งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

อนาคตระบบประกันสุขภาพ 1. ... ก่อนและหลังระบบประกันสุขภาพ กระทรวง สาธารณสุข กระทรวง สาธารณสุข ประกันสุขภาพ ราชการและ หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ราชการและ หน่วยงานที่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "อนาคตระบบประกันสุขภาพ 1. ... ก่อนและหลังระบบประกันสุขภาพ กระทรวง สาธารณสุข กระทรวง สาธารณสุข ประกันสุขภาพ ราชการและ หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ราชการและ หน่วยงานที่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 อนาคตระบบประกันสุขภาพ 1

2 ... ก่อนและหลังระบบประกันสุขภาพ กระทรวง สาธารณสุข กระทรวง สาธารณสุข ประกันสุขภาพ ราชการและ หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ราชการและ หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ประกันสังคม ประชาชนและ เอกชนจ่ายเอง 31% 16% 4% 48% 19% 24% 7% 34% 19% … 3.6 % GDP เฉลี่ย 3.7 % GDP [2010=3.9%] 1.โดยรวมทั้งประเทศ.. ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลต่อรายได้ประชาชาติค่อนข้างคงที่ ทั้งก่อนและหลังการมีระบบประกันสุขภาพ 2.กองทุนทั้ง 3 รับภาระมากขึ้นจากเฉลี่ย 52% เป็น 66% และเมื่อมีระบบประกันสุขภาพ ทำให้ประชาชนและเอกชนรับภาระน้อยลง 12% (จาก 48% เหลือ 34% โดยเฉลี่ย และ เหลือ 25% ในปี 2010) 3.ระบบสาธารณสุขพื้นฐาน (ก.สาธารณสุข และ ประกันสุขภาพ) เพิ่มสัดส่วนขึ้นโดยเฉลี่ย 7% (31% เป็น 38%) แลกมาด้วยการที่คนไทยทุกคนเข้าระบบ ประกันสุขภาพได้ 4.ค่าใช้จ่ายของราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มสัดส่วนขึ้นโดยเฉลี่ยย 8% (จาก 16% เป็น 24%) โดยในปี 2010 มีสัดส่วน 27% 5.ประกันสังคม (จ่ายโดยไตรภาคี) เพิ่มบทบาทขึ้น 3 % (จาก 4% เป็น 7%) โดยในปี 2010 รับผิดชอบ 8% ของรายจ่ายรักษาพยาบาลทั้งประเทศ 17% 27% 8% 25% 22% ปี

3 ประมาณการ : ขยายตัวในอัตราเท่ากับ 5 ปีที่ผ่านมา... โดยไม่ทำอะไรเลย กระทรวง สาธารณสุข กระทรวง สาธารณสุข ประกันสุขภาพ ราชการและ หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ราชการและ หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ประกันสังคม ประชาชนและ เอกชนจ่ายเอง 31% 16% 4% 48% 19% 24% 7% 34% 19% 1.ในขณะที่ GDP มูลค่าตลาด ขยายตัวประมาณ 6.5% (4.5% ขยายตัวจริง 2 % อัตราเงินเฟ้อ) แต่หากปล่อยให้เหมือน 5 ปีที่ผ่านมาค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลอาจขยายตัวปีละ 9% และจะมีสัดส่วน 6.6% ของ GDP ในอีก 8 ปีข้างหน้า (2020) 2.ระบบสาธารณะสุขภายใต้ระบบประกันสุขภาพเพิ่มสัดส่วนขึ้น 4% (38% เป็น 42%) 3.ราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มสัดส่วนขึ้น 17% (จาก 24% เป็น 41%) 4.ประกันสังคม (จ่ายร่วมในไตรภาคี) ลดบทบาทลง 1 % (จาก 7% เป็น 6%) … 3.7 % GDP เฉลีย 5.2 % GDP [2020=6.6%] +8% +17% +9% +3% +16% 12% 41% 6% 12% 30% 19% 24% 7% 34% 19% % ขยายตัว เท่ากับปี

4 ข้อเสนอนโยบายการคลังระยะยาวด้านสุขภาพของประเทศไทย (4 หน่วยงาน.. มีนาคม 2555) 1. ควบคุมการขยายตัวของค่าใช้จ่าย 1.ควบคุมค่าใช้จ่ายด้านผู้ป่วยนอกของระบบสวัสดิการ รักษาพยาบาลข้าราชการ (ลดภาระการคลังได้ อย่าง น้อย 8,400 ล้านบาทต่อปี) ควบคุมการใช้ยาเกินความจำเป็น ปรับระบบการจ่ายเงินโดยเฉพาะผู้ป่วยนอกเพื่อให้ เกิดการควบคุมจากด้านผู้ให้บริการ 2.ปรับระบบการจ่ายเงินผู้ป่วยใน โดยใช้ ระบบวินิจฉัยโรค ร่วมกำหนดค่ากลางต้นทุนที่สอดคล้องกันทุกระบบ (ลด ภาระการคลังได้อย่างน้อย 6,000 ล้านบาทต่อปี) 3.ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ลดอัตราการเพิ่มของ งบเหมาจ่ายรายหัวเหลือร้อยละ 5) ปรับระบบการจัดการเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยเรื้อรัง โดย เน้นการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิด โรค ขยายระบบการจัดซื้อยาและอุปกรณ์การแพทย์รวม 4.ปรับระบบการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยยกเลิกเบี้ย ประกันส่วนการรักษาพยาบาล ให้เหลือเฉพาะส่วน ทุพพลภาพและเสียชีวิต (ลดภาระค่าใช้จ่ายระบบได้อย่าง น้อย 1,200 ล้านบาทและประชาชนจ่ายค่าสินไหมลดลง) 5.ให้มีระบบการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ ทั้งระบบ (ลดภาระค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี) 6.จัดระบบจัดหายาและอุปกรณ์การแพทย์รวม (ลดภาระ การคลังได้ อย่างน้อย 4,000 ล้านบาทต่อปี) 7.ปรับระบบการจ้างงานข้าราชการใหม่ ลดภาระด้านการ รักษาข้าราชการ อย่างน้อย 24,000 บาทต่อคนต่อปี อัตราขยายตัว % กระทรวงสาธารณะสุข8%3% ประกันสุขภาพถ้วนหน้า16%6% ราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้อง17%6% กองทุนประกันสังคม9%8% ประชาชนและเอกชนจ่ายเอง3%8% รวมทั้งสิ้น9%6% ลดการขยายตัวจาก 9% เป็น 6% ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมลดลงจาก เฉลี่ย 5.2% GDP เป็น 4.0% GDP + 7 มาตรการ..25,000 ล้านบาท (2012) คิดเป็น 6% ของทั้งประเทศ ประมาณ 0.2% GDP ลดค่าใช้จ่ายรวมจาก 4.0% GDP เป็น 3.8 % GDP 2. ข้อเสนอ 7 แนวทางการปรับตัว (25,000 ล้านบาท/ปี) 4

5 กระทรวง สาธารณสุข กระทรวง สาธารณสุข ประกันสุขภาพ ราชการและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ราชการและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกันสังคม ประชาชนและเอกชน จ่ายเอง เฉลีย 5.2 % GDP [2020=6.5%] เฉลีย 5.2 % GDP [2020=6.5%] เฉลีย 4 % GDP [2020= 4 %] เฉลีย 4 % GDP [2020= 4 %] เฉลีย 3.8 % GDP [2020= 3.8 %] เฉลีย 3.8 % GDP [2020= 3.8 %] ไม่ทำอะไรเลย ให้อัตราการขยายตัว เท่ากับ 5 ปีที่แล้ว ไม่ทำอะไรเลย ให้อัตราการขยายตัว เท่ากับ 5 ปีที่แล้ว ควบคุมอัตราการขยายตัวตาม ข้อเสนอของ 4 หน่วยงาน + 7 มาตรการ ควบคุมอัตราการขยายตัวตาม ข้อเสนอของ 4 หน่วยงาน + 7 มาตรการ สรุป.. การประมาณการในกรณีสำคัญ 7 มาตรการเป็นการเพิ่ม ประสิทธิภาพของ 3 กองทุน โดยตรงปีละกว่า 23,000 ล้านบาท ต่อปี (เริ่มต้นปี 2012) การควบคุมทำให้อัตราการขยายตัว ของการใช้จ่ายของ 3 กองทุน จาก 16% (เท่ากับ 5 ปีก่อน) เหลือ 6.3 % ใกล้เคียงกับ NGDP ขยายตัวที่ 6.5 % (GDP ขั้นต่ำ 4.5% เงินเฟ้อ 2%) การควบคุมทำให้อัตราการขยายตัว ของการใช้จ่ายของ 3 กองทุน จาก 16% (เท่ากับ 5 ปีก่อน) เหลือ 6.3 % ใกล้เคียงกับ NGDP ขยายตัวที่ 6.5 % (GDP ขั้นต่ำ 4.5% เงินเฟ้อ 2%) รายจ่ายของ 3 กองทุนขยายตัว เท่ากับ 16% (เท่ากับ 5 ปีก่อน) สูงกว่า NGDP ขยายตัวที่ 6.5 % (GDP ขั้นต่ำ 4.5% เงินเฟ้อ 2%) ผลคือเฉพาะ 3 กองทุนใช้จ่าย จาก 3% เป็น 6%GDP ในปี 2020 รายจ่ายของ 3 กองทุนขยายตัว เท่ากับ 16% (เท่ากับ 5 ปีก่อน) สูงกว่า NGDP ขยายตัวที่ 6.5 % (GDP ขั้นต่ำ 4.5% เงินเฟ้อ 2%) ผลคือเฉพาะ 3 กองทุนใช้จ่าย จาก 3% เป็น 6%GDP ในปี

6 แนวทางการดำเนินงานตามข้อเสนอนโยบายการคลังระยะยาวด้านสุขภาพ ของประเทศไทย (4 หน่วยงาน.. มีนาคม 2555) 1. ควบคุมการขยายตัวของค่าใช้จ่าย อัตราขยายตัว % กระทรวงสาธารณะสุข8%3% ประกันสุขภาพถ้วนหน้า16%6% ราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้อง17%6% กองทุนประกันสังคม9%8% ประชาชนและเอกชนจ่ายเอง3%8% รวมทั้งสิ้น9%6% ลดการขยายตัวจาก 9% เป็น 6% ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมลดลงจาก 5.2% GDP เป็น 4.0% GDP + 7 มาตรการ..25,000 ล้านบาท (2012) คิดเป็น 6% ของทั้งประเทศ ประมาณ 0.2% GDP ลดค่าใช้จ่าย 4.0% GDP เป็น 3.8 % GDP 1.1 เริ่มคุมการใช้จ่าย 3 กองทุนไม่ให้ขยายตัวเกิน 6% (อัตราการ ขยายตัวขั้นต่ำของ NGDP เท่ากับ 6.5%) 1.2 สาระสำคัญคือการรักษาระดับคุณภาพการให้บริการของทั้ง 3 กองทุนให้เท่าเดิม ซึ่งควรจะทำได้ภายใต้เงินที่เพิ่มขึ้น 6 % ค่าอุปกรณ์ขยายตัวตามอัตราเงินเฟ้อไม่เกิน 3% ค่าตอบแทนบุคคลกรไม่เกิน 6 % และยังมีส่วนเหลือเพื่อเพิ่มบริการ 2. การเพิ่มประสิทธิภาพ 7 มาตรการ 2.1 ความร่วมมือ 3 กองทุน 1)ลดการใช้ยา ให้นโยบายการลดการใช้ยาพร้อมกันทั้ง 3 กองทุน ให้ สสส. ดำเนินการรณรงค์ลดการใช้ยาทั่วประเทศ 2) การกำหนดราคากลางยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ร่วมกัน ในปีงบประมาณ 2011 ให้ สปสช. ประกาศราคายาและ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จัดซื้อ ในปีงบประมาณ 2012 ให้เริ่มประมูลยาพื้นฐานและอุปกรณ์ ทางการแพทย์ร่วมกัน (ถ้าแพงกว่าราคาประกาศให้สั่ง ส่วนกลาง ถ้าถูกว่าให้สั่งเลย) 3) ระบบวินิจฉัยร่วมกันกำหนดราคากลางของการรักษา 4) ระบบประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ จัดตั้งคณะกรรมการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ 5) สร้างระบบติดตามประเมินผลร่วมกัน เพื่อประหยัด ค่าใช้จ่าย 2.2 ส่วนราชการ (รวมรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ) แก้ปัญหาระบบจ่ายเงินผู้ป่วยนอก ระบบสวัสดิการของข้าราชการใหม่ และพนักงานใหม่ 2.3 ระบบประกันส้งคมและกองทุนประกันสังคม คุมค่าใช่จ่ายในงบประมาณปี

7 ความร่วมมือของ 3 กองทุน กระทรวง สาธารณสุข Regulatory Body คณะกรรมการประเมิน เทคโนโลยีด้านสุขภาพ คณะกรรมการกำหนด ราคากลางการ รักษาพยาบาล ประกันสังคม System Managers System Managers สปสช. กรมบัญชีกลาง. Service Providers โรงพยาบาล และ สถานพยาบาล คณะกรรมการจัดซื้อยา และเวชภัณฑ์ร่วมกัน คณะกรรมการรณรงค์ การลดการใช้ยา คณะกรรมการวางระบบติดตามประเมินผล ระบบบริการ การให้บริการ Delegate Authority and resources With KPI ให้มีการแข่งขันเพื่อด้านบริการ ตาม KPI..แต่มีการกำกับ ตรวจสอบ ทุกกรณี (100%) คน ไทย ทั้ง ประเ ทศ สุขภ าพ ดีขึ้น คน ไทย ทั้ง ประเ ทศ สุขภ าพ ดีขึ้น ระบบข้อมูลกลาง สำหรับระบบประกันสุขภาพ การติดตามประเมินผล ระบบข้อมูลกลาง สำหรับระบบประกันสุขภาพ การติดตามประเมินผล 7

8 ข้อเสนอ : สร้างความยั่งยืนให้หลักประกันสุขภาพ กระทรวง สาธารณสุข กระทรวง สาธารณสุข ประกัน สุขภาพ ราชการและ หน่วยงาน ราชการและ หน่วยงาน ประกัน สังคม ประกัน สังคม ประชาชนและ เอกชนจ่ายเอง ระบบสาธารณสุขพื้นฐาน คณะกรรมการประเมินเทคโนโลยี...กำหนดมาตรฐานการรักษาของสาธารณสุขพื้นฐาน ทุกระบบจ่ายเข้าระบบประกันสุขภาพกลาง..ตามอัตราประกันที่กำหนด (3000 บาท/คน/ปี หรือตามตกลงกรณีประกันสังคม) สปสช. ไปดำเนินการบริหาร..การให้บริการและ การเบิกจ่ายให้กับ สถานบริการทุกแห่ง ในอัตราสาธารณสุขพื้นฐาน ต่างชาติ ทำงานในไทย ต่างชาติ ทำงานในไทย รัฐบาลจ่าย จากเงินภาษี รัฐบาลจ่าย จากเงินภาษี รัฐบาลจ่าย จากเงินภาษี รัฐบาลจ่าย จากเงินภาษี รัฐบาลจ่าย จากเงินภาษี ไตรภาคีจ่าย ประชาชนและ เอกชนจ่ายเอง ต่างชาติ ทำงานในไทย ต่างชาติ ทำงานในไทย 48 ล้านคน..3,000 บาท/คน/ปี เฉพาะราชการ2 ล้าน คน 30,000 บาท/คน/ ปี(รวมพ่อแม่และ ครอบครัว อีก 4 ล้าน คน เฉลี่ย 10,000 บาท/คน/ปี) ประกันสังคม 10 ล้านคน บาท/ คน/ปี ประกันสังคม 10 ล้านคน บาท/ คน/ปี ระบบประกันส่วน เพิ่ม สำหรับ บริการ ที่ดีขึ้น ให้กับ ข้าราชการและ ครอบครัว ระบบประกันส่วน เพิ่ม สำหรับ บริการ ที่ดีขึ้น โดยไตรภาคี ระบบประกันส่วน เพิ่ม สำหรับ บริการ ที่ดีขึ้น โดย ผู้ประกันตน รัฐบาลจ่าย 3000 บาท/คน/ปี ตามจำนวน ข้าราชการ รัฐบาลจ่าย 3000 บาท/คน/ปี ตามจำนวน ข้าราชการ ไตรภาคีจ่าย 2050 บาท/คน/ปี ตามตกลงในจำนวน ผู้ประกันตน ไตรภาคีจ่าย 2050 บาท/คน/ปี ตามตกลงในจำนวน ผู้ประกันตน ผู้ทำประกัน นอกเหนือจาก ผู้ประกันตนจ่าย 3000 บาท/คน/ปี คนต่างชาติ และ แรงงานต่างชาติที่มา อยู่ในประเทศไทย จ่าย 3000 บาท/คน/ ปี ระบบประกันส่วนเพิ่ม สำหรับ บริการที่ดีขึ้น โดยนายจ้าง ระบบประกันส่วนเพิ่ม สำหรับ บริการที่ดีขึ้น โดยตนเอง ระบบประกันส่วนเพิ่ม สำหรับ บริการที่ดีขึ้น โดยนายจ้าง ระบบประกันส่วนเพิ่ม สำหรับ บริการที่ดีขึ้น โดยตนเอง รัฐบาลจ่าย 3000 บาท/คน/ปี ตามจำนวนผู้ถือบัตรทอง และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของ ก. สาธารณสุข รัฐบาลจ่าย 3000 บาท/คน/ปี ตามจำนวนผู้ถือบัตรทอง และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของ ก. สาธารณสุข ประกันส่วน เพิ่มด้วย ตนเอง ประกันส่วน เพิ่มโดย นายจ้าง ประกัน พื้นฐาน ,000108,00029,00097,0001,00069,000 ปัจจุบัน ข้อเสนอ 8

9 ประโยชน์ที่จะได้รับ.. และ.. การดำเนินงาน 1.ระบบสาธารณสุขพื้นฐาน..มีขนาดใหญ่ขึ้น..มีต้นทุนหน่วยต่อลดลง ระบบสาธารณสุขพื้นฐานครอบคลุมกว่า 70 ล้านคน (คนไทย 67 ล้านคน และชาวต่างชาติไม่ น้อยกว่า 3 ล้านคน) ทำให้เกิดการประหยัดในขนาด และตามหลักประกันภัยจะทำให้ต้นทุน ประกันต่อหน่วยลดลง 2.การประหยัดทำให้เหลือเงินเพื่อนำไปใช้ “เพิ่มคุณภาพของระบบสาธารณสุขพื้นฐาน” เชื่อว่าต้นทุนต่อหน่วยของบริการสาธารณะสุขพื้นฐานที่ลดลง จะช่วยให้รัฐบาลลด ค่าใช้จ่ายในการทำการประกันส่วนเพิ่ม (เพื่อคุณภาพและบริการที่ดีขึ้นตามมาตรฐานของ ข้าราชการ) เทียบกับปัจจุบัน (10,000 บาท/คน/ปี กรณีข้าราชการ และ 3,000 บาทต่อคน กรณีประกันสุขภาพ) การประกันเพิ่มให้กับสมาชิกในครอบครัวอาจสามารถลดลงได้ หรือ หากคุณภาพระบบ สาธารณสุขพื้นฐานดีมากพอ (หรือดีเท่ากับมาตรฐานของราชหารในที่สุด) 3.กองทุนประกันสังคมเน้นการประกันรายได้จากการว่างงาน สามารถฝากงานประกันสุขภาพให้กับ สปสช. ในต้นทุนที่ต่ำลง และ อาจทำให้ประหยัดเงินใน การทำประกันเพิ่มให้ผู้ประกันตน (เพื่อให้ได้คุณภาพและความสะดวกที่ดีขึ้น) ทั้งนี้กองทุน ประกันสังคมยังมีภารกิจสำคัญในการทำประกันรายได้จากการว่างงานเมื่อเข้า รักษาพยาบาล ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากและต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะ 4.ระบบประกันสุขภาพของเอกชนเน้นการประกันเพิ่มเติมจากระบบสาธารณสุขพื้นฐาน ระบบประกันเอกชนซึ่งเดิมรับประกันทั้งพื้นฐานและส่วนเพิ่ม จะจ่ายให้กับ สปสช ในการใช้ ระบบประกันพื้นฐาน และจะเน้นการรับประกันเพิ่มเติมจากนายจ้าง หรือจากบุคคลโดยตรง ประชาชนซึ่งปัจจุบันซื้อประกันเอกชน (รวมพื้นฐานและประกันเพิ่ม) มักจะไม่ได้ใช้ประกัน พื้นฐาน จะสามารถลดค่าใช้จ่ายความซ้ำซ้อนในการประกันได้ หมายเหตุ: หาก 3 กองทุนสามารถทำงานร่วมกันในกรณีเหตุฉุกเฉิน และ กรณีโรคเฉพาะได้ เชื่อว่าจะสามารถนำระบบดังกล่าวมา ประยุกต์ใช้กับการรักษาในโรคอื่นๆ ทั้งระบบได้เช่นกัน 9

10 ความร่วมมือของ 3 กองทุน กระทรวง สาธารณสุข Regulatory Body คณะกรรมการประเมิน เทคโนโลยีด้านสุขภาพ คณะกรรมการกำหนด ราคากลางการ รักษาพยาบาล ประกันสังคม System Managers System Managers สปสช. กรมบัญชีกลาง. Service Providers โรงพยาบาล และ สถานพยาบาล คณะกรรมการจัดซื้อยาและ เวชภัณฑ์ร่วมกัน คณะกรรมการรณรงค์ การลดการใช้ยา คณะกรรมการวางระบบติดตามประเมินผล ระบบบริการ การให้บริการ Delegate Authority and resources With KPI ให้มีการแข่งขันเพื่อด้านบริการ ตาม KPI..แต่มีการกำกับ ตรวจสอบ ทุกกรณี (100%) คน ไทย ทั้ง ประเ ทศ สุขภ าพ ดีขึ้น คน ไทย ทั้ง ประเ ทศ สุขภ าพ ดีขึ้น ระบบข้อมูลกลาง สำหรับระบบประกันสุขภาพ การติดตามประเมินผล ระบบข้อมูลกลาง สำหรับระบบประกันสุขภาพ การติดตามประเมินผล 10

11 ข้อเท็จจริง และ แนวทางการวางระบบงประมาณปี 2556 ประกันสังคม System Managers System Managers สปสช. กรมบัญชีกลาง Service Providers โรงพยาบาล และ สถานพยาบาล ให้บริการคนไทยทั้งประเทศ 4 แหล่งรายได้ บำรุง-บริจาค รายได้พิเศษ ข้อเท็จจริง 1. บริหารรับ - จ่ายเอง 2. หลักไหนไม่พอก็เก็บจาก หลักอื่น 3. ไม่พอก็ใช้เงินบำรุงบริจาค 4. สธ. โอนเงินระหว่าง สถานพยาบาลบ้าง ข้อเท็จจริง 1. บริหารรับ - จ่ายเอง 2. หลักไหนไม่พอก็เก็บจาก หลักอื่น 3. ไม่พอก็ใช้เงินบำรุงบริจาค 4. สธ. โอนเงินระหว่าง สถานพยาบาลบ้าง เงื่อนไขใหม่ 1. กรมบัญชีกลางคุม ค่าใช้จ่าย 2. เงินบำรุงและบริจาค ลดลง เงื่อนไขใหม่ 1. กรมบัญชีกลางคุม ค่าใช้จ่าย 2. เงินบำรุงและบริจาค ลดลง ทุกกองทุนต้อง.. วางงบประมาณให้พอดี..กับ..บริการที่ต้อง เพิ่ม..เพราะไม่สามารถ (ไม่ควร) บริหารแบบเก็บเพิ่มจากแหล่งที่ เก็บได้ o วางงบประมาณเกิน..คือ..ไม่มีประสิทธิภาพ o วางงบประมาณขาด..คือ..กระทบการให้บริการกับประชาชน ประสิทธิภาพการเบิกจ่าย-โอนเงิน /9000 ล้านบาทความร่วมมือของ 3 กองทุน หลักการ ปัจจัยเสริม

12 โครงสร้างงบประมาณ สปสช ปี 2556 โครงสร้างเหมือนเดิม.. ยกเว้นมีเงินเพิ่มจากนโยบายรัฐบาล ( ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท / วัน ปริญญาตรี 15,000 บาท / เดือน เงินพิเศษพยาบาล 3 จังหวัด ภาคใต้ ) เหมาจ่าย รายหัว 2,896 ต่อคน 139,953 ล้านบาท AIDS ไตวาย P&P จิตเวช งบประมาณปี ,940 3, เงินเดือน ค่าใช้จ่าย เพื่อ บริการ 107, ,393 บริการ พิเศษ 7,428 ล้านบาท งบประมาณปี 2556 Xxx,xxx เงินเพิ่มตาม นโยบายรัฐบาล xxxx 32, กันยายน 2554 เหมาจ่าย รายหัว Xxxx ต่อคน คนเพิ่มxxคน XXXX ล้านบาท AIDS ไตวาย P&P จิตเวช xxxx xxx เงินเดือน ค่าใช้จ่าย เพื่อ บริการ Xxx,xxx บริการ พิเศษ xxxx ล้านบาท Xx,xxx 10 มีนาคม 2555

13 คำขอสำหรับงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวปี ,1 48 2,8 96 2,7 56 2,9 40 คำขอ 2555 อนุมัติจริง % จากคำขอ ลดงบจาก น้ำท่วม -4.8% ปริมาณการ ให้บริการ ลดลง หรือไม่ ยังไม่ได้สรุป คำของบประมาณ เหมาจ่ายรายหัวปี 2556 ค่าใช้จ่ายในการให้บริการ/คน เพิ่มขึ้น 44 บาท 1.5% จากที่อนุมัติปี 2555 [ปริมาณการให้บริการผู้ป่วยใน-นอก+1.5%] [15 บาทจากนโยบาย P&Pและแพทย์แผนไทย] [ค่ายาและอื่นๆที่กำหนดได้ + 1.7%] ขอตาม ปริมาณ ที่เพิ่ม +1.5% หากเก็บ 30 บาท/ครั้ง ได้รายได้ต่อคน =41/คน ก็เพียงพอ 44 บาท/คน ปรับงบประมาณกลับสู่ ระดับก่อนน้ำท่วม ขอปรับเข้าสู่ระดับเดิมก่อน น้ำท่วม 2,896บาท/คน โดยไม่ขอเพิ่ม 6,717 ล้านบาท

14 คำขอบริการพิเศษ..HIV.. ไตวายเรื้อรัง..P&P.. จิตเวช ของบประมาณ 9,301 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 2065 ล้านบาท (+28.5%) 2 14 HIV (+659 ล้านบาท +22.4%) ผู้ป่วยสะสมเพิ่ม +7.4% ต้องใช้ยาแพง (+440 ล้านบาท) o ผู้ป่วยต้องใช้สูตรดื้อยา +80% o ผู้ป่วยต้องใช้ยาป้องกัน +800 % ต้นทุนการสนับสนุนศูนย์ (+219 ล้านบาท) o 420 ศูนย์ 67,000 เป็น 110,000 บาท ต้นทุนอื่นๆให้คงที่ ไตวาย (+559 ล้านบาท +14.5%) ผู้ป่วยสะสมเพิ่ม +46.1% ต้นทุนค่าบริการ (Unit Cost) ทุกประเภทให้ ลดลง หรือเท่าเดิม โดยเฉลี่ยต่อผู้ป่วย ลดลง % P&P (+847 ล้านบาท %) 1.ควบคุมเบาหวานและความดันโลหิต (+425 ล้านบาท %) จำนวนคนที่เข้าถึงปี 2556 เป็น 2.74 ล้าน คน (เพิ่มขึ้น 10% ต่อปี) จากฐาน 2.47 ล้านคนในปี 2555 เทียบกับ ที่สงป.ให้ 1.61 ล้านคนในปี 2555 ต้นทุนห้องปฎิบัติการคงเดิม แต่ปรับ เป้าหมายการตรวจทางห้องปฎิบัติการตาม มาตรฐาน P&P (ต่อ) 2.จิตเวช (+127 ล้านบาท) ทั่วไป (204 ล้านบาท) ขอเท่าเดิมและย้ายไปอยู่ใน เหมารายหัว) ขอเพิ่มจิตเวชเรื้อรัง (127 ล้านบาท) 3. กลุ่มบริการใหม่ (295 ล้านบาท) ผู้ป่วยปอดอุดกั้นเรื้อรัง ฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติด 1.กำกับบริการตาม งบประมาณที่ สงป. เสนอ 2.ยกเว้นขอเพิ่ม 125 ล้าน บาทเรื่องฟื้นฟูผู้ติดสาร เสพติด

15 10 ปีแรก..พิสูจน์แล้วว่า..ประกันสุขภาพถ้วนหน้า ให้การรักษากับคนไทยทุกคน.. ทำได้จริง 5 ปีข้างหน้า...จากรักษาถ้วนหน้า...มาเป็น.. สุขภาพดีถ้วนหน้าทั้งครอบครัว People centric: สุขภาพที่ดีของประชาชนเป็นเป้าหมาย สะดวก..เข้ารักษาได้ทุกที่เมื่อ....(ฉุกเฉิน?) เพิ่มคุณภาพตามมาตรฐานสากล Prevention first, with quality curative medication Less hazardous from excessive medicine Natural treatment by Thai Medicare พร้อมรับ Aging Society ระบบยั่งยืน..ด้วยประสิทธิภาพการจัดการ เปลี่ยนอะไร.. และ.. ประชาชนได้อะไร 15


ดาวน์โหลด ppt อนาคตระบบประกันสุขภาพ 1. ... ก่อนและหลังระบบประกันสุขภาพ กระทรวง สาธารณสุข กระทรวง สาธารณสุข ประกันสุขภาพ ราชการและ หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ราชการและ หน่วยงานที่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google