งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ธรรมชาติของ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี Created by Ms. Lampoei Puangmalai.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ธรรมชาติของ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี Created by Ms. Lampoei Puangmalai."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ธรรมชาติของ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี Created by Ms. Lampoei Puangmalai

2 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ Sci เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติรอบ ๆ ตัว เรา เพื่อที่จะอธิบายว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดขึ้น ได้อย่างไร ทำงานอย่างไร โดยมนุษย์ใช้กระบวนการสังเกต สำรวจ ตรวจสอบ และการทดลองเกี่ยวกับ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และนำผลมาจัดระบบ หลักการ แนวคิด และทฤษฎี

3 การอธิบายปรากฏการณ์ ธรรมชาติ 1. มนุษย์ยังไม่เข้าใจปรากฏการณ์ต่าง ๆ ใน ธรรมชาติ ทำให้เกิดความกลัว การศึกษา Sci จะช่วยขจัดความกลัวของ มนุษย์ 2. มนุษย์อยู่กับธรรมชาติ การศึกษา Sci จะช่วยพัฒนาการดำรงชีวิต มนุษย์ให้ดีขึ้น

4 การบันทึกข้อมูลทาง วิทยาศาสตร์ เริ่มต้นจากความเชื่อ คำบอกเล่า ซึ่งยังไม่ เป็น Sci ต่อมาได้มีการบันทึกหาความสัมพันธ์ของ ปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนวิเคราะห์ หาข้อสรุป ข้อมูลที่ได้จากการบันทึกอย่างซื่อสัตย์ของ นักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อน ๆ เป็นพื้นฐานสำหรับ นักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อ ๆ มา ดังนั้น การศึกษาค้นคว้าข้อมูลทาง Sci ต้อง บันทึกอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเป็นพื้นฐาน ในการค้นคว้าต่อไป

5 ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้มา อย่างไร ? ความรู้ทาง Sci ได้มา 2 ทาง คือ 1. ได้จากการสังเกต การบันทึกข้อมูล การ ทดลอง การวิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผล 2. สร้างทฤษฎีใหม่โดยอาศัยความรู้พื้นฐานที่ ค้นพบมาแล้ว

6 วิชาวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็น 2 แขนงใหญ่ ๆ คือ 1. วิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ หรือวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ 1.1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 1.2 วิทยาศาสตร์กายภาพ 2. วิทยาศาสตร์ประยุกต์

7 นักวิทยาศาสตร์ทำงานอย่างไร ? นักวิทยาศาสตร์ต้องใช้ทักษะการสำรวจ ตรวจสอบอย่างสูงที่จะเข้าใจในสิ่งที่สงสัย ทักษะนั้นเราเรียกว่า ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์

8 ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 1. การสังเกต (Observation) 2. การวัด (Measurement) 3. การจำแนกประเภท (Classification) 4. การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา (Space/space Relationships and Space / time Relationships) 5. การใช้ตัวเลข (Using Numbers) 6. การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล (Organizing Data and Communication) 7. การลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring)

9 ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 8. การพยากรณ์ (Predicting) 9. การตั้งสมมติฐาน (Formulation Hypothesis) 10. การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (Defining Operationally) 11. การกำหนดและควบคุมตัวแปร (Indentifying and Controlling Variables) 12. การทดลอง (Experimenting) 13. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป (Interpreting Data and Making Conclusion)

10 เจตคติทางวิทยาศาสตร์หรือจิต วิทยาศาสตร์ 1. ความเป็นผู้สนใจใฝ่รู้ อยากหาคำตอบใน สิ่งที่สงสัย 2. ความซื่อสัตย์ รวบรวม บันทึก โดยไม่ บิดเบือนข้อมูล 3. ความอดทน มุ่งมั่น แม้จะใช้เวลานานใน การหาข้อยุติปัญหา 4. การมีใจกว้างยอมรับฟังความคิดเห็นของ ผู้อื่น 5. ความคิดสร้างสรรค์ 6. มีความสงสัยและกระตือลือร้นที่จะหา คำตอบ 7. ยอมรับเมื่อมีประจักษ์พยานหรือเหตุผลที่ เพียงพอ

11 การแสวงหาความรู้ด้วยวิธีการทาง วิทยาศาสตร์ (scientific Method) 1. การกำหนดปัญหา (Problem) 2. การตั้งสมมติฐาน (Formulation of Hypothesis) 3. การตรวจสอบสมมติฐาน (Testing the Hypothesis) 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ ข้อมูล (Analysis) 5. การสรุปผล (Conclusion)

12

13

14 ทำอย่างไรจึงจะเรียน วิทยาศาสตร์ได้ดี 1. มีความกระตือลือร้นที่จะเรียนรู้ 2. คิดค้นหาวิธีการตอบคำถามหรือข้อสงสัย 3. เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือในการสังเกต วัดและบันทึกข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา 4. จัดกลุ่มข้อมูลที่สำรวจตรวจสอบได้ 5. นำผลที่ได้จากการสำรวจตรวจสอบไปใช้ในชีวิต จริงได้ 6. ร่วมแสดงความคิดเห็นเมื่อเรียนเป็นกลุ่ม และ ยอมรับความคิดเห็นของกลุ่ม 7. นำเสนอผลงานให้ผู้อื่นเข้าใจ

15 References สุพจน์ แสงมณี และชานนท์ มูลวรรณ. วิทยาศาสตร์ ช่วงชั้นที่ 4 ( ม.4-6). กรุงเทพฯ : ประสานมิตร, ://cai.md.chula.ac.th/lesson/research/re12.htm 503/introscience.htm#The%20Organizatio n%20of%20Life

16 Miss Lampoei Puangmalai Major of biology Department of science St. Louis College Chachoengsao Thank you


ดาวน์โหลด ppt ธรรมชาติของ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี Created by Ms. Lampoei Puangmalai.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google