้างความห่วงใย มีใจให้กันและกัน ช่วยเหลือเกื้อกูล และ แบ่งปันซึ่งกันและกัน เห็นประโยชน์ของการทำงานร่วมกัน เรียนรู้จากกัน ประสาน พลังให้ได้มากกว่าผลรวมของแต่ละคนรวมกัน ให้แต่ละคน ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการลองผิดลองถูก และสามารถสร้าง ความรู้ใหม่ จนสามารถเป็น Best Practice ซึ่งไปปรับใช้ สำหรับหน่วยงานต่อไป

7 7 สรุปแนวคิด “การจัดการ” ความรู้ รวบรวม / จัดเก็บ นำไปปรับใช้ เข้าถึง ตีความ ความรู้ชัดแจ้ง Explicit Knowledge ความรู้ซ่อนเร้น Tacit Knowledge สร้างความรู้ ยกระดับ มีใจ / แบ่งปัน เรียนรู้ร่วมกัน เน้น “2T” Tool & Technology Create/Leverage Care & Share Access/Validate Capture& Learn store Apply / utilize เรียนรู้ ยกระดับ วงจร 2 วงหมุนไปด้วยกัน เป็นการจัดการความรู้ไม่รู้จบ (  Infinity KM)

8 8 KM ส่วนใหญ่ ไป“ผิดทาง” ให้ความสำคัญกับ“2P” People & Processes ให้ความสำคัญกับ “2T” Tool & Technology อย่าลืมว่า ต้อง“สมดุล”

9 9 ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ทำ KM ไปเพื่ออะไร” Knowledge Vision Knowledge Sharing ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “หัวใจ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกัน และกัน (Share & Learn) Knowledge Assets ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย ประยุกต์ใช้ ICT “สะบัดหาง” สร้างพลังจากชุมชนนักปฏิบัติ/CoPs KM Model “ปลาทู” Knowledge Vision (KV) Knowledge Sharing (KS) Knowledge Assets (KA) KVKSKA แนวทางหนึ่ง ที่จะช่วยให้ “ไม่ไปผิดทาง” Model ปลา ทู

10 10 ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลัง จะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ทำ KM ไปเพื่ออะไร” Knowledge Vision (KV) Knowledge Sharing (KS) ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “หัวใจ” ให้ความสำคัญกับการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) จาก KV สู่ KS

11 11 ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ทำ KM ไปเพื่ออะไร” Knowledge Vision (KV) Knowledge Sharing (KS) ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “หัวใจ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกัน และกัน (Share & Learn) Knowledge Assets (KA) ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย ประยุกต์ใช้ ICT “สะบัดหาง” สร้างพลังจาก CoPs จาก KS สู่ KA

12 12 การเล่าเรื่องในประเด็น (หัวปลา) ที่เลือกไว้  จัดให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้ที่ทำจริง/ตัวจริง.... เรียก คุณกิจ เพื่อสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์และ เรียนรู้ได้อย่างเต็มที่  ผู้เข้ากลุ่มผลัดกันเล่าความสำเร็จ ความภูมิใจ เล่าสิ่งที่เกิด ขึ้นจริงว่า ทำไมถึงประสบความสำเร็จ หรือสามารถก้าวข้าม พ้นปัญหาที่เคยพบไปได้  รับฟังอย่างไม่มีอคติ  ควรมีผู้ทำหน้าที่เอื้ออำนวย.... เรียก คุณอำนวย คอยคุมให้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ลื่นไหล ไม่หลงประเด็นหรือออกนอก ทาง และเป็นผู้คอยป้อนคำถามเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก เป็น การ “แคะ” tacit knowledge ออกมา

13 13 Knowledge Assets (KA) Knowledge Vision (KV) ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่า “ทำ KM ไปเพื่ออะไร” Knowledge Sharing (KS) ส่วนกลางลำตัว ส่วนที่เป็น “หัวใจ” ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน (Share & Learn) ส่วนหาง สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย ประยุกต์ใช้ ICT สร้าง CoPs ที่มีพลัง ดุจดั่งปลา“สะบัดหาง” Knowledge Practitioners CKO Knowledge Facilitators “คุณกิจ” “คุณอำนวย” “คุณเอื้อ ” Chief Knowledge Officer ต้องไม่ใช่ “คุณอำนาจ”

14 14 Care & Share / Give & Grow การจัดการความรู้ การจัดการความสัมพันธ์ Share & Shine Learn - Care - Share - Shine

15 15 … KM เริ่มต้นที่ใจ … เป็นเรื่องของสายใย … เป็นเรื่องของสายใย … เป็นเรื่องของเครือข่าย … เป็นเรื่องของเครือข่าย … เป็นเรื่องของความ เชื่อมโยง … ที่มาจากความผูกพัน อันมั่นคง KM เริ่มต้นที่ ใจ

16 16 คุณลักษณะขององค์กรแห่งการเรียนรู้ ต้องมีวินัย 5 ประการ (โมเดลของ Peter Senge) มีวิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision; SV) กำหนดภาพในอนาคต ไว้ให้คนในองค์กรเดินไปร่วมกัน โดยไม่หลงทิศ มีการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team Learning; TL) ไม่ใช่ต่าง คนต่างอยู่ ต่างคนต่างเรียนรู้ มีผู้ที่มีใจใฝ่เรียนรู้ (Learning Person; LP) เป็นผู้ที่มุ่งมั่น ฝึกฝนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุงสิ่งที่ทำอยู่ ตลอดเวลา มีผู้ที่รู้จักพัฒนากรอบความคิด ตระหนักรู้ความคิดของตัวเอง แต่ไม่ยึดติด เปิดรับพร้อมที่จะปรับเปลี่ยน มีผู้ที่คิดได้อย่างครอบคลุมเชื่อมโยงเป็นระบบ คิดได้รอบด้าน เห็นภาพใหญ่ในขณะที่เข้าใจส่วนประกอบย่อยไปพร้อมกัน

17 17 KM และ LO สัมพันธ์กันอย่างไร KM = KV + KS+ KA LO = SV + TL + LP KV = knowledge vision, KS = knowledge sharing, KA = knowledge assets SV = shared vision, TL = team learning, LP = learning person

18 18 ข้อมูลจาก หนังสือเรื่อง “การจัดการความรู้ ฉบับขับเคลื่อน” โดย ดร.ประพนธ์ ผาสุกยืด สำนักพิมพ์ใยไหม พ.ศ.2550 การจัดการความรู้ที่ดำเนินมาทั้งหมดภายใน องค์กรต้องถือว่าไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง หากไม่มี การเพิ่มคุณค่าโดยนำความรู้ที่เก็บอยู่ในคลัง ความรู้ขององค์กรไปสู่การปฏิบัติ


ดาวน์โหลด ppt การจัดการความรู้ (KNOWLEDGE MANAGEMENT: KM) บรรยายในวันนัดพบ “ชมรมอยู่ดีมีสุข” ครั้งที่ 2/2551 โดย ศาสตราจารย์ชโลบล อยู่สุข ประธานชมรมฯ 2 เมษายน 2551.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google