งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ขอบเขต ให้บริการพยาบาลและให้คำปรึกษาผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ ที่ได้รับยาต้านไวรัส และ ผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับยาต้านไวรัส เฝ้าระวังเด็กแรกเกิดถึง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ขอบเขต ให้บริการพยาบาลและให้คำปรึกษาผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ ที่ได้รับยาต้านไวรัส และ ผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับยาต้านไวรัส เฝ้าระวังเด็กแรกเกิดถึง."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2

3 ขอบเขต ให้บริการพยาบาลและให้คำปรึกษาผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ ที่ได้รับยาต้านไวรัส และ ผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับยาต้านไวรัส เฝ้าระวังเด็กแรกเกิดถึง 18 เดือน ที่คลอดจาก แม่ติดเชื้อ HIV

4 เข็มมุ่ง ปี พ. ศ พัฒนาคุณภาพคลินิกบริการ 2. พัฒนาระบบการบันทึกทางการพยาบาล 3. พัฒนาระบบนัดและระบบการติดตามเยี่ยม ผู้ป่วย 4. พัฒนาการป้องกันและการเฝ้าระวังความ คลาดเคลื่อนทางยา 5. พัฒนาการลงข้อมูลผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ 6. พัฒนาเครือข่ายการดูแลการติดเชื้อและผู้ป่วย เอดส์ทั้งจากภายในหน่วยงานและจาก หน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง

5 เป้าหมาย 1. ผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์มีคุณภาพชีวิตที่ ดีขึ้น 2. ความสม่ำเสมอในการรับประทานยาของผู้ป่วย % 3. ผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับยาต้าน ไวรัส ได้รับการติดตามการกินยาอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 80

6 - โรงพยาบาลหนองคายมีจำนวน 349 เตียง - คลินิกรับยาต้านไวรัสเปิดบริการ รายเก่าทุกวันอังคาร ( น.) รายใหม่ทุกวันพฤหัสบดี ( น. - มีผู้ติดเชื้อ HIV ทั้งหมดที่ลงทะเบียนผ่านโปรแกรม NAP 412 ราย - ผู้ติดเชื้อที่ได้รับยาต้านไวรัสในโครงการหลักประกันสุขภาพ ( NAPHA เดิม ) มีจำนวนทั้งหมด 346 ราย ผู้ใหญ่ 170 ราย เด็ก 68 ราย - ผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านไวรัสในระบบประกันสังคมมีทั้งหมด 53 ราย - ผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านไวรัสที่เบิกได้ - จ่ายตรง 14 ราย - ผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านไวรัสที่ไม่มีสิทธิใดๆชำระเงินค่ารักษาเอง 3 ราย

7 - ผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านไวรัสในโครงการ PHPT ทั้งหมด 38 ราย PHPT ผู้ใหญ่ 34 ราย PHPT เด็ก 4 ราย - ผู้ป่วยโครงการ CARE ทั้งหมด 29 ราย ได้รับยาต้านไวรัสแล้ว 8 ราย ยังไม่ได้รับยาต้านไวรัส 21 ราย - ผู้ป่วยโครงการ NAPHA EXTENTION 8 ราย - ผู้ป่วยที่ได้รับยา TB ร่วมกับยาต้านไวรัส 8 ราย

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18 1. ผู้ป่วย HIV ทุกรายต้องได้รับการคัดกรองวัณโรค 2. ผู้ป่วย HIV ทุกรายต้องได้รับการคัดกรองซิฟิริสและกามโรค 3. ผู้ป่วย HIV หญิง ทุกรายต้องได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก 4. ผู้ป่วย HIV ทุกรายต้องได้รับ Saft sex education 5. ผู้ป่วย HIV ทุกรายต้องได้รับการตรวจ CD 4 - CD 4 > 500 Cell ตรวจทุก 1 ครั้ง / ปี - CD 4 > Cell ตรวจทุก 6 เดือน - CD 4 > Cell ตรวจทุก 3 เดือน 6. ผู้ป่วย HIV ทุกรายที่ได้รับยาต้านไวรัสต้องได้รับการตรวจ VL อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 7. ผู้ป่วย HIV ที่มีผล CD 4 < 50 cell ต้องได้รับการตรวจ CMVR ทุกราย

19 1. ประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานการดูแลผู้ติดเชื้อและผู้ป่วย เอดส์แก่เจ้าหน้าที่ทุกหน่วงงานให้ปฏิบัติงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้บรรลุตามการวัดผลคุณภาพ HIVQUAL-T 2. จัดทำตรายางการคัดกรองผู้ป่วยที่ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ที่มารับการ บริการโรงพยาบาลหนองคายโดยให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด HIVQUAL-T 3. ให้ความรู้ทางวิชาการแก่เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานพร้อมทั้งสอบถาม ปัญหาและอุปสรรคที่พบบ่อยในการให้คำปรึกษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน โดยเข้าร่วมการประชุมประจำเดือน ของทุกหน่วยงาน 4. จัดทำแบบฟอร์มการบันทึกทางการพยาบาลสำหรับผู้ติดเชื้อและ ผู้ป่วยเอดส์ ตามมาตรฐานตัวชี้วัด HIVQUAL-T 5. จัดประชุมให้ความรู้แก่ผู้ติดเชื้อในเรื่องโรคติดเชื้อฉวยโอกาสและ โรคมะเร็งปากมดลูก เดือนละ 1 ครั้ง

20 1. ได้รับทราบข้อมูลและสถานะของผู้ป่วยใน โรงพยาบาล 2. ได้รับความรู้และทัศนคติที่ดีต่อ กระบวนการพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ติด เชื้อ / ผู้ป่วยเอดส์ 3. ได้เข้าใจวิธีการวัดผลการปฏิบัติงานการ ดูแลผู้ติดเชื้อ / ผู้ป่วยเอดส์โดยใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ HIV QUAL-T รวมทั้งสามารถใช้ประโยชน์ผลจากการ วิเคราะห์ของโปรแกรมได้อย่างเหมาะสม

21 - ด้วยข้อจำกัดของบุคลากร ผู้รับผิดชอบงานและภาระงานที่มาก ทำให้การดำเนินการจัดเก็บข้อมูล ล่าช้าประกอบกับผู้ป่วยที่มีผล HIV Positive บางรายไม่ได้ผ่านเข้ามา ในระบบของโรงพยาบาล ซึ่งอาจทำ ให้ได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและทำ ให้การเฝ้าระวังผู้ป่วยไม่คลอบคลุม

22


ดาวน์โหลด ppt ขอบเขต ให้บริการพยาบาลและให้คำปรึกษาผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ ที่ได้รับยาต้านไวรัส และ ผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับยาต้านไวรัส เฝ้าระวังเด็กแรกเกิดถึง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google