งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ดร. ยิ่งมณี ตระกูลพัว. กำเนิดของไวรัส สมมุติฐาน 3 ประการ 1. Regressive therory - ยีนที่ไม่ต้องการจะมีการสูญหาย ทำให้จุล ชีพมีขนาดเล็กลง - เชื่อว่าไวรัสเกิดภายหลังจากที่เซลล์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ดร. ยิ่งมณี ตระกูลพัว. กำเนิดของไวรัส สมมุติฐาน 3 ประการ 1. Regressive therory - ยีนที่ไม่ต้องการจะมีการสูญหาย ทำให้จุล ชีพมีขนาดเล็กลง - เชื่อว่าไวรัสเกิดภายหลังจากที่เซลล์"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ดร. ยิ่งมณี ตระกูลพัว

2 กำเนิดของไวรัส สมมุติฐาน 3 ประการ 1. Regressive therory - ยีนที่ไม่ต้องการจะมีการสูญหาย ทำให้จุล ชีพมีขนาดเล็กลง - เชื่อว่าไวรัสเกิดภายหลังจากที่เซลล์ เกิดขึ้น 2. ไวรัสมีวิวัฒนาการจากโมเลกุลที่ง่ายที่สุด - เชื่อว่าไวรัสเกิดพร้อมกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น - RNA น่าจะเป็นจุดกำเนิดของชีวิต - ไวรัสชนิดแรกน่าจะเป็น RNA virus

3 3. ไวรัสมีต้นกำเนิดจาก RNA หรือ DNA ของเซลล์ - RNA หรือ DNA เพิ่มจำนวนได้ด้วย ตนเอง - พบว่ายีนที่สร้างเอนไซม์ RNA polymerase มีลำดับเบสบางส่วนคงที่ - เชื่อว่าไวรัสได้ยีนบางอย่างมาจากเซลล์ ด้วยวิธี Recombination เนื่องจาก RNA virus ขนาดใหญ่มีเอนไซม์ที่คล้ายกับ ของ host cell - เชื่อว่าไวรัสเกิดภายหลังจากที่เซลล์ เกิดขึ้น

4 Viruses  ภาษาละติน แปลว่า สารพิษ  จุลชีพขนาดเล็ก ( นาโน เมตร )  ตรวจหาโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ อิเลคตรอน  เพิ่มจำนวนได้ในสิ่งมีชีวิตเท่านั้น จึงจัดเป็น Obligate intracellular microorgamism

5 การค้นพบเชื้อไวรัส   ค. ศ : Dimitri Iwanowski   สารสกัดจากใบยาสูบที่เป็นโรค ผ่านเครื่องกรองแบคทีเรีย ก่อโรคติดเชื้อในพืชต้นอื่น   ค. ศ : Martinus Beijerinick   Tabacco mosaic virus เป็นสาเหตุก่อโรคในต้นใบยาสูบ

6  ค. ศ Loeffler and Frosch ค้นพบ Foot and mouth disease virus  ค. ศ Karl Landsteiner และ E.Popper พบว่า poliomyelitis มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส

7  ค. ศ Frederick Twort และ Felix d’ Herelle ค้นพบ Bacteriophage (eater of bacteria)  หลังจากปี 1930 มีการศึกษา ลักษณะ โครงสร้าง พันธุศาสตร์ และการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส

8 การศึกษาคุณสมบัติของเชื้อ ไวรัส 1. วิธีทางฟิสิกส์ (Physical method) 2. วิธีทางเคมี (Chemical method) 3. การใช้กล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอน (Electron microscopy)

9 1. วิธีทางฟิสิกส์ (1) ตรวจคุณสมบัติในการตกตะกอนของ ไวรัส - ปั่นตกตะกอนด้วยเครื่อง ultracentrifuge - ปั่นตกตะกอนด้วยเครื่อง ultracentrifuge - ตรวจวัด Relative density ของ อนุภาคไวรัส - ทำให้ไวรัสบริสุทธิ์ และไวรัสในปริมาณ ที่มาก

10 Ultracentrifugation (UC) - ปั่นตกตะกอนด้วยความเร็วสูง ผ่าน homogenous medium; sucrose,CsCl

11 1) Zonal Ultracentrifugation  แยกอนุภาคไวรัส ที่บริสุทธิ์โดยใช้ ความแตกต่าง ด้านขนาด และ รูปร่าง  ใช้ sucrose gradient

12 เติมตัวอย่างลงใน gradient ปั่นแยก อัตราการตกตะกอน (Sedimentation rate) แสดงเป็น sedimentation coefficient, S อัตราการตกตะกอน ขึ้นกับขนาดของ โมเลกุล Sedimentation coefficient ที่ 1x วินาที เรียกว่า Svedberg (S) unit

13 2) Equilibrium density gradient ultracentrifugation  แยกตัวอย่างโดยขึ้นกับความหนาแน่น (density)  ตัวอย่าง + สารลาย CsCl, Cs 2 SO 4 ปั่นตกตะกอนจนถึงจุดสมดุล เกิด gradient ของความเข้มข้น โดยความ หนาแน่น จะเพิ่มขึ้นไปตามทิศทางของแรงปั่น ตกตะกอน

14  ตำแหน่งของ ส่วนประกอบแต่ละส่วน จะอยู่ที่ ตำแหน่งที่ความ หนาแน่นของ สารละลาย CsCL (solution density) = ความหนาแน่นของการ ลอยตัวของสารละลาย CsCL (buoyant density) แยกส่วนประกอบที่ เห็นเป็นแถบได้อย่าง ชัดเจน

15 (2) ตรวจสอบโดยเครื่อง Spectrophotometer ปริมาณกรดนิวคลีอิค : ตรวจสอบในช่วงคลื่น ultraviolet light คุณสมบัติในการกระจายแสง : ตรวจสอบในช่วงคลื่น visible light

16 (3) ตรวจสอบโดยเครื่อง Electrophoresis  วิเคราะห์กรดนิว คลีอิค  วิเคราะห์โปรตีน

17 (4) ตรวจสอบโดยใช้ X-ray crystallography - ศึกษาโครงสร้างของไวรัส โดยใช้ ammonium sulphate หรือ เกลือ

18 Crystallographic structure  1935: Tobacco mosaic virus (TMV) ตกผลึกโดย W. M. Stanley มีโครงสร้างเป็นแบบ helical structure  1950: Turnip yellow mosaic virus (TYMV) มีโครงสร้างเป็นแบบ isometric structure

19 Rhinovirus 14 (a common cold virus) as solved by X-ray crystallography

20 2. วิธีทางเคมี  ตรวจหาชนิดกรดนิวคลีอิคของไวรัส  ตรวจส่วนประกอบของโปรตีนในแคปซิด ของไวรัส - การเปลี่ยนแปลง pH - ใช้สารที่ทำลายโปรตีน ; urea,phenol,detergent Urea แยกโปรตีนที่จับกันโดย hydrophobic interaction Urea แยกโปรตีนที่จับกันโดย hydrophobic interaction Detergent แยกการจับกันของโปรตีน และ ไขมัน Detergent แยกการจับกันของโปรตีน และ ไขมัน

21 3. การใช้กล้องจุลทรรศน์ อิเลคตรอน (Electron microscopy)  พัฒนาในปี 1930 แบ่งเป็น 2 ชนิด Transmission electron microscope (TEM) Scanning electron microscope (SEM)  ใช้ลำแสงอิเลคตรอน  ตรวจดูวัตถุที่มีขนาดเล็กกว่า 0.2 ไมโครเมตร  สามารถบอกรายละเอียดของโครงสร้าง ไวรัส และจำนวนอนุภาคไวรัสทั้งหมด (Total count) และจำนวนอนุภาคไวรัสทั้งหมด (Total count)

22 Transmission electron microscope (TEM)  สามารถเห็นโครงสร้าง วัตถุ ภายในและ ภายนอก  เตรียมตัวอย่างบน supporting mesh แล้ว ทำให้เป็นแผ่นบาง  บนผิวของตัวอย่าง coat ด้วยชั้นของคาร์บอน

23 TEM

24 TEM  ความแตกต่างระหว่าง ultrastructure และ background ต่ำ  มีการย้อมสีเพื่อเพื่อความแตกต่าง โดยมี การดูดลำแสงอิเลคตรอนทำให้ภาพชัดขึ้น  Negative stain ใช้ electron-dense dye: phosphotungstic acid, uranyl acetate เพิ่ม electro opacity รอบตัวอย่าง  Positive stain ใช้ อิออนของโลหะขนาด เล็ก สามารถแทรกในตัวอย่างได้  มองเห็นตัวอย่างเป็น 2 มิติ และขยายขนาด ของวัตถุ 10, ,000 เท่า

25 Negative staining  only electrons which pass through the specimen are involved in the formation of the final image

26 Electron Micrograph Images Herpes simplex virus type 2 Influenza virus

27 Scanning electron microscope (SEM)  มองเห็นตัวอย่างเป็น 3 มิติ และขยายขนาด ของวัตถุ 1, ,000 เท่า

28 SEM

29 EM  การตรวจโดย EM อาจมีความผิดพลาด เนื่องจาก cellular organelle เช่น ribosome  ใช้แอนติบอดีที่จำเพาะกับไวรัสแอนติเจน เชื่อม Antibody กับ electron-dense marker : iron-containing protein ferritin, colloidal gold immunoelectron microscopy


ดาวน์โหลด ppt ดร. ยิ่งมณี ตระกูลพัว. กำเนิดของไวรัส สมมุติฐาน 3 ประการ 1. Regressive therory - ยีนที่ไม่ต้องการจะมีการสูญหาย ทำให้จุล ชีพมีขนาดเล็กลง - เชื่อว่าไวรัสเกิดภายหลังจากที่เซลล์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google