งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ประวัติส่วนตัว + วิธีการสอน ภาษาอังกฤษ เสนอ อาจารย์ วิราษ ภูมาศรี จัดทำโดย พระอำนาจ อินฺทวํโส ( ชนะวงค์ ษา ) ปี 4 รหัส 5210540211126 คณะศึกษาศาสตร์ เอกการสอน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ประวัติส่วนตัว + วิธีการสอน ภาษาอังกฤษ เสนอ อาจารย์ วิราษ ภูมาศรี จัดทำโดย พระอำนาจ อินฺทวํโส ( ชนะวงค์ ษา ) ปี 4 รหัส 5210540211126 คณะศึกษาศาสตร์ เอกการสอน."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ประวัติส่วนตัว + วิธีการสอน ภาษาอังกฤษ เสนอ อาจารย์ วิราษ ภูมาศรี จัดทำโดย พระอำนาจ อินฺทวํโส ( ชนะวงค์ ษา ) ปี 4 รหัส คณะศึกษาศาสตร์ เอกการสอน ภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราช วิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา จังหวัด เชียงใหม่

2 ชื่อ พระอำนาจ ฉายา อินฺทวํโส นามสกุล ชนะวงค์ษา เกิด 9 กันยายน 2533 ภูมิลำเนา 2 หมู่ 3 บ้านมหาวัน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ไปรษณีย์ ที่อยู่ปัจจุบัน 2 วัดมหาวัน ถนนสันเหมือง ตำบล ในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ไปรษณีย์ บรรพชา วันที่ 1 พฤษภาคม 2546 ณ วัดรังษีสุทธาราม ( เหล่าป่าฝาง ) ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัด เชียงใหม่ อุปสมบท วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 ณ วัดรังษีสุทธาราม ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

3 การศึกษา - ประถมศึกษา จากโรงเรียนพัฒนวิทย์ศึกษา ตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ - มัธยมศึกษาตอนต้น - ปลาย จากโรงเรียนเมธีวุฒิกร วัด พระธาตุหริภุญชัย - จบนักธรรมชั้นตรี โท เอก สำนักเรียนวัดพระธาตุหริภุญ ชัย - ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปี 4 คณะ ศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเอกการสอน ภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ คติประจำใจ อย่าเห็นแก่ตัว โทรศัพท์

4 วิชา ภาษาอังกฤ ษ Present simple tense

5 1. เมื่อเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็น ความจริง เช่น The earth moves round the sun. Tigers are dangerous animals. John is the youngest son. Present Simple Subject + V.1 ( a habit / routine )

6 2. ใช้กับเหตุการณ์ที่กระทำอยู่เป็น ประจำ เป็นนิสัย ในกรณีนี้มักจะมีคำ แสดงเวลาร่วมอยู่ด้วย คือ always, sometimes, generally, often, every day, every week, every month, etc. เช่น My son sometimes plays tennis with his father. He always gets up at eight o’clock. The bus comes every ten minutes.

7 ในประโยคปฏิเสธ (Negative Form) มีหลักการเปลี่ยนดังนี้ คือ 1. ประโยค Present Simple Tense ที่มี Verb to be หรือ กริยาช่วยตัวอื่น (can, may, must, will, shall) สามารถเติม not หลังคำกริยาช่วย เหล่านั้นได้ทันที เช่น She is a teacher. → She is not a teacher. I can play baseball. → I cannot play baseball. / I can’t play baseball.

8 2. ในประโยค Present Simple Tense ที่ ไม่มี Verb to be หรือกริยาช่วยดังกล่าวใน ข้อ 1 อยู่ในประโยคให้ปฏิบัติดังนี้คือ 2.1 ใช้ do not หรือ don’t ( รูปย่อของ do not) วางไว้หน้าคำกริยาแท้ ที่ไม่ได้เติม s, es เช่น We walk to school every day. เป็น We do not walk to school every day. หรือ We don’t walk to school every day. The children always make a loud noise. เป็น The children do not always make a loud noise. หรือ The children don’t always make a loud noise.

9 2.2 ใช้ does not หรือ doesn’t ( รูปย่อของ does not) วางไว้หน้าคำกริยาแท้ที่เติม s, es โดยตัด s หรือ es ก่อน เช่น The baby sleeps well every night. เป็น The baby does not sleeps well every night. หรือ The baby doesn’t sleeps well every night. ในกรณีที่คำกริยาแท้บางคำต้องมีการ เปลี่ยนแปลงก่อนเติม s, es จะต้องตัด s, es ออก แล้วกลับมา ใช้ตัวเดิมก่อน เช่น The baby cries every night. เป็น The baby does not cry every night. หรือ The baby doesn’t cry every night. ( ในที่นี้จะต้องตัด ies ออกก่อนแล้ว กลับมาเติม y เหมือนเดิม เมื่อใช้ does not เช่นเดียวกับคำกริยาตัวอื่นๆ ที่มีการ เปลี่ยนแปลงแบบเดียวกัน )

10 Our young daughter…….. (use) lipstick. Choose the best answer. use usein g uses user s

11 ในประโยคคำถาม (Interrogative Form) มีหลักการเปลี่ยนดังนี้ คือ 1. ประโยค Present Simple Tense ที่มี Verb to be หรือกริยาช่วยตัวอื่นๆ ให้นำเอา คำกริยาช่วยในประโยค มาวางไว้หน้าประธาน แล้วใส่เครื่องหมายคำถาม เช่น You are a nurse. → Are you a nurse? They can speak English. → Can they speak English? 2. ในประโยค Present Simple Tense ที่ ไม่มี Verb to be หรือคำกริยาช่วยดังกล่าวใน ข้อ 1 อยู่ในประโยคให้ปฏิบัติดังนี้

12 2.1 ใช้ do วางไว้หน้าประธาน ( พหูพจน์ ) เมื่อ คำกริยาแท้ในประโยคไม่ได้เติม s, es แล้วใส่ เครื่องหมายคำถามท้ายประโยค We have lunch at twelve. → Do we have lunch at twelve? Susan and I play tennis every day. → Do Susan and I play tennis every day? 2.2 ใช้ does วางไว้หน้าประธาน ( เอกพจน์ ) เมื่อ คำกริยาแท้ในประโยคเติม s, es โดยตัด s, es ออกเสียก่อน แล้วใส่เครื่องหมายคำถามท้าย ประโยค He often goes to the beach. → Does he often go to the beach?

13 ในกรณีที่คำกริยาแท้บางตัวต้องมี การเปลี่ยนแปลงก่อนเติม s, es จะต้องตัด s และ es ออก แล้ว กลับมาใช้รูปเดิมของคำกริยาเสีย ก่อนที่จะใช้ does วางไว้หน้า ประธานของประโยค เช่น Jennifer tries to climb the mountain. → Does Jennifer try to climb the mountain? หมายเหตุ ลักษณะของคำถาม แบบนี้ จะต้องตอบด้วย Yes. หรือ No. ************************************************ ************************

14 Do your wife …….(like) cats? like likes likeses liking

15 Does Dang…… (work) very hard ? work workes works working

16 จบการ นำเสนอ


ดาวน์โหลด ppt ประวัติส่วนตัว + วิธีการสอน ภาษาอังกฤษ เสนอ อาจารย์ วิราษ ภูมาศรี จัดทำโดย พระอำนาจ อินฺทวํโส ( ชนะวงค์ ษา ) ปี 4 รหัส 5210540211126 คณะศึกษาศาสตร์ เอกการสอน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google