งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Question Tag (Tag Question หรือ Tail Question) ได้แก่ คำถามที่ขึ้นต้นด้วย ข้อความบอกเล่า ( จะเป็นข้อความบอกรับหรือ ปฏิเสธก็ได้ ) เสียตอนหนึ่งก่อน แล้วตามด้วย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Question Tag (Tag Question หรือ Tail Question) ได้แก่ คำถามที่ขึ้นต้นด้วย ข้อความบอกเล่า ( จะเป็นข้อความบอกรับหรือ ปฏิเสธก็ได้ ) เสียตอนหนึ่งก่อน แล้วตามด้วย."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 Question Tag (Tag Question หรือ Tail Question) ได้แก่ คำถามที่ขึ้นต้นด้วย ข้อความบอกเล่า ( จะเป็นข้อความบอกรับหรือ ปฏิเสธก็ได้ ) เสียตอนหนึ่งก่อน แล้วตามด้วย กริยาช่วยและสรรพนาม เป็นรูป คำถามย่อๆ ซึ่งเรียกกัน ว่า Question Tag อีกตอนหนึ่ง

3 Affirmative Statement + anomalous verb +n't + pronoun? Negative Statement, anomalous verb + pronoun? เช่น Your friend has come back, hasn't he? Your friend hasn't come back, has he? She will leave tomorrow, won't she? She won't leave tomorrow, will she?

4 หลักการเขียน Question Tag - You eat a lot of oranges, don't you? - You will have the exam next month, won't you? - She came here yesterday, didn't she? - They have finished their work, haven't they? 1. ถ้าประโยคที่มาข้างหน้าเป็น ประโยคบอกเล่า ต้องใช้ question tag เป็นรูปปฏิเสธ

5 2. ถ้าประโยคที่มาข้างหน้าเป็น ประโยคปฏิเสธ ต้องใช้ question tag เป็นรูปบอกเล่า - You won't come early, will you? - She doesn't want to disturb you, does she? - We didn't make a loud noise, did we? - They haven't tunred it off, have they?

6 3. ถ้าประโยคข้างหน้ามี verb to have เมื่อ have แปลว่า " มี " จะใช้ tag ว่า haven't หรือ don't ก็ได้ - She has a lot of friends, hasn't she? - They have only one child, don't they? เมื่อ have แปลอย่างอื่น ที่ไม่ใช่แปลว่า " มี " ให้ ใช้ verb to do มาช่วย - We have lunch at twelve o'clock, dont' we? ( กิน ) - I had his letter last week, didn't I? ( ได้รับ ) เมื่อ question tag ของ "have to"( จำเป็นต้อง ) ใช้ v. to do ช่วย - You often have to go to the dentist's, don't you?

7 4. ในประโยค tag ที่เป็นรูปปฏิเสธ ต้องใช้ รูปย่อเสมอ - We shall go shopping, shan't we? - He will come to my party, won't he? 5. Question tag ของ I am คือ aren't I ( เนื่องจาก am not ไม่มีรูปย่อ ) - I am late, aren't I ? - I am lazy, aren't I?

8 6. Question tag ของกริยาช่วย can,could, may, might,will,shall,ought to,should,V.to be,etc... จะใช้กริยาช่วยเหล่านี้เป็น question tag ได้ - She can do it well, can't she? - You ought to study hard, oughtn't you? - They should obey their teacher, shouldn't they?

9 7. คำว่า "need" ( ต้องการ ) และ "dare" ( กล้า ) มีวิธีใช้ 2 แบบ คือ ใช้เป็นกริยาแท้ tag ก็จะใช้ verb to do มา ช่วย - They need money, don't they? - She doesn not need any help, does she? - We don't dare to tell a lie, do we? ข้อสังเกต ถ้า "need" "dare" ใช้เป็นกริยาแท้ จะตามหลังด้วย to +V1 โดยที่กริยา need / dare สามารถผันตามประธานได้ หรืออาจตามด้วย noun ก็ได้

10 ใช้เป็นกริยาช่วย tag จะใช้ need / dare เป็นกริยาช่วยใน tag - She needn't come on Sunday, need she? - You dare not go out alone at night, dare you? ( ข้อสังเกตุ ถ้า need / dare เป็นกริยาช่วย จะ ตามหลังด้วย V1 เลย ) 8. question tag ของ used to ( เคย ) คือ didn't หรือ usedn't - She used to be his secretary, didn't she (usedn't she)?

11 9. ประธานที่ใช้ใน tag ต้องเป็น pronoun เสมอ - Vinai went to Chiang Mai yesterday, didn't he? - The children are playing in the garden,aren't they? 10.tag ของ would like( ต้องการ ) ใช้ wouldn't - We'd like to go now, wouldn't we?

12 11. tag ของ would rather ( อยากจะ ) ใช้ wouldn't - You'd rather stay at home, wouldn't you? - We would rather not go there, would we? 12. tag ของ had better ใช้ hadn't - You 'd better finish your homework, hadn't you? - She had better not go out alone, had she?

13 13. ประโยคคำสั่ง หรือ ขอร้อง (Imperative, order, request ) จะกลายเป็นประโยค สุภาพด้วยการเติม question tag ว่า will you หรือ won't you? 13. ประโยคคำสั่ง หรือ ขอร้อง (Imperative, order, request ) จะกลายเป็นประโยค สุภาพด้วยการเติม question tag ว่า will you หรือ won't you? - Open your book, will you? - Stop talking, will you? - Take these things away, will you? ( แต่ถ้า Let me ask him to accompany you, shall I?)

14 14. ถ้าประโยคข้างหน้ามีประธาน เป็น There is, There are,There was,There were,( มี ) question tag ใช้ verb to be นั้นๆ + there - There is a purse in my bag, isn't there? - There are many flowers in the garden, are there? - There was an accident last night, wasn't there?

15 15. Question Tag ของ That is..,This is คือ isn't it ? หรือ is it? - This is my book, isn't it? - That is not your bag, is it? 16. Question Tag ของ These are, Those are ใช้ aren't they? หรือ are they? - These are her belongings, aren't they? - These are your exercise books, aren't they?

16 17. คำต่อไปนี้คือ few,little,never, rarely, scarcely,hardly,seldom,neither,none, none,no one,nobody,nothing มีความหมายกึ่งปฏิเสธและ ปฏิเสธ เพราะฉะนั้น tag จะเป็นบอก เล่า - Few students knew the answers, did they? - None of the boys liked that song, did they? - We saw no one we knew, did we?

17 18. ประโยคที่ใช้ประธาน one ใน tag จะใช้ one เช่น - One wants to be rich, doesn't one? - One can't escape death, can one? 19. ถ้าประธานเป็น evryone, everybody, everything, no one,nobody,anybody, neither ในส่วน tag ให้ใช้ they เช่น - Everyone likes it, don't they? - Nobody knows the answer, do they? ( แต่ถ้า - None of us knew him, did we?)

18 20. ถ้าเป็นประโยคซับซ้อน ให้ใช้ กริยาใน main clause เป็นหลัก ยกเว้น ถ้าใน main clause หมายถึง ตัวเองหรือบุรุษที่ 1 เช่น - He said he could come, did he? - I think he is a good boy, isn't he? - If he said it under oath, it must be true, musn't it?

19 การตอบคำถามของ Question Tag 1. ถ้าประโยคข้างหน้าเป็นบอลกเล่า ผู้ ถามคาดหวังคำตอบ Yes 2. ถ้าประโยคข้างหน้าเป็นปฏิเสธ ผู้ถาม คาดหวังคำตอบ No 3. การตอบคำถาม ตอบอย่างสั้นๆ โดยใช้ ประธานและกริยาช่วย - We can speak English, can't we? Yes, we can.

20 การออกเสียงประโยคคำถาม Question tag การออกเสียงประโยคคำถาม Question tag คำถามที่จะได้คำตอบ Yes, No โดยปกติจะขึ้น เสียงสูงที่ท้ายประโยค แต่สำหรับคำถามแบบ Question Tag จะออกเสียงขึ้นสูงที่ท้ายประโยค หรือลงเสียงต่ำก็ได้ ขึ้นอยู่กับความแน่ในของผู้ พูด You can swim, can't you? ถ้าขึ้นเสียงสูงที่ท้ายประโยค แสดงว่าผู้ถาม ไม่มั่นใจนักว่าคุณว่ายน้ำได้ ถ้าลงเสียงต่ำที่ท้ายประโยค แสดงว่าผู้ถาม ค่อนข้างมั่นใจว่าคุณว่ายน้ำได้

21 หลักการตั้ง ประโยคคำถาม 1. ถ้าประโยคหน้าเป็นบอกเล่า Tag ต้องเป็นปฏิเสธ 2. ถ้าประโยคหน้าเป็นปฎิเสธ Tag ต้องเป็นบอกเล่า 3. ต้องใส่ Comma คั่นระหว่าง ประโยคหลักกับ Tag เสมอ 4. ตัว Tag ต้องเป็นกริยาช่วยเสมอ

22 5. หากไม่มีกริยาช่วยในประโยคหลัก ใช้ V. to do มาช่วย 6. กริยาช่วยตรง Tag ต้องใช้รูปย่อ เสมอ ไม่มีรูป amn't I ใช้ aren't I แทน 7. กริยาช่วย ต้องเปลี่ยนตาม Tense ที่ประโยคหลัก 8. ประโยคคำสั่ง ขอร้อง เชื้อเชิญ ตรง Tag เติม คำว่า will you ได้เลย

23 ข้อควรจำในการทำ Question Tag 1. ถ้าประโยคหน้าขึ้นต้นด้วย That is, This is ส่วน Tag ใช้ isn't it? หรือ is it 2. ถ้าประโยคหน้าขึ้นต้นด้วย There is/ are/ was/ were ส่วน Tag ใช้ V. to be ตามประธานและ Tense + there

24 3. ถ้าประโยคหน้าขึ้นต้นด้วย These/ Those are ส่วน Tag ใช้ aren't they หรือ are they แล้วแต่กรณี 4. ถ้าประโยคหน้าเป็นประโยคความ ซ้อน Tag ให้เอากริยาในประโยคหลัก 5. ถ้าประโยคหน้ามีคำที่ให้ความหมาย เชิงปฏิเสธ ส่วน Tag นั้น ต้องเป็นบอก เล่า เช่น Nothing is interesting, is it?

25 ลักษณะของประโยค Question Tags 1. อยู่ท้ายประโยคหลัก (main sentence) 2. มี comma (,) คั่นระหว่างประโยคหลัก (main sentence) กับ question tag 3. ส่วน question tag อยู่ในรูปของ ประโยคคำถาม 4. ถ้ากริยาในประโยคหลัก เป็นบอกเล่า กริยาใน tag ต้องเป็นปฏิเสธถ้ากริยาใน ประโยคหลัก เป็นปฏิเสธ กริยาใน tag ต้องเป็นบอกเล่า

26 หลักการใช้คำกริยาใน Question tags 1. ถ้าประโยคหลักที่มา ข้างหน้ามีคำกริยาต่อไปนี้ Verb to be ได้แก่ is, are, was, were ( ยกเว้น am) Verb to have ได้แก่ has, have, had ที่ใช้ใน present perfect และ past perfect tense กริยาพิเศษ (modal verbs) ได้แก่ hall, should, may, might, can, could, must ให้ใช้กริยาเหล่านี้มาทำ question tag ได้เลย

27 2. ถ้ากริยาในประโยคข้างหน้าเป็นกริยาทั่วๆ ไป ( ที่ไม่ใช่กริยาในข้อ 1) เช่น go, come, sit, stand, do, make, etc. ให้ใช้ verb to do (do, does, did) ใน question tag - Bob goes to school, doesn't he? - They live in Paris, don't they? 3. กริยาใน Question tag จะต้องเป็น tense เดียวกันกับกริยา ในประโยคหลักที่มาข้างหน้า เช่น - Nancy works in a bank, doesn't she?

28 กริยาในประโยคหลักคือ works อยู่ ในรูป present tense ดังนั้นกริยาใน question tag จึงต้องใช้ doesn't เพื่อให้ อยู่ใน tense เดียวกัน คือ present simple tense และเพื่อให้สอดคล้องกับ ประธานซึ่งเป็นเอกพจน์ (she) - They want to go shopping, don't they?

29 กริยาในประโยคหลักคือ want อยู่ใน รูป present tense ดังนั้นกริยาใน question tag จึงต้องใช้ don't เพื่อให้อยู่ใน tense เดียวกัน คือ present simple tense และ เพื่อให้สอดคล้องกับประธานของ ประโยค (they) ซึ่งเป็นพหูพจน์ จึงต้อง ใช้ don't - We went to the beach last summer, didn't we?

30 กริยาในประโยคหลักคือ went อยู่ ในรูป past tense ดังนั้นกริยาใน question tag จึงต้องใช้ didn't เพื่อให้ อยู่ใน tense เดียวกัน คือ past simple tense 4. กริยาใน questin tag ที่เป็นปฏิเสธ จะต้องอยู่ในรูปย่อปฏิเสธเท่านั้น เช่น - He studies hard, doesn't he? - We must answer the letter, musn't we? NOTE: เราไม่ใช้ is not he?, does not he?, could not they? หรือ must not we? ใน question tag โดยเด็ดขาด

31 5. สำหรับ verb to have ที่ใช้เป็นกริยาหลัก ในประโยคข้างหน้าอาจใช้ verb to have (has, have, had) ในส่วน question tag หรือใช้ verb to do (do, does, did) เป็นกริยาช่วยใน question tag ก็ได้ดังต่อไปนี้ ถ้า have ใช้ในความหมายว่า " มี " ใน question tag อาจ ใช้ verb to have หรือ verb to do ก็ได้ เช่น We have a lot of money haven't we? don't we?

32 ถ้า have มีความหมายอย่างอื่น ( ที่ ไม่ได้แปลว่า " มี ") ให้ ใช้ verb to do มาช่วยใน question tag ( ไม่ใช้ verb to have ใน questiontag) เช่น - Jim always has breakfast, doesn't he? - They didn't have an accident, did they?

33 รูปแบบของ ประโยค Question Tags ประโยคบอกเล่า, กริยาช่วยรูปย่อปฏิเสธ + ประธาน ( สรรพนาม )? ประโยคปฏิเสธ, กริยาช่วยบอกเล่า + ประธาน ( สรรพนาม )?


ดาวน์โหลด ppt Question Tag (Tag Question หรือ Tail Question) ได้แก่ คำถามที่ขึ้นต้นด้วย ข้อความบอกเล่า ( จะเป็นข้อความบอกรับหรือ ปฏิเสธก็ได้ ) เสียตอนหนึ่งก่อน แล้วตามด้วย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google