งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

เส้นใยแก้วนำแสง การใช้แสงเป็นสื่อในการนำสัญญาณแล้ว ส่งไปในตัวกลางต่างๆ นั้น ได้เริ่มขึ้นจาก นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ จอห์น ทินดัล ( John Tyndall )

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "เส้นใยแก้วนำแสง การใช้แสงเป็นสื่อในการนำสัญญาณแล้ว ส่งไปในตัวกลางต่างๆ นั้น ได้เริ่มขึ้นจาก นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ จอห์น ทินดัล ( John Tyndall )"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 เส้นใยแก้วนำแสง การใช้แสงเป็นสื่อในการนำสัญญาณแล้ว ส่งไปในตัวกลางต่างๆ นั้น ได้เริ่มขึ้นจาก นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ จอห์น ทินดัล ( John Tyndall ) ได้พบว่าแสง สามารถส่งผ่านไปตามลำได้ตั้งแต่ปี พ. ศ จากจุดเริ่มต้นนี้ก็ได้มีความ พยายามกันเป็นเวลานานที่จะทำให้ ปรากฏการณ์นี้เป็นประโยชน์ในทาง ปฏิบัติได้ จนกระทั้งในปี พ. ศ ก้าว สำคัญของการเปลี่ยนแปลงได้มาถึงเมื่อ มีการทดลองใช้เลเซอร์เป็นครั้งแรก ต่อมาในปี พ. ศ ก็มีนักวิทยาศาสตร์ สองคนของสหราชอาณาจักร ชื่อ ฮอ คแคม ( G.A Hockham) และเกา ( C.C. Kao )

3 เส้นใยแก้วนำแสง (2) ฮอคแคม ( G.A Hockham) และเกา ( C.C. Kao ) ได้ทำการศึกษาวิจัยว่า ตัวกลางที่ทำด้วยใยแก้วนำแสงสามารถ ส่งผ่านได้ 1% ของแสงอินพุตด้วย ระยะทาง 1 กิโลเมตร และตัวกลางนี้จะ เป็นคู่แข่งสำคัญกับสายทองแดงและสาย หุ้มฉนวน ( Coaxial Cable ) จากนั้น ความก้าวหน้าทางวัสดุศาสตร์เรื่อยมา จน ปัจจุบันทำให้สามารถมีใยแก้วนำแสงที่มี การส่งผ่านแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือการสูญเสียต่ำได้ ใยแก้วนำแสงบาง ชนิดซึ่งอาจมีการสูญเสียต่ำมากคือการ สูญเสียเพียง 0.1 เดซิเบลต่อกิโลเมตร ( db\km ) เท่านั้น

4 ข้อดีของใยแก้วนำแสง รองรับย่านความถี่ได้สูง (High Bandwidth) การลดทอนของสัญญาณต่ำ (Low Loss) การป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวน (Noise Immunity) ขนาดเล็ก (Small Size) น้ำหนักเบา (Light Weight) ปลอดภัยจากไฟฟ้าลัดวงจร (No Short Circuit, No Spark or Fire Hazard) มีความปลอดภัยในการส่งข้อมูล (Transmission Security) การปรับตัวเพื่อใช้งานในระบบ (Topology Compatibility)

5 ข้อเสียของใยแก้วนำแสง ราคาแพง (High Cost) การติดตั้งต่อสายยุ่งยาก (Difficulty Taps) ความไม่เชื่อถือจากผู้ใช้ เนื่องจากเป็น เทคโนโลยีใหม่ (Fear of New Technologies)

6 ส่วนประกอบของใยแก้วนำแสง Core ทำหน้าที่ให้แสงเดินทางผ่าน Cladding ทำหน้าที่เป็นตัวหักเหของแสง Jacket ทำหน้าที่ป้องกันส่วน Core และ Cladding

7 อุปกรณ์ตัวรับและตัวส่งแสงนี้มัก ทำมาสำเร็จเป็นโมดูล โดยเฉพาะ เชื่อมต่อเข้ากับสัญญาณข้อมูลที่เป็น ไฟฟ้าได้โดยตรง และทำให้สะดวกต่อ การใช้งาน โครงสร้างของเส้นใยแก้วนำแสง

8 การป้อนแสงเข้าไปในเส้นใย แก้วนำแสง

9 ชนิดของเส้นใยแก้วนำแสง (1) แบ่งตามชนิดของสาร Dielectric ที่ใช้ –Silica glass optic fiber -> SiO 2 Dopant -> Ge, B, F นิยมใช้ในในข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม เนื่องจากการ ลดทอนต่ำ คุณสมบัติในการส่งคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง –Multi component glass optic fiber -> Soda Calcium, แก้ว, แก้วผสม Boron และ Silica ผสม –Plastic optic fiber -> Silicon Resin, Acryl Resin นิยมใช้ในการเดินสายเพื่อสื่อสารในระยะสั้นๆ ใช้งานง่าย ต่อเชื่อมง่าย หักยาก

10 ชนิดของเส้นใยแก้วนำแสง (2) แบ่งตามจำนวน Propagation Mode –Single Mode Optic Fiber (SM Fiber) เส้นผ่านศูนย์กลาง Core ~ ไมครอน –Multi Mode Optic Fiber (MM Fiber) เส้นผ่านศูนย์กลาง Core ~ 50 ไมครอน แบ่งตามลักษณะของ ดัชนีหักเห –Step Index Optic Fiber (SI Fiber) –Graded Index Fiber (GI Fiber)

11 ชนิดของเส้นใยแก้วนำแสง (3) แบ่งตามลักษณะการใช้งาน – สายเคเบิลเดินในท่อหรือเดินลอย (Ducted cable or Lash aerial)

12 ชนิดของเส้นใยแก้วนำแสง (4) – สายเคเบิลฝังดินโดยตรง (Direct buried)

13 ชนิดของเส้นใยแก้วนำแสง (5) – สายเคเบิลเดินลอยมีสายรับแรง (Figure ‘8’ Aerial)

14 ชนิดของเส้นใยแก้วนำแสง (6) – สายเคเบิลใต้น้ำ (Submarine)

15 ชนิดของเส้นใยแก้วนำแสง (7) – สายเคเบิลใช้เป็นสายดินในระบบสายส่ง กำลัง (Overhead ground wire)

16 การลดทอนของแสงในเส้นใย แก้วนำแสง (1) จากการดูดแสง (Absorption Loss) จากการกระจัดกระจายแสงแบบเรย์ลี (Reyleigh Scattering Loss)

17 การลดทอนของแสงในเส้นใย แก้วนำแสง (2) จากการกระจัดกระจายแสงอัน เนื่องมาจากความไม่สม่ำเสมอของ โครงสร้างในเส้นใยแก้วนำแสง (Uniformity Loss) จากการกระจัดกระจายแสงอัน เนื่องมาจากการโค้งงอของเส้นใยแก้วนำ แสง (Bending Loss)

18 การลดทอนของแสงในเส้นใย แก้วนำแสง (3) จากการกระจัดกระจายแสงอัน เนื่องมาจากการโค้งงอแบบ Micro Bending จากการต่อเส้นใย แก้วนำแสง Connection Loss

19 ตัวส่งแสงและรับแสง การใช้เส้นใยแก้วนำแสงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ ที่ทำหน้าที่รับและส่งสัญญาณแสง อุปกรณ์ที่ ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณแสงหรือเป็น แหล่งกำเนิดแสงคือ LED หรือ เลเซอร์ไดโอด อุปกรณ์ส่งแสงนี้ทำหน้าที่ เปลี่ยนคลื่นไฟฟ้าให้เป็นคลื่นแสง ส่วน อุปกรณ์รับแสงและเปลี่ยนกลับมาเป็น สัญญาณไฟฟ้า คือ โฟโต้ไดโอด

20 ส่วนประกอบของการสื่อสารด้วย เส้นใยแก้วนำแสง

21 ตัวอย่างการนำไปใช้กับระบบ ต่างๆ (1) Optical Data Link – เพื่อส่งข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบ ควบคุม ระบบด้านไฟฟ้ากำลัง ระบบดูแล ป้องกันระบบจ่ายกำลังไฟฟ้าของ บริษัท Kensai Electric Company ใช้ Overhead ground wire ความเร็วในการส่ง ข้อมูล 45 Mb/s ระยะทางส่งประมาณ 10 กิโลเมตรOverhead ground – ส่งข่าวสารควบคุมระบบรถไฟ ระบบ (Central Traffic Control) ของรถไฟสาย Bullet Train ของญี่ปุ่น – ระบบควบคุมการผลิตแบบ On-Line ของ โรงงานผลิตเหล็กกล้า

22 ตัวอย่างการนำไปใช้กับระบบ ต่างๆ (2) Optical ITV ITV : Industrial Television – ส่งภาพเพื่อการตรวจ (Monitering) ใน โรงงานอุตสาหรรม – การตรวจสอบระบบการจราจร – การตรวจสอบความปลอดภัยของชานชาลา รถไฟใต้ดินและตรวจดูสภาพการจราจรของ ขบวนรถ รถไฟใต้ดินเมือง Supporo ประเทศญี่ปุ่น ส่ง ข้อมูลในระยะ 12 กิโลเมตรโดยไม่ต้องมี Repeater

23 ตัวอย่างการนำไปใช้กับระบบ ต่างๆ (2) Optical CATV – การจัดการแพร่ภาพแบบ Interactive Optical Network – การวางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์


ดาวน์โหลด ppt เส้นใยแก้วนำแสง การใช้แสงเป็นสื่อในการนำสัญญาณแล้ว ส่งไปในตัวกลางต่างๆ นั้น ได้เริ่มขึ้นจาก นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ จอห์น ทินดัล ( John Tyndall )

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google