งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 บทที่ 5 ทฤษฎีการผลิต (Production Theory)  ความหมายของการผลิต  ฟังก์ชั่นการผลิต  ระยะเวลาในการผลิต  การผลิตในระยะสั้น  การผลิตในระยะยาว.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 บทที่ 5 ทฤษฎีการผลิต (Production Theory)  ความหมายของการผลิต  ฟังก์ชั่นการผลิต  ระยะเวลาในการผลิต  การผลิตในระยะสั้น  การผลิตในระยะยาว."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 บทที่ 5 ทฤษฎีการผลิต (Production Theory)  ความหมายของการผลิต  ฟังก์ชั่นการผลิต  ระยะเวลาในการผลิต  การผลิตในระยะสั้น  การผลิตในระยะยาว

2 2 5.1 ความหมายของการผลิต (Production) การผลิต คือ กระบวนการแปรรูปปัจจัยการผลิตต่างๆ (Inputs) ให้เป็นผลผลิต (Output) คือสินค้าและบริการต่างๆ ปัจจัยการผลิต (Input) ที่ดิน แรงงาน ทุน ผู้ประกอบการ ผลผลิต (Output) สินค้าบริการ กระบวนการแปรรูป (Transformation)

3 ผลผลิต (Output) หมายถึง ผลผลิตที่ได้ออกมาจากกระบวนการผลิตอาจ เป็นสินค้าและบริการที่นำไปบริโภคได้ทันที เรียกว่าสินค้าและบริการขั้น สุดท้าย (final product) หรืออาจจะเป็นสินค้าและบริการที่นำไปใช้เป็น ปัจจัยการผลิตเพื่อทำการผลิตสินค้าและบริการชนิดอื่นต่อไป เรียกว่า สินค้า และบริการขั้นกลาง (intermediate product) หน่วยผลิต (firm/Producer) หมายถึง หน่วยเศรษฐกิจที่ทำหน้าที่ในการ รวบรวมปัจจัยการผลิตต่างๆ เพื่อการผลิต และ/หรือจำหน่ายสินค้าและบริการ ตัวอย่างของรูปแบบหน่วยผลิต เช่น เจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วน บริษัท จำกัด บริษัทมหาชน เป็นต้น ปัจจัยการผลิต (Input) หมายถึง ปัจจัยการผลิตในทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่ง ได้แก่ ที่ดิน ทุน แรงงาน ผู้ประกอบการ รวมทั้งวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง (Intermediate Product) ทุกชนิดที่ใส่เข้าไปในขบวนการผลิตด้วย อุตสาหกรรม (Industry) คือกลุ่มหน่วยผลิตที่ผลิตสินค้าหรือบริการอย่าง เดียวกันหรือคล้ายกัน เช่น อุตสาหกรรมน้ำอัดลม อุตสาหกรรมทอผ้า ใน อุตสาหกรรมหนึ่งอาจมีผู้ผลิตน้อยรายหรือจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวกำหนด โครงสร้างตลาด

4 4 การผลิตเป็นการสร้างอรรถประโยชน์ของสินค้าให้เพิ่มขึ้น  Form Utility : เป็นการผลิตที่ทำให้ผู้บริโภคมีความพอใจเพิ่มขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของสินค้า  Place Utility : เป็นการเคลื่อนย้ายสินค้าจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง เพื่อเพิ่มความพอใจให้แก่ ผู้บริโภค  Time Utility : เป็นการผลิตเพื่อถนอมอาหารไว้บริโภคในยามขาด แคลนหรือมิใช่ฤดูกาล  Service : เป็นการผลิตในรูปของการให้บริการที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับ ความสะดวกหรือได้รับสินค้าที่ตนต้องการ เป็นการเพิ่ม อรรถประโยชน์ เช่น การคัดผลไม้เอาขนาดและผลที่ดี

5 5 5.2ฟังก์ชันการผลิต (Production Function) Q= f ( X 1, X 2, X 3, … ) ในการวิเคราะห์ฟังก์ชั่นการผลิต ตั้งข้อสมมติว่าหน่วยผลิตใช้ วิธีการผลิตที่มีประสิทธิภาพที่สุดตลอดช่วงของการผลิตนั้นๆ จึงมี ต้นทุนต่ำสุดในการผลิตผลผลิตรวมจำนวนหนึ่ง Q หมายถึง ปริมาณผลผลิต X 1, X 2, X 3,.... หมายถึง ปริมาณปัจจัยการผลิตแต่ละประเภทที่ใช้ ในการผลิตผลผลิตชนิดนี้

6  การผลิตในระยะสั้น คือ การผลิตในระยะเวลาที่สั้นจนผู้ผลิตไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงปัจจัยการผลิตบางชนิดได้ เช่น ขนาดโรงงาน ขนาดที่ดิน ขนาดเครื่องจักร ระยะสั้นในแต่ละอุตสาหกรรมไม่จำเป็นต้องเท่ากัน  การผลิตในระยะสั้น เป็นการผลิตที่ใช้ทั้งปัจจัยแปรผัน (variable factors) และปัจจัยคงที่ (fixed factors) ในการผลิต  ปัจจัยแปรผัน คือ ปัจจัยที่มีปริมาณการใช้แปรผันตามปริมาณผลผลิตที่ ได้ ผู้ผลิตสามารถปรับเปลี่ยนปริมาณการใช้ได้ตามต้องการ  ปัจจัยคงที่ คือ ปัจจัยที่มีปริมาณคงที่ ไม่แปรผันตามปริมาณผลผลิต ไม่ว่า จะผลิตมาก น้อย หรือไม่ผลิตเลย ก็เสียค่าต้นทุนให้กับปัจจัยเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น อาคาร เครื่องจักร ที่ดิน  การผลิตในระยะยาว คือ การผลิตในระยะเวลาที่นานพอที่ผู้ผลิตสามารถ เปลี่ยนแปลงปัจจัยการผลิตทุกชนิดในกระบวนการผลิตได้ตามความ เหมาะสม เช่น การเปลี่ยนแปลงขนาดของโรงงานหรือกิจการ ในระยะยาว ปัจจัยทุกอย่างเป็นปัจจัยแปรผัน ไม่มีปัจจัยคงที่ เศรษฐศาสตร์แบ่งการผลิตออกเป็น 2 ระยะ คือ การผลิตในระยะสั้น และการ ผลิตในระยะยาว 5.3 ระยะเวลาการผลิต

7 5.4 การผลิตในระยะสั้น หมายความว่า ปริมาณผลผลิตจะมากหรือน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับการใช้ ปัจจัยแปรผันคือแรงงานเป็นสำคัญ ผลผลิตที่เกิดจากการใช้ปัจจัยคงที่ ร่วมกับปัจจัยแปรผันในลักษณะนี้ แสดงได้ 3 รูปแบบ คือ o การผลิตในระยะสั้น ใช้ปัจจัยคงที่และปัจจัยแปรผันร่วมกันเพื่อผลิตสินค้า o ในการผลิต หากใช้ปัจจัยคงที่คือทุน (K) และใช้ปัจจัยแปรผันคือแรงงาน (L) o ฟังก์ชั่นการผลิตในระยะสั้น Q = f (K, L) Q = f (L)  ผลผลิตรวม (Total Product: TP)  ผลผลิตเฉลี่ย (Average Product: AP)  ผลผลิตหน่วยท้ายสุด (Marginal Product: MP)

8 ผลผลิตรวม (Total Product: TP)  TP หมายถึง ผลผลิตทั้งหมดที่ได้รับจากกระบวนการผลิต โดย ใช้ปัจจัยคงที่ร่วมกับปัจจัยแปรผัน  TP หาได้จากการรวมผลผลิตหน่วยท้ายสุด (MP) เข้าด้วยกัน ผลผลิตเฉลี่ย (Average Product: AP)  AP หมายถึง ปริมาณผลผลิตรวมต่อปริมาณปัจจัยผันแปร 1 หน่วย เช่น แรงงาน 1 คนให้ผลผลิตข้าวเปลือกเฉลี่ยกี่กิโลกรัม AP = TP L

9  MP หมายถึง หมายถึง ปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น เมื่อเพิ่มแรงงานเข้าไป อีก 1 หน่วย MP =  TP/  L =  Q/  L = dTP/dL = dQ/dL เช่น การใช้แรงงาน 4 คน มี TP = 80 หน่วย เมื่อเพิ่มแรงงานคนที่ 5 เข้า ไป TP = 95 หน่วย แสดงว่าแรงงานคนที่ 5 ให้ MP เท่ากับ 15 หน่วย MP =  TP = TPx – TPx-1  L MP เป็นค่าความชัน (slope) ของเส้น TP ผลผลิตหน่วยท้ายสุด (Marginal Product: MP)

10 การแสดงความสัมพันธ์ของ TP, AP และ MP ด้วยตาราง ทุน (K) แรงงาน (L) ผลผลิตรวม (TP) ผลผลิตเฉลี่ย (AP) ผลผลิตหน่วยท้ายสุด (MP) ขั้นการ ผลิต – –63

11 กฎการลดน้อยถอยลงของผลได้ (Law of Diminishing Returns)  ในขณะที่ปัจจัยการผลิตชนิดอื่นคงที่ จะได้ผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นใน ระยะแรกในอัตราที่เพิ่มขึ้น (Increasing Returns) และผลผลิต เฉลี่ยในช่วงนี้จะมากกว่าผลผลิตเพิ่ม = ช่วงที่ 1 ตั้งแต่เริ่มผลิต จนถึงการใช้ L ที่ AP สูงสุด  เมื่อเพิ่มปัจจัยผันแปรเข้าไปอีกจนถึงจุดหนึ่ง ผลผลิตรวมที่เพิ่มขึ้น จะเพิ่มในอัตราที่ลดลง (Diminishing Returns) = ช่วงที่ 2 การใช้ L ในช่วงที่ AP ลดลง แต่ MP > 0 จนถึง TP สูงสุด  จนถึงจุดสูงสุดของผลผลิตรวม เมื่อเพิ่มปัจจัยผันแปรเข้าไปอีก ผลผลิตรวมกลับลดลง (Negative Returns) = ช่วงที่ 3 การใช้ L ในช่วงที่ TP ลดลง และ MP <0 เป็นต้นไป การเพิ่มปัจจัยผันแปรชนิดหนึ่งเพื่อผลิตสินค้าเพิ่ม พบว่า คำอธิบาย เนื่องจากการใช้ปัจจัยการผลิตในสัดส่วนที่เหมาะสม/ไม่ เหมาะสมในแต่ละระยะของการผลิต เช่น การทำนา ใช้ที่ดิน (ปัจจัยคงที่) 1 ไร่ กับชาวนา (ปัจจัยแปรผัน) 2 คน เป็นสัดส่วนของการใช้ปัจจัยที่ เหมาะสม หากเพิ่มชาวนาเข้าไปเรื่อยๆ ต่อนา 1 ไร่ ผลผลิตหน่วยท้ายสุด จะค่อยๆ ลดลง เพราะชาวนามีจำนวนมากเกินไปสำหรับการทำนา 1 ไร่

12 ผลผลิตรวม (TP) แรงงาน (L) TP MP L AP L stage IIIstage II stage I 0 A 4 8 B C Inflection point 3 ขั้นการผลิต ขั้นที่ 1 L หน่วยที่ 1  4 สิ้นสุดที่ AP=MP AP มีค่าสูงสุด TP กำลังเพิ่มขึ้น ขั้นที่ 2 หน่วยที่ 5  8 สิ้นสุดที่ MP=0 TP มีค่าสูงสุด ขั้นที่ 3 L หน่วยที่ 9  MP มีค่าเป็นลบ TP กำลังลดลง

13  เส้น TP มีลักษณะคล้ายรูประฆังคว่ำ เพราะ การใช้ปัจจัยแปรผันหน่วยแรก ร่วมกับปัจจัยคงที่มีสัดส่วน พอเหมาะ ผลผลิตหน่วยท้ายสุดจึงเพิ่มขึ้น ทำให้ TP เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว เมื่อเพิ่มปัจจัยแปรผันมากถึงระดับหนึ่ง ผลผลิตหน่วยท้ายสุด ลดลงเรื่อยๆ จนถึงศูนย์ ทำให้ผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นช้ากว่า ระยะแรก ผลผลิตรวมสูงสุดเมื่อผลผลิตหน่วยท้ายสุดเป็นศูนย์  หากเพิ่มปัจจัยแปรผันเข้าไปในกระบวนการผลิตอีก ผลผลิตหน่วย ท้ายสุดติดลบ ทำให้ผลผลิตรวมลดลง

14 2 o MP > AP  TP  ในอัตราที่  o MP สูงสุดตรงจุด Inflection ของเส้น TP o AP = MP  AP สูงสุด o MP > AP  AP  และ MP < AP  AP  o MP = 0  TP สูงสุด o MP เป็นลบ  TP   ขั้นการผลิตที่ 1 ปัจจัยแปรผัน ยังมีน้อยเมื่อเทียบกับปัจจัยคงที่ การ เพิ่ม L ทำให้ปัจจัยคงที่ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ TP  ไม่สมควร จะหยุดผลิต เพราะยังได้รายรับรวมเพิ่มได้  ขั้นการผลิตที่ 3 การเพิ่มปัจจัยแปรผันเป็นความสูญเปล่า เพราะ TP   ขั้นการผลิตที่ 2 การเพิ่มปัจจัยแปรผันทีละ 1 หน่วย ทำให้ TP  ใน อัตราที่ช้าลง แต่ยังให้ TP  ถือเป็นขั้นการผลิตที่เหมาะสม  แต่การที่หน่วยผลิตควรจะผลิตที่จุดใดในขั้นที่ 2 ต้องพิจารณาถึง ราคา ปัจจัยการผลิต ราคาสินค้า และประมาณการจำนวนสินค้าที่จะขายได้ จึง จะระบุแน่นอนได้ว่า ควรจะใช้ปัจจัยผันแปรจำนวนเท่าใดในการผลิต ความสัมพันธ์ของ TP AP และ MP

15 การสร้างเส้น AP จากเส้น TP ผลผลิตรวม (TP) แรงงาน (L) TP 0 B D C 0 แรงงาน (L) ผลผลิตเฉลี่ย (AP) L1L1 AP L2L2 L3L3 L1L1 L2L2 L3L3 E.E. F.F. G.G.

16 การสร้างเส้น MP จากเส้น TP MP =  TP  L MP = slope ของ TP ผลผลิตรวม (TP) แรงงาน (L) TP 0 B A C 0 แรงงาน (L) ผลผลิตเพิ่ม (MP) MP Inflection point D L3L3 L3L3 L2L2 L4L4 L1L1 L4L4 L2L2 L1L1 E.E. F.F..G.G

17 ความยืดหยุ่นของฟังก์ชั่นการผลิต (Production Elasticity: E L )  ค่า E L เป็นการวัด % การเปลี่ยนแปลงของปริมาณผลผลิตที่ เกิดจาก % การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยการผลิต  ความยืดหยุ่นของฟังก์ชั่นการผลิตนี้จะให้เห็นว่า เมื่อ เปลี่ยนแปลงปัจจัยแปรผัน 1% จะทำให้ปริมาณผลผลิต เปลี่ยนแปลงไปกี่ %  E L = %∆Q = MP L %∆L AP L เช่น ถ้าใช้แรงงาน 4 หน่วย มี AP = 10 และ MP = 16 ค่า E L = 16/10 = 1.6 หมายความว่า ถ้าใช้แรงงานเพิ่มขึ้น 1% จะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 1.6% การใช้แรงงานในขั้นการผลิตนี้ มี ประสิทธิภาพในการผลิตเพิ่มขึ้น

18 ความสัมพันธ์ระหว่าง ค่าความยืดหยุ่นของฟังก์ชั่นการผลิตกับขั้นการผลิต ขั้นการผลิตช่วงของการผลิตค่า E L ความหมายของ E L 1 MP > AP จนถึง AP สูงสุด E L > 1 ถ้าใช้แรงงานเพิ่มขึ้น 1% จะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น >1% (ผลผลิตเพิ่มขึ้นในอัตราที่  ) 2 AP ลดลง 0 < MP < AP จนถึง MP = 0 TP สูงสุด 0

19 5.5 การผลิตในระยะยาว  การผลิตในระยะยาว หมายถึง การที่ผู้ผลิตสามารถเปลี่ยนแปลง ปัจจัยการผลิตทุกอย่างให้มีจำนวนตามต้องการได้ เป็นการ เปลี่ยนแปลงขนาดของโรงงานหรือกิจการ ในระยะยาวปัจจัยทุก อย่างจึงเป็นปัจจัยแปรผัน ไม่มีปัจจัยคงที่  การผลิตในระยะยาว เป็นไปตามกฎว่าด้วยผลได้ต่อขนาด (Law of Returns to Scale) สาระสำคัญ: การเปลี่ยนแปลงปัจจัยการผลิตทุกอย่างในอัตราร้อยละที่เท่ากัน อาจทำ ให้ปริมาณผลผลิตรวมเปลี่ยนแปลงไปในอัตราร้อยละที่แตกต่างไป คือ o หากผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราเพิ่มของปัจจัยการผลิต เรียกว่า ผลได้ต่อขนาดเพิ่มขึ้น (increasing returns to scale) o หากผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นเท่ากับอัตราเพิ่มของปัจจัยการผลิต เรียกว่า ผลได้ต่อขนาดคงที่ (constant returns to scale o หากผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราเพิ่มของปัจจัยการผลิต เรียกว่า ผลได้ต่อขนาดลดลง (decreasing returns to scale)

20 การวิเคราะห์การผลิตในระยะยาวโดยใช้ทฤษฎีเส้นผลผลิตเท่ากัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์การผลิตในระยะยาวคือเส้นผลผลิตเท่ากัน (Isoquant) และเส้นต้นทุนเท่ากัน (Iso-Cost) เส้นผลผลิตเท่ากัน (Isoquant) หมายถึง เส้นที่แสดงส่วนผสมของปัจจัย การผลิต 2 ชนิดในจำนวนต่างๆ กัน โดยให้ผลผลิตเท่ากัน Q 0 K1K1 L1L1 K2K2 L2L2 K L

21 Marginal Rate of Technical Substitution: MRTS  MRTS หมายถึงจำนวนของปัจจัยการผลิตชนิดหนึ่งที่เปลี่ยนไป เมื่อใช้ปัจจัยการผลิตอีกชนิดหนึ่งเปลี่ยนไป 1 หน่วย โดยจำนวน ผลผลิตยังคงเท่าเดิม  การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยการผลิตทั้งสองนี้ โดยทั่วไปเป็นไปใน ทิศทางตรงกันข้าม คือ ถ้าใช้ปัจจัยการผลิตชนิดหนึ่งเพิ่มขึ้น ก็ ต้องลดปัจจัยการผลิตอีกชนิดหนึ่งลง  MRTS เป็นค่า slope ของเส้นผลผลิตเท่ากัน MRTS LK =  K  L MRTS KL =  L  K

22 ค่า MRTS บอกถึงความสามารถในการทดแทนกันของปัจจัย 2 ชนิด K L 0 K L 0 K L 0 oเป็นเส้นโค้งเว้าเข้าหา จุดกำเนิด oMRTS LK ลดลงเรื่อยๆ oปัจจัยการผลิตทดแทน กันได้ แต่ไม่สมบูรณ์ oเป็นเส้นทอดลงจาก ซ้ายไปขวา oMRTS LK คงที่ oปัจจัยการผลิต ทดแทนกันได้สมบูรณ์ Q oเป็นเส้นหักงอเป็นมุมฉาก oMRTS LK = 0 และ  oปัจจัยการผลิตทดแทนกัน ไม่ได้ ต้องใช้ประกอบกัน ในสัดส่วนที่ตายตัว MRTS =  MRTS = 0

23 คุณสมบัติของเส้นผลผลิตเท่ากัน  เส้นผลผลิตเท่ากันโดยทั่วไปมี slope เครื่องหมายลบ แสดงว่า ปัจจัย 2 ชนิดทดแทนกันในทิศทางตรงข้าม เพื่อให้ผลผลิตคงเดิม  เส้นผลผลิตเท่ากันโดยทั่วไป เป็นเส้นโค้งเว้าเข้าหาจุดกำเนิด (convex to the origin) แสดงว่าปัจจัย 2 ชนิดทดแทนกันได้แต่ ไม่สมบูรณ์ โดยค่า MRTS ลดลงเรื่อยๆ เมื่อใช้ปัจจัยชนิดหนึ่ง เพิ่มขึ้นในจำนวนคงที่  ในแต่ละชุดของเส้นผลผลิตเท่ากัน เส้นผลผลิตเท่ากันที่อยู่ทาง ขวามือแสดงระดับของผลผลิตที่มากกว่าเส้นที่อยู่ทางซ้าย  เส้นผลผลิตเท่ากันในแต่ละชุด จะตัดกันหรือสัมผัสกันไม่ได้  เส้นผลผลิตเท่ากันจะเป็นเส้นที่ต่อเนื่องกันตลอดทั้งเส้นไม่มีการ ขาดช่วง เนื่องจากมีการสมมติว่าสามารถแบ่งปัจจัยเป็นหน่วย ย่อยๆ ได้

24 แผนภาพเส้นผลผลิตเท่ากัน (Isoquant map) Q1Q1 0 K L Q2Q2 Q3Q3

25  หมายถึง เส้นที่แสดงส่วนประกอบของปัจจัยการผลิต 2 ชนิดใน สัดส่วนต่างๆกัน ที่ผู้ผลิตสามารถซื้อได้ด้วยต้นทุนจำนวนเดียวกัน  การสร้างเส้นต้นทุนเท่ากัน ต้องรู้ เงินงบประมาณของผู้ผลิต (C) และราคาปัจจัยการผลิต 2 ชนิด เช่น P K และ P L  สมการต้นทุนเท่ากัน C = (P K × K) + (P L × L) หรือ K = C - P L × L P K P K เส้นต้นทุนเท่ากัน (Isocost) K L 0 C P K C P L Slope = - C/P K = - P L C/P L P K เส้นต้นทุนเท่ากัน แสดง ขอบเขตการเลือกใช้ ปัจจัยทุนและแรงงาน ทุกๆ จุดบนเส้นต้นทุน เท่ากัน ใช้งบประมาณ เท่ากันหมด แต่ใช้ สัดส่วนของปัจจัยการ ผลิตที่ต่างกันไป

26 ตัวอย่าง ผู้ผลิตมีงบประมาณ 200,000 บาท ทำการผลิตสินค้า ชนิดหนึ่ง โดยใช้ปัจจัยทุนและแรงงาน โดยราคาทุนหน่วยละ 10,000 บาท ราคาแรงงานหน่วยละ 2,000 บาท K L 0 200,000 = 20 10, ,000 = 100 2,000 Slope = - C/P K = - 20 = - 1 C/P L สมการต้นทุน C = (10,000)  K + (2,000)  L

27 การเปลี่ยนแปลงของเส้นต้นทุนเท่ากัน 1. ราคาปัจจัยการผลิตเปลี่ยนแปลงโดยงบประมาณคงเดิม L 0 A1A1 A B A2A2 L 0 B1B1 A BB2B2 K K ราคาปัจจัยแรงงานเปลี่ยนแปลง โดย P K และ C คงที่ P K เปลี่ยนแปลง โดย P L และ C คงเดิม ราคาเปรียบเทียบของปัจจัยการผลิตเปลี่ยนแปลงไป

28 2. เงินงบประมาณเปลี่ยนแปลง โดย PK และ PL คงเดิม หรือเปลี่ยนแปลงในสัดส่วนที่เท่ากัน เส้นต้นทุนเท่ากันจะเปลี่ยนแปลงโดยการเลื่อน (shift) ขนานกับเส้นเดิม 0 B L A2A2 A A1A1 B1B1 B2B2 K นอกจากนั้น เส้นต้นทุนเท่ากันอาจเปลี่ยนแปลงโดยทั้ง C, P K และ P L เปลี่ยนแปลงก็ได้ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนเท่ากันเลื่อน (shift) ในทิศทางและ รูปแบบต่างๆ แล้วแต่ว่า C, P K หรือ P L เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

29 การเลือกใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสมที่สุด (Least-Cost Combination)  หากกำหนดต้นทุนการผลิตให้ จุดการผลิตที่เหมาะสมที่สุดเป็นจุดที่ได้ ผลผลิตสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้  หากกำหนดปริมาณผลผลิตที่ต้องการจุดการผลิตที่เหมาะสมที่สุดเป็น จุดซึ่งใช้ต้นทุนการผลิตต่ำสุด K L B2B2 L K A1A1 E Q 0 K L B L K A E Q3Q3 Q1Q1 Q2Q2 0 A2A2 A3A3 B3B3 B1B1 Given output (Isoquant) Minimize cost Given cost (Isocost) Maximize output

30 K L B L K A E1E1.E2.E2 E.E.E Q2Q2 Q Q1Q1 0 จุด E  Slope Isoquant = Slope Isocost MRTS LK = – P L /P K -  K/  L = – P L /P K (  K/  L) x  Q/  Q = P L /P K (  K/  Q) x  Q/  L = P L /P K MP L 1/MP K MP L = P L MP K P K MP L = MP K P L P K ดุลยภาพของการผลิต  ดังนั้นจุดการผลิตที่เหมาะสมที่สุด (Least–Cost Combination) เกิดขึ้น จากการสัมผัสของเส้น Isoquant กับเส้น Isocost

31 ช่วงที่เหมาะสมในการผลิตบนเส้นผลผลิตเท่ากัน บนเส้นผลผลิตเท่ากันแต่ละเส้นจะมีเพียงช่วงเดียวเท่านั้นที่มีความ เหมาะสมในการผลิต คือช่วงที่ slope = 0 ถึงช่วงที่ slope =  K K2K2 K K1K1 K2K2 0 L2L2 L0L0 L L1L1 L B D Q A C

32  ในกรณีที่มีแผนภาพของเส้นผลผลิตเท่ากันซึ่งมีเส้นผลผลิตเท่ากัน อยู่มากมายหลายเส้น  เมื่อหาช่วงที่เหมาะสมในการผลิตในแต่ละเส้นแล้ว ถ้าลากเส้นเชื่อม จุดที่ slope มีค่า  เข้าด้วยกัน และลากเส้นเชื่อมจุดที่ slope มีค่า ศูนย์เข้าด้วยกัน จะได้ เส้นที่แสดงขอบเขตของการผลิต (Ridge Line) 2 เส้น คือ Upper Ridge Line ซึ่งลากผ่านจุดที่ slope มีค่า  และ Lower Ridge Line ซึ่งลากผ่านจุดที่ slope มีค่า 0 เส้นแสดงขอบเขตของการผลิต (Ridge Line) 0 B2B2 B L Q1Q1 Q2Q2 Q3Q3 L B1B1 A A1A1 A2A2 U K

33 เส้นขยายการผลิต (Expansion Path)  เส้นขยายการผลิต เป็นเส้นที่ลากผ่านจุดดุลยภาพของการ ผลิต เมื่อผู้ผลิตขยายการผลิตออกไปในแต่ละระดับผลผลิต โดยกำหนดให้ราคาของปัจจัยการผลิตคงที่ E1E1 E2E2 E3E3 Q1Q1 Q2Q2 Q3Q3 B1B1 B2B2 B A1A1 A A2A2 0 L K Expansion Path


ดาวน์โหลด ppt 1 บทที่ 5 ทฤษฎีการผลิต (Production Theory)  ความหมายของการผลิต  ฟังก์ชั่นการผลิต  ระยะเวลาในการผลิต  การผลิตในระยะสั้น  การผลิตในระยะยาว.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google