งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

พลังงาน (Energy) เมื่อ E คือพลังงานที่เกิดขึ้น m คือมวลสารที่หายไป และ c คือความเร็วแสง c = 3 x 10 8 m/s.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "พลังงาน (Energy) เมื่อ E คือพลังงานที่เกิดขึ้น m คือมวลสารที่หายไป และ c คือความเร็วแสง c = 3 x 10 8 m/s."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 พลังงาน (Energy) เมื่อ E คือพลังงานที่เกิดขึ้น m คือมวลสารที่หายไป และ c คือความเร็วแสง c = 3 x 10 8 m/s

2 พลังงาน (Energy) พลังงาน คือ ความสามารถ ในการทำงาน เป็นแรงที่ได้ จากธรรมชาติ โดยตรงหรือ มนุษย์ดัดแปลงมาจาก ธรรมชาติเพื่อประโยชน์ในด้าน ต่างๆ พลังงาน มีหน่วยเป็น จูล ( J ) รูปแบบของพลังงาน

3 รูปแบบของพลังงาน แบ่งออกเป็น 6 ประเภท ตามลักษณะที่เห็นได้ชัดเจน ซึ่ง ได้แก่ 1. พลังงานเคมี (Chemical Encrgy) 2. พลังงานความร้อน (Thermal Energy) 3. พลังงานจากการแผ่รังสี (Radiant Energy) 4. พลังงานไฟฟ้า (Electrical Energy) 5. พลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear Energy) 6. พลังงานกล (Mechanical Energy)

4 พลังงานกล เป็นพลังงานที่เกี่ยวข้อง กับการเคลื่อนที่ แบ่งได้ 2 ประเภทคือ  1. พลังงานจลน์ (Kinematic) คือ  พลังงานที่มีอยู่ในวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่  พลังงานที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของวัตถุ ถ้าวัตถุหรืออนุภาคหรือ  สิ่งของเกิดการเคลื่อนที่แสดงว่าวัตถหรือ สิ่งของนั้นมีพลังงานจลน์พลังงานจลน์จะ มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับมวลของวัตถุ และความเร็วของวัตถุ สูตรที่ใช้คำนวณ

5 พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) พลังงานจลน์ คือพลังงานที่สะสมอยู่ในวัตถุ อันเนื่องจากอัตราเร็วของ วัตถุขึ้นอยู่กับการเคลื่อนที่ของวัตถุ ใช้ สัญลักษณ์ (E k ) หาพลังงานจลน์ ได้จาก ปริมาณงานที่ทำได้ทั้งหมด ของวัตถุ ที่กำลังเคลื่อนที่ไปทำงาน อย่างหนึ่ง จนกระทั่งวัตถุหยุดนิ่ง จากนิยามเขียนเป็นสมการได้ว่า

6 เส้นกราฟพลังงาน จลน์ v EkEk

7 ความสัมพันธ์ระหว่างงาน และพลังงานจลน์ หากมีแรง F กระทําต่อวัตถุ จนขนาดของ ความเร็วของวัตถุเปลี่ยนไป ทําให้พลังงานจลน์ของวัตถุเปลี่ยนไปจาก เดิม พบว่างานที่แรงนั้น กระทําต่อวัตถุมีค่าเท่ากับพลังงานจลน์ของ วัตถุที่เปลี่ยนไป หรือ เรียกคํากล่าวนี้ว่า หลักของงาน - พลังงานจลน์ (Work-Kinetic Energy Theorem)

8 พลังงานศักย์ (Potential Energy) พลังงานศักย์ (E p ) คือ พลังงานที่ถูกเก็บสะสมไว้และ พร้อมที่จะนำมาใช้ ในบทเรียนนี้จะศึกษาพลังงานศักย์ 2 ประเภท คือ 1. พลังงานศักย์โน้มถ่วง 2. พลังงานศักย์ยืดหยุ่น

9 พลังงานศักย์ (potential energy) พลังงานที่มีในเทหวัตถุ เนื่องจาก ตําแหน่งที่อยู่ ตําแหน่งที่อยู่ 1. พลังงานศักย์โน้มถ่วง ( Gravitational potential Energy : E pg ) วัตถุมีมวล m มีการ เคลื่อนที่เปลี่ยน ตำแหน่ง โดยเป็นการเปลี่ยนระดับใน แนวดิ่งจากตำแหน่งอ้างอิงระดับหนึ่ง งานของแรงโน้มถ่วง = mgh

10 พลังงานศักย์โน้มถ่วง (Gravitational Potential Energy) พลังงานศักย์โน้มถ่วง คือ พลังงานที่ สะสมอยู่ในวัตถุ เกิดจากแรงโน้ม ถ่วงและตำแหน่งของวัตถุตาม ระดับความสูง เมื่อปล่อยวัตถุซึ่งอยู่สูงจากพื้น h เคลื่อนที่ตกลงมา พบว่าเกิดงาน เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลกต่อ วัตถุ มีค่าเท่ากับ mgh แสดงว่า วัตถุที่อยู่สูงจากพื้น h มีพลังงาน เพราะว่าสามารถทำงานได้เรียกว่า พลังงานศักย์โน้มถ่วง ซึ่งมีค่า เท่ากับ mgh นั่นเอง เขียนสมการ ได้ว่า m h mgmg

11 พิจารณาเมื่อยกวัตถุมวล m จากระดับอ้างอิง ซึ่งก็คือพื้น เป็นระยะทาง h ด้วยความเร็ว คงตัวซึ่งจะต้องออกแรง F มี ขนาดเท่ากับขนาดของน้ำหนัก ของวัตถุ mg ดังรูป จากรูป แรง F มีทิศเดียวกับการ เคลื่อนที่ แสดงว่างานจะต้อง เป็นบวก W F = Fh ดังนั้น W F = mgh ปริมาณ mgh เป็นงานของแรง ภายนอกเอาชนะแรงของสนาม โน้มถ่วง ถือว่าเป็นพลังงาน ศักย์ของวัตถุนั่นเอง E p = mgh

12 กราฟความสัมพันธ์พลังงาน ศักย์กับความสูง mg E p =mgh EpEp h

13 2. พลังงานศักย์ยืดหยุ่น ( Elastic potential energy : E pe )  เป็นพลังงานของวัตถุขณะติดอยู่ กับสปริงที่หดหรือยืดออกซึ่งเมื่อ ปล่อยให้เป็นอิสระ วัตถุจะถูกดีด ออกไปหรือดึงกลับมา เช่น สปริง พ ลาสติก ยาง เ ป็นต้น สูต ร

14 พลังงานศักย์ยืดหยุ่น ( Elastic Potential Energy) พลังงานศักย์ยืดหยุ่น คือ พลังงานศักย์ของ สปริงขณะที่ยืดออก หรือหด เข้าจากตำแหน่งสมดุล ถูกเขียนแทนด้วย สัญลักษณ์ “ E p (elastic) ” หาได้จากสมการ

15 ถ้าสปริงยืดหรือหดออกจากตำแหน่ง สมดุลแล้ว จะเกิดแรงฉุดให้กลับสู่ ตำแหน่งสมดุลโดยแรงนั้นจะมีขนาด แปรผันตรงกับระยะยืด หรือหดจาก ตำแหน่งสมดุล x F พื้นที่ใต้กราฟระหว่าง แรง (F) และระยะการ กระจัด (x) คือ งาน (w)

16 อาจหางานที่กระทำจากแรงเฉลี่ยคูณกับ การกระจัดได้ เนื่องจาแรง ที่ดึงเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ค่าแรงเฉลี่ยจะ เท่ากับ และงานที่ได้จึงเป็น = พลังงานศักย์ยืดหยุ่นในสปริงหาได้จาก งานที่กระทำโดยแรงภายนอกที่ใช้ดึงหรือ กดสปริง ฉะนั้น

17 พลังงานกล เป็นพลังงานที่เกี่ยวข้องกับ การเคลื่อนที่ แบ่งได้ 2 ประเภทคือ พลังงานกล พลังงานจลน์ พลังงาน ศักย์ โน้มถ่วง ยืดหยุ่น พลังงานที่เกิด จากวัตถุที่สามารถยืดหดได้

18 ตัวอย่าง  นักวิ่งคนหนึ่งมีมวล 80 kg วิ่งด้วยความเร็ว 10 m/s นักวิ่งคนนี้มีพลังงานจลน์เท่าใด ตอบ 4000 จูล

19 ตัวอย่าง  ก้อนหินมวล 200 kg วางอยู่บนหน้าผาสูง 50 เมตร จงหาพลังงานศักย์ของก้อนหินก้อนนี้ ตอบ 100,000 จูล

20 กฏการอนุรักษ์พลังงาน 10 เมตร 5 เมตร A B C ตำแห น่ง Ep = mgh Ek = mgxS A ( สูงสุด ) h = 10 S = 0 B ( กลาง ) h = 5 S = 5 C ( ต่ำสุด ) h = 0 S = 10 5 กิโลกรัม 5x10x10 = 500 จูล 5x10x10 = 500 จูล 5x10x0 = 0 จูล 5x10x5 = 250 จูล 5x10x0 = 0 จูล 5x10x5 = 250 จูล


ดาวน์โหลด ppt พลังงาน (Energy) เมื่อ E คือพลังงานที่เกิดขึ้น m คือมวลสารที่หายไป และ c คือความเร็วแสง c = 3 x 10 8 m/s.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google