งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

...สรุป... แนวทางการพิจารณาจ่ายเงิน ช่วยเหลือเบื้องต้น ตามมาตรา ๔๑.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "...สรุป... แนวทางการพิจารณาจ่ายเงิน ช่วยเหลือเบื้องต้น ตามมาตรา ๔๑."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ...สรุป... แนวทางการพิจารณาจ่ายเงิน ช่วยเหลือเบื้องต้น ตามมาตรา ๔๑

2 สำนักกฎหมาย สปสช. ขั้นตอนการพิจารณา จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น

3 เข้าเงื่อนไข การขอเงินช่วยเหลือ ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เป็นผู้มีสิทธิตาม พรบ. หลักประกันสุขภาพฯหรือไม่ มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น หรือไม่ ยื่นขอภายใน ๑ ปีนับแต่ทราบความเสียหายหรือไม่ ความเสียหายเข้าเกณฑ์ จ่ายเงินช่วยเหลือหรือไม่ ความเสียหายคืออะไร เป็นหน่วยบริการตาม พรบ. หลักประกันสุขภาพฯหรือไม่ ความเสียหายเกิดจาก รักษาพยาบาล หรือ เหตุสุดวิสัย หรือพยาธิสภาพ ควรจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น เท่าไร เป็นความเสียหาย ประเภทใด ตามข้อ ๖ ของข้อบังคับฯ ความเสียหายสัมพันธ์กับการรักษาพยาบาลเพียงใด เข้าเกณฑ์ ไม่ ผลกระทบต่อผู้เสียหาย

4 เข้าเงื่อนไขการขอเงินช่วยเหลือ ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เป็นผู้มีสิทธิตาม พรบ. หลักประกันสุขภาพฯหรือไม่ มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น หรือไม่ ยื่นขอภายใน ๑ ปีนับแต่ทราบความเสียหายหรือไม่ มีสิทธิ UC ขณะเข้ารับบริการ ผู้เสียหาย ทายาท ผู้อุปการะ หลักการนับ ๑ ปี วันที่รับรู้ความเสียหาย ขั้นตอนที่ ๑ เป็นหน่วยบริการตาม พรบ. หลักประกันสุขภาพฯหรือไม่ ขึ้นทะเบียน UC

5 ความเสียหายเข้าเกณฑ์จ่ายเงินช่วยเหลือ หรือไม่ ความเสียหายคืออะไร สาเหตุของความเสียหาย เข้าเกณฑ์ ไม่เข้าเกณฑ์ ขั้นตอนที่ ๒ ส่งผลรุนแรง ที่สุด ยื่นขอครั้งเดียว ขอ พิจารณา ใหม่ รักษาพยาบา ล เหตุสุดวิสัย พยาธิสภาพ รักษาพยาบาล + พยาธิ สภาพ หรือ เหตุสุดวิสัย + พยาธิสภาพ

6 ควรจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเท่าไร เป็นความเสียหาย ประเภทใด ตามข้อ ๖ ของข้อบังคับฯ ความเสียหายสัมพันธ์กับ การรักษาพยาบาลเพียงใด ขั้นตอนที่ ๓ ๖ ( ๑ ) ตาย ๖ ( ๒ ) พิการ ๖ ( ๓ ) เจ็บป่วย โดยตรง ทั้งรักษาพยาบาล และ โรค มีส่วนน้อย ผลกระทบต่อผู้เสียหาย มาก ปานกลาง น้อย แนวทาง พิจารณา ( ยี่ต๊อก )

7 สำนักกฎหมาย สปสช.

8 ประเภท 1 (240, ,000) ความสัมพันธ์ของความเสียหาย กับการรักษาพยาบาล ระดับความรุนแรง เสียชีวิตทุพพลภาพ ถาวร เรื้อรัง รุนแรง พึ่งพา ตลอดเวลา ความเสียหายสัมพันธ์กับการ รักษาพยาบาล และไม่สัมพันธ์กับ โรคที่เจ็บป่วย 400, ,000 – 360,000 ความเสียหายสัมพันธ์กับการ รักษาพยาบาล และสัมพันธ์กับโรคที่ เจ็บป่วย 360,000320,000 – 360, ,000 – 320,000 ความเสียหายบางส่วนสัมพันธ์กับ การรักษาพยาบาล 320,000280,000 – 320, ,000 – 280,000 สำนักกฎหมาย สปสช.

9 ประเภท 2 (100, ,000) ความสัมพันธ์ของความเสียหาย กับการรักษาพยาบาล ระดับความรุนแรงของผลกระทบ จากพิการหรือเสียอวัยวะ หรือเจ็บป่วยเรื้อรัง มากปานกลางน้อย ความเสียหายสัมพันธ์กับการ รักษาพยาบาล และไม่สัมพันธ์กับโรค ที่เจ็บป่วย 240,000216,000 – 240, ,000 – 216,000 ความเสียหายสัมพันธ์กับการ รักษาพยาบาล และสัมพันธ์กับโรคที่ เจ็บป่วย 216,000192,000 – 216, , ,000 ความเสียหายบางส่วนสัมพันธ์กับการ รักษาพยาบาล 192,000168,000 – 192, ,000 – 168,000 สำนักกฎหมาย สปสช.

10 ประเภท 3( ไม่เกิน 100,000) ความสัมพันธ์ของความเสียหาย กับการรักษาพยาบาล การบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย ต่อเนื่องต้องใช้เวลาและ ค่าใช้จ่ายในการรักษาหรือฟื้นฟู มากปานกลางน้อย ความเสียหายสัมพันธ์กับการ รักษาพยาบาล และไม่สัมพันธ์กับ โรคที่เจ็บป่วย 100,00090,000 – 100,000 ไม่เกิน 80,000 ความเสียหายสัมพันธ์กับการ รักษาพยาบาล และสัมพันธ์กับโรคที่ เจ็บป่วย 90,00080, ,000 ไม่เกิน 70,000 ความเสียหายบางส่วนสัมพันธ์กับ การรักษาพยาบาล 80,00070, ,000 ไม่เกิน 60,000 สำนักกฎหมาย สปสช.

11 คำวินิจฉัยที่น่าสนใจ ของคณะกรรมการควบคุมคุณภาพ กรณีจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา ๔๑

12 ขั้นตอนที่๑ เข้าเงื่อนไขการขอเงินช่วยเหลือ ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

13 เป็นผู้มีสิทธิตาม พรบ.หลักประกันสุขภาพฯหรือไม่ การเข้ารับบริการที่ทำให้เกิดความเสียหายนั้น ต้องเป็นผู้ มีสิทธิตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงเป็นผู้รับบริการตามมาตรา ๔๑ แห่ง พระราชบัญญัติฉบับนี้ กรณีตัวอย่าง ผู้ป่วยเข้ารับบริการทำหมัน โดยใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ ต่อมาได้เปลี่ยนสิทธิเป็นสิทธิประกันสังคม และตรวจ พบว่าตั้งครรภ์ กรณีนี้มีสิทธิยื่นขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ตาม มาตรา ๔๑ ผู้ป่วยใช้สิทธิประกันสังคม เข้าคลอดบุตรและทำหมัน ต่อมา ผู้ป่วยใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตรวจพบว่าตั้งครรภ์ กรณีนี้ไม่มีสิทธิยื่นขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ตามมาตรา ๔๑

14 เป็นผู้มีสิทธิตาม พรบ.หลักประกันสุขภาพฯหรือไม่ ความเสียหายที่เกิดแก่ผู้รับบริการที่มีสิทธิรักษาพยาบาลตาม กฎหมายอื่น ไม่ใช่ผู้รับบริการ ตามมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติ นี้ กรณีตัวอย่าง ผู้ป่วยเด็ก ที่บิดาเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีสิทธิครอบคลุมถึงบุตร กรณีนี้ จึงไม่ใช่ผู้รับบริการ ตามมาตรา ๔๑ ผู้ป่วยหญิงสิทธิครูโรงเรียนเอกชน และสามีสิทธิข้าราชการ เข้ารับบริการ ผ่าตัดคลอดบุตร แล้วเสียชีวิต เนื่องจากบิดาของผู้ป่วยมีสิทธิข้าราชการ ซึ่งครอบคลุมถึงบุตรด้วย ดังนั้น บุตรจึงไม่ใช่ผู้รับบริการ ตามมาตรา ๔๑ ผู้ป่วยหญิง เป็นข้าราชการบำนาญ ญาติจะขอสละสิทธิจากราชการ และขอ ใช้สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแทน แต่การขอสละ สิทธิจากราชการไม่สามารถกระทำได้ ดังนั้น จึงไม่ใช่ผู้รับบริการ ตามมาตรา ๔๑

15 เป็นผู้มีสิทธิตาม พรบ.หลักประกันสุขภาพฯหรือไม่ บุตรแรกคลอดของมารดาที่มีสิทธิตามพระราชบัญญัติ ประกันสังคม และบิดาไม่สิทธิรักษาพยาบาลที่ครอบคลุมถึง บุตร เป็นผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพฯ กรณีตัวอย่าง ผู้ป่วยหญิงสิทธิประกันสังคม เข้ารับ บริการคลอดบุตร มีภาวะติดไหล่ ๑๐ นาที ทารกแรกคลอดมีภาวะขาดออกซิเจน และยกแขนขวาไม่ได้ แพทย์วินิจฉัย ว่าทารกมีการบาดเจ็บของเส้นประสาท แขนขวา สิทธิประกันสังคมไม่ครอบคลุมถึงบุตร ด้วย บุตรจึงเป็นผู้มีสิทธิตามพรบ. หลักประกันสุขภาพฯ จึงเป็นผู้รับบริการ ตามมาตรา ๔๑

16 เป็นผู้มีสิทธิตาม พรบ.หลักประกันสุขภาพฯหรือไม่ เมื่อเกิดความเสียหายแก่ผู้รับบริการที่เป็นผู้มีสิทธิตาม พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งจ่าย ค่ารักษาพยาบาลเอง ผู้เสียหายนั้นมีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือ เบื้องต้น ตามมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัตินี้ กรณีตัวอย่าง ผู้ป่วยสิทธิประกันสุขภาพ เข้ารับบริการที่หน่วยบริการโดยเสีย ค่าใช้จ่ายเอง ผู้ป่วย ได้รับการผ่าตัดเนื้องอกในสมอง ผู้ป่วยเสียเลือดมาก หลัง ผ่าตัดมีอาการสมองบวม และมีภาวะเบาจืด ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงเรื่อยๆ และเสียชีวิต กรณีนี้ เป็นความเสียหายของผู้มีสิทธิตามตามพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นผู้รับบริการ ตามมาตรา ๔๑ จึงรับไว้พิจารณาต่อไปตามกระบวนการ

17 เป็นผู้มีสิทธิ ตามพรบ.หลักประกันสุขภาพฯหรือไม่ ผู้ที่ได้รับความเสียหายซึ่งไม่ใช่ผู้ที่เข้ารับบริการ ในหน่วยบริการ ไม่ใช่ผู้รับบริการ ตามมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัตินี้ กรณีตัวอย่าง ญาติผู้ป่วยโดยสารไปกับรถ ส่งต่อเพื่อนำส่งผู้ป่วย เนื่องจาก ไม่มีแพทย์และพยาบาลไปส่ง ผู้ป่วยได้ ระหว่างเดินทางเกิด อุบัติเหตุ เสียชีวิต กรณีนี้ ญาติของผู้ป่วย ไม่ใช่ ผู้รับบริการของหน่วยบริการ จึงไม่ใช่ผู้รับบริการ ตามมาตรา ๔๑

18 ประเด็นที่ ๑.๓ ยื่นคำร้องภายใน ระยะเวลา ๑ ปีนับแต่ ทราบความเสียหาย หรือไม่

19 วันที่ผู้ยื่นคำร้องรับทราบความเสียหาย ความเสียหาย คือ การเสียชีวิต ให้ถือเอาวันที่เสียชีวิต เป็นวันที่ทราบความเสียหาย กรณีตัวอย่าง ผู้รับบริการเข้าคลอดบุตร แพทย์ช่วยคลอดด้วยเครื่องดูด สูญญากาศ ทารกมีสายสะดือพันคอแน่น ๑ รอบ หลังคลอดทารก ศีรษะมีรอยนูน แขนขาขยับได้น้อย และมีภาวะติดเชื้อในกระแส เลือด และเสียชีวิตในวันต่อมา วันที่ทราบความเสียหายจึงเป็นวันที่ทารกเสียชีวิต

20 วันที่ผู้ยื่นคำร้องรับทราบความเสียหาย กรณีความเสียหาย คือ การบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย หรือพิการ หรือสูญเสีย อวัยวะ หรือมีอาการอันไม่พึงประสงค์ อื่นๆ ให้ถือวันที่ได้รับทราบผลการตรวจ พบความเสียหายนั้น เป็นวันที่ทราบความเสียหาย กรณีตัวอย่าง ผู้รับบริการได้รับการผ่าตัดทำหมัน เมื่อ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓ ต่อมา ประจำเดือนขาดหายไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ จึงเข้ารับการตรวจร่างกายเมื่อ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ได้รับแจ้งผลการตรวจว่า ตั้งครรภ์ วันที่ทราบความ เสียหาย คือ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ผู้รับบริการเข้าคลอดบุตร แพทย์ใช้เครื่องดูดสูญญากาศ มีภาวะคลอดติดไหล่ แรกคลอดทารกมีอาการแขนและไหล่ข้างซ้ายอ่อนแรง ลำตัวแดง ปลายมือปลายเท้า เขียว ต่อมาแพทย์จึงแจ้งผลการวินิจฉัยว่า เนื่องจากมีการคลอดไหล่ยาก ส่งผลให้ เส้นประสาทแขนได้รับบาดเจ็บ และเอกซเรย์พบว่า มีกระดูกไหปลาร้าซ้ายหักร่วมด้วย วันที่ทราบความเสียหาย จึงเป็นวันที่ได้รับแจ้งผลการวินิจฉัยจากแพทย์ ผู้ป่วยโรคเกาต์ ได้รับการรักษาด้วยยา Colchisine หลังรับประทานยา ผู้ป่วยมี อาการฝ่ามือฝ่าเท้าลอก มีผื่นตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดข้อ นอนราบไม่ได้ อีก ๑ สัปดาห์ต่อมาผู้ป่วยไปหาแพทย์อีกครั้ง ด้วยอาการแขนขาอ่อนแรง นั่งและเดิน ไม่ได้ แพทย์วินิจฉัยว่า เป็นการแพ้ยา วันที่รับทราบความเสียหาย คือ วันที่ ทราบผลการวินิจฉัยว่า ผู้ป่วยแพ้ยา

21 วันที่ผู้ยื่นคำร้องรับทราบความเสียหาย หากไม่มีหลักฐานแสดงว่า ผู้ยื่นคำร้องได้รับทราบผลการตรวจพบ ความเสียหายเมื่อใด ก็อนุโลมให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่มีหลักฐานแสดงว่า ผู้ ยื่นคำร้องได้รับทราบถึงความเสียหายนั้นอย่างแน่นอน กรณีตัวอย่าง ผู้ป่วยเด็ก ประวัติคลอดเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ ขณะคลอดทารกมี ภาวะสำลักน้ำคร่ำ และขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง หลังคลอดมีอาการชักเกร็ง ต่อมาได้รับการส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงขึ้น แพทย์นัดตรวจ ติดตามอาการต่อเนื่อง ต่อมาวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ พ่อแม่ได้ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ เบื้องต้น โดยอ้างว่า เพิ่งได้รับแจ้งถึงความเสียหายที่เป็นความพิการถาวร แต่ จากการตรวจสอบหลักฐาน พบว่า เด็กได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้พิการ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ ดังนั้น หากถือว่า อย่างช้าที่สุดวันที่ขึ้นทะเบียนเด็กเป็นผู้ พิการ เป็นวันที่พ่อแม่เด็กทราบความเสียหาย ซึ่งเมื่อนับมาจนถึงวันที่ยื่นคำร้อง ก็เป็นการยื่นคำร้องเกิน ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่รับทราบความเสียหาย

22 วันที่ผู้ยื่นคำร้องรับทราบความเสียหาย การที่ผู้ยื่นคำร้องเชื่อเองว่า ผู้เสียหายจะหายได้ จึงไม่ยื่นคำร้องนั้น ไม่อาจใช้เป็นข้ออ้างที่จะยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น เกินกว่าที่ ข้อบังคับฯกำหนดได้ กรณีตัวอย่าง ผู้ป่วยคลอดที่โรงพยาบาลชุมชน ขณะคลอดมีภาวะ คลอดติดไหล่ และพบน้ำคร่ำผิดปกติแพทย์ใส่ท่อช่วย หายใจ วินิจฉัยว่าทารกมีภาวะขาดออกซิเจนรุนแรง ผู้ป่วยได้รับการส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัด ผู้ป่วยไม่สามารถขยับไหล่และข้อศอกขวาได้ ตอนที่ผู้ป่วยอายุได้ ๒ เดือน พ่อแม่ได้นำผู้ป่วยไป ตรวจที่โรงพยาบาลจังหวัด แพทย์ได้แจ้งผลการวินิจฉัยว่า เส้นประสาทแผงคอส่วนบนและแขนขวาบาดเจ็บในขณะ คลอด จึงถือว่าได้รับทราบความเสียหายตั้งแต่วันนั้นแล้ว ส่วนการที่พ่อแม่เชื่อว่า ทารกจะหายได้ จึงไม่ยื่นคำ ร้องนั้น เป็นความคาดหวังผลของการรักษา ไม่ใช่ ข้อยกเว้นที่จะยื่นคำร้องเกิน ๑ ปีได้

23 ประเด็นที่ ๑.๔ เป็นความเสียหายจากการรับบริการในหน่วย บริการหรือไม่

24 เป็นความเสียหายจากการรับบริการในหน่วยบริการหรือไม่ ความเสียหายที่เกิดจากการให้บริการของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ถือ เป็นความเสียหายที่เกิดจากการให้บริการของหน่วยบริการตาม พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ผู้ป่วยเข้ารับบริการผ่าตัดต้อกระจกตา กับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของ โรงพยาบาลซึ่งออกให้บริการตามโครงการผ่าตัดต้อกระจกขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ณ โรงพยาบาลประจำอำเภอในจังหวัด ต่อมาผู้ป่วยเข้ารับบริการอีกครั้งด้วยอาการปวดตามากขึ้นเรื่อยๆ และมี อาการคลื่นไส้ แพทย์วินิจฉัยว่า มีการติดเชื้อที่กระจกตาและลูกตา ต่อมา แพทย์ต้องผ่าตัดเอาลูกตาซ้ายออก กรณีนี้ คณะกรรมการควบคุมคุณภาพฯ วินิจฉัยว่า ความเสียหายที่เกิด จากการให้บริการของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนตาม พรบ.หลักประกันสุขภาพฯ ถือเป็นความเสียหายที่เกิดจากการให้บริการของ หน่วยบริการตามพรบ.หลักประกันสุขภาพฯ

25 เป็นความเสียหายจากการรับบริการในหน่วยบริการหรือไม่ ความเสียหายที่เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพฯใช้ บังคับ มิใช่ความเสียหายที่เกิดจากการรักษาพยาบาลของ “หน่วย บริการ” ตามพระราชบัญญัตินี้ สรุปความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า พรบ.นี้มีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ เป็นต้นไป เมื่อปรากฏว่า ความเสียหายได้เกิดขึ้น ก่อนที่พรบ.จะใช้บังคับ ความเสียหายดังกล่าวย่อมมิใช่ความเสียหายที่เกิด จากการรักษาพยาบาลของ “หน่วยบริการ” ตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้ได้รับ ความเสียหายจึงไม่อาจได้รับความคุ้มครองตามที่กฎหมายนี้กำหนด รวมถึง สิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นมาตรา ๔๑ แห่งพรบ.ฉบับนี้ เพราะเมื่อ ผู้รับบริการได้รับความเสียหายก่อนที่จะมีการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการตาม มาตรา ๔๔ แห่งพรบ.ฉบับนี้ ย่อมไม่อาจถือได้ว่า ผู้รับบริการได้รับความ เสียหายจากการรักษาพยาบาลของหน่วยบริการตามกฎหมายว่าด้วย หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

26 การพิจารณาความเสียหาย เข้าเกณฑ์จ่ายเงินช่วยเหลือ หรือไม่

27 ความเสียหายที่เป็นประเด็น แห่งการร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น หากในการเข้ารับบริการครั้งเดียวกัน เกิดหลายความเสียหายให้ใช้ความ เสียหายที่มีผลกระทบมากที่สุด ในการ พิจารณากำหนดเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีตัวอย่าง ผู้ป่วยเข้ารับบริการคลอดบุตร หลัง คลอดมีภาวะตกเลือด ต้องตัดมดลูก และ ต่อมาเสียชีวิต กรณีนี้ ความเสียหายที่มี ผลกระทบมากที่สุด ที่จะใช้พิจารณากำหนด เงินช่วยเหลือเบื้องต้น คือ การเสียชีวิต

28 ความเสียหายที่เป็นประเด็นแห่งการร้องขอรับเงินช่วยเหลือฯ โดยทั่วไปในการรับบริการครั้งหนึ่ง จะพิจารณาให้เงินช่วยเหลือเบื้องต้น เพียงครั้งเดียว แต่หากภายหลังพบความเสียหายเพิ่มเติม ซึ่งเป็นความเสียหาย ที่ไม่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่แรก และความเสียหายนั้นมีความรุนแรงกว่า ความเสียหายเดิมที่ยื่นคำร้องแล้ว ก็สามารถรับคำร้องไว้พิจารณาได้หากเข้า หลักเกณฑ์การขอให้พิจารณาใหม่ ตามมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติวิธี ปฎิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ กรณีตัวอย่าง ผู้ยื่นคำร้องเข้ารับบริการด้วยอาการเจ็บครรภ์คลอด ขณะคลอดทารกมีภาวะติด ไหล่ ตรวจทารกแรกคลอดพบแขนขวาอ่อนแรง แพทย์วินิจฉัยว่า เส้นประสาทแขนขวา ได้รับบาดเจ็บ คณะอนุกรรมการระดับจังหวัดได้พิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นไป แล้ว โดยจัดประเภทความเสียหายตามข้อบังคับ ๖(๓) กรณีบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย ต่อเนื่อง ต่อมา ผู้ยื่นคำร้องได้ยื่นคำร้องอีกครั้ง เนื่องจากพบว่า บุตรมีปัญหาเกี่ยวกับ การได้ยิน ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการคลอดติดไหล่ และความผิดปกติทางการได้ ยินของทารก เป็นความเสียหายที่ไม่อาจตรวจพบในทารกตอนแรกคลอดได้ คณะกรรมการควบคุมคุณภาพฯ เห็นว่า เป็นการขอให้พิจารณาใหม่ ตามมาตรา ๕๔ แห่งพรบ.วิธีปฎิบัติราชการทางการปกครองฯ อันเนื่องจากมีหลักฐานใหม่(มีผลตรวจ ใหม่) ที่ทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วนั้น เปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ จึงให้ รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาได้

29 ในการพิจารณาว่า.... ➢ ความเสียหาย เกิดจากการรักษาพยาบาล หรือเหตุสุดวิสัย หรือพยาธิสภาพ ➢ การจัดประเภทความเสียหาย ตามข้อบังคับ ฯ ➢ ความสัมพันธ์ระหว่าง ความเสียหาย กับการรักษาพยาบาล ➢ ผลกระทบต่อผู้เสียหาย จำเป็นต้องใช้เหตุผล ทางวิชาชีพ ทางกฎหมาย และ ดุลพินิจ ประกอบการพิจารณา

30 แลกเปลี่ยนความ คิดเห็น


ดาวน์โหลด ppt ...สรุป... แนวทางการพิจารณาจ่ายเงิน ช่วยเหลือเบื้องต้น ตามมาตรา ๔๑.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google