งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

สเฟียโรมิเตอร์ (Spherometer) อ. วัฒนะ รัมมะเอ็ด. สเฟียโรมิเตอร์ (Spherometer) เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับวัดความหนา ความ นูนหรือเว้าของวัตถุ เพื่อหาค่ารัศมีความโค้งของ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "สเฟียโรมิเตอร์ (Spherometer) อ. วัฒนะ รัมมะเอ็ด. สเฟียโรมิเตอร์ (Spherometer) เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับวัดความหนา ความ นูนหรือเว้าของวัตถุ เพื่อหาค่ารัศมีความโค้งของ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 สเฟียโรมิเตอร์ (Spherometer) อ. วัฒนะ รัมมะเอ็ด

2 สเฟียโรมิเตอร์ (Spherometer) เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับวัดความหนา ความ นูนหรือเว้าของวัตถุ เพื่อหาค่ารัศมีความโค้งของ วัตถุดังกล่าว โดยสเฟียโรมิเตอร์มีส่วนประกอบ ที่สำคัญดังนี้

3 ส่วนประกอบ 1. สเกลหลัก A ที่แบ่งเป็นช่องช่องละ 1 มม. เหนือและต่ำกว่าขีดศูนย์ 2. แป้นกลม B ทำหน้าที่เป็นสเกลละเอียดหรือ สเกลเวอร์เนียร์ที่แบ่งออกเป็นช่องๆจำนวน ทั้งสิ้น 50, 100 หรือ 200 ช่องขึ้นอยู่กับความ ละเอียดของสเฟียโรมิเตอร์แต่ละรุ่น 3. ขาเกลียว C ติดอยู่กับแป้นกลม B สำหรับ หมุนขันลง เพื่อวัดผิวโค้งของวัตถุ 4. ขาของสเฟียโรมิเตอร์ D โดยทั่วไปมีอยู่ 3 ขา มีความยาวเท่ากัน

4 การหาค่าละเอียด การหาค่าละเอียดของสเฟียโรมิเตอร์ เป็น การหาว่า 1 ช่องบนแป้นเวอร์เนียร์จะเทียบเท่า ระยะบนแกนหลักเท่าไร โดยเริ่มจากจัดให้ขีด ศูนย์ของแป้น B ตรังกับขีดใดขีดหนึ่งของสเกล หลัก A จากนั้นให้หมุนแป้น B ให้เคลื่อนที่ขึ้น หรือลง จนครบ 1 รอบ ( จำนวนช่องใน 1 รอบ ของแป้นกลม B กำหนดให้เป็น N) แล้วสังเกต ว่าแป้นกลม B เคลื่อนที่ได้ระยะเท่าใด ( กำหนด เป็น S ) ค่าละเอียดที่สุดของเครื่องมือจะเท่ากับ

5 รูปแสดงถึงลักษณะสเกลละเอียดบนแป้นกลม B ของสเฟียโรมิเตอร์

6 ตัวอย่างเช่น ตัวหมุนแป้น B ครบ 1 รอบ โดยใน 1 รอบ แบ่งเป็น 100 ช่อง จะได้ S = 100 จากการหมุนแป้น B 1 รอบทำให้เคลื่อนที่ใน แนวดิ่งได้ 1 ช่อง จะได้ N = 1 มม. ดังนั้น ค่าละเอียดจะเท่ากับ

7 การใช้และวิธีอ่านค่าสเฟียโรมิเตอร์ การใช้งานสเฟียโรมิเตอร์นั้นจะมี 2 ลักษณะ คือ การวัดรัศมีความโค้งที่เว้า และนูนซึ่งจะมี วิธีการอ่านค่าที่แตกต่าง

8 กรณีที่ 1 การใช้สเฟียโรมิเตอร์วัดผิวนูนมี ขั้นตอนดังนี้คือ 1. นำสเฟียโรมิเตอร์วางบนวัตถุที่ต้องการจะวัด รัศมีความโค้งโดยให้ขา D ทั้งสามของของส เฟียมิเตอร์สัมผัสกับวัตถุพอดีทั้งสามขา 2. ค่อยหมุนจนขา C ของสเฟียเคลื่อนที่ลงไป สัมผัสกับวัตถุเช่นเดียวกับขา D ทั้งสามที่สัมผัส อยู่ก่อนแล้ว ข้อควรระวัง ต้องสังเกตให้ขา D สัมผัสกับวัตถุ จริงๆ

9 3. อ่านค่าที่ได้จากสเฟียโดยอาศัยหลักการ เดียวกันกับการอ่านค่าไมโครมิเตอร์คือเริ่มจาก สเกลหลักก่อนจากรูปจะเห็นว่าขอบจานของ แป้นกลม B อยู่เลยขีด 3 มม. ขึ้นไป แต่ยังไม่ถึง ขีด 4 มม. ดังนั้นค่าจากสเกลหลักเบื้องต้นจะ อ่านได้เท่ากับ 3 มม.

10 4. ขั้นตอนต่อมาจะเป็นการอ่านค่าละเอียดโดย อ่านจากสเกลละเอียดบนแป้นกลม B ซึ่งจากรูป จะอ่านค่าได้เท่ากับ ค่าที่อ่านได้จากสเกลละเอียดจะต้องนำไปหาร ด้วย 100 ก่อนจึงนำไปรวมกับค่าที่ได้จากสเกล หลักตามข้อที่ 3 ดังนี้

11 6. ดังนั้นค่าที่อ่านได้จริงจากสเฟียโรมิเตอร์คือ ค่าที่อ่านได้ = ค่าจากสเกลหลัก + ค่าจาก สเกลละเอียด = 3 มม มม. = 3.14 มม.

12 กรณีที่ 2 กรณีใช้สเฟียโรมิเตอร์วัดผิวเว้านั่นคือจะต้อง หมุนให้แป้นกลม B เคลื่อนที่ลง ต่ำกว่าขีด 0 การอ่านค่าจะมีขั้นตอนดังนี้คือ 1. ค่าจากสเกลหลักจะใช้หลักการอ่านค่า เช่นเดียวกับกรณีที่ 1 เพียงแต่เป็นการอ่านจาก ด้านบนลงสู่ด้านล่างจากรูปจะเห็นว่าขอบจาน ของแป้นกลม B เลื่อนตำกว่าระดับขีด 0 ลงไป ด้านล่างเลยขีด 1 มม. แต่ยังไม่ถึงขีดที่ 2 มม. ดังนั้นจะอ่านค่าได้เบื้องต้นเท่ากับ 1 มม.

13 2. ขั้นตอนต่อมาจะเป็นการอ่านค่าละเอียดโดย อ่านจากสเกลละเอียดบนแป้นกลม B ซึ่งจากรูป จะอ่านค่าได้เท่ากับ 19

14 แต่ในกรณีการวัดผิวเว้านั้น ค่าที่อ่านได้จากสเกลละเอียดจะต้องนำไป ลบออกจาก 100 แล้วหารด้วย 100 ดังวิธี ต่อไปนี้

15 3. นำค่าที่ได้จากสเกลหลักในข้อที่ 3 รวมกับค่า ละเอียด ในข้อที่ 4 จะได้เป็นค่าที่อ่านได้จากส เฟียโรมิเตอร์นั่นคือ ค่าที่อ่านได้ = ค่าจากสเกลหลัก + ค่าจาก สเกลละเอียด = 1 มม มม. = 1.81 มม.

16 สำหรับกรณีการวัดค่ารัศมีความโค้งโดยใช้ส เฟียโรมิเตอร์ค่าที่ได้จากกัดอ่านค่าสเฟียโร มิเตอร์ตามวิธีการที่กล่าวมานั้น ไม่ใช่ค่ารัศมี ความโค้งโดยตรง ต้องนำไปคำนวณด้วยสมการ (1) เพื่อคำนวณหารัศมีความโค้งอีกทีหนึ่งนั่นคือ เมื่อ R คือรัศมีความโค้งของวัตถุ ( เมตร ) L คือ ค่าเฉลี่ยของระยะห่างระหว่างขา D ทั้งสามขา ( เมตร ) d คือค่าที่อ่านได้สเฟียโรมิเตอร์ ( เมตร )

17 สื่อวิดีทัศน์การใช้สเฟียโรมิเตอร์ (Spherometer) video


ดาวน์โหลด ppt สเฟียโรมิเตอร์ (Spherometer) อ. วัฒนะ รัมมะเอ็ด. สเฟียโรมิเตอร์ (Spherometer) เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับวัดความหนา ความ นูนหรือเว้าของวัตถุ เพื่อหาค่ารัศมีความโค้งของ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google