งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

น้ำและมหาสมุทร. วัฏจักรน้ำ (water cycle) ปริมาณน้ำในโลก.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "น้ำและมหาสมุทร. วัฏจักรน้ำ (water cycle) ปริมาณน้ำในโลก."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 น้ำและมหาสมุทร

2 วัฏจักรน้ำ (water cycle)

3 ปริมาณน้ำในโลก

4 น้ำผิวดิน น้ำผิวดิน หมายถึง น้ำที่อยู่บนผิวของเปลือก โลก ได้แก่ น้ำในห้วย หนอง คลอง บึง แม่น้ำ ทะเล และมหาสมุทร สามารถแบ่งตามประโยชน์ใช้สอยได้ เป็น น้ำเค็ม และน้ำจืด น้ำเค็ม คือ น้ำที่มีเกลือละลายอยู่เป็นจำนวน มาก โดยทั่วไปมักจะมีรสเค็ม เพราะมีเกลือเฮไลต์ ละลายอยู่ แต่บางครั้งก็มีเกลืออื่นๆ ละลายอยู่ ประโยชน์ของน้ำเค็ม คือ เป็นที่อยู่อาศัยและ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พืชน้ำ เป็นแหล่งเกลือแร่และ สินแร่ น้ำจืด คือ น้ำที่ไม่มีเกลือละลายอยู่ หรือมีน้อย เป็นน้ำที่มีความสำคัญในการดำรงชีวิดของพืชและ สัตว์ ตลอดจนใช้ในการอุปโภค บริโภคของมนุษย์

5 น้ำใต้ดิน น้ำใต้ดิน หมายถึง น้ำทุกสถานะที่อยู่ภายใน ช่องว่างของหินหรือดินใต้ผิวโลกลงไป ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าน้ำฝนเป็นแหล่งกำเนิด ของน้ำใต้ดินแทบทั้งหมด ปกติน้ำใต้ดินปรากฏลึกไม่เกิน 750 เมตร จากผิว ดิน โดยทั่วไปน้ำใต้ดินไหลช้ากว่าน้ำผิวดิน เช่น แม่น้ำลำคลองมาก แต่ก็ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ เหมือนกัน ( ประมาณ 4 เซนติเมตรต่อวัน ) การไหลของน้ำใต้ดินมีความสัมพันธ์กับความ พรุน (porosity) และ ความซึมผ่าน (permeability)

6

7 บริเวณหรือโซนที่ช่องว่างในดินหรือในหินถูก บรรจุด้วยทั้งน้ำและอากาศ เรียกบริเวณนี้ว่า บริเวณไม่อิ่มตัว (unsaturated zone) หรือ บริเวณสัมผัสอากาศ (zone of aeration) บริเวณที่ช่องว่างในดินหรือหินถูกบรรจุด้วยน้ำ ทั้งหมด เรียกว่า บริเวณอิ่มตัว (saturated zone) ระดับที่สูงที่สุดที่น้ำบรรจุอยู่ในช่องว่างระหว่าง เม็ดดิน เรียกว่า ระดับน้ำใต้ดิน (water table) บริเวณที่สูงหรือลาดชันมาก การไหลของน้ำใต้ดิน จะเร็วกว่าในที่ราบหรือลาดชันน้อย และถ้าหาก ระดับน้ำใต้ดินตัดกับสภาพภูมิประเทศที่มีความ ลาดชัน เช่น บริเวณไหล่เขา จะเกิดน้ำซับ (spring)

8

9

10

11

12

13

14

15

16 มหาสมุทร

17 การแบ่งชั้นน้ำมหาสมุทร 1. น้ำชั้นบน (epilimnion) มีความหนาประมาณ 50 – 280 เมตร จากผิวน้ำ เป็นน้ำที่มีความหนาแน่น ต่ำกว่าน้ำชั้นล่าง เพราะมีอุณหภูมิสูงเนื่องจาก รังสีของดวงอาทิตย์โดยตรง และมีความเค็มต่ำ เพราะมีน้ำฝนหรือน้ำท่าผสมอยู่ 2. ชั้นเทอร์โมไคลน์ (thermocline) เป็นบริเวณถัด ลงมาจากชั้นแรก เป็นชั้นที่อุณหภูมิของน้ำลดลง อย่างรวดเร็วเมื่อความลึกเพิ่มขึ้น ที่ระดับความลึก 280 – 1,000 เมตร 3. น้ำชั้นล่าง (hypolimnion) เป็นบริเวณที่อยู่ใต้ชั้น เทอร์โมไคลน์ลงไปจนถึงพื้นทะเล อุณหภูมิของ น้ำจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ หรือเกือบคงที่จนถึง พื้นทะเล

18 การหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร การหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร เกิดจาก กระบวนการถ่ายเท ความร้อนที่ได้รับจากดวง อาทิตย์ โดยหมุนเวียนจากบริเวณที่ได้รับความ ร้อนมาก คือ บริเวณศูนย์สูตร ไปยังบริเวณที่ได้รับ ความร้อนน้อย คือ บริเวณขั้วโลก และนอกจาก อุณหภูมิแล้วยังมีปัจจัยจาก ลม และความเค็ม การหมุนเวียนของน้ำจะพบใน 2 รูปแบบ คือ 1. การหมุนเวียนของน้ำในแนวราบ หรือการ หมุนเวียนของกระแสน้ำผิวหน้า (surface current circulation) 2. การหมุนเวียนของมวลน้ำในแนวดิ่ง หรือการ หมุนเวียนของกระแสน้ำลึก (deep current circulation)

19 1. การหมุนเวียนของน้ำในแนวราบ การหมุนเวียนของน้ำในแนวราบ หรือการ หมุนเวียนของกระแสน้ำผิวหน้า (surface current circulation) เกิดจากอิทธิพลของลมที่พัดเหนือผิว น้ำ ได้แก่ ลมค้าบริเวณศูนย์สูตร ลมตะวันตกบริเวณ ละติจูด 30 องศาเหนือและใต้ และแรงคอริออลิส (coriolis effect) ทำให้น้ำในมหาสมุทรไหลเป็นวง ตามเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ และทวนเข็ม นาฬิกาในซีกโลกใต้

20 Coriolis force

21 2. การหมุนเวียนของมวลน้ำใน แนวดิ่ง การหมุนเวียนของมวลน้ำในแนวดิ่ง หรือการ หมุนเวียนของกระแสน้ำลึก (deep current circulation) เกิดจากอิทธิพลความแตกต่างของ อุณหภูมิ และความเค็ม ทำให้น้ำมีความหนาแน่น ต่างกัน

22 น้ำผุด (upwelling) น้ำผุด เกิดจากเมื่อมีลมพัดขนานกับชายฝั่ง รวมทั้งผลของแรงคอริออลิส ทำให้มวลน้ำชั้นบนถูก พัดออกไปจากชายฝั่งในแนวตั้งฉากกับทิศทางลม และมวลน้ำชั้นล่างจะเคลื่อนที่ขึ้นมาแทนที่มวลน้ำ ชั้นบน

23 น้ำจม (downwelling) น้ำจม เกิดจากการจมตัวของน้ำชั้นบนลงล่าง เมื่อมีลมพัดผ่านผิวน้ำในทิศทางขนานกับชายฝั่ง รวมทั้งผลจากแรงคอริออลิส ทำให้น้ำชั้นบนถูกพัด เข้าสู่ชายฝั่งในแนวตั้งฉากกับทิศทางลม แล้วจมตัว ลง

24 น้ำขึ้น น้ำลง (tidal current) น้ำขึ้น น้ำลง เกิดขึ้นเนื่องจากอิทธิพลดึงดูด ระหว่างโลกกับดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ น้ำขึ้นเกิด ในสองส่วนของโลก คือ ส่วนที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์ หรือดวงจันทร์ และส่วนที่อยู่ซีกโลกด้านตรงข้าม

25

26 น้ำเกิด (spring tides) น้ำขึ้นสูงสุด หรือเรียกว่า น้ำเกิด (spring tides) เกิดขึ้น เมื่อโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ อยู่ใน แนวเดียวกัน หรือทุกๆ สองอาทิตย์ คือ ขึ้น 15 ค่ำ และแรม 15 ค่ำ

27 น้ำตาย (neap tides) และระดับน้ำขึ้นต่ำสุด หรือเรียกว่า น้ำตาย (neap tides) เกิดขึ้นเมื่อ ดวงอาทิตย์ โลก และ ดวงจันทร์ อยู่ในแนวตั้งฉาก คือ ในวันขึ้น 8 ค่ำ และ แรม 8 ค่ำ


ดาวน์โหลด ppt น้ำและมหาสมุทร. วัฏจักรน้ำ (water cycle) ปริมาณน้ำในโลก.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google