งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ประภาศ คงเอียด น.บ. (เกียรตินิยมอันดับ 2) (ม.ร.) รุ่นที่ 12 น.บ.ท. ITP/LL.M. (Harvard University) U.S.A. U.S.A.ผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ประภาศ คงเอียด น.บ. (เกียรตินิยมอันดับ 2) (ม.ร.) รุ่นที่ 12 น.บ.ท. ITP/LL.M. (Harvard University) U.S.A. U.S.A.ผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ประภาศ คงเอียด น.บ. (เกียรตินิยมอันดับ 2) (ม.ร.) รุ่นที่ 12 น.บ.ท. ITP/LL.M. (Harvard University) U.S.A. U.S.A.ผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร LW 406

2 โครงสร้างการบรรยาย 1. ลักษณะและโครงสร้างทั่วไปของภาษีเงิน ได้บุคคลธรรมดา 2. เงินได้พึงประเมิน 3. ความรับผิดในการเสียภาษี 4. หน่วยภาษี 5. ประเภทของเงินได้พึงประเมิน 6. การเสียภาษี 7. การยกเว้นภาษี 8. การหักค่าใช้จ่าย 9. การหักลดหย่อน 10. การคำนวณภาษี 11. ปัญหาการเสียภาษีบางประเภท

3 1. เป็นภาษีอากรประเมิน (มาตรา 38) 2. โครงสร้างหลักในการคำนวณภาษี เงินได้พึงประเมิน (ไม่รวมที่ได้รับยกเว้นภาษี) หัก ค่าใช้จ่าย = เงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน (หักด้วยจำนวนที่ได้รับยกเว้นภาษี) = เงินได้สุทธิ (หักด้วยจำนวนที่ได้รับยกเว้นภาษี) เงินได้สุทธิ X อัตราภาษี = จำนวนภาษีที่จะต้องเสีย ลักษณะทั่วไปของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

4 มาตรา 39 "เงินได้พึงประเมิน" หมายความว่า เงิน ได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้ เงินได้ที่กล่าวนี้ให้หมายความรวมตลอดถึง ทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับซึ่ง อาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน เงินค่าภาษีอากร ที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงิน ได้ประเภทต่าง ๆ ตามมาตรา 40 และ เครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ ด้วย เงินได้พึงประเมิน

5 1. เงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษี 2. ทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับซึ่งอาจ คิดคำนวณได้เป็นเงิน 3. เงินภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้ 4. เครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ เงินได้พึงประเมิน

6 1. มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ข) 2. จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย 3. การคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผล อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล หารด้วย (ผลต่างของ หนึ่งร้อย ลบด้วย อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล) = 30 = เงินปันผล 210,000 บาท คิดเป็นเครดิตภาษีเงินปันผล = 210,000 X 3 7 = 90,000 บาท เครดิตภาษีเงินปันผล

7 นาย ก. มีรายได้ในปีภาษี 2547 จากเงินเดือนในการ รับราชการจำนวน 800,000 บาท และมีเงินปันผลจากการ ถือหุ้นในบริษัทจำนวน 210,000 บาท อยากทราบว่า นาย ก. มีเงินได้พึงประเมินในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาจำนวนเท่าใด เครดิตภาษีเงินปันผล = 210,000 X 3 7 = 90,000 บาท เงินได้พึงประเมินของนาย ก. คือ 800, , ,000 = 1,100,000 บาท เครดิตภาษีเงินปันผล

8 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1690/2548 โจทก์ กรมสรรพากร (จำเลย) - โจทก์ขายที่ดินราคา 6,300,000 บาท - โจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คของผู้ซื้อได้แล้วในปีภาษีที่ถูกประเมิน จำนวน 4,046,000 บาท - ส่วนที่เหลือจำนวน 2,254,000 บาท ผู้ซื้อจ่ายเช็คลงวันที่สั่งจ่าย ล่วงหน้าในปีภาษีถัดไป ยังเรียกเก็บเงินไม่ได้ และโจทก์ก็ได้ฟ้องคดีทั้งทาง แพ่งและทางอาญาต่อผู้สั่งจ่าย - จำเลยประเมินภาษีโดยนำจำนวนเงินตามเช็คที่สั่งจ่ายล่วงหน้าในปี ภาษีถัดไปมารวมเป็นเงินได้พึงประเมินของโจทก์ - จำเลยอ้างว่า เงินได้พึงประเมินตาม ป.ร.ฎ. มาตรา 39 รวมถึงตรา สารที่มีค่าเหมือนเงินสด เช่น ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค ซึ่งมี ลักษณะเป็นตัวเงินอย่างหนึ่งด้วย (มาตรา 39)

9 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2694/2548 โจทก์ กรมสรรพากร (จำเลย) ทศท ส่งมอบที่ดิน อาคาร และส่วนปรับปรุงอาคาร ประเมินภาษี - โจทก์ประกอบกิจการเป็นผู้รับสัมปทานตามสัญญาร่วมการงานและ ร่วมลงทุนขยายบริการโทรศัพท์กับ ทศท. - โจทก์ส่งมอบโอนการคอบครองที่ดิน อาคาร และส่วนปรับปรุง อาคาร เพื่อใช้ในกิจการร่วมการงานและร่วมลงทุนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของ ทศท. - ไม่มีการชำระราคาและมิได้จดทะเบียนการโอนต่อเจ้าพนักงาน ที่ดิน

10 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 876/2535 โจทก์พนักงาน - โจทก์หักเงินเดือนของพนักงานที่เป็นสมาชิกทุก เดือน ตามข้อบังคับว่าด้วยเงินทุนสะสม - นำเงินเข้าฝากธนาคารในบัญชีสมทบทุนที่เปิดไว้ใน ชื่อสมาชิกเป็นรายบุคคล - โจทก์จะจ่ายเงินทั้งสิ้นในบัญชีสมทบทุนของสมาชิก ให้แก่สมาชิกเมื่อสมาชิกภาพสิ้นสุดลง โดยมีกรรมการ ผู้จัดการและพนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์เป็นผู้ควบคุมใน การถอนเงิน ** ปัญหาคือดอกเบี้ยที่เกิดจากเงินฝากเป็นเงินได้ของโจทก์หรือไม่ **

11 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4082/2535 โจทก์ เจ้าของ ลิขสิทธิ์ - เจ้าของลิขสิทธิ์ให้โจทก์จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แก่บุคคล อื่น ตามที่บอกให้โจทก์จ่าย - แบ่งจ่ายให้แก่บุคคลหลายคน - ผู้รับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในลิขสิทธิ์ ** ปัญหาว่าต้องคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างไร **

12 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1708/2536 บริษัท อ. โจทก์ รับฝากขายสินค้า Consignment Fee

13 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1708/2536 โจทก์บริษัท อ. - โจทก์รับฝากขายผงชูรสและผลิตภัณฑ์พลอยได้จาก ผงชูรสให้แก่บริษัท อ. - ได้รับค่าตอบแทนคือ “ค่าบริการดำเนินการจัดธุรกิจ ให้กับผู้อื่น” (Consignment Fee) เป็นรายเดือนจำนวน แน่นอน โดยไม่คำนึงถึงยอดขาย - บริษัท อ. ได้มอบรถยนต์จำนวน คัน ให้โจทก์ ใช้เป็นยานพาหนะในการจำหน่ายสินค้าโดยไม่เสีย ค่าตอบแทน ** ปัญหาว่ารถยนต์ที่โจทก์ใช้เป็นเงินได้พึงประเมินของโจทก์หรือไม่ **

14 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2346/2536 ผู้จะซื้อผู้จะขาย - ผู้จะซื้อจ่ายเงินมัดจำ 1,000,000 เป็นส่วนหนึ่งของ เงินชำระค่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขาย - เงินจำนวน 5,000,000 บาท เป็นเงินส่วนหนึ่งของ ค่าที่ดิน - ส่วนอีก 477,500 บาท เป็นดอกเบี้ยที่ผู้จะซื้อจ่าย ให้แก่ผู้จะขายเพื่อตอบแทนในการที่ผู้จะขายผัดการชำระ เงินออกไป - ต่อมาผู้จะซื้อจะได้ยื่นฟ้องผู้จะขายขอให้บังคับผู้จะ ขายจดทะเบียนโอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายที่ดิน หากโอน ไม่ได้ให้ผู้จะขายคืนเงินค่าที่ดินที่ได้รับไว้พร้อมเบี้ยปรับ

15 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1195/2539 ผู้จะขายผู้จะซื้อ - ผู้จะซื้อวางเงินมัดจำตามสัญญาจะซื้อจะ ขายที่ดิน - ผู้จะขายบอกริบมัดจำ - ผู้จะซื้อยื่นฟ้องผู้จะขายเรียกมัดจำคืน คดี อยู่ในระหว่างพิจารณา

16 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 123/2540 โจทก์พนักงาน - โจทก์ให้บริการรับประทานอาหารฟรีแก่ พนักงานบนเรือขุดแร่ ** ปัญหาว่าค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออาหารของโจทก์ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของพนักงานหรือไม่ **

17 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2540 โจทก์พนักงาน - โจทก์หักเงินได้ของลูกจ้างไว้และนำส่งแก่เจ้าพนักงานของจำเลย - ตั้งยอดลูกหนี้ไว้ในงบดุลของสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย - สิ้นรอบระยะเวลาบัญชีได้โอนยอดเงินดังกล่าวไปเข้าบัญชีของ สำนักงานใหญ่ เพราะลูกจ้างถูกสำนักงานใหญ่หักภาษีเงินได้ไว้เพื่อเสียภาษี ตามกฎหมายประเทศเบลเยี่ยมแล้วยังถูกสถานประกอบการถาวรในประเทศ ไทยหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่าย และนำส่งแก่เจ้าพนักงานของกรมสรรพากรอีก - สถานประกอบการถาวรในประเทศไทยจึงให้ลูกจ้างยืมเงินตาม จำนวนดังกล่าวไปชำระก่อนแล้วจึงนำไปหักกลบกับเงินที่สำนักงานใหญ่ได้หัก ไว้เป็นค่าภาษีตามกฎหมายประเทศเบลเยี่ยม **เป็นกรณีที่โจทก์ออกเงินค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ให้แก่ลูกจ้างหรือไม่**

18 1. หลักแหล่งเงินได้ (Source Rule) (มาตรา 41 วรรค 1) 2. หลักถิ่นที่อยู่ (Resident Rule) (มาตรา 41 วรรค 2 และ 3) 3. หลักสัญชาติหรือความเป็นพลเมือง (ไม่มีกำหนดในประมวลรัษฎากร) ความรับผิดในการเสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

19 มาตรา 41 ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ใน ปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเนื่องจากหน้าที่งานหรือ กิจการที่ทำในประเทศไทย หรือเนื่องจาก กิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือ เนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ ไม่ว่า เงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ ความรับผิดในการเสียภาษี

20 1. หน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย 2. กิจการที่ทำในประเทศไทย 3. กิจการของนายจ้างในประเทศไทย 4. ทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย *จะจ่ายเงินได้ที่ใดมิใช่สาระสำคัญ* ความรับผิด ตามหลักแหล่งเงินได้

21 มาตรา 41 ผู้อยู่ในประเทศไทย มีเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจาก หน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือ เนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสีย ภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้เมื่อนำเงินได้ พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่ง หรือหลายระยะรวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปด สิบวันในปีภาษีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ใน ประเทศไทย ความรับผิดในการเสียภาษี

22 1. เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย 2. มีเงินได้พึงประเมินเนื่องจาก - หน้าที่งานที่ทำในต่างประเทศ - กิจการที่ทำในต่างประเทศ - ทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ 3. นำเงินได้พึงประเมินเข้ามาในประเทศ ไทย ความรับผิดตามหลักถิ่นที่อยู่

23 ตัวอย่างกรณีศึกษา 1. Mr. A เป็นวิศวกรทำงานในประเทศไทย ให้แก่บริษัทนายจ้างที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย 2. Mr. A เป็นวิศวกรทำงานในประเทศไทย ให้แก่บริษัทนายจ้างที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของ ต่างประเทศ 3. Mr. A เป็นวิศวกรทำงานในต่างประเทศ ให้แก่สาขาของบริษัทนายจ้างที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทยในต่างต่างประเทศ 4. Mr. A ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้างให้ มาติดต่อหาลูกค้า และมาประจำอยูในประเทศ ไทยเป็นเวลา 1 ปี

24 ตัวอย่างกรณีศึกษา 5. Mr. A เป็นคนอเมริกัน มอบหมาย ให้ นายไก่ลูกจ้างเป็นผู้ดำเนินการเปิด ร้านอาหาร Fast Food ในประเทศไทย 6. Mr. A ถือหุ้นในบริษัทไทย และ ได้รับเงินปันผล 7. Mr. A ขายหุ้นของบริษัทไทยใน ตลาดหลักทรัพย์ มีกำไรจากการขายหุ้น 8. Mr. A เปิดกิจการโรงเรียนสอน ภาษาในประเทศไทย

25 CASE หารือกรมสรรพากร Bangkok Bank (Thailand) นาย ก จ้างแรงงาน Bangkok Bank (Hong Kong) 1. ค่าจ้างจ่ายจากสำนักงาน ใหญ่ในประเทศไทย 2. ค่าจ้างจ่ายโดยสาขา ฮ่องกง ส่งไปทำงานประจำ

26 1. หน่วยบุคคล (ที่มิใช่นิติบุคคล) - บุคคลคนเดียว (ม. 56 ว. 1) - คณะบุคคล (ม. 56 ว. 2) - ห้างหุ้นส่วนสามัญ (ม. 56 ว. 2) - ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี (ม. 57 ทวิ ว. 1) 2. หน่วยทรัพย์สิน - กองมรดกที่ยังมิได้แบ่ง (ม. 57 ทวิ ว. 2) หน่วยภาษี (Tax Unit) และผู้มีหน้าที่เสียภาษี (Tax Payer)

27 หน่วยภาษี มาตรา 56 ให้บุคคลทุกคน เว้นแต่ผู้เยาว์ หรือผู้ที่ศาลสั่งให้ เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ ยื่นรายการ เกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ตนได้รับในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว พร้อมทั้งข้อความอื่น ๆ ภายในเดือนมีนาคมทุก ๆ ปี ตามแบบที่ อธิบดีกำหนดต่อเจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง ถ้าบุคคลนั้น (1) ไม่มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ ล่วงมาแล้วเกิน 30,000 บาท (2) ไม่มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ ล่วงมาแล้วเฉพาะตามมาตรา 40 (1) ประเภทเดียวเกิน 50,000 บาท (3) มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วง มาแล้วเกิน 60,000 บาท หรือ (4) มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วง มาแล้วเฉพาะตามมาตรา 40 (1) ประเภทเดียวเกิน 100,000 บาท

28 หน่วยภาษี ในกรณีห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติ บุคคล มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกินจำนวนตาม (1) ให้ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึง ประเมินในชื่อของห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นที่ได้รับใน ระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้วภายในกำหนดเวลาและตามแบบ เช่นเดียวกับวรรคก่อน การเสียภาษีในกรณีเช่นนี้ให้ ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการรับผิดเสียภาษีในชื่อของห้างหุ้นส่วน หรือคณะบุคคลนั้นจากยอดเงินได้พึงประเมินทั้งสิ้นเสมือนเป็น บุคคลธรรมดาคนเดียวโดยไม่มีการแบ่งแยก ทั้งนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคนไม่จำต้องยื่นรายการเงินได้ สำหรับจำนวนเงินได้พึงประเมินดังกล่าวเพื่อเสียภาษีอีก แต่ถ้า ห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นมีภาษีค้างชำระให้ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือบุคคลในคณะบุคคลทุกคนร่วมรับผิดในเงินภาษีที่ค้างชำระ นั้นด้วย

29 หน่วยภาษี มาตรา 57 ทวิ ถ้าผู้มีเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 56 วรรคหนึ่ง ถึงแก่ความตายเสียก่อนที่ผู้นั้น ได้ปฏิบัติตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง หรือก่อนที่ผู้แทน โดยชอบธรรม ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ได้ปฏิบัติตาม มาตรา 57 ให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการมรดก หรือ ทายาท หรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดก แล้วแต่กรณี ปฏิบัติแทน และโดยเฉพาะในการยื่นรายการเงินได้พึง ประเมินของผู้ตายนั้น ให้รวมเงินได้พึงประเมินของ ผู้ตายและของกองมรดกที่ได้รับตลอดปีภาษีที่ผู้นั้นถึง แก่ความตายเป็นยอดเงินได้พึงประเมินที่จะต้องยื่น ทั้งสิ้น

30 หน่วยภาษี สำหรับในปีต่อไป ถ้ากองมรดกของ ผู้ตายยังมิได้แบ่งและมีเงินได้พึงประเมิน ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกินจำนวนตาม มาตรา 56 (1) ให้ผู้จัดการมรดกหรือ ทายาทหรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดก แล้วแต่กรณี มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตาม บทบัญญัติในส่วนนี้ในชื่อกองมรดกของ ผู้ตาย

31 1. เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (ม. 40 (1)) 2. เงินได้เนื่องจากการรับทำงานให้ (ม. 40 (2)) 3. เงินได้เนื่องจากค่าแห่งสิทธิ เงินรายปี (ม. 40 (3)) 4. เงินได้จากดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์จากการลงทุน (ม. 40 (4)) (ม. 40 (4)) 5. เงินได้เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สิน (ม. 40 (5)) 6. เงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ (ม. 40 (6)) 7. เงินได้จากการรับเหมา (ม. 40 (7)) 8. เงินได้จากธุรกิจ หรือเงินได้อื่น ๆ (ม. 40 (8)) ประเภทของเงินได้พึงประเมิน

32 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 มาตรา 40 เงินได้พึงประเมินนั้นคือเงินได้ ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้ จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะ เป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้ จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดย ไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างชำระหนี้ใดๆ ซึ่ง ลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้าง แรงงาน

33 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 2 (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงาน ที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็น ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุน ในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่า บ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้าน ที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้ จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้นั้นไม่ว่าหน้าที่หรือ ตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการ ประจำหรือชั่วคราว

34 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 3 (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่ง ลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปี หรือ เงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอัน ได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่าง อื่น หรือคำพิพากษาของศาล

35 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 4 (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้น กู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกัน หรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วน ที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติ บุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกใน ราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนอง เดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ ได้จากการให้กู้ยืม หรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิด ไม่ ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม

36 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 4 (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไรหรือ ประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล กองทุนรวม หรือสถาบันการเงินที่มี กฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทย จัดตั้งขึ้น สำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรม เงินปันผล หรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้อง ถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วย ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจาก ถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

37 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 4 เพื่อประโยชน์ในการคำนวณเงินได้ตามวรรค หนึ่ง ในกรณีที่บุตรชอบด้วยกฎหมายที่ยังไม่บรรลุนิติ ภาวะเป็นผู้มีเงินได้ และความเป็นสามีภริยาของบิดา และมารดาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือว่าเงินได้ของ บุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดา แต่ถ้าความเป็นสามี ภริยาของบิดาและมารดามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือ ว่าเงินได้ของบุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดาหรือ มารดาผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือของบิดาในกรณีบิดา มารดาใช้อำนาจปกครองร่วมกัน ความในวรรคสองให้ใช้บังคับกับบุตรบุญธรรม ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ด้วยโดย อนุโลม

38 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 4 (ค) เงินโบนัสที่จ่ายแก่ผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วนใน บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ง) เงินลดทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เฉพาะส่วนที่จ่ายไม่เกินกว่ากำไรและเงินที่กันไว้รวมกัน (จ) เงินเพิ่มทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งตั้งจากกำไรที่ได้มาหรือเงินที่กันไว้รวมกัน (ฉ) ผลประโยชน์ที่ได้จากการที่บริษัทหรือห้าง หุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากัน หรือรับช่วงกัน หรือเลิกกัน ซึ่ง ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินทุน (ช) ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนการเป็นหุ้นส่วน โอนหุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร หรือตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิ ในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เป็นผู้ออก ทั้งนี้ เฉพาะซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน

39 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 (5) เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้ เนื่องจาก (ก) การให้เช่าทรัพย์สิน (ข) การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน (ค) การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน ซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้น โดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับ ไว้แล้ว

40 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 ในกรณี (ก) ถ้าเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควร เชื่อว่าผู้มีเงินได้แสดงเงินได้ต่ำไปไม่ถูกต้องตามความ เป็นจริง เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินได้นั้น ตามจำนวนเงินที่ทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ตามปกติ และให้ถือว่าจำนวนเงินที่ประเมินนี้เป็นเงินได้พึง ประเมินของผู้มีเงินได้ ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมิน ก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ตามส่วน 2 หมวด 2 ลักษณะ 2 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณี (ข) และ (ค) ให้ถือว่าเงินหรือประโยชน์ ที่ได้รับไว้แล้วแต่วันทำสัญญาจนถึงวันผิดสัญญา ทั้งสิ้นเป็นเงินได้พึงประเมินของปีที่มีการผิดสัญญานั้น

41 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 6 (6) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือ วิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอิสระ อื่น ซึ่งจะได้มีพระราชกฤษฎีกา กำหนดชนิดไว้

42 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 7 (7) เงินได้จากการรับเหมาที่ ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการ จัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญ นอกจากเครื่องมือ

43 เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 (8) เงินได้จากการธุรกิจ การ พาณิชย์ การเกษตร การ อุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการ อื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7) แล้ว

44 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5606/2530 โจทก์ นายจ้าง 1. โจทก์ได้รับค่าชดเชยจาก นายจ้างในการเลิกจ้าง 2. ค่าชดเชยดังกล่าวเป็นเงินได้พึง ประเมินประเภทใด

45 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3773/2532 โจทก์ ลูกจ้าง ผู้รับเหมา 3. ผู้รับเหมาจ่ายค่าแรงงานให้แก่ลูกจ้างเอง 4. หากงานล่าช้าต้องจ้างคนงานเพิ่มขึ้น โจทก์ไม่ต้องรับผิดชอบ 1. โจทก์ก่อสร้างตึกแถวโดย จัดหาวัสดุก่อสร้างเอง 2. ค่าแรงงานเหมาจ่ายให้แก่ ผู้รับเหมาไปจัดหาคนงานมาทำการ ก่อสร้าง

46 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4925/2533 โจทก์ บริษัท พ. 1. โจทก์จ้างบริษัท พ. ซึ่งเป็นบริษัท ต่างประเทศ เป็นที่ปรึกษาและให้บริการ ทางเทคนิค 2. โจทก์จ่ายเงินค่าใช้จ่ายเบิก ชดเชย ค่าการตลาด และค่าส่งเสริมการ ลงทุนให้บริษัท พ.

47 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2643/2543 แพทย์ โรงพยาบาล 1. ค่าตรวจรักษาแพทย์จะเรียกจากผู้ป่วย ได้ไม่เกินอัตราที่โรงพยาบาลกำหนด 2. ค่าตรวจรักษาเป็นเงินได้ของแพทย์ ทั้งหมด 3. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่ายา ค่าพยาบาล ค่าห้อง เป็นรายรับของโรงพยาบาลทั้งหมด

48 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2526 โจทก์ คลินิก การไฟฟ้า ฝ่ายผลิต 2. โจทก์เปิดคลินิกรับรักษาผู้ป่วยแต่ เพียงผู้เดียว 1. โจทก์ได้รับค่าตอบแทน จากการปฏิบัติหน้าที่ประจำในการ รักษาผู้ป่วยซึ่งเป็นพนักงานของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต

49 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3867/2531 โจทก์ บริษัท ฮ. 1. บริษัท ฮ. ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้ ความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่โจทก์ใน การผลิตกระดาษ 2. บริษัท ฮ. ได้รับเงินค่าธรรมเนียม ในการให้ความช่วยเหลือจากโจทก์

50 บริษัทฮอนชูเปเปอร์ (ญี่ปุ่น) สัญญาให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค (Technical Assistance Agreement) การผลิตกระดาษ บริษัทสยามคราฟท์ (ไทย) หมายเหตุ - ฎ. 3867/2531 (บริษัทสยามคราฟท์ จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย) - ฎ ส่งผู้เชี่ยวชาญ 15 คน เข้ามา ประจำอยู่ที่โรงงานสยามคราฟท์ที่จังหวัดราชบุรี

51 คำพิพากษาศาลฎีกาที่5634/2536 โจทก์ บริษัท เนสท์เทค 1. โจทก์ผลิตกาแฟโดยอยู่ภายใต้ เงื่อนไขและความควบคุมของบริษัทเนสท์เทค 2. ชำระค่าตอบแทนเป็นการแลกเปลี่ยน เพื่อผลิตกาแฟตามสูตรและกรรมวิธีที่กำหนด 3. โจทก์ต้องเก็บรักษาสูตร กรรมวิธี และ ความรู้ที่ได้รับไว้เป็นความลับ 4. ส่งคืนเอกสารทั้งปวงเกี่ยวกับสูตรและ ความรู้ให้แก่เนสท์เทคเมื่อสิ้นสุดสัญญา

52 คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับประเภทของเงินได้พึงประเมิน โจทก์ พ ทำสัญญากู้และจำนองโดยแสดงเจตนาลวง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1986/2533 ปัญหาว่าโจทก์มีเงินได้ตาม ม. 40 (4) คือดอกเบี้ยที่จะต้องเสียภาษีหรือไม่

53 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5399/2538 โจทก์ ผู้ขาย ธนาคาร (ในประเทศ) 1. โจทก์เปิด Letter of Credit ผ่านธนาคารใน ประเทศ 2. โจทก์ให้ผู้ขายสินค้านำ Letter of Credit ไปขาย ลดให้แก่ธนาคารในต่างประเทศ 3. โจทก์รับภาระในส่วนลดที่ผู้ขายได้ขาย Letter of Credit ให้แก่ธนาคารต่างประเทศ ธนาคาร (ต่างประเทศ)

54 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4767/2540 โจทก์ บริษัท (ต่างประเทศ) 1. โจทก์สั่งซื้อปุ๋ยเคมีจากบริษัท ต่างประเทศ 2. ตกลงชำระราคาภายใน 270 วัน และ 180 วัน นับแต่วันส่งมอบ 3. โจทก์ตกลงชำระเงินเพิ่มจากราคา สินค้าดังกล่าวให้แก่ผู้ขายอีกในอัตราร้อยละ 10.8 ของราคาสินค้า นับแต่วันส่งมอบสินค้า ถึงวันชำระราคาตามที่ระบุในใบกำกับสินค้า

55 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8479/2540 โจทก์ ธนาคาร (ต่างประเทศ) 1. โจทก์เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ต่างประเทศ เพื่อดำเนินธุรกิจกับลูกค้า 2. ถ้าเงินที่ธนาคารจ่ายไปมากกว่า จำนวนที่มีในบัญชี ธนาคารจะออกให้ก่อนโดย คิดดอกเบี้ยจากโจทก์ 3. เมื่อโจทก์นำเงินเข้าบัญชี ธนาคารก็จะ นำยอดดอกเบี้ยมาหักทอนบัญชี 4. โจทก์นำดอกเบี้ยมาหักเป็นรายจ่าย

56 คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 7671/2546 โจทก์ บริษัท ข. ถือหุ้น มีกำไรจากการ ชำระบัญชี เลิกกิจการ ชำระบัญชี ได้รับส่วนแบ่งผลกำไร จากการชำระบัญชีใน แต่รอบระยะเวลาบัญชี

57 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3968/2532 โจทก์ เจ้าของที่ดิน 1. โจทก์เช่าที่ดินจากเจ้าของที่ดิน 15 ปี 2. โจทก์มีสิทธิปลูกสร้างอาคารและ จะต้องรื้อถอนไปเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง 3. โจทก์ให้ ด. รับเหมาปลูกสร้าง ตึกแถวให้คนเช่า

58 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 994/2531 โจทก์ บริษัท (ต่างประเทศ) 1. โจทก์จ่ายเงินให้แก่บริษัท ต่างประเทศ 2. ค่าออกแบบแปลนโรงงาน สำรวจ สถานที่ตั้งโรงงาน ออกแบบเครื่องจักร ติดตั้งเครื่องจักร ทดลองการผลิต ดูแล รักษาเครื่องจักร ฝึกวิศวกรไทยของโจทก์ ให้รู้จักดูแลรักษาและการใช้เครื่องจักร

59 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3923/2531 โจทก์ บริษัท (ต่างประเทศ) 1. โจทก์จ่ายเงินให้แก่บริษัท ต่างประเทศ 2. ค่าบริการในการออกแบบแปลนและ แผนผังในการสร้างโรงงานผลิตเม็ด พลาสติก รวมทั้งการติดตั้งเครื่องจักร 3. ไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีใด ๆ ให้แก่โจทก์

60 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1802/2533 โจทก์ โรงพยาบาล 1. โจทก์เป็นลูกจ้างของโรงพยาบาล ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน 2. นายจ้างมีข้อตกลงให้โจทก์ประกอบ อาชีพอิสระส่วนตัวได้นอกเวลาทำงาน โดย ใช้สถานที่โรงพยาบาลของนายจ้าง 3. แบ่งรายได้เข้าโรงพยาบาลตาม อัตราที่กำหนด

61 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3193/2543 โจทก์ โรงพยาบาลฟัน 1. โจทก์ให้บริการรักษาฟันใน โรงพยาบาลฟัน 2. มีข้อตกลงกับโรงพยาบาลว่า ค่าบริการรักษาฟันที่ได้รับจากผู้ใช้บริการ โจทก์จะได้รับส่วนแบ่งร้อยละ ได้รับค่าบริการจำนวน 1,751, บาท

62 1. โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองใน อสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทน (ม. 41 ทวิ & นิยาม “ขาย” ม. 50 (6)) 2. เงินได้ของบุตรให้ถือเป็นเงินได้ของบิดาหรือ มารดา (ม. 40 (4) ว. 2 และ 3) 3. เงินได้พึงประเมินของภริยาให้ถือเป็นเงินได้ ของสามี (ม. 57 ตรี) 4. ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินในหนังสือสำคัญ หรือเป็นผู้รับเงินได้พึงประเมินโดยหนังสือสำคัญ (ม. 61) กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ถือว่าเป็นผู้มีเงินได้

63 มาตรา 41 ทวิ ในกรณีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ ครอบครอง ในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มี ค่าตอบแทน ให้ถือว่าผู้โอนเป็นผู้มีเงินได้ และต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ ครอบครองในอสังหาริมทรัพย์

64 เงินได้ของบุตรเป็นเงินได้ของบิดามารดา มาตรา 40(4) วรรค 2 และ 3 เพื่อประโยชน์ในการคำนวณเงินได้ตามวรรค หนึ่ง ในกรณีที่บุตรชอบด้วยกฎหมายที่ยังไม่บรรลุนิติ ภาวะเป็นผู้มีเงินได้ และความเป็นสามีภริยาของบิดา และมารดาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือว่าเงินได้ของ บุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดา แต่ถ้าความเป็นสามี ภริยาของบิดาและมารดามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือ ว่าเงินได้ของบุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดาหรือ มารดาผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือของบิดาในกรณีบิดา มารดาใช้อำนาจปกครองร่วมกัน ความในวรรคสองให้ใช้บังคับกับบุตรบุญธรรมที่ ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ด้วยโดยอนุโลม

65 เงินได้ของภริยาเป็นเงินได้ของสามี มาตรา 57 ตรี ในการเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยานั้น ถ้า สามีและภริยาอยู่ร่วมกันตลอดปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว ให้ ถือเอาเงินได้พึงประเมินของภริยาเป็นเงินได้ของสามี และให้สามีมีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการ และเสียภาษี แต่ถ้าภาษีค้างชำระและภริยาได้รับแจ้ง ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วันแล้ว ให้ภริยาร่วมรับผิดใน การเสียภาษีที่ค้างชำระนั้นด้วย ถ้าสามีหรือภริยามีความประสงค์จะยื่นรายการ แยกกันก็ให้ทำได้ โดยแจ้งให้เจ้าพนักงานประเมินทราบ ภายในเวลาซึ่งกำหนดให้ยื่นรายการ แต่การแยกกันยื่น รายการนั้น ไม่ทำให้ภาษีที่ต้องเสียเปลี่ยนแปลงอย่างใด

66 เงินได้ของภริยาเป็นเงินได้ของสามี มาตรา 57 ตรี ถ้าเห็นสมควร เจ้าพนักงานประเมินอาจแบ่ง ภาษีออกตามส่วนของเงินได้พึงประเมินที่สามีและ ภริยาแต่ละฝ่ายได้รับและแจ้งให้สามีและภริยาเสีย ภาษีเป็นคนละส่วนก็ได้ แต่ถ้าภาษีส่วนของฝ่ายใด ค้างชำระและอีกฝ่ายหนึ่งได้รับแจ้งล่วงหน้าไม่ น้อยกว่า ๗ วันแล้ว ให้อีกฝ่ายหนึ่งนั้นร่วมรับผิดใน การเสียภาษีที่ค้างชำระนั้นด้วย การที่สามีภริยาอยู่ต่างท้องที่กันหรือต่างคน ต่างอยู่เป็นครั้งคราวยังคงถือว่าอยู่ร่วมกัน

67 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2545 ภริยา สามีคนที่ 1 สามีคนที่ 2 จดทะเบียนสมรสซ้อน ภริยามีเงินได้ระหว่างปีภาษี

68 ผู้มีชื่อในหนังสือสำคัญ มาตรา 61 บุคคลใดมีชื่อในหนังสือสำคัญใด ๆ แสดงว่า (1) เป็นเจ้าของทรัพย์สินอันระบุไว้ในหนังสือ สำคัญ และทรัพย์สินนั้นก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน หรือ (2) เป็นผู้ได้รับเงินได้พึงประเมินโดยหนังสือ สำคัญเช่นว่านั้น เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเรียกเก็บ ภาษีทั้งหมดจากผู้มีชื่อในหนังสือสำคัญนั้นก็ได้ แต่ถ้า บุคคลนั้นต้องโอนเงินได้พึงประเมินให้แก่บุคคลอื่น บุคคลนั้นมีสิทธิหักเงินภาษีจากจำนวนเงินซึ่งต้องโอน ให้แก่บุคคลอื่นตามส่วน

69 1. ผู้มีหน้าที่ยื่นรายการภาษี (ม. 56, 57, 57 ทวิ และ 62) 2. ผู้มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบร่วมกับผู้มี เงินได้ (ม. 54) 3. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแทนผู้มีเงินได้ (ม. 48 ทวิ) บุคคลที่เกี่ยวข้องในการเสียภาษี

70 1. ยกเว้นตามมาตรา ยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกา (ม. 3) 3. ยกเว้นตามกฎกระทรวง (ม. 42 (27)) การยกเว้นภาษี เงินได้บุคคล ธรรมดา

71 เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี มาตรา 42 เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ให้ได้รับ ยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ (1) ค่าเบี้ยเลี้ยงหรือค่าพาหนะ ซึ่งลูกจ้าง หรือผู้รับหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือผู้รับ ทำงานให้ ได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความ จำเป็นเฉพาะในการที่จะต้องปฏิบัติการตาม หน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น

72 เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี มาตรา 42 (2) ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยง เดินทางตามอัตราที่รัฐบาลกำหนดไว้ โดยพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยอัตรา ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

73 เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี มาตรา 42 (1) เงินค่าเดินทางซึ่งนายจ้างจ่ายให้ ลูกจ้าง เฉพาะส่วนที่ลูกจ้างได้จ่ายทั้งหมดโดย จำเป็นเพื่อการเดินทางจากต่างถิ่นในการเข้ารับ งานเป็นครั้งแรก หรือในการกลับถิ่นเดิมเมื่อการ จ้างได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ข้อยกเว้นนี้มิให้รวมถึง เงินค่าเดินทางที่ลูกจ้างได้รับในการกลับถิ่นเดิม และในการเข้ารับงานของนายจ้างเดิมภายใน สามร้อยหกสิบห้าวัน นับแต่วันที่การจ้างครั้งก่อน ได้สิ้นสุดลง

74 เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี มาตรา 42 (4) ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างได้ทำสัญญากัน โดยสุจริตก่อนใช้พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ พุทธศักราช 2475 มีข้อกำหนดว่านายจ้างจะชำระเงินบำเหน็จ เงิน ค่าธรรมเนียม เงินค่านายหน้า หรือเงินโบนัสให้แก่ลูกจ้าง เป็นจำนวนเดียวเมื่อการงานที่จ้างได้สิ้นสุดลงแล้ว แม้เงิน เต็มจำนวนนั้นจะได้ชำระภายหลังที่ใช้บัญญัติในส่วนนี้ก็ดี เงินบำเหน็จ เงินค่าธรรมเนียม เงินค่านายหน้า หรือเงิน โบนัสส่วนที่เป็นค่าจ้างแรงงานอันได้ทำในเวลาก่อนใช้ พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ พุทธศักราช 2475 นั้น ไม่ ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

75 เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี มาตรา 42 (5) เงินเพิ่มพิเศษประจำตำแหน่งและเงินค่า เช่าบ้าน หรือบ้านที่ให้อยู่โดยไม่ต้องเสียค่าเช่า สำหรับข้าราชการสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยใน ต่างประเทศ (6) เงินได้จากการขาย หรือส่วนลดจากการซื้อ อากรแสตมป์ หรือแสตมป์ไปรษณียากรของรัฐบาล (7) เบี้ยประชุมกรรมาธิการหรือกรรมการ หรือ ค่าสอน ค่าสอบที่ทางราชการหรือสถานศึกษาของ ทางราชการจ่ายให้

76 เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี มาตรา 42 (8) ดอกเบี้ยดังต่อไปนี้ (ก) ดอกเบี้ยสลากออมสิน หรือดอกเบี้ยเงินฝาก ออมสินของรัฐบาลเฉพาะประเภทฝากเผื่อเรียก (ข) ดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์ที่ได้รับ จากสหกรณ์ (ค) ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ เฉพาะกรณีที่ ผู้มีเงินได้ได้รับดอกเบี้ยดังกล่าวในจำนวนรวมกันทั้งสิ้น ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดปีภาษีนั้น ทั้งนี้ ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

77 เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี มาตรา 42 (9) การขายสังหาริมทรัพย์อันเป็น มรดก หรือสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้ มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร แต่ไม่ รวมถึงเรือกำปั่น เรือที่มีระวางตั้งแต่หก ตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนต์ที่มี ระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป หรือแพ

78 เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี มาตรา 42 (10) เงินได้ที่ได้รับจากการ อุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา เงิน ได้ที่ได้รับจากการรับมรดก หรือจาก การให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือ ตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียม ประเพณี

79 เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี มาตรา 42 (11) รางวัลเพื่อการศึกษาหรือค้นคว้า ในวิทยาการ รางวัลสลากกินแบ่งหรือ สลากออมสินของรัฐบาล รางวัลที่ทาง ราชการจ่ายให้ในการประกวดหรือแข่งขัน ซึ่งผู้รับมิได้มีอาชีพในการประกวดหรือ แข่งขัน หรือสินบนรางวัลที่ทางราชการ จ่ายให้เพื่อประโยชน์ในการปราบปราม กระทำความผิด

80 เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี มาตรา 42 (12) บำนาญพิเศษ บำเหน็จพิเศษ บำนาญ ตกทอด หรือบำเหน็จตกทอด (13) ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด เงินที่ได้ จากการประกันภัย หรือการฌาปนกิจสงเคราะห์ (14) เงินส่วนแบ่งของกำไรจากห้างหุ้นส่วน สามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ซึ่งต้อง เสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ แต่ไม่รวมถึงเงิน ส่วนแบ่งของกำไรจากกองทุนรวม

81 เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี มาตรา 42 (15) เงินได้ของชาวนาที่ได้จากการขายข้าว อันเกิดจากกสิกรรมที่ตนและหรือครอบครัวได้ทำเอง (16) เงินได้ที่ได้รับจากกองมรดก ซึ่งต้องเสีย ภาษีตามความในมาตรา 57 ทวิ (17) เงินได้ตามที่จะได้กำหนดยกเว้นโดย กฎกระทรวง (18) รางวัลสลากบำรุงกาชาดไทย เงินได้จาก การขาย หรือส่วนลดจากการซื้อสลากบำรุงกาชาด ไทย (19) ดอกเบี้ยที่ได้รับตามมาตรา 4 ทศ

82 เงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี มาตรา 42 (23) เงินได้จากการขายหน่วย ลงทุนในกองทุนรวม (24) เงินได้ของกองทุนรวม (25) เงินประโยชน์ทดแทนที่ ผู้ประกันตนได้รับจากกองทุน ประกันสังคม ตามกฎหมายว่าด้วยการ ประกันสังคม

83 3. ฟ้องเรียกค่าเสียหายอ้างว่าเลิกจ้างโดยไม่ เป็นธรรม และคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอม ความ โดยมีการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กันจำนวน หนึ่ง (ฎ. 3353/2532) 4. ค่าเสียหายที่ชดใช้ให้แก่กันซึ่งเกิดจากมูล หนี้ในการกระทำผิดสัญญา (ฎ. 2346/2536) คำพิพากษาศาลฎีกา เกี่ยวกับมาตรา 42

84 การหักค่าใช้จ่าย จากเงินได้พึงประเมิน มาตรา 42 ทวิ เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา ๔๐ (1) และ (2) ยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา ได้ร้อยละ 40 แต่รวมกันต้องไม่เกิน 60,000 บาท ในกรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ ตามวรรคหนึ่ง และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ ตลอดปีภาษี ให้ต่างฝ่ายต่างหักค่าใช้จ่ายได้ ตามเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

85 การหักค่าใช้จ่าย จากเงินได้พึงประเมิน มาตรา 42 ตรี เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) เฉพาะที่เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ ยอมให้หัก ค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 40 แต่ต้องไม่ เกิน 60,000 บาท ในกรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ ตามวรรคหนึ่ง และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ ตลอดปีภาษี ให้ต่างฝ่ายต่างหักค่าใช้จ่ายได้ ตามเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

86 การหักค่าใช้จ่าย จากเงินได้พึงประเมิน มาตรา 43 เงินได้พึงประเมินตามความใน มาตรา 40 (5) ยอมให้หักค่าใช้จ่าย ได้ตามที่กำหนดโดยพระราช กฤษฎีกา

87 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 5 (1) การให้เช่าทรัพย์สิน (ก) ถ้าเป็นบ้าน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ ในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่าให้หักค่าใช้จ่าย เป็นการเหมาร้อยละ 30 ในกรณีให้เช่าช่วงให้หัก ค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือ ผู้ให้เช่าช่วงแล้วแต่กรณี (ข) ถ้าเป็นที่ดินที่ใช้ในการเกษตรกรรม ในกรณี เจ้าของเป็นผู้ให้เช่าให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อย ละ 20 ในกรณีให้เช่าช่วง ให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่า เช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้เช่าช่วง แล้วแต่ กรณี

88 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 5 (ค) ถ้าเป็นที่ดินที่มิได้ใช้ในการเกษตรกรรมใน กรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการ เหมาร้อยละ 15 ในกรณีให้เช่าช่วง ให้หักค่าใช้จ่าย เฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้เช่าช่วง แล้วแต่กรณี (ง) ถ้าเป็นยานพาหนะ ในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้ เช่า ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 30 ในกรณี ให้เช่าช่วง ให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้เช่าช่วง แล้วแต่กรณี

89 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 5 (จ) ถ้าเป็นทรัพย์สินอย่างอื่น ในกรณี เจ้าของเป็นผู้ให้เช่า ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการ เหมาร้อยละ 10 ในกรณีให้เช่าช่วง ให้หัก ค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้เช่าช่วง แล้วแต่กรณี

90 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 5 เว้นแต่ผู้มีเงินได้ตาม (ก) ถึง (จ) จะแสดง หลักฐานต่อเจ้าพนักงานประเมินและพิสูจน์ได้ว่ามี ค่าใช้จ่ายมากกว่านั้นก็ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตาม ความจำเป็นและสมควร ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 65 ทวิ และ มาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล รัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ มาใช้บังคับโดย อนุโลม แต่ถ้าตามหลักฐานที่นำมาพิสูจน์ ปรากฏว่ามี รายจ่ายที่หักได้ตามกฎหมายน้อยกว่าอัตราค่าใช้จ่ายที่ กำหนดไว้ข้างต้น ก็ให้ถือว่ามีค่าใช้จ่ายเพียงเท่า หลักฐานที่นำมาพิสูจน์

91 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 5 (2) การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน ให้หัก ค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 20 (3) การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน ซึ่ง ผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นโดยไม่ ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว ให้หัก ค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา ร้อยละ 20

92 การหักค่าใช้จ่าย จากเงินได้พึงประเมิน มาตรา 44 เงินได้พึงประเมินตามความใน มาตรา 40 (6) ยอมให้หักค่าใช้จ่าย ได้ตามที่กำหนดโดยพระราช กฤษฎีกา

93 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 6 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 6 หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาดังต่อไปนี้ (1) เงินได้จากวิชาชีพอิสระการประกอบ โรคศิลปะให้หักค่าใช้จ่ายในการเหมาร้อยละ 60 (2) เงินได้จากวิชาชีพอิสระนอกจาก (1) ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 30

94 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 6 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 6 เว้นแต่ผู้มีเงินได้ตาม (1) หรือ (2) จะแสดง หลักฐานต่อเจ้าพนักงานประเมินพิสูจน์ได้ว่ามี ค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น ก็ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตาม ความจำเป็นและสมควร ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร มาใช้ บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้าตามหลักฐานที่นำมาพิสูจน์ นั้นปรากฏว่ามีรายจ่ายที่หักได้ตามกฎหมายน้อย กว่าอัตราค่าใช้จ่ายที่กำหนดไว้ข้างต้นก็ให้ถือว่ามี ค่าใช้จ่ายเพียงเท่าหลักฐานที่นำมาพิสูจน์

95 การหักค่าใช้จ่าย จากเงินได้พึงประเมิน มาตรา 45 เงินได้พึงประเมินตามความใน มาตรา 40 (7) ยอมให้หักค่าใช้จ่าย ได้ตามที่กำหนดโดยพระราช กฤษฎีกา

96 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 7 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 7 ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 70 เว้นแต่ ผู้มีเงินได้จะแสดงหลักฐานต่อเจ้าพนักงานประเมิน และพิสูจน์ได้ว่ามีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น ก็ยอมให้หัก ค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควร ทั้งนี้ให้นำ มาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวล รัษฎากร มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้าตามหลักฐาน ที่นำมาพิสูจน์นั้นปรากฏว่ามีรายจ่ายที่หักได้ตาม กฎหมายน้อยกว่าอัตราค่าใช้จ่ายที่กำหนดไว้ข้ ข้างต้น ก็ให้ถือว่ามีค่าใช้จ่ายเพียงเท่าหลักฐานที่ นำมาพิสูจน์

97 การหักค่าใช้จ่าย จากเงินได้พึงประเมิน มาตรา 46 เงินได้พึงประเมินตามความใน มาตรา 40 (8) ยอมให้หักค่าใช้จ่าย ได้ตามที่กำหนดโดยพระราช กฤษฎีกา

98 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 8 ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา ดังต่อไปนี้ (1) การเก็บค่าต๋งหรือค่าเกมจากการพนัน การ แข่งขันหรือการเล่นต่าง ๆ ร้อยละ 65 (2) การถ่าย ล้าง อัด หรือขยายรูป ภาพยนตร์ รวมทั้งการขายส่วนประกอบ ร้อยละ 70 (3) การทำกิจการคานเรือ อู่เรือ หรือซ่อมเรือที่ มิใช่ซ่อมเครื่องจักร เครื่องกล ร้อยละ 70 (4) การทำรองเท้า และเครื่องหนังแท้หรือ หนัง เทียม รวมทั้งการขายส่วนประกอบ ร้อยละ 70

99 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 8 (5) การตัด เย็บ ถัก ปักเสื้อผ้าหรือสิ่งอื่น ๆ รวมทั้งการขายส่วนประกอบ ร้อยละ 70 (6) การทำ ตกแต่ง หรือซ่อมแซมเครื่องเรือน รวมทั้งการขายส่วนประกอบ ร้อยละ 70 (7) การทำกิจการโรงแรมหรือภัตตาคาร หรือ การปรุงอาหาร หรือเครื่องดื่มจำหน่าย ร้อยละ 70 (8) การดัด ตัด แต่งผม หรือตกแต่งร่างกาย ร้อย ละ 70 (9) การทำสบู่ แชมพู หรือเครื่องสำอาง ร้อยละ 70

100 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 8 (10) การทำวรรณกรรม ร้อยละ 75 (11) การค้าเครื่องเงิน ทอง นาก เพชร พลอย หรืออัญมณีอื่น ๆ รวมทั้งการขายส่วนประกอบ ร้อยละ 75 (12) การทำกิจการสถานพยาบาลตาม กฎหมายว่าด้วย สถานพยาบาลเฉพาะที่มีเตียงรับ ผู้ป่วยไว้ค้างคืน รวมทั้งการรักษาพยาบาลและการ จำหน่ายยา ร้อยละ 75 (13) การโม่หรือย่อยหิน ร้อยละ 75

101 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 8 (14) การทำป่าไม้ สวนยาง หรือไม้ยืนต้นร้อย ละ 80 (15) การขนส่งหรือรับจ้างด้วยยานพาหนะ ร้อยละ 80 (16) การทำบล็อก และตรา การรับพิมพ์ หรือ เย็บสมุด เอกสาร รวมทั้งการขายส่วนประกอบ ร้อยละ 80 (17) การทำเหมืองแร่ ร้อยละ 80 (18) การทำเครื่องดื่มตามกฎหมายว่าด้วยภาษี เครื่องดื่ม ร้อยละ 80

102 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 8 (19) การทำเครื่องกระเบื้อง เครื่องเคลือบ เครื่อง ซีเมนต์ หรือดินเผา ร้อยละ 80 (20) การทำหรือจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ร้อยละ 80 (21) การทำน้ำแข็ง ร้อยละ 80” (22) การทำกาว แป้งเปียกหรือสิ่งที่มีลักษณะ ทำนองเดียวกันและการทำแป้งชนิดต่าง ๆ ที่มิใช่ เครื่องสำอาง ร้อยละ 80 (23) การทำลูกโป่ง เครื่องแก้ว เครื่องพลาสติก หรือเครื่องยางสำเร็จรูป ร้อยละ 80

103 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 8 (24) การซักรีด หรือย้อมสี ร้อยละ 80 (25) การขายของนอกจากที่ระบุไว้ในข้ออื่นซึ่ง ผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต ร้อยละ 80 (26) รางวัลที่เจ้าของม้าได้จากการส่งม้าเข้าแข่ง ร้อยละ 80 (27) การรับสินไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากหรือการ ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโดยเด็ดขาดจากการขายฝาก ร้อยละ 85 (28) การรมยาง การทำยางแผ่น หรือยางอย่าง อื่น ที่มิใช่ยางสำเร็จรูป ร้อยละ 85

104 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 8 (29) การฟอกหนัง ร้อยละ 85 (30) การทำน้ำตาล หรือน้ำเหลืองของน้ำตาล ร้อยละ 85 (31) การจับสัตว์น้ำ ร้อยละ 85 (32) การทำกิจการโรงเลื่อย ร้อยละ 85 (33) การกลั่นหรือหีบน้ำมันร้อยละ 85 (34) การให้เช่าซื้อสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้า ลักษณะตามมาตรา 40 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2502 ร้อยละ 85

105 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 8 (35) การทำกิจการโรงสีข้าว ร้อยละ 85 (36) การทำเกษตรกรรมประเภทไม้ล้มลุก และธัญชาติ ร้อยละ 85 (37) การอบหรือบ่มใบยาสูบ ร้อยละ 85 (38) การเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งการ ขายวัตถุพลอยได้ ร้อยละ 85 (39) การฆ่าสัตว์จำหน่าย รวมทั้งการขาย วัตถุพลอยได้ ร้อยละ 85” (40) การทำนาเหลือ ร้อยละ 85

106 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 8 (41) การขายเรือกำปั่นหรือเรือที่มีระวางตั้งแต่ หกตันขึ้นไป เรือกลไฟ เรือยนต์มีระวางตั้งแต่ห้าตัน ขึ้นไป หรืแพ ร้อยละ 85 (42) การขายที่ดินเงินผ่อนหรือการให้เช่าซื้อ ที่ดิน ร้อยละ 61 (43) การแสดงของนักแสดงละคร ภาพยนตร์ วิทยุหรือโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพ หรือนักแสดงเพื่อความบันเทิงใด ๆ (ก) สำหรับเงินได้ส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท ร้อยละ 60

107 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 8 (ข) สำหรับเงินได้ส่วนที่เกิน 300,000 บาท ร้อยละ 40 การหักค่าใช้จ่ายตาม (ก) และ (ข) รวมกันต้องไม่เกิน 600,000 บาท เว้นแต่ผู้มีเงินได้จากกิจการตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง แสดงหลักฐานต่อเจ้าพนักงานประเมิน และพิสูจน์ได้ว่ามี ค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น ก็ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามความ จำเป็นและสมควร ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 65 ทวิและมาตรา 65 ตรี มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้าตามหลักฐานที่นำมาพิสูจน์นั้น ปรากฏว่า มีรายจ่ายที่หักได้ตามกฎหมายน้อยกว่าอัตรา ค่าใช้จ่ายที่กำหนดไว้ข้างต้น ก็ให้ถือว่ามีค่าใช้จ่ายเพียงเท่า หลักฐานที่นำมาพิสูจน์

108 การหักค่าใช้จ่ายสำหรับ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 11 ม. 8 ทวิ เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ที่มิได้ระบุไว้ใน มาตรา 8 ให้หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็น และสมควร ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 65 ทวิ และ มาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร มาใช้ บังคับโดยอนุโลม

109 1. ผู้มีเงินได้และคู่สมรส (ม. 47 (1) (ก) (ข) (2) และ (3)) 2. บุตรของผู้มีเงินได้ (ม. 47 (1) (ค) (ฉ) และ (3)) 3. การหักลดหย่อนแยกตามประเภทของ ค่าใช้จ่าย - เบี้ยประกันภัย (ม. 47 (1) (ง) - เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ม. 47(1) (ช) - ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (ม. 47 (1) (ซ) - เงินสมทบกองทุนประกันสังคม (ม. 47(1)(ฌ)) - ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา (ม. 47(1)(ญ)) การหักลดหย่อน

110 4. ผู้มีเงินได้ถึงแก่ความตายระหว่าง ปีภาษี (ม. 47 (4)) 5. เงินได้จากกองมรดกที่ยังมิได้ แบ่ง (ม. 47 (5)) การหักลดหย่อน

111 6. ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล ที่มิใช่นิติบุคคล (ม. 47 (6)) 7. เงินบริจาค (ม. 47 (7)) 8. การหักลดหย่อนของสามีภริยา (ม. 57 เบญจ) การหักลดหย่อน

112 1. บุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมของ ผู้มีเงินได้ (ม. 47(1)(ค) ว.1) 2. บุตรชอบด้วยกฎหมายของสามี/ภริยา ของผู้ มีเงินได้ (ม. 47(1)(ค) ว.1) 3. อายุยังไม่เกิน 25 ปี และกำลังศึกษาอยู่ใน มหาวิทยาลัยหรือชั้นอุดมศึกษา (ม. 47(1)(ค) ว.4) 4. เป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ ความสามารถ (ไม่ต้องพิจารณาเรื่องอายุ) (ม. 47(1)( ค) ว.4) 5. เกิดก่อน พ.ศ หักไม่ได้ เพราะอายุเกิน ยี่สิบห้าปี เว้นแต่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ ความสามรถ หักได้ (ม. 47(1)(ค) ว.1(1) และ ว.4) การหักลดหย่อนบุตร

113 6. เกิดในหรือหลัง พ.ศ หักได้ เพราะ อายุยังไม่เกิน 25 ปี แต่จะต้องเป็นผู้ที่ศึกษาใน มหาวิทยาลัยหรือชั้นอุดมศึกษา แต่ถ้าเป็นผู้เยาว์ คน ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หักได้ เสมอ (ม. 47(1)(ค) ว.1(1) และ ว. 4) 7. รับเป็นบุตรบุญธรรมก่อน/ใน/หลัง พ.ศ ให้พิจารณาว่าในระหว่างปีภาษีมีอายุเกิน/ไม่ เกิน 25 ปี ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือชั้น อุดมศึกษา หรือเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถหรือ เสมือนไร้ความสามารถ หรือไม่ (ม. 47(1)(ค) ว.1(1)(2), ว. 4 และ ว. 5) การหักลดหย่อนบุตร

114 8. มีบุตรเกิดก่อน พ.ศ จำนวน 2 คน เกิดใน พ.ศ จำนวน 1 คน และเกิดหลัง พ.ศ จำนวน 1 คน หักได้ 1 คน เฉพาะบุตรที่เกิดใน พ.ศ เนื่องจากอายุยังไม่เกิน 25 ปี แต่จะต้อง เป็นผู้ที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยหรือชั้นอุดมศึกษา ส่วน บุตรที่เกิดหลัง พ.ศ หักไม่ได้ (ม. 47(1)(ค) ว.1(1), ว.2, ว.3 และ ว. 4) 9. มีบุตรเกิดก่อน พ.ศ จำนวน 3 คน เกิดในและหลัง พ.ศ จำนวน 2 คน หักไม่ได้ เลย (ม. 47(1)(ค) ว.1(1) และ ว.2) การหักลดหย่อนบุตร

115 10. เกิดก่อนหรือใน พ.ศ จำนวน 6 คน เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ซึ่งอยู่ในความดูแล หักได้ทั้งหมด 6 คน (ม. 47(1)( ค) ว.1(1) และ ว.2) 11. มีบุตรเกิดในและหลัง พ.ศ จำนวน 4 คน หักได้ 3 คน แต่จะต้องเป็นผู้ที่ศึกษาใน มหาวิทยาลัยหรือชั้นอุดมศึกษา หรือเป็นผู้เยาว์ คนไร้ ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ(ม. 47(1)( ค) ว.1(1)(2) และ ว.2) 12. มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว และเป็นเงินได้ที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษี ตั้งแต่ 15,000 บาท หักลดหย่อนไม่ได้ (ม. 47(1)(ค) ว.4) การหักลดหย่อนบุตร

116 1. เงินได้สุทธิ (ม. 48 (1)) 2. อัตราภาษี (บัญชีอัตราภาษีเงินได้ (1)) 3. การกำหนดเงินได้สุทธิโดยเจ้า พนักงานประเมิน (ม. 49) 4. เงินได้สุทธิที่ได้รับการยกเว้นภาษี (พ.ร.ฎ ฉบับที่ 412) เงินได้สุทธิและอัตราภาษี

117 ตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2547 นาย ก. มีเงินได้จากเงินเดือน ตลอดปีรวม 1,200,000 บาท หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 96,000 บาท มีบุตร 1 คน กำลังเรียนชั้น ประถมศึกษา นาง ข. ภริยานาย ก. ได้รับเงินปัน ผลจากบริษัทไทย จำนวน 210,000 บาท นาย ก. จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านให้แก่ธนาคารจำนวน 50,000 บาท จ่ายเบี้ยประกันชีวิตให้แก่บริษัท ประกันภัยที่ประกอบกิจการในประเทศไทย 60,000 บาท และจ่ายเงินบริจาคให้แก่สภาสังคม สงเคราะห์แห่งประเทศไทยจำนวน 100,000 บาท ให้คำนวณค่าภาษีของ นาย ก.

118 เงินได้พึงประเมิน ( เงินเดือนตาม ม. 40(1)) 1,200,000 บาท หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 40 ไม่เกิน 60,000 บาท 60,000 บาท คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย 1,140,000 บาท เงินปันผล ( ม. 40(4)( ข ) 210,000 บาท เครดิตภาษีเงินปันผล (3 ใน 7) 90,000 บาท รวมเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่าย 1,440,000 บาท หักลดหย่อน ( บวกยกเว้นภาษี ) ผู้มีเงินได้ 30,000 ภริยาผู้มีเงินได้ 30,000 บุตร 1 คน 15,000 การศึกษาบุตร 2,000

119 หักลดหย่อน ( บวกยกเว้นภาษี ) ดอกเบี้ยเงินกู้ 50,000 เบี้ยประกันชีวิต 50,000 รวม 177,000 เงินได้พึงประเมินก่อนหักลดหย่อนเงินบริจาค 1,263,000 บาท (1,440, ,000) (1,440, ,000) หักลดหย่อนเงินบริจาค ( ไม่เกินร้อยละ 10) 100,000 บาท เงินได้สุทธิ 1,163,000 บาท คำนวณค่าภาษี ( ยกเว้น 80,000 บาท ปี 2548 อาจยกเว้น 100,000) เงินได้สุทธิ 20,000 x 5% =1, ,000 x 10% = 40, ,000 x 10% = 40, ,000 x 20% = 100, ,000 x 20% = 100, ,000 x 30% = 48, ,000 x 30% = 48,900

120 รวม ค่าภาษี 189,900 บาท หัก ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 96,000 เครดิตภาษีเงินปันผล 90, ,000 บาท ภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม 3,900 บาท

121 1. การโอนโดยไม่มีค่าตอบแทน ถือว่าผู้โอน เป็นผู้มีเงินได้ (ม. 41 ทวิ) 2. ราคาขายถือตามราคาประเมินตามประมวล กฎหมายที่ดิน (ม. 49 ทวิ) 3. การโอนโดยมีค่าตอบแทน ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ หักภาษี ณ ที่จ่าย (ม. 50 (5)) ถ้าไม่มีค่าตอบแทน ถือว่าผู้โอนเป็นผู้จ่าย (ม. 50 (6)) เงินได้ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์

122 4. เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร - โดยทางมรดกหรือการให้โดยเสน่หา หัก ค่าใช้จ่ายตาม ม. 48 (4)(ก) - การขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ ได้มาโดยทางอื่น (ม. 48 (4)(ข) และ 50 (5)(ข)) หักค่าใช้จ่ายตาม พ.ร.ฎ. (ฉบับที่ 165) - มีสิทธิเลือกเสียภาษีแยกจากเงินได้อื่น (ม. 48 (4)) เงินได้ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์

123 5. เงินได้จากการขายที่ดินเงินผ่อนหรือให้เช่า ซื้อที่ดิน หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 61 เว้นแต่พิสูจน์ ค่าใช้จ่ายได้มากกว่า ก็ให้หักตามความจำเป็นและ สมควร (พ.ร.ฎ. (ฉบับที่ 11) ม. 8 (42) และ ม. 8 วรรค 2) 6. เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มา โดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร - หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร (พ.ร.ฎ. (ฉบับที่ 11) ม. 8 ทวิ) - ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้มารวมคำนวณ เพื่อเสียภาษี (พ.ร.ฎ. (ฉบับที่ 376) ม. 3) เงินได้ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์

124 1. อัตราขั้นต่ำในการเสียภาษี (ม. 48 (2)) 2. สิทธิในการเลือกเสียภาษี (ม. 48 (3) (4)(5)) 3. จำนวนภาษีเงินได้ที่ไม่ต้องเรียกเก็บ (ม. 48 ว. 2) การเสียภาษี

125 4. การยื่นรายการภาษีทั่วไปและ กำหนดเวลา (ม. 56, 57, 57 ทวิ, 57 ตรี และ 62) 5. การยื่นรายการภาษีสำหรับสามีภริยา (ม. 57 เบญจ) 6. สถานที่ยื่นรายการภาษี (ม. 57 จัตวา) การเสียภาษี

126 7. การยื่นรายการภาษีก่อนกำหนดเวลา (ม. 52 ทวิ) 8. การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ม. 56 ทวิ) 9. การประเมินเรียกเก็บภาษีก่อนถึง กำหนดเวลายื่น รายการ (ม. 60 ทวิ) 10. การแบ่งชำระภาษี (มาตรา 64) การเสียภาษี

127 - โจทก์ทำสัญญาจ้างบริษัทต่างประเทศเป็นที่ ปรึกษาและบริการทางเทคนิค บริษัทต่างประเทศส่ง เจ้าหน้าที่เข้ามาในประเทศไทยเพื่อให้คำปรึกษา จึง จ่ายค่าใช้จ่ายเบิกชดเชยและค่าการตลาดกับค่า ส่งเสริมการตลาดให้แก่บริษัทต่างประเทศ (ฎ. 4925/2533) ** ถือว่าเป็นกรณีที่บริษัทต่างประเทศเข้ามา ประกอบกิจการในประเทศไทยหรือไม่ ** โจทก์มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย นำส่ง กรมสรรพากรหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกา เกี่ยวกับประเภทของเงินได้พึงประเมิน

128 - แพทย์ทำสัญญารับจ้างทำงานในโรงพยาบาล ใช้อุปกรณ์ของโรงพยาบาลในการรักษาผู้ป่วย ค่ายา ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดูแลรักษา โรงพยาบาลเป็นผู้ ออก แพทย์เรียกเก็บค่าตรวจรักษาได้ไม่เกินอัตราที่ กำหนดและได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 85 ของค่าตรวจ รักษาที่เรียกเก็บ ส่วนค่ายา ค่าห้อง ฯลฯ โรงพยาบาล เป็นผู้รับ (ฎ. 6865/2543) ** ปัญหาว่าเงินได้ที่แพทย์ได้รับเป็นเงินได้พึง ประเมินประเภทใด คำพิพากษาศาลฎีกา เกี่ยวกับประเภทของเงินได้พึงประเมิน

129 - โจทก์เป็นแพทย์ปฏิบัติหน้าที่ประจำ ณ สถานพยาบาลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย เพื่อรักษาผู้ป่วยซึ่งเป็น พนักงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้รับ ค่าตอบแทนเป็นรายเดือน (ฎ. 502/2526) ** ปัญหาว่าเป็นเงินได้ประเภทใด คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับประเภทของเงินได้พึงประเมิน

130 - บริษัท ฮ ตั้งขึ้นตามกฎหมายของ ต่างประเทศ ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้ความ ช่วยเหลือทางเทคนิคในการผลิตกระดาษตาม สัญญา และได้รับค่าธรรมเนียมในการให้ความ ช่วยเหลือจากบริษัทโจทก์ (ฎ. 3867/2531) ** ปัญหาว่าบริษัท ฮ ประกอบกิจการใน ประเทศไทยหรือไม่ ** เงินได้ที่ได้รับเป็นเงินได้ประเภทใด ** ค่าสิทธิตาม DTA Thai & Japan ** คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับประเภทของเงินได้พึงประเมิน

131 - โจทก์จ่ายเงินให้บริษัทต่างประเทศเป็นค่า ออกแบบแปลนโรงงาน สำรวจสถานที่ตั้งโรงงาน ออกแบบเครื่องจักร ติดตั้งเครื่องจักร ทดลองการ ผลิต ดูแลรักษาการใช้เครื่องจักร ฝึกวิศวกรให้รู้จัก ดูแลรักษาและการใช้เครื่องจักร (ฎ. 994/2531) - โจทก์จ่ายค่าตอบแทนให้บริษัทต่างประเทศ เป็นค่าบริการในการออกแบบแปลนแผนผังในการ สร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก รวมทั้งการติดตั้ง เครื่องจักร (ฎ. 3923/2531) คำพิพากษาศาลฎีกา เกี่ยวกับประเภทของเงินได้พึงประเมิน

132 19. โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบ โรคศิลปะแผนปัจจุบันสาขาเวชกรรมชั้นหนึ่ง เป็น ลูกจ้างของโรงพยาบาลได้รับค่าจ้างรายเดือน โรงพยาบาลให้ใช้สถานที่ประกอบวิชาชีพอิสระเปิด คลินิกส่วนตัวนอกเวลาโดยแบ่งรายให้โรงพยาบาล ตามอัตราที่กำหนด (ฎ. 1802/2533) 20. โจทก์ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ให้บริการ รักษาฟันในโรงพยาบาลฟัน มีข้อตกลงว่าค่าบริการ รักษาฟันโจทก์จะได้รับส่วนแบ่งร้อยละ 50 (ฎ. 3193/2543) คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับประเภทของเงินได้พึงประเมิน

133 32. มติคณะกรรมการของ ก. กำหนดให้ซื้อ ที่ดินจากโจทก์ที่ 1 ซึ่งโจทก์ที่ 1 ตกลงขายให้ ก. ในราคา 14 ล้านบาทเศษ โจทก์ที่ 1 ได้โอน ขายที่ดินให้โจทก์ที่ 2 ก่อนในราคา 1,700,000 บาท เพื่อบรรเทาภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่าย ต่อมาโจทก์ที่ 2 ไม่สามารถจด ทะเบียนโอนให้ ก. ได้ เพราะขัดกับมติ คณะกรรมการ โจทก์ที่ 2 จึงโอนกลับคืนให้ โจทก์ที่ 1 (ฎ /2540) คำพิพากษาศาลฎีกา เกี่ยวกับประเภทของเงินได้พึงประเมิน

134 คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 7671/2546 โจทก์ บริษัท ข. ถือหุ้น มีกำไรจากการ ชำระบัญชี เลิกกิจการ ชำระบัญชี ได้รับส่วนแบ่งผลกำไร จากการชำระบัญชีใน แต่รอบระยะเวลาบัญชี

135 คำพิพากษาศาลฎีกาที่559/2546 ภริยา สามี (โจทก์) ม. และ ว. ถือ กรรมสิทธิ์รวม ได้รับค่าตอบแทนจากการที่ ม. และ ว. ถือกรรมสิทธิ์รวม

136 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6652/2542 โจทก์ สามี - - โจทก์มีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 5 ล้านบาทเศษ - สามีไม่มีเงินได้ - บุคคลใดมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี

137 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2513/2541 โจทก์ กรมสรรพากร (จำเลย) - - โจทก์มีเงินได้พึงประเมินจากการขายอสังหาริมทรัพย์ - มีเงินได้ในช่วงเดือนมกราคม - มิถุนายน

138 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2543 โจทก์ ภริยาเดิม - โจทก์มีบุตรกับภริยาคนเดิม 3 คน (มี คุณสมบัติที่จะหักลดหย่อนได้) - โจทก์ ภริยาเดิม และภริยาปัจจุบัน จะหัก ลดหย่อนสำหรับบุตร ได้หรือไม่ เพียงใด ภริยาปัจจุบัน

139 3. ฟ้องเรียกค่าเสียหายอ้างว่าเลิกจ้างโดยไม่ เป็นธรรม และคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอม ความ โดยมีการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กันจำนวน หนึ่ง (ฎ. 3353/2532) 4. ค่าเสียหายที่ชดใช้ให้แก่กันซึ่งเกิดจากมูล หนี้ในการกระทำผิดสัญญา (ฎ. 2346/2536) คำพิพากษาศาลฎีกา เกี่ยวกับมาตรา 42

140 5. หุ้นที่บิดายกให้บุตรเป็นเงินได้ที่ได้รับจาก การอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา (ฎ. 4505/2533) 6. ขณะที่โจทก์ยกที่ดินให้จำเลยนั้น จำเลยมี อาชีพและครอบครัวเป็นหลักฐานแล้ว ที่ดินที่ยกให้ เป็นจำนวนมากและราคาสูง (ฎ. 1680/2517) 7. ยกเงินให้คราวละมาก ๆ เพื่อหวัง ผลประโยชน์ (ฎ. 1262/2520) คำพิพากษาศาลฎีกา เกี่ยวกับมาตรา 42

141 8. บริษัทโจทก์ส่งพนักงานที่ทำงานได้ตามเป้า ทำงานมานาน และมีความประพฤติดีไปดูงานที่ ต่างประเทศ (ฎ. 9909/2539) 9. พนักงานประสบอันตรายถึงแก่ชีวิต นายจ้างจ่ายเงินทดแทนให้แก่ทายาทเป็นรายเดือน มีกำหนด 5 ปี (กค 0802/3514 ล.ว. 10 มี.ค. 30) 10. ข้าราชการได้รับทุนการศึกษาจากองค์กร เอกชนต่างประเทศไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก (กค 0811 (ก)/1512 ล.ว. 17 พ.ย. 40) คำพิพากษาศาลฎีกา และข้อหารือเกี่ยวกับมาตรา 42

142 1. โจทก์หย่ากับภริยาเดิม และจดทะเบียน สมรสใหม่กับ ร. โจทก์มีบุตร 3 คนกับภริยาเดิม ซึ่ง อยู่ในความอุปการะ (ฎ. 368/2543) 2. ลูกจ้างบริษัทต่างประเทศ มีเงินได้เนื่องจาก หน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย อยู่ในประเทศไทยถึง 180 วันในปีภาษี คู่สมรสและบุตรอยู่ต่างประเทศ และบุตรกำลังศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศ (กค 0802 (ก)/7678 ล.ว. 29 ก.ย. 35) คำพิพากษาศาลฎีกา และข้อหารือ เกี่ยวกับการหักลดหย่อน

143 3. บุตรโจทก์อายุยังไม่เกิน 25 ปี กำลังศึกษา อยู่ที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตย สภา โจทก์ใช้สิทธิหักลดหย่อนการศึกษาบุตร (ฎ. 45/2547) 4. สามีภริยาจดทะเบียนหย่าระหว่างปีภาษี มี บุตร 2 คน กำลังศึกษาชั้นประถมศึกษาและอนุบาล ข้อตกลงการหย่าให้บุตรอยู่ในความอุปการะของ สามี แต่ทางปฏิบัติภริยายังคงส่งค่าอุปการะเลี้ยงดู ให้บุตร (กค 0802/9508 ล.ว. 6 ก.ค. 31) คำพิพากษาศาลฎีกา และข้อหารือ เกี่ยวกับการหักลดหย่อน

144 1. คำว่า “ทางการค้า” หมายถึงการซื้อที่ดิน มาเพื่อจะขายเอากำไร การกระทำเพียงครั้งเดียวก็ อาจถือเป็นการขายโดยมุ่งในทางการค้าหรือหา กำไร (ฎ. 2860/2531) 2. สิทธิในการเลือกเสียภาษีตามมาตรา 48 (4) มีเจตนารมย์เพื่อบรรเทาภาระภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดา มิได้มีข้อจำกัดว่าจะหมดไปเมื่อใด (ฎ. 5323/2534) คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์

145 3. โจทก์ทั้งสองร่วมกันซื้อที่ดินมา 2 แปลง และขายให้บริษัท ช. หลังจากซื้อมา 24 วัน (ฎ. 1478/2539) 4. เงินได้จาการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มา โดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร มุ่งหมายถึง เจตนาในการได้อสังหาริมทรัพย์มาเป็นข้อสำคัญ และพิจารณาถึงพฤติการณ์ในระหว่างที่ผู้นั้นถือ ครองอยู่ก่อนที่จะขาย และที่ขายเป็นส่วนประกอบ ด้วย (ฎ. 5677/2540, 548/2543) คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์

146 คำพิพากษาศาลฎีกาที่8685/2543 โจทก์ กองมรดก พันตำรวจตรี ช. โดย นาง อ. ผู้จัดการมรดก นาง อ. ซื้อที่ดิน

147 คำพิพากษาศาลฎีกาที่7395/2544 ผู้ตาย นาย ล. เข้าเป็นคู่ความแทน (ผู้จัดการมรดก) นาย อ. ฟ้องคดีก่อนตายให้โอนที่ดิน 3 แปลง มีที่ดินของตนเอง 2 แปลง ชนะคดี รับโอนที่ดินที่ชนะคดี และขายที่ดินที่รับโอนมา 3 แปลง พร้อมด้วยที่ดินของผู้ตายอีก 2 แปลง


ดาวน์โหลด ppt ประภาศ คงเอียด น.บ. (เกียรตินิยมอันดับ 2) (ม.ร.) รุ่นที่ 12 น.บ.ท. ITP/LL.M. (Harvard University) U.S.A. U.S.A.ผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google