งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

กลุ่มที่ สถาบันที่มี IBC 1.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 3.มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 4.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "กลุ่มที่ สถาบันที่มี IBC 1.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 3.มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 4.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 กลุ่มที่ สถาบันที่มี IBC 1.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 3.มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 4.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

2 จุดแข็ง (S) มีการแต่งตั้ง IBC เพื่อกำกับดูแลงานวิจัยใน สถาบัน IBC มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ/ มีองค์ประกอบ ครอบคลุม มีการประชุมและดำเนินงานอย่าง ต่อเนื่อง มีเครือข่ายเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ นักวิจัยส่วนใหญ่เข้าใจและให้ความร่วมมือ มีการให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของงานวิจัย ต่อสังคม สถาบันสนับสนุนการดำเนินงานของ IBC จุดอ่อน (W) ขาดการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง นโยบาย กฎระเบียบ และหลักเกณฑ์มาตรฐานในการ พิจารณาโครงการไม่ชัดเจน ทำให้ไม่ทราบว่าโครงการใดที่ ควรส่งเข้ารับการพิจารณา กรรมการขาดอำนาจในการติดตามตรวจสอบ/ การกำกับ ดูแลเฝ้าระวัง ยังไม่เข้มแข็ง ไม่ครอบคลุม กรรมการมีภาระงานมาก ความสับสนในโครงสร้างทำให้มีปัญหาในการติดต่อ ประสานงานทั้งภายใน/ภายนอก ขาดระบบการเก็บข้อมูลงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพ ขาดงบประมาณสนับสนุนการทำงาน โอกาส (O) การประกาศใช้ พรบ./ข้อบังคับ จะทำให้ นักวิจัยมีความตื่นตัวในการทำตามกฎระเบียบ มากขึ้น ทิศทางและนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล/ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสนับสนุนการทำงาน และงบประมาณ ทั้งทางตรง (ผ่านกระทรวง กรมฯ) และทางอ้อม (การให้ทุน) เพิ่มโอกาสในการได้รับทุนวิจัยทั้งจากภายใน และภายนอก/ ความปลอดภัยของงานวิจัยให้ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การสร้างเครือข่ายวิจัยด้าน biosafety ระหว่าง สถาบันและแหล่งทุน พัฒนางานและกฎหมายของประเทศร่วมกัน เพื่อการยอมรับของนานาประเทศ Health concern ใน ปจบ. ทำให้เรื่องความ ปลอดภัยได้รับความสนใจมากขึ้น อุปสรรค (T) ความไม่เข้าใจและความกังวลของสาธารณชน อาจส่งผล ให้ต่อการดำเนินงานของ IBC/ การได้รับทุนจากตปท. และ การส่งออกได้ ภัยพิบัติอาจมีผลต่อการคงอยู่หรือการหลุดรอดของ สัตว์ทดลอง ความรับผิดชอบที่สูงขึ้นอาจทำให้ไม่มีคนอยากเป็น IBC กฎหมาย/ระเบียบที่เกี่ยวข้องไม่ชัดเจน ครอบคลุม/ไม่มีการ บังคับใช้ ทำให้นักวิจัยไม่ยื่นคำขอ พนักงานรัฐที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลตรวจสอบไม่เพียงพอ ขาดงบประมาณ/facility ในการวิจัย และการทำงานของ IBC ขาดการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เครือข่าย IBC – Authority – ตปท.)

3 สิ่งที่ IBC สามารถดำเนินการได้ทันที ใช้เรื่อง พรบ.เป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์ถึงเรื่อง IBC พัฒนากลไกในการเสนอโครงการเพื่อรับการพิจารณา –เสนอต่อ IBC และผ่านการพิจารณาก่อนเสนอแหล่งทุน –เสนอต่อ IBC และแหล่งทุนพร้อมกัน (ส่งคู่ขนาน) พัฒนาระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ –ใช้ IT ( ) เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เพื่อความ รวดเร็ว –มีเกณฑ์ใช้ประกอบการพิจารณาโครงการเบื้องต้น –พิจารณาโครงการโดยการประชุม ทำการ Share resources ระหว่างสถาบัน (จัดทำ Pool of experts)

4 ความต้องการจากส่วนกลาง (TBC/NBC) ความชัดเจนในร่างพรบ. Biosafety ที่จะมีการบังคับใช้ใน อนาคต (เป็นตัวอ้างอิง) –มาตรา 14 (9) ให้ NBC แต่งตั้ง IBC จะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการ บริหารจัดการหรือไม่? (ปัจจุบัน IBC แต่งตั้งและดำเนินการภายใต้ สถาบัน) –มาตรา 24 การจัดทำบัญชีรายชื่อตามระดับความเสี่ยง ควรดำเนินการ ให้ทันกฎหมายบังคับใช้ เพื่อให้สามารถทำการขออนุญาตได้ตาม กำหนด 120 วัน (มาตรา 107) การปรับปรุง guideline ให้สอดคล้องกับ พรบ.เพื่อป้องกัน ความสับสน ควรมี Accreditation ของ IBC (ตามความสมัครใจของแต่ละ สถาบัน ดำเนินการโดย NBC/TBC) Workshop ประเด็นขอบเขตหน้าที่ ความรับผิดชอบของ IBC Training การประเมินโครงการสำหรับ IBC


ดาวน์โหลด ppt กลุ่มที่ สถาบันที่มี IBC 1.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 3.มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 4.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google