งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

เขื่อน กับความต้องการของประเทศไทย - สถานการณ์ปัจจุบันและประเด็นปัญหาเขื่อนในประเทศไทย - แนวคิดและความจำเป็นในการสร้างเขื่อน ณ ปัจจุบันในประเทศไทย ภาระกิจ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "เขื่อน กับความต้องการของประเทศไทย - สถานการณ์ปัจจุบันและประเด็นปัญหาเขื่อนในประเทศไทย - แนวคิดและความจำเป็นในการสร้างเขื่อน ณ ปัจจุบันในประเทศไทย ภาระกิจ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 เขื่อน กับความต้องการของประเทศไทย - สถานการณ์ปัจจุบันและประเด็นปัญหาเขื่อนในประเทศไทย - แนวคิดและความจำเป็นในการสร้างเขื่อน ณ ปัจจุบันในประเทศไทย ภาระกิจ + วิศวกรรมและธรณีวิทยาเกี่ยวกับเขื่อน + ความจำเป็นในการสร้างเขื่อนในประเทศไทย (แก่งเสือเต้น) ความคิดเห็น + ประเทศไทยจำเป็นต้องมีเขื่อนเพิ่มขึ้นหรือไม่ (ผลกระทบทางบวก/ลบ ด้านธรณีวิทยา) + ทำไมหน่วยงานต่างๆ จึงพูดถึง เขื่อนแก่งเสือ เต้นอีกครั้ง

2 เบื้องหลังแนวคิดในการสร้างเขื่อน ผลประโยชน์ของ กลุ่มอุตสาหกรรมเขื่อนในระดับโลก จะผลักดันให้มีการสร้างเขื่อนต่อไป และพื้นที่ที่ดีที่สุดที่จะไปสร้างเขื่อนได้ในเวลานี้ก็ คือ ประเทศด้อยพัฒนาและประเทศที่เป็นเผด็จการ เบื้องหลังการผลักดันให้มีการสร้างเขื่อนมันมาจากสามกลุ่ม กลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มอุตสาหกรรมเขื่อน ในช่วงแรก ๆ ที่โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นอยู่ภายใต้โครงการผันน้ำกก อิง ยม น่าน มีบริษัทยักษ์ใหญ่จากยุโรป แคนาดา และออสเตรเลีย เข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อ โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นเป็นโครงการอิสระ ธนาคารโลกก็เข้าสนับสนุนการศึกษา พิจารณาความเหมาะสมของโครงการ โดยมอบหมายให้องค์การอาหารและเกษตร หรือ FAO ดำเนินโครงการศึกษา

3 กลุ่มที่ ๒ จะเป็นกลุ่มข้าราชการระดับสูง ระดับผู้วางแผนและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ เช่น นักการเมือง ระดับชาติ กลุ่มนี้มองเขื่อนในฐานะที่เป็นเครื่องมือของการพัฒนา บน แนวคิดที่ว่า โครงการยิ่งใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ความคิดนี้เราจะเห็นได้อย่าง ชัดเจนจากกรมชลประทาน การไฟฟ้าฯ และสภาพัฒน์ กลุ่มที่ ๓ คือกลุ่มอำนาจท้องถิ่น หรือ Local Power เป็นกลุ่มที่เริ่มเข้ามามีบทบาท ในช่วงที่พลเอกชาติชายมีอำนาจ กลุ่มนี้มี ทั้งนักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มธุรกิจท้องถิ่น และกลุ่มจัดตั้งต่าง ๆ เช่น กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ละกลุ่มก็จะสัมพันธ์กับอำนาจรัฐ หรือไม่ก็เชื่อมกับพรรคการเมือง ระดับชาติ เมื่อธนาคารโลกถอนตัวจากเขื่อนแก่งเสือเต้น เพราะชาวสะเอียบขัดขวาง การสำรวจ พวกนี้ก็จะเข้าไปมีบทบาทสูง เขามีแนวคิดว่าหากมีการสร้างเขื่อน ก็จะ ทำให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัด ซึ่งมันสอดคล้องกับนโยบายรัฐ ที่ต้องการ กระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค แน่นอนว่า การพัฒนาแบบนี้ กลุ่มของตนซึ่ง ครอบครองเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นจะได้ประโยชน์ กรณีเขื่อนปากมูลชัดเจน มาก เขื่อนแห่งนี้ถูกผลักดันสมัยรัฐบาลพลเอกชาติชาย เพื่อพัฒนาอุบลราชธานีให้ เป็นประตูสู่อินโดจีน โดยนอกจากจะสร้างเขื่อนปากมูลแล้ว ยังมีการสร้างสนามบิน นานาชาติ ตั้งมหาวิทยาลัย สร้างถนนสี่เลนไปสู่ชายแดน เปิดประตูสู่อินโดจีน และ จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม กรณีของเขื่อนแก่งเสือเต้นก็อยู่ในบริบทที่คล้ายกัน

4 นอกจากเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองข้างต้น เบื้องหลังการผลักดันยังมี ผลประโยชน์แอบแฝง ด้วย เราไม่สามารถบอกได้ว่า ทุกกลุ่มจ้องที่จะแสวงหา ผลประโยชน์ แต่มันมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่จริง เช่นกลุ่มที่กว้านซื้อที่ดินใน บริเวณอ่างเก็บน้ำจากชาวบ้านในราคาถูก เพื่อเก็งกำไรจากค่าชดเชย หรือ กลุ่มทำไม้ที่ถึงกับมีการประชุมกันกับข้าราชการบางกลุ่ม เพื่อจัดสรรว่าหากมีการ สร้างเขื่อน ใครจะได้ประโยชน์จากการทำไม้ พวกนี้ทำเป็นขบวนการ เราจะพบว่ามี ชาวบ้านถูกหลอกให้ขายที่ดิน ที่ผ่านมามีทั้งกลุ่มอำนาจท้องถิ่น และข้าราชการระดับ ปฏิบัติงาน ที่เข้าไปกว้านซื้อที่ดินที่เขื่อนแม่มอกมาก่อน พอมาถึงแก่งเสือเต้น กลุ่มนี้ ก็ย้ายฐานมาซื้อที่นี่ ทุกเขื่อนจะมีกลุ่มอำนาจท้องถิ่นบางกลุ่มเข้าไปกว้านซื้อที่ดิน ไม่ว่าที่ไหนพอมีการสร้างเขื่อนปุ๊บ เราก็จะพบว่ามีความไม่โปร่งใสของโครงการอยู่ เมื่อแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาที่เชื่อว่าเขื่อน จะนำมาซึ่งการพัฒนา เศรษฐกิจของชาติ ของท้องถิ่น ผนวกเข้ากับผลประโยชน์แอบแฝง กระแส ผลักดันให้มีการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นมันจึงรุนแรง และกลุ่มต่าง ๆ ก็ช่วงชิงกันเข้ามี บทบาทสนับสนุนเขื่อน มีการหาเสียงเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง โดยการชูประเด็นเขื่อน ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการทำให้เขื่อนแก่งเสือเต้นเป็นการเมือง ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ การจัดประชาพิจารณ์ โดยนักการเมืองเมื่อปี ๒๕๓๗ โดยอาศัยสถานการณ์ภัยแล้ง ปลุกระดมมวลชนให้สนับสนุนเขื่อน เวทีนี้มีนักการเมืองระดับประเทศ ทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล ข้าราชการ ตลอดจนกลุ่มอำนาจท้องถิ่น และมีการบิดเบือนการประชา พิจารณ์

5 โดยจัดเวทีประชาพิจารณ์ขึ้นมา แล้วเกณฑ์คนมาลงประชามติ เพื่อที่จะแสดง ว่ามีคนสนับสนุนเขื่อนมาก วิธีการแบบนี้ยังถูกใช้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ในช่วงที่เกิดน้ำท่วม เมื่อกระแสเป็นอย่างนี้ คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็คิดว่า เมื่อมีคน เดือดร้อนมากมาย ทำไมไม่ยอมให้สร้างเขื่อน ทำไมชาวบ้านสะเอียบไม่เสียสละ พวก นักอนุรักษ์ทำไมไปห่วงแต่นกยูง ห่วงแต่ป่าสัก ไม่เห็นแก่ชีวิตคน แต่สังคมไทยมันไม่ ง่ายขนาดนั้น ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่ไม่ชอบมาพากล จึง ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน เราต้องเปลี่ยนวิธีการในการมองปัญหาเพื่อหาทางเลือกที่หลากหลาย ยิ่ง ไปสร้างเขื่อน ทำพนังกั้นน้ำ ทำให้ผิดธรรมชาติ ในที่สุดมันก็สู้ธรรมชาติไม่ได้ จะยิ่ง เกิดวิกฤตมากขึ้น เราควรเปลี่ยนมาเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ แทนที่ จะมุ่งเอาชนะธรรมชาติ องค์ความรู้เรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำเพิ่งจะมีคนพูดถึงไม่เกิน ๑๐ กว่าปี มานี้ แต่ในบางท้องถิ่นอย่างที่บางระกำ เขารักษาพื้นที่ที่เป็นหนองน้ำไว้ เป็นแหล่ง ความหลากหลายทางธรรมชาติ เป็นแหล่งทำมาหากินมานานแล้ว สิ่งเหล่านี้มันมีอยู่ ในวิถีการดำเนินชีวิตของคนในท้องถิ่น แต่ถ้ามองว่ายิ่งโครงการขนาดใหญ่ยิ่งดี ต้อง เอาชนะธรรมชาติด้วยเทคโนโลยี ต้องสร้างเขื่อน มันก็จะมองไม่เห็นทางเลือกอื่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว ถ้ารัฐยอมรับทางเลือกที่หลากหลาย ความขัดแย้งเรื่องเขื่อนในสังคมจะ ลดลงไปได้มาก ดังนั้นนักการเมือง และข้าราชการ ต้องมีกระบวนทัศน์ในการจัดการ เรื่องน้ำเสียใหม่ ไม่ใช่ยึดติดกับเขื่อน เราจึงจะพ้นไปจากความขัดแย้งได้

6 ที่ผ่านมา กรมชลประทาน มักจะยกเรื่องการอพยพชาวบ้าน ในพื้นที่เขื่อน ป่าสักชลสิทธิ์มาเป็นตัวอย่าง และพยายามกดดันให้ชาวสะเอียบยอมรับแนวทางนี้ แต่ ที่ชาวสะเอียบไม่ยอมรับก็เพราะมันเป็นวิธีการที่ใช้ไม่ได้ ทางฝ่ายปกครองจังหวัดแพร่ ก็เคยพาชาวสะเอียบไปดูการอพยพที่นั่น เห็นแต่เรื่องดี แต่ชาวบ้านเขาไม่เชื่อ ทางการ เพราะหลังจากนั้นเขาก็เดินทางไปกันเอง โดยไปในช่วงที่เริ่มมีการกักเก็บน้ำ ในปี ๒๕๔๑ และก็พบว่าสิ่งที่ทางการบอกว่าสำเร็จนั้น มันเป็นการจัดฉาก หลักฐานก็ คือ มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่ถูกบีบบังคับให้อพยพ โดยเฉพาะที่บ้านมะนาวหวาน ชาวบ้านถูกบังคับให้อพยพด้วยวิธีที่ทารุณมาก แรกสุดมีการเอาเจ้าหน้าที่เข้ามาปิดล้อม แต่ชาวบ้านก็ไม่ยอมย้าย ทางการ จึงหันมาใช้วิธีตัดน้ำตัดไฟ แต่ชาวบ้านก็ไม่ยอมอพยพอยู่ดี ในที่สุดก็บีบบังคับด้วย การกักเก็บน้ำให้ท่วมหมู่บ้าน ทั้งที่หมู่บ้านและวัดมะนาวหวานยังไม่มีการย้ายออกไป ทำให้ชาวบ้านจำเป็นต้องอพยพ และที่ใหม่ซึ่งทางการจัดไว้นั้น โรงเรียนสำหรับเด็ก ๆ ก็ยังสร้างไม่เสร็จ วัดก็ยังไม่มี บ้านก็ไม่มี ชาวมะนาวหวานต้องช่วยเหลือตัวเอง ต้องสร้างเพิงพักอยู่กันตามยถากรรม สิ่งที่ชาวมะนาวหวานถูกกระทำนั้นมันเหมือนกับ ว่าเขาไม่ได้เป็นพลเมือง การเอาน้ำไปไล่ชาวบ้านแบบนี้ เขาเรียกกันว่า การไล่ดิบ สิ่งที่กรมชลประทานพูดนั้น มันถูกที่ว่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นเขื่อนที่มีการ จ่ายค่าชดเชยมากที่สุด โดยวิธีหนึ่งที่นำมาใช้ก็คือ การให้ชาวบ้านรับเป็นเงินสด มันดู เหมือนดี แต่มันไม่ได้หมายความว่าชีวิตของชาวบ้านจะดีขึ้น ตามที่กรมชลประทาน สัญญาว่า การอพยพชาวบ้านจากพื้นที่สร้างเขื่อน จะไม่ทำให้ชีวิตชาวบ้านเลวลง จะ ดีขึ้น หรืออย่างน้อยที่สุดก็เหมือนเดิม แต่ไปดูซิทุกวันนี้ชาวบ้านเขาอยู่อย่างไร บ้านที่ เคยสร้างสวย ๆ ตอนนี้ติดป้ายประกาศขายกัน เพราะเขาไม่มีอาชีพ ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีอะไรจะกิน

7 สุดท้ายก็เรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวง ขณะที่ชาวบ้านมะนาวหวาน เผชิญกับการอพยพที่ไม่ยุติธรรม แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับมีการเอาที่สาธารณะไป ออกเอกสารสิทธิ์ เพื่อไปรับค่าชดเชย ซึ่งเกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง ข้าราชการในท้องถิ่น กับนายทุนท้องถิ่น ที่อำเภอแห่งหนึ่งปลัด และที่ดิน อำเภอโดนไล่ออกก็มี เรื่องนี้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานก็รู้ดี บางกลุ่มยังมีการจัดฉาก แต่งงาน และกินเลี้ยงย้อนหลัง เพื่อสร้างหลักฐานเท็จว่ามีครอบครัวแล้ว และนำ หลักฐานนั้นไปรับเงินค่าชดเชยจากรัฐ จะเห็นได้ว่าเงินค่าชดเชยที่บอกว่านำไปให้ ชาวบ้านนั้น แท้จริงแล้วมันไม่ถึงชาวบ้าน แต่กรมชลประทานก็ยังนำเอากรณีนี้ มา อ้างว่าประสบความสำเร็จ และนำมาใช้กับแก่งเสือเต้น

8


ดาวน์โหลด ppt เขื่อน กับความต้องการของประเทศไทย - สถานการณ์ปัจจุบันและประเด็นปัญหาเขื่อนในประเทศไทย - แนวคิดและความจำเป็นในการสร้างเขื่อน ณ ปัจจุบันในประเทศไทย ภาระกิจ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google