งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ความแตกต่างด้านไวยากรณ์ รศ. จรัสวัฒน์ ไตรรัตน์. 1.ภาษาพูดมักใช้คำพูดในลักษณะเอ้อ อ้า คำสร้อย คำอุทาน และนิยมใช้ question tag ท้ายประโยค แต่ ภาษาเขียนมักใช้คำเชื่อม.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ความแตกต่างด้านไวยากรณ์ รศ. จรัสวัฒน์ ไตรรัตน์. 1.ภาษาพูดมักใช้คำพูดในลักษณะเอ้อ อ้า คำสร้อย คำอุทาน และนิยมใช้ question tag ท้ายประโยค แต่ ภาษาเขียนมักใช้คำเชื่อม."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ความแตกต่างด้านไวยากรณ์ รศ. จรัสวัฒน์ ไตรรัตน์

2 1.ภาษาพูดมักใช้คำพูดในลักษณะเอ้อ อ้า คำสร้อย คำอุทาน และนิยมใช้ question tag ท้ายประโยค แต่ ภาษาเขียนมักใช้คำเชื่อม และนิยมใช้ประโยคบอกเล่า เช่น ภาษาพูด About the accident? Well, I couldn’t help it, could I? The child just ran right in front of me. ภาษาเขียน Apparently, the accident was unavoidable. The child dashed across the road without warning. ความแตกต่างด้านไวยากรณ์

3 2.ภาษาพูดอาจไม่คำนึงถึงความสมบูรณ์ของ ประโยค ความถูกต้องของ tense การใช้ เครื่องหมาย วรรคตอน หรือตัวอักษรเล็กหรือ ตัวอักษรใหญ่ เพราะในการสนทนากับคู่สนทนา สีหน้า กิริยาท่าทาง น้ำเสียงของผู้พูด เป็น ส่วนประกอบที่สำคัญที่จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้เอง ทั้ง ๆ ที่ผู้พูดอาจกล่าวประโยคที่มีข้อความไม่ สมบูรณ์ พูดไม่จบประโยค หรือเปลี่ยนคำพูด บางคำกลางประโยค ความแตกต่างด้านไวยากรณ์

4 2.หรือบางครั้งก็พูดซ้ำเพื่อย้ำหรือเน้นน้ำหนักของ ข้อความหรืออธิบายเพิ่มเติมโดยนำเรื่องอื่นมา พูดคั่นก่อนที่จะพูดเรื่องเดิมต่อไป แต่ภาษา เขียนมีความเคร่งครัดในเรื่องลีลาการเขียน ความสมบูรณ์ของประโยค ความถูกต้องของ tense และตัวสะกด การใช้เครื่องหมาย วรรค ตอน หรือตัวอักษรเล็กหรือตัวอักษรใหญ่ เพราะ ส่วนใหญ่แล้วผู้เขียนจะไม่มีโอกาสได้อธิบาย เพิ่มเติมข้อความใดที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ชัดเจน ให้กับผู้อ่าน ความแตกต่างด้านไวยากรณ์ ( ต่อ )

5 ภาษาพูด You’ll never guess what happened to me last night. After I left you all, I was cutting through the park – you know, by the lake there, -- when this man comes up to me and asks me the time and well er then he pulls his knife and er says if I don’t give him the er money he’s gonna carve me up into little pieces. Well, I had to give it to him, didn’t I? ภาษาเขียน After I had left my friends, I had decided to take a short-cut through the park. As I was walking by the lake, I was approached by a stranger who pretended to ask me the time. He threatened me with physical violence if I refused to surrender my money. I had no alternative but to comply. ความแตกต่างด้านไวยากรณ์

6 ในภาษาพูดนั้น ถึงแม้ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้น เมื่อคืนก่อน ผู้พูดก็ใช้ present tense ในการ เล่า สลับกับการใช้ past tense นอกจากนี้ยังมี คำอุทานเสริม Well หลายครั้ง รวมทั้งการใช้ you know ซึ่งเป็นวลีที่ติดปากในภาษาพูด ส่วน er เป็นลักษณะของภาษาพูดเหมือนคำ ภาษาไทย ‘เอ่อ’ ความแตกต่างด้านไวยากรณ์

7 3. ภาษาพูดมักใช้ประโยคสั้น ๆ เป็นลักษณะ โครงสร้างแบบ simple sentence ส่วนภาษา เขียนมักใช้ประโยคยาว เป็นลักษณะโครงสร้าง แบบ compound sentence และ complex sentence มากกว่าทั้งนี้เพื่อความกระชับและ ความสละสลวยของข้อความ อย่างไรก็ดี บางครั้งประโยคที่มีโครงสร้างแบบ simple sentence ก็พบได้บ้างในการเขียน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเมื่อต้องการความสั้น กะทัดรัด ชัดเจน และเข้าใจง่าย ความแตกต่างด้านไวยากรณ์

8 ภาษาพูด A: Have you heard the latest? Ann is getting married. B: Hey, that’s great news! ภาษาเขียน Ann’s friends were delighted to hear of her impending marriage. ความแตกต่างด้านไวยากรณ์


ดาวน์โหลด ppt ความแตกต่างด้านไวยากรณ์ รศ. จรัสวัฒน์ ไตรรัตน์. 1.ภาษาพูดมักใช้คำพูดในลักษณะเอ้อ อ้า คำสร้อย คำอุทาน และนิยมใช้ question tag ท้ายประโยค แต่ ภาษาเขียนมักใช้คำเชื่อม.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google