งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ประภาศ คงเอียด ผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และความรับผิดทางละเมิด.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ประภาศ คงเอียด ผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และความรับผิดทางละเมิด."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ประภาศ คงเอียด ผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และความรับผิดทางละเมิด

2 กฎหมายภาษีสรรพสามิต การบริหารจัดเก็บภาษีการตรวจปราบปราม กฎหมายที่สำคัญซึ่งเกี่ยวกับ การปฏิบัติราชการกรมสรรพสามิต - พ.ร.บ. ทุกฉบับที่รับผิดชอบ - ประมวลรัษฎากร - กฎหมายศุลกากร - พ.ร.บ. ชดเชยค่าภาษีอากร ฯ - พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรม ฯ ฯลฯ - ป. อาญา - ป. วิ. อาญา - พ.ร.บ. ยาเสพติด ฯ ฯลฯ กฎหมายควบคุมการปฏบัติราชการ - พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน ฯ - พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ - พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ฯ - พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิด ฯ - พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ฯ - กฎหมายอื่น ๆ

3 ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายภาษีสรรพสามิต พ.ร.บ. วิ.ปกครองฯ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดฯ กฎหมายภาษีสรรพสามิต การบริหารจัดเก็บภาษีการตรวจปราบปราม ใช้ พ.ร.บ. วิ.ปกครองฯ ยกเว้นจาก พ.ร.บ. วิ.ปกครองฯ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ พ.ร.บ. ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดฯ

4 วงจรการบังคับใช้ พ.ร.บ. วิ.ปกครอง ฯ คำร้องขอต่อเจ้าหน้าที่ของประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจตามกฎหมาย การพิจารณาของเจ้าหน้าที่ (ม ) เจ้าหน้าที่ (ม ) คู่กรณี (ม ) คณะกรรมการ (ม ) คำสั่งทางปกครอง (ม ) การแจ้ง (ม ) ระยะเวลาและอายุความ (ม ) อุทธรณ์ (ม ) เพิกถอน (ม ) ขอให้พิจารณาใหม่ (ม. 54) บังคับทางปกครอง (ม ) ฟ้องศาลปกครอง (ม. 48)/ศาลภาษีอากร

5 มาตรา 3 วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ตามกฎหมายต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน พระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายใด กำหนดวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเรื่องใดไว้ โดยเฉพาะและมีหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็น ธรรมหรือมีมาตรฐานในการปฏิบัติราชการไม่ต่ำ กว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับ ขั้นตอนและระยะเวลาอุทธรณ์หรือโต้แย้งที่ กำหนดไว้ในกฎหมาย พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

6 กฎหมายเฉพาะ (กฎหมายสรรพสามิต) - มีหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรม - มีมาตรฐานในการปฏิบัติราชการ ** ต่ำกว่าหรือสูงกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ ** - มิให้ใช้บังคับกับขั้นตอนและระยะเวลาอุทธรณ์ หรือโต้แย้งตามกฎหมายสรรพสามิต ข้อที่ต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ มาตรา 3

7 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ มาตรา 34 ในกรณีที่อธิบดีไม่ออก ใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ผู้ขอ อนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อ รัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับแจ้งการไม่ออกใบอนุญาต คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ขั้นตอนและระยะเวลาอุทธรณ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายสรรพสามิต

8 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ มาตรา 45 เมื่อปรากฏว่าเจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์ บนฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง หรือเงื่อนไขที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ อธิบดีมี อำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนได้ แต่ต้องแจ้งการเพิกถอนนั้นเป็นหนังสือให้เจ้าของ คลังสินค้าทัณฑ์บนทราบล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อยสิบ ห้าวัน เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนซึ่งถูกเพิกถอน ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อ รัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง ผู้ อุทธรณ์มีสิทธิดำเนินการไปพลางก่อนจนกว่าจะมีคำ วินิจฉัยของรัฐมนตรี คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ขั้นตอนและระยะเวลาอุทธรณ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายสรรพสามิต

9 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ มาตรา 66 ในกรณีที่อธิบดีไม่ออกใบอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขออนุญาตหรือ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อ รัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง การไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุ ใบอนุญาต คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ในกรณีที่อธิบดีไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ก่อนที่รัฐมนตรีจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้ประกอบ กิจการต่อไปจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของ รัฐมนตรี ขั้นตอนและระยะเวลาอุทธรณ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายสรรพสามิต

10 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ มาตรา 78 ผู้ได้รับอนุญาตให้ผลิตเครื่องหมายแสดงการ เสียภาษีจดทะเบียนผู้ใดฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ นอกจากจะได้รับ โทษตามที่บัญญัติไว้แล้ว อธิบดีจะสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนด ครั้งละไม่เกินสามเดือนหรือจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้ ในกรณีที่มีการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรค หนึ่ง ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ผลิตเครื่องหมาย แสดงการเสียภาษีจดทะเบียนจัดการจำหน่ายบรรดาเครื่องหมาย แสดงการเสียภาษีจดทะเบียนที่ได้ผลิตไว้ก่อนแล้ว ภายในเงื่อนไข ที่อธิบดีเห็นสมควร ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งมีสิทธิ อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรี ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบ คำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ขั้นตอนและระยะเวลาอุทธรณ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายสรรพสามิต

11 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ มาตรา 86 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับแจ้งการ ประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ มีสิทธิคัดค้านการ ประเมินต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายในสี่สิบ ห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน คำคัดค้านให้ยื่นตามแบบที่อธิบดีกำหนด มาตรา 89 ผู้ยื่นคำคัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์คำ วินิจฉัยตามมาตรา 88 ต่อคณะกรรมการพิจารณา อุทธรณ์ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำ วินิจฉัยนั้น อุทธรณ์ให้ยื่นต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามแบบที่อธิบดีกำหนด... ขั้นตอนและระยะเวลาอุทธรณ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายสรรพสามิต

12 พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ มาตรา 34 ผู้ถูกสั่งพักหรือเพิก ถอนใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งพัก ใช้ใบอนุญาตหรือคำสั่งเพิกถอน ใบอนุญาตต่อรัฐมนตรีได้ โดยยื่น อุทธรณ์ต่ออธิบดีหรือเจ้าพนักงานผู้ ออกใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยชี้ขาด ของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ขั้นตอนและระยะเวลาอุทธรณ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายสรรพสามิต

13 มาตรา 4 พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่... (8) การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมในทาง อาญา... ” มาตรา 5 “วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง” หมายความว่า การ เตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่ง ทางปกครองหรือกฎ และรวมถึงการดำเนินการใด ๆ ในทาง ปกครองตามพระราชบัญญัตินี้ “การพิจารณาทางปกครอง” หมายความว่า การ เตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่ง ทางปกครอง พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

14 มาตรา 5 “คำสั่งทางปกครอง” หมายความว่า (1) การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่ มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่ จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบ ต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่าจะ เป็นการถาวรหรือชั่วคราว เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับ จดทะเบียน แต่ไม่หมายความรวมถึงการออกกฎ (2) การอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

15 พ.ร.บ. วิ.ปกครอง ฯ ส่วนที่จำเป็น สำหรับกฎหมายสรรพสามิต 1. คุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ผู้กระทำ คำสั่งทางปกครอง (ม. 12 และ 13) 2. สิทธิของคู่กรณีในการมีทนายความ หรือที่ปรึกษา (ม.23) 3. เอกสารที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งทำขึ้น เป็นภาษาต่างประเทศ (ม. 26) 4. การแจ้งสิทธิและการชี้แจง (ม. 27 และ 30)

16 พ.ร.บ. วิ.ปกครอง ฯ ส่วนที่จำเป็น สำหรับกฎหมายสรรพสามิต 5. รูปแบบและผลของคำสั่งทางปกครอง (ม. 37, 40 และ 41) 6. การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง (ม. 44) 7. การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง (ม. 49, ) 8. การขอให้พิจารณาใหม่ (ม. 54) 9. การบังคับทางปกครอง (ม. 57, 62 และ 63) 10. การแจ้งคำสั่งทางปกครอง (ม. 68, 69, 70, 71 และ 74)

17 มาตรา 23 ในการพิจารณาทาง ปกครองที่คู่กรณีต้องมาปรากฏตัวต่อหน้า เจ้าหน้าที่ คู่กรณีมีสิทธินำทนายความหรือ ที่ปรึกษาของตนเข้ามาในการพิจารณา ทางปกครองได้ การใดที่ทนายความหรือที่ปรึกษาได้ ทำลงต่อหน้าคู่กรณีให้ถือว่าเป็นการ กระทำของคู่กรณี เว้นแต่คู่กรณีจะได้ คัดค้านเสียแต่ในขณะนั้น พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

18 มาตรา 26 เอกสารที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ให้จัดทำเป็น ภาษาไทย ถ้าเป็นเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ คู่กรณีจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยที่มีการรับรองความ ถูกต้องมาให้ภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด ในกรณีนี้ ให้ถือว่าเอกสารดังกล่าวได้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ เจ้าหน้าที่ได้รับคำแปลนั้น เว้นแต่เจ้าหน้าที่จะยอมรับ เอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ และในกรณีนี้ให้ถือ ว่าวันที่ได้ยื่นเอกสารฉบับที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศเป็น วันที่เจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารดังกล่าว การรับรองความถูกต้องของคำแปลเป็นภาษาไทย หรือการยอมรับเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

19 มาตรา 16 บรรดาบัญชี เอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวกับหรือมีเหตุ อันควรเชื่อว่าเกี่ยวกับการเสียภาษี หรือ การปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าทำ เป็นภาษาต่างประเทศ อธิบดีหรือผู้ซึ่ง อธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบ อุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าจัดการแปลเป็น ภาษาไทยให้เสร็จและส่งภายใน กำหนดเวลาที่เห็นสมควร...” พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ฯ

20 มาตรา 27 ให้เจ้าหน้าแจ้งสิทธิและหน้าที่ ในกระบวนพิจารณาทางปกครองให้คู่กรณี ทราบตามความจำเป็นแก่กรณี...” มาตรา 30 ในกรณีที่คำสั่งทางปกครอง อาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ต้องให้ คู่กรณีมีโอกาสที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงอย่าง เพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดง พยานหลักฐานของตน พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

21 มาตรา 37 คำสั่งทางปกครองที่ทำเป็น หนังสือและการยืนยันคำสั่งทางปกครอง เป็นหนังสือต้องจัดให้มีเหตุผลไว้ด้วย และ เหตุผลนั้นอย่างน้อยต้องประกอบด้วย (1) ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ (2) ข้อกฎหมายที่อ้างอิง (3) ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนการ ใช้ดุลพินิจ...” พ.ร.บ. วิ. ปกครองฯ

22 พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ มาตรา 81 เมื่อประเมินแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการ ประเมินเป็นหนังสือต่อผู้มีหน้าที่เสียภาษี มาตรา 88 ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายวินิจฉัยคำ คัดค้านตามมาตรา 86 ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำ คัดค้านและแจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือไปยังผู้ ยื่นคำคัดค้านโดยมิชักช้า … มาตรา 95 คณะกรรมการพิจารณอุทธรณ์มีอำนาจสั่งไม่ รับอุทธรณ์ ยกอุทธรณ์ เพิกถอนการประเมินหรือคำสั่งของผู้ พิจารณาคำคัดค้าน หรือแก้การประเมินหรือคำสั่งของผู้ พิจารณาคำคัดค้านให้ผู้อุทธรณ์เสียภาษีเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ แล้วแจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์ ในกรณีที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ให้ถือว่าได้วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ คำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือที่กำหนดไว้ในกฎหมายสรรพสามิต

23 พ.ร.บ. ยาสูบ พ.ศ มาตรา 33 ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนด ไม่เกินหกเดือนหรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับ อนุญาต (1) ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวงที่ ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ (2) ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดตาม พระราชบัญญัตินี้ หรือ (3) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ คำสั่งเช่นว่านั้นให้ทำเป็นหนังสือและแจ้งให้ผู้ถูกสั่งพัก หรือเพิกถอนใบอนุญาตทราบ ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้ถูกสั่งดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานปิดคำสั่งไว้ ณ สถานที่ที่ปรากฏในใบอนุญาต และ ให้ถือว่าผู้นั้นได้ทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง คำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือที่กำหนดไว้ในกฎหมายสรรพสามิต

24 ประมวลรัษฎากร มาตรา 20 เพียงแต่กำหนดให้ เจ้าพนักงานประเมินเมื่อได้ประเมินแล้วให้แจ้งจำนวน ภาษีอากรที่ประเมินไปยังผู้ต้องเสียภาษีอากรเท่านั้น มิได้กำหนดว่าในการแจ้งการประเมินเจ้าพนักงาน ประเมินต้องแจ้งรายละเอียดและเหตุผลที่ประเมินให้ผู้ ต้องเสียภาษีทราบด้วย ดังนั้น การที่เจ้าพนักงาน ประเมินแจ้งจำนวนภาษีอากรที่โจทก์ต้องชำระให้ โจทก์ทราบโดยมิได้แจ้งรายละเอียดและเหตุผลที่ ประเมินในหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาให้โจทก์ทราบ จึงเป็นการประเมินที่ชอบด้วย กฎหมายแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1271/2541

25 - ประมวลรัษฎากร มาตรา 20 และ 30 (2) มิได้ บัญญัติให้การอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณา อุทธรณ์ และการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลจะต้องมีเหตุผลอย่างไร และ เหตุผลนั้นจะต้องเป็นเหตุผลเช่นเดียวกัน จึงย่อมอ้าง เหตุอื่นที่มิได้อ้างไว้ในชั้นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์ซึ่งก็เป็นการกล่าวอ้างว่าการประเมิน ไม่ชอบ อันเป็นเรื่องเดียวกับที่โจทก์อุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในชั้นศาลได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6348/2534

26 -คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เป็น คำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เป็น การใช้อำนาจตามกฎหมายซึ่งมีผลในอันที่จะก่อนิติสัมพันธ์ขึ้น และมี ผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลระหว่างจำเลย กับโจทก์ โดยโจทก์มีหน้าที่ต้องชำระภาษีอากรตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จึงเป็นคำสั่งทางปกครอง เมื่อเป็น คำวินิจฉัยที่ทำเป็นหนังสือก็ย่อมต้องทำให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ตาม พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ มาตรา 37 คือจะต้องให้เหตุผลไว้ด้วย ทั้งเหตุผลในข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ เหตุผลในข้อกฎหมายที่อ้างอิง และเหตุผลในข้อพิจารณาและ ข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ ประมวลรัษฎากร มาตรา 34 เพียงแต่ กำหนดให้ทำเป็นหนังสือโดยมิได้ระบุว่าต้องให้เหตุผล ซึ่งเป็นบท กฎหมายเฉพาะแต่มีหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรมหรือมีมาตรฐาน ในการปฏิบัติราชการต่ำกว่าที่กำหนดในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ มาตรา 37 จึงต้องใช้หลักเกณฑ์ตาม พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ แทน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2747/2546

27 - หนังสือแจ้งการประเมินภาษีและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ย่อมเป็นคำสั่งทาง ปกครองตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ มาตรา 5 จึงต้องทำให้ถูกต้องตามรูปแบบและ วิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทาง ปกครอง พ.ศ มาตรา 37 ประมวลรัษฎากรมาตรา 19 ถึง 21 และมาตรา 34 เป็นบทกฎหมายเฉพาะแต่มี หลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรมหรือมีมาตรฐานในการ ปฏิบัติราชการต่ำกว่าที่กำหนดในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ มาตรา 37 จึงต้องใช้ หลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทาง ปกครอง พ.ศ แทน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6949/2546

28 มาตรา 41 คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ไม่เป็นเหตุให้คำสั่งทางปกครองนั้นไม่ สมบูรณ์ … (2) คำสั่งทางปกครองที่ต้องจัดให้มีเหตุผลตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง ถ้าได้มีการจัดให้มีเหตุผลดังกล่าวในภายหลัง … เมื่อมีการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง (1) (2) (3) หรือ (4) แล้ว และเจ้าหน้าที่ผู้มีคำสั่งทางปกครองประสงค์ให้ผลเป็นไปตามคำสั่งเดิม ให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นบันทึกข้อเท็จจริงและความประสงค์ของตนไว้ในหรือ แนบไว้กับคำสั่งเดิมและต้องมีหนังสือแจ้งความประสงค์ของตนให้ คู่กรณีทราบด้วย กรณีตาม (2) (3) และ (4) จะต้องกระทำก่อนสิ้นสุด กระบวนการพิจารณาอุทธรณ์ตามส่วนที่ 5 ของหมวดนี้ หรือตาม กฎหมายเฉพาะว่าด้วยการนั้น หรือถ้าเป็นกรณีไม่ต้องมีการอุทธรณ์ ดังกล่าวก็ต้องก่อนมีการนำคำสั่งทางปกครองไปสู่การพิจารณาของผู้ มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยความถูกต้องของคำสั่งทางปกครองนั้น พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

29 มาตรา 40 คำสั่งทางปกครองที่อาจ อุทธรณ์หรือโต้แย้งต่อไปได้ให้ระบุกรณีที่อาจ อุทธรณ์หรือโต้แย้ง การยื่นคำอุทธรณ์หรือ โต้แย้ง และระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์หรือ การโต้แย้งดังกล่าวไว้ด้วย ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนบทบัญญัติวรรค หนึ่ง ให้ระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์หรือโต้แย้ง เริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งหลักเกณฑ์ตาม วรรคหนึ่ง แต่ถ้าไม่มีการแจ้งใหม่และระยะเวลา ดังกล่าวมีระยะเวลาสั้นกว่าหนึ่งปี ให้ขยายเป็น หนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งทางปกครอง พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

30 มาตรา 44 ภายใต้บังคับมาตรา 48 ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองใดไม่ได้ ออกโดยรัฐมนตรีและไม่มีกฎหมาย กำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ภายในฝ่าย ปกครองไว้เป็นการเฉพาะ ให้คู่กรณี อุทธรณ์คำสั่งทางปกครองนั้นโดยยื่น ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครอง ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้ง คำสั่งดังกล่าว...” พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

31 มาตรา 68 บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บังคับกับการ แจ้งซึ่งไม่อาจกระทำโดยวาจาหรือเป็นหนังสือได้ หรือมี กฎหมายกำหนดการแจ้งไว้เป็นอย่างอื่น … มาตรา 69 การแจ้งคำสั่งทางปกครอง การนัดพิจารณา หรือการอื่นที่เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบอาจ กระทำด้วยวาจาก็ได้ แต่ถ้าผู้นั้นประสงค์จะให้กระทำเป็น หนังสือก็ให้แจ้งเป็นหนังสือ การแจ้งเป็นหนังสือให้ส่งหนังสือแจ้งต่อผู้นั้น หรือถ้าได้ ส่งไปยังภูมิลำเนาของผู้นั้นก็ให้ถือว่าได้รับแจ้งตั้งแต่ขณะที่ไป ถึง ในการดำเนินการเรื่องใดที่มีการให้ที่อยู่ไว้กับเจ้าหน้าที่ ไว้แล้ว การแจ้งไปยังที่อยู่ดังกล่าวให้ถือว่าเป็นการแจ้งไปยัง ภูมิลำเนาของผู้นั้นแล้ว พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

32 มาตรา 68 บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บังคับกับการ แจ้งซึ่งไม่อาจกระทำโดยวาจาหรือเป็นหนังสือได้ หรือมี กฎหมายกำหนดการแจ้งไว้เป็นอย่างอื่น … มาตรา 69 การแจ้งคำสั่งทางปกครอง การนัดพิจารณา หรือการอื่นที่เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบอาจ กระทำด้วยวาจาก็ได้ แต่ถ้าผู้นั้นประสงค์จะให้กระทำเป็น หนังสือก็ให้แจ้งเป็นหนังสือ การแจ้งเป็นหนังสือให้ส่งหนังสือแจ้งต่อผู้นั้น หรือถ้าได้ ส่งไปยังภูมิลำเนาของผู้นั้นก็ให้ถือว่าได้รับแจ้งตั้งแต่ขณะที่ไป ถึง ในการดำเนินการเรื่องใดที่มีการให้ที่อยู่ไว้กับเจ้าหน้าที่ ไว้แล้ว การแจ้งไปยังที่อยู่ดังกล่าวให้ถือว่าเป็นการแจ้งไปยัง ภูมิลำเนาของผู้นั้นแล้ว พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

33 มาตรา 68 บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บังคับกับการ แจ้งซึ่งไม่อาจกระทำโดยวาจาหรือเป็นหนังสือได้ หรือมี กฎหมายกำหนดการแจ้งไว้เป็นอย่างอื่น … มาตรา 69 การแจ้งคำสั่งทางปกครอง การนัดพิจารณา หรือการอื่นที่เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบอาจ กระทำด้วยวาจาก็ได้ แต่ถ้าผู้นั้นประสงค์จะให้กระทำเป็น หนังสือก็ให้แจ้งเป็นหนังสือ การแจ้งเป็นหนังสือให้ส่งหนังสือแจ้งต่อผู้นั้น หรือถ้าได้ ส่งไปยังภูมิลำเนาของผู้นั้นก็ให้ถือว่าได้รับแจ้งตั้งแต่ขณะที่ไป ถึง ในการดำเนินการเรื่องใดที่มีการให้ที่อยู่ไว้กับเจ้าหน้าที่ ไว้แล้ว การแจ้งไปยังที่อยู่ดังกล่าวให้ถือว่าเป็นการแจ้งไปยัง ภูมิลำเนาของผู้นั้นแล้ว พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

34 มาตรา 18 หนังสือเรียก หนังสือแจ้งให้เสียภาษี หรือ หนังสืออื่นที่มีถึงบุคคลใด เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ นี้ ให้ส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือให้เจ้า พนักงานสรรพสามิตนำไปส่ง ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักงานของ บุคคลนั้นในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือ ในเวลาทำการของบุคคลนั้น ถ้าไม่พบผู้รับ ณ ภูมิลำเนาหรือ สำนักงานของผู้รับ จะส่งให้แก่บุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว และอยู่หรือทำงานในบ้านหรือสำนักงานที่ปรากฏว่าเป็นของ ผู้รับนั้นก็ได้ ถ้าไม่สามารถส่งหนังสือตามวิธีในวรรคหนึ่ง จะกระทำ โดยวิธีปิดหนังสือนั้นในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย ณ สำนักงาน โรง อุตสาหกรรม ภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ของผู้รับนั้นหรือโฆษณา ข้อความย่อในหนังสือพิมพ์ที่จำหน่ายเป็นปกติในท้องที่นั้นก็ ได้ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ฯ

35 มาตรา 64 กำหนดเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปีนั้น มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วย เว้นแต่จะได้เริ่ม การในวันนั้น หรือมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องกระทำการอย่างหนึ่ง อย่างใดภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้นับวันสิ้นสุดของ ระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วย แม้ว่าวันสุดท้ายเป็นวันหยุดทำการ งานสำหรับเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่บุคุคคลใดต้องทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยกฎหมายหรือโดยคำสั่งของ เจ้าหน้าที่ ถ้าวันสุดท้ายเป็นวันหยุดทำการงานสำหรับ เจ้าหน้าที่หรือวันหยุดตามประเพณีของบุคคลผู้รับคำสั่ง ให้ ถือว่าระยะเวลานั้นสิ้นสุดในวันทำงานที่ถัดจากวันหยุดนั้น เว้น แต่กฎหมายหรือเจ้าหน้าที่ที่มีคำสั่งจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

36 มาตรา 57 คำสั่งทางปกรองที่กำหนดให้ผู้ใดชำระ เงิน ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้องครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือเตือนให้ผู้นั้นชำระภายใน ระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ถ้าไม่มี การปฏิบัติตามคำเตือน เจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการ บังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้นั้น และขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วน วิธีการยึด การอายัดและการขายทอดตลาด ทรัพย์สินให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งโดยอนุโลม ส่วนผู้มีอำนาจสั่งยึดหรืออายัด หรือขายทอดตลาดให้เป็นไปตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

37 มาตรา 140 ทรัพย์สินของผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ค้าง ชำระภาษีอาจถูกยึดและขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระ ภาษีที่ค้าง โดยให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจ ออกคำสั่งเป็นหนังสือยึดหรือขายทอดตลาดได้โดยมิต้อง ขออำนาจศาล การยึดทรัพย์สินจะกระทำได้ต่อเมื่อได้ส่งคำเตือน เป็นหนังสือให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีชำระภาษีที่ค้างภายใน กำหนดไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนั้น การขายทอดตลาดทรัพย์สินจะกระทำมิได้ใน ระหว่างระยะเวลาที่ได้ยื่นคำคัดค้านตามมาตรา 86 หรือ อุทธรณ์ตามมาตรา 89 หรืออุทธรณ์ตามมาตรา 96 และ ตลอดเวลาที่ทำการพิจารณาและวินิจฉัยคำคัดค้านหรือ อุทธรณ์ยังไม่ถึงที่สุด พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ฯ

38 มาตรา 63 ถ้าบทกฎหมายใดกำหนดมาตรการ บังคับทางปกครองไว้โดยเฉพาะแล้ว แต่เจ้าหน้าที่เห็น ว่ามาตรการบังคับนั้นมีลักษณะที่จะเกิดผลน้อยกว่า มาตรการบังคับตามหมวดนี้ เจ้าหน้าที่จะใช้มาตรการ บังคับทางปกครองตามหมวดนี้แทนก็ได้ มาตรา 62 ผู้ถูกดำเนินการตามมาตรการบังคับ ทางปกครองอาจอุทธรณ์การบังคับทางปกครองนั้น ได้ การอุทธรณ์การบังคับทางปกครองให้ใช้ หลักเกณฑ์และวิธีการเดียวกันกับการอุทธรณ์คำสั่ง ทางปกครอง พ.ร.บ. วิ. ปกครอง ฯ

39 มาตรา 8 “ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับ ผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายเพื่อ การละเมิดของเจ้าหน้าที่ ให้หน่วยงาน ของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิด ใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแก่ หน่วยงานของรัฐได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ได้ กระทำการนั้นไปด้วยความจงใจหรือ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง...” พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิด ฯ

40 มาตรา 4 “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการ แต่งตั้งในฐานะเป็นกรรมการหรือฐานะอื่นใด “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมี ฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วน ท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกา และให้หมายความรวมถึง หน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดฯ

41 มาตรา 5 “หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อ ผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดซึ่งเจ้าหน้าที่ ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ใน กรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐ ดังกล่าวได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ ไม่ได้...” พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดฯ

42 มาตรา 6 “ถ้าการกระทำละเมิดของ เจ้าหน้าที่มิใช่การกระทำในการปฏิบัติ หน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดในการนั้น เป็นการเฉพาะตัว ในกรณีนี้ผู้เสียหาย อาจฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง แต่จะ ฟ้องหน่วยงานของรัฐไม่ได้” พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดฯ

43 มาตรา 7 “ในคดีที่ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงานของรัฐ ถ้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่าเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ ต้องรับผิดหรือร่วมรับผิด หรือในคดีที่ผู้เสียหาย ฟ้องเจ้าหน้าที่ ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดหรือต้องร่วมรับผิด หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีสิทธิ ขอให้ศาลที่พิจารณาคดีนั้นอยู่เรียกเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานของรัฐ แล้วแต่กรณี เข้ามาเป็น คู่ความในคดี...” พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดฯ

44 มาตรา 9 “ถ้าหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย สิทธิที่จะเรียกให้อีกฝ่ายหนึ่งชดใช้ค่า สินไหมทดแทนแก่ตนให้มีกำหนดอายุ ความหนึ่งปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่ผู้เสียหายนั้น” พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดฯ

45 มาตรา 10 “ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้กระทำละเมิด ต่อหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน ของรัฐที่ผู้นั้นสังกัดอยู่หรือไม่ ถ้าเป็นการ กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ การเรียกร้องค่า สินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ให้นำบทบัญญัติ มาตรา 8 มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้ามิใช่ การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ให้บังคับตาม บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์...” พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิด ฯ

46 มาตรา 11 “ในกรณีที่ผู้เสียหายเห็นว่าหน่วยงานของรัฐต้องรับผิด ตามมาตรา 5 ผู้เสียหายจะยื่นคำขอต่อหน่วยงานของรัฐให้ พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายที่เกิด แก่ตนก็ได้ ในการนี้หน่วยงานของรัฐต้องออกใบรับคำขอให้ไว้ เป็นหลักฐาน และพิจารณาคำขอนั้นโดยไม่ชักช้า เมื่อ หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งเช่นใดแล้ว หากผู้เสียหายยังไม่พอใจ ในผลการวินิจฉัยของหน่วยงานของรัฐ ก็ให้มีสิทธิร้องทุกข์ต่อ คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์...” มาตรา 14 “เมื่อได้มีการจัดตั้งศาลปกครองขึ้นแล้ว สิทธิร้องทุกข์ ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ตามมาตรา 11 ให้ถือว่าเป็น สิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดฯ


ดาวน์โหลด ppt ประภาศ คงเอียด ผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และความรับผิดทางละเมิด.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google