งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

หลักการและเหตุผล  ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การสร้างระบบประชาธิปไตย และระบบธรรมาภิบาล.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "หลักการและเหตุผล  ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การสร้างระบบประชาธิปไตย และระบบธรรมาภิบาล."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 หลักการและเหตุผล  ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การสร้างระบบประชาธิปไตย และระบบธรรมาภิบาล มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การสร้างระบบประชาธิปไตย และระบบธรรมาภิบาล  ให้ชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นตามความ หลากหลายของวิถีชีวิตวัฒนธรรมภูมิปัญญาที่มีอยู่ในชุมชนท้องถิ่น  มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สถานก ารณ์  ชุมชนท้องถิ่นเป็นสังคมฐานราก ที่มี ความสำคัญทางประวัติศาสตร์  การพัฒนาประเทศที่ผ่านมา ก่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้ชุมชน ท้องถิ่นอ่อนแอ ประสบความยากจน เกิดปัญหา สังคม  ชุมชนมีการใช้ทุนทางสังคม วัฒนธรรม ภูมิ ปัญญา เพื่อดำรงอยู่  มีกรณีตัวอย่างดีๆที่เป็นความร่วมมือหลายฝ่าย ในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

2 โครงสร้าง พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน แบ่งเป็น ๔ หมวด ๓๕ มาตรา แบ่งเป็น ๔ หมวด ๓๕ มาตรา หมวด ๑ สภาองค์กรชุมชนตำบล มาตรา ๕ – มาตรา ๒๓ มาตรา ๕ การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล มาตรา ๕ การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล หมวด ๒ การประชุมในระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล มาตรา ๒๔ – มาตรา ๒๙ มาตรา ๒๔ – มาตรา ๒๙ หมวด ๓ การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล มาตรา ๓๐ – มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๐ – มาตรา ๓๓ หมวด ๔ การส่งเสริมกิจการของสภาองค์กรชุมชนตำบล มาตรา ๓๔ – มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๔ – มาตรา ๓๕

3 คำนิยามตามพ. ร. บ. สภาองค์กรชุมชน “ชุมชน” หมายความว่า กลุ่มประชาชนที่รวมตัวกัน โดยมีผลประโยชน์และวัตถุประสงค์ร่วมกันเพื่อ ช่วยเหลือหรือสนับสนุนกัน หรือทำกิจกรรมอัน ชอบด้วยกฎหมายและศีลธรรมร่วมกัน หรือ ดำเนินการอื่นอันเป็นประโยชน์ร่วมกันของสมาชิก มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีระบบบริหาร จัดการและการแสดงเจตนาแทนกลุ่มได้ “ชุมชนท้องถิ่น” หมายความว่า ชุมชนที่อยู่ร่วมกัน ในพื้นที่หมู่บ้านหรือตำบล “ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม” หมายความว่า ชุมชน ท้องถิ่นซึ่งเกิดขึ้นก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ หมายเหตุ คำนิยามเป็นการปรับให้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ม.๖๖,๖๗

4 “องค์กรชุมชน” หมายความว่า องค์กรซึ่งเป็นการ รวมของชุมชน ชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนท้องถิ่น ดั้งเดิม ซึ่งจดแจ้งการจัดตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ไม่ว่าประชาชนจะจัดตั้งกันขึ้นเอง หรือโดย การแนะนำหรือสนับสนุนของหน่วยงานของรัฐ เอกชน หรือองค์กรพัฒนาเอกชน “ตำบล” หมายความว่า เขตพื้นที่ในความ รับผิดชอบของเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล เขตในกรุงเทพมหานคร หรือเขตพื้นที่ที่กฎหมาย เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น ให้ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯรักษาการตาม พรบ.นี้

5 การก่อเกิดสภาองค์กรชุมชนตำบล ชุมชน หมู่บ้าน 1 หมู่บ้าน 2 ชุมชนอื่น ชุมชน จดแจ้งจัดตั้งที่ ผญ. บ้าน ปรึกษาหารือให้ได้ผู้แทน 4 คน ปรึกษาหารือให้ได้ผู้แทน 2 คน * หลักเกณฑ์ วิธีการ และการจดแจ้ง การจัดตั้งชุมชน ชุมชนท้องถิ่น และชุมชนท้องถิ่น ดั้งเดิม ให้เป็นไปตามที่ พอช. ประกาศ ผู้แทนชุมชนท้องถิ่น / ผู้แทนชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม และผู้แทนชุมชนอื่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ประชุมจัดตั้ง ร้อยละหกสิบของชุมชนที่จดแจ้งเห็นชอบให้จัดตั้ง ประชุมครั้งแรกกำหนดจำนวนและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ 1 ใน 5 สภาองค์กรชุมชนตำบล ชุมชน จดแจ้งจัดตั้งที่ ผญ. บ้าน ชุมชน จดแจ้งจัดตั้งที่ กำนัน กำนันรับจดแจ้ง จัดตั้งส่งให้พอช. ส่งบัญชี รายชื่อ ให้ พอช.

6 แผนผังแสดงการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล พอช. การ จัดตั้ง ชุมช น การ จัดตั้ง สภา องค์ก ร ชุมชน ตำบล ประกาศ หลักเกณฑ์ / วิธีการ แบบจดแจ้ง ผู้ทรงคุณวุฒิ กระบวนการ เลือก สมาชิก ผู้ทรงคุณวุ ฒิ ผู้บริหาร อปท. ผอ. เขต ( กรณีไม่มี ผญบ./ กำนัน ) แจ้งการจดแจ้งจัดตั้ง ชุมชน / สภาองค์กรชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน แจ้งการจดแจ้งตั้งชุมชน ชุมชนอื่นในตำบล ประชุม ผุ้นำชุมชน คัดเลือก ผู้แทน ชุมชนละ 2 คน แจ้งการจดแจ้งจัดตั้ง ชุมชน / สภาองค์กรชุมชน กำนัน จดแจ้งการจัดตั้งองค์กรชุมชน ตำบล ประชุมจัดตั้งสภาองค์กร ชุมชน จำนวน ผู้แทน ชุมชน มติการ จัด ตั้งสภาฯกำหนด ผู้แทนชุมชนท้องถิ่น ท้องถิ่นดั้งเดิม ชุมชนอื่น ไม่น้อยกว่า 60% ของ จำนวนทั้งหมดในตำบล จำนวน จำนวน วิธีการ คัดเลือก ผู้ทรงคุ ณวุฒิ วิธีการ คัดเลือก ผู้ทรงคุ ณวุฒิ ออกใบรับจดแจ้ง จดแจ้งการจัดตั้ง สภาองค์กรชุมชนตำบล จดแจ้งการจัดตั้งชุมชน ออกใบรับจดแจ้ง จดแจ้งการจัดตั้งชุมชน ออกใบรับจดแจ้ง ชุมชนท้องถิ่น / ดั้งเดิมในหมู่บ้าน ประชุม ผุ้นำชุมชนคัดเลือก ผู้แทน ชุมชนละ 4 คน สภาองค์กรชุมชนตำบล ออกใบรับจดแจ้ง จดแจ้งการจัดตั้งชุมชน ออกใบรับจดแจ้ง จดแจ้งการจัดตั้งชุมชน

7 องค์ประกอบสภาองค์กรชุมชนตำบล ( ม. ๖ ) ๑.สมาชิกซึ่งเป็นผู้แทนชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชน ท้องถิ่นดั้งเดิมในหมู่บ้าน และผู้แทนชุมชนอื่น ในตำบล ที่ได้รับการคัดเลือกและที่จำนวน ตามที่ประชุมตาม ม.๕ กำหนด ๒.สมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกิน ๑ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกตาม ๑ ๒.สมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกิน ๑ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกตาม ๑

8 คุณสมบัติสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล ( ม. ๗ ) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นประจำ หรือมีชื่อในทะเบียน บ้านในหมู่บ้านในตำบลนั้นเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อย กว่าหนึ่งปีจนถึงวันคัดเลือก ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิก/ ผู้บริหาร อปท. ผู้มีตำแหน่ง หรือเจ้าหน้าที่ พรรคการเมือง หนึ่งปีก่อนวันคัดเลือก ไม่เคยสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. สว. สมาชิกหรือ ผู้บริหารอปท. หรือเข้ารับการสรรหาเป็น สว. หนึ่งปี ก่อนวันคัดเลือก ไม่เคยสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. สว. สมาชิกหรือ ผู้บริหารอปท. หรือเข้ารับการสรรหาเป็น สว. หนึ่งปี ก่อนวันคัดเลือก ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้ จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดย ประมาทหรือความผิดลหุโทษ

9 ข้อห้ามสำหรับสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล ( ม. ๑๒ ) ไม่ช่วยเหลือหรือสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งของ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกหรือผู้บริหาร อปท. ไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและศีลธรรม ไม่สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. สว. สมาชิกหรือผู้บริหาร อปท. หรือเข้ารับการสรรหาเป็น สว. ห้ามไม่ให้ผู้ที่สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.สว.สมาชิก/ ผู้บริหาร อปท. ยังไม่ครบหนึ่งปีเป็นสมาชิกสภาองค์กร ชุมชน

10 ระบบบริหารงานสภาองค์กรชุมชนตำบล สมาชิกสภาฯมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี นับแต่วันคัดเลือก(ม.๘ ) จัดการประชุมอย่างน้อยปีละ ๔ ครั้ง หรือกรณี สมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ร้องขอ ม.๑๙) การประชุมต้องมีสมาชิกเข้าร่วมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (ม.๒๐) การประชุมครั้งแรกให้สมาชิกเลือกกันเองเป็น ประธานคนหนึ่ง และรองประธานสองคน(ม.๑๕ ) สภาฯอาจตั้งคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติภารกิจแทน ได้ตามความเหมาะสม(ม.๒๓)

11 ภารกิจสภาองค์กรชุมชนตำบล ( ม. ๒๑ ) ส่งเสริมสนับสนุนให้สมาชิกองค์กรชุมชนอนุรักษ์ ฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะหรือ วัฒนธรรมอันดีของชุมชนและของชาติ ส่งเสริมสนับสนุนให้สมาชิกองค์กรชุมชนร่วมมือ กับ อปท.และหน่วยงานของรัฐในการจัดการ การ บำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์ ทรัพยากรธรรมชาติที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน และประเทศชาติอย่างยั่งยืน เผยแพร่และให้ความรู้ความเข้าใจแก่สมาชิก องค์กรชุมชน รวมตลอดทั้งการร่วมมือกันในการ คุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและ ยั่งยืน

12 เผยแพร่และให้ความรู้ความเข้าใจแก่สมาชิก องค์กรชุมชน รวมตลอดทั้งการร่วมมือกันในการ คุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม เสนอแนะปัญหาและแนวทางแก้ไข หรือความ ต้องการของประชาชนนเกี่ยวกับการจัดทำบริการ สาธารณะของหน่วยงานของรัฐ หรือ อปท. เสนอแนะปัญหาและแนวทางแก้ไข หรือความ ต้องการของประชาชนนเกี่ยวกับการจัดทำบริการ สาธารณะของหน่วยงานของรัฐ หรือ อปท. จัดให้มีเวทีการปรึกษาหารือเพื่อส่งเสริมการมีส่วน ร่วมของปชช.ในการให้ความคิดเห็นต่อการดำเนิน โครงการของ อปท.หน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่มีผล หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต ชุมชน ทั้งนี้ อปท.หรือหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็น ผู้ดำเนินการหรือเป็นผู้อนุญาตให้ภาคเอกชน ดำเนินการต้องนำความเห็นดังกล่าวมา ประกอบการพิจารณาด้วย

13 ส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรชุมชนในตำบลเกิด ความเข้มแข็ง สมาชิกองค์กรชุมชนสามารถพึ่งพา ตนเองได้อย่างยั่งยืน ประสานและร่วมมือกับสภาองค์กรชุมชนตำบลอื่น รายงานปัญหาและผลที่เกิดขึ้นในตำบลอัน เนื่องจากการดำเนินงาน ของ อปท.หรือหน่วยงาน ของรัฐ ต่อ อปท.และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง วางกติกาในการดำเนินกิจการสภาองค์กรชุมชน จัดทำรายงานประจำปีของสภาฯ รวมถึง สถานการณ์ด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตำบล เพื่อ เผยแพร่ ปชส.ให้ประชาชนทั่วไปทราบ จัดทำรายงานประจำปีของสภาฯ รวมถึง สถานการณ์ด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตำบล เพื่อ เผยแพร่ ปชส.ให้ประชาชนทั่วไปทราบ เสนอรายชื่อผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลสองคน เพื่อไปร่วมประชุมในระดับจังหวัดของสภาฯ

14 การสนับสนุนกิจการสภาองค์กรชุมชน ตำบล ให้ อปท.และหน่วยงานของรัฐ ส่งเสริม สนับสนุนให้ความร่วมมือ ชี้แจงทำความ เข้าใจแก่สภาองค์กรชุมชนและชุมชนทุก ประเภท ตามที่ร้องขอ(ม.๒๒) อปท.ที่สภาองค์กรชุมชนตำบลอยู่ในเขต อาจให้การอุดหนุนค่าใช้จ่ายสภาฯเป็นเงิน อุดหนุนทั่วไป ตามที่กรมส่งเสริมปกครอง ส่วนท้องถิ่นกำหนด โดยให้กรมฯหารือกับ พอช. (ม.๒๒)

15 การยุบเลิกสภาองค์กรชุมชนตำบล เมื่อมีเหตุต้องยุบเลิก ให้ประธานสภา แจ้งต่อ กำนัน กำนันออกใบแจ้งและให้แจ้ง พอช.ทราบ (ม.๑๐) หลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบการจดแจ้งการยุบ เลิกให้เป็นไปตามที่พอช.ประกาศกำหนด(ม.๑๐) ให้โอนทรัพย์สินที่เหลือแก่หน่วยรัฐหรือองค์กร สาธารณะที่ที่ประชุมสภาฯเห็นสมควร หากไม่ได้ จัดการให้ พอช.ดำเนินการและแจ้งให้ที่ประชุม ระดับจังหวัดทราบ(ม.๑๑)

16 การประชุมในระดับจังหวัดของสภาองค์กร ชุมชนตำบล ( หมวด ๒ ) ให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเมื่อ สภาองค์กรชุมชนตำบลในจังหวัดไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ร้องขอ (ม.๒๔) ผู้ว่าฯอาจให้มีการจัดประชุม เมื่อมีการจัดทำหรือ แก้ไขแผนพัฒนาจังหวัด หรือเห็นสมควรรับฟัง ความเห็นสภาองค์กรชุมชน(ม.๒๕) ผู้เข้าประชุม เป็นผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลละ สองคน ผู้ทรงคุณาวุฒิไม่เกิน 1 ใน 5 ของผู้แทน สภาองค์กรชุมชนตำบล(ม.๒๖) อบจ.อาจให้การอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการประชุม เป็นเงินอุดหนุนทั่วไป(ม.๒๙)

17 การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กร ชุมชนตำบล ( หมวด ๓ ) ให้ พอช.จัดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละหนึ่ง ครั้ง(ม.๓๐) ผู้เข้าประชุมมาจากผู้แทนระดับจังหวัดของสภา องค์กรชุมชนตำบลที่ได้รับการเสนอชื่อ และ ผู้ ทรงคุณาวุฒิไม่เกิน ๑ ใน ๕ (ม.๓๑) เรื่องที่ประชุม ได้แก่ การกำหนดมาตรการส่งเสริม จัดตั้งและพัฒนาสภาองค์กรชุมชนตำบล เสนอแนะการจัดทำนโยบายและแผนพัฒนา เศรษฐกิจ สังคม กฏหมาย และบริการสาธารณะ ของรัฐและ อปท.ที่มีผลต่อพื้นที่มากกว่าหนึ่ง จังหวัด สรุปปัญหาชุมชนและทางแก้เสนอต่อ ครม.(ม.๓๒)

18 การส่งเสริมกิจการสภาองค์กรชุมชน ตำบล(หมวด๔) ให้พอช.กำหนดข้อบังคับการอุดหนุนค่าใช้จ่าย การประชุมระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับ ตำบลของสภาองค์กรชุมชนตามควรแก่กรณี(ม. ๓๔) ให้ พอช.มีอำนาจหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุนการ จัดตั้งและพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชน ได้แก่ การประสานการจัดตั้ง เผยแพร่ ปชส. รวบรวม ข้อมูลศึกษาวิจัย ประสานกับ อปท. หน่วยงานรัฐ NGO จัดทำทะเบียนกลาง (ม.๓๕) ให้พอช. ติดตามประเมินผล เสนอรายงานต่อการ ประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับชาติ และรัฐมนตรี เพื่อเสนอครม.อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง(ม.๓๕)

19 ความสัมพันธ์ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน กับกฏหมายอื่นๆ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๖๖ ระบุว่าบุคคลซึ่ง รวมกันเป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่น ดั้งเดิม ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของ ท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความ หลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งคำว่า ชุมชน ชุมชนท้องถิ่น และชุมชน ท้องถิ่นดั้งเดิม ที่ได้ระบุไว้ใน รธน.มาตรา ๖๖ ได้ นำมาให้ความหมายใน พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน ซึ่งคำว่า ชุมชน ชุมชนท้องถิ่น และชุมชน ท้องถิ่นดั้งเดิม ที่ได้ระบุไว้ใน รธน.มาตรา ๖๖ ได้ นำมาให้ความหมายใน พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน

20 รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ได้ระบุสิทธิของบุคคลที่จะ ร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษาและ การได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ...การ ดำเนินกิจกรรมหรือโครงการที่อาจก่อให้เกิด ผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง...จะกระทำมิได้เว้น แต่...ได้จัดกระบวนรับฟังความคิดเห็นของ ปชช. และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน...สิทธิชุมชนที่จะฟ้อง หน่วยงานเพื่อให้ปฏิบัติตามบทบัญญัตินี้ย่อมได้รับ การคุ้มครอง ซึ่งสิทธิชุมชน หมายถึงสิทธิของชุมชน ชุมชน ท้องถิ่น และชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ตามมาตรา ๖๖ ที่ ได้นำมาให้ความหมายใน พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน ซึ่งสิทธิชุมชน หมายถึงสิทธิของชุมชน ชุมชน ท้องถิ่น และชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ตามมาตรา ๖๖ ที่ ได้นำมาให้ความหมายใน พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน

21 ความสัมพันธ์กับพรบ. สภาพัฒนาการเมือง พ.ร.บ.สภาพัฒนาสภาการเมือง เป็นกฏหมายที่ออกตาม บทบัญญัติที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ผ่านความ เห็นชอบของสภานิติบัญญัติเมื่อ ๒๑ ธ.ค.๕๐ มี วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการเมืองในระบบประชาธิปไตย พัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง ส่งเสริมให้ ปชช.มีความเข้มแข็งทางการเมือง มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนาการเมืองและ ติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามแผน เสริมวัฒนธรรมอัน ดีและการมีส่วนร่วมของ ปชช.ทางการเมือง การพัฒนา สถาบันการเมือง และการส่งเสริม/พัฒนาให้ ปชช. เข้มแข็งทางการเมือง รวมถึงสนับสนุนองค์กรภาคประชา สังคมให้เข้มแข็ง จิตสำนึกความเป็นพลเมือง ร่วมมือกับ สภาองค์กรชุมชน ตามกม.ว่าด้วยสภาองค์กรชุมชน

22 ร่าง พ.ร.บ.สภาพัฒนาการเมือง (ต่อ) สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองมาจากผู้แทนภาค ประชาสังคมที่ที่ประชุมระดับจังหวัดของสภา องค์กรชุมชนตำบลเลือกกันจังหวัดละ ๑ คน(๗๖ คน) ผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่จดแจ้งตาม พรบ.นี้ ๑๖ คน ผู้แทนพรรคการเมืองที่มีสส.ใน สภาทุกพรรค ผู้แทนพรรคการเมืองที่ไม่มีสส.ใน สภาเลือกกันเอง ๒ คน ประธานคณะกรรมาธิการ วุฒิสภา ๑ คน สมาชิกโดยตำแหน่งจากเลขา กกต. เลขาคณะกรรมการสิทธิ เลขาสภาที่ปรึกษา และผอ.พอช.

23 สมาชิกมีวาระ ๔ ปี ประชุมปีละสองสมัยๆละหนึ่งเดือน มี สนง.พัฒนาสภาพัฒนาการเมืองซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระใน สถาบันพระปกเกล้าเป็นหน่วยงานตาม พ.ร.บ. ประธาน รัฐสภารักษาการตามพ.ร.บ. ให้มีกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง เพื่อสนับสนุน กิจกรรมสาธารณะ ภาคประชาชนที่รวมตัวเป็นเครือข่าย บทเฉพาะกาล ในวาระเริ่มแรก ในสภาพัฒนาการเมือง ประกอบด้วยประธานที่ประธานรัฐสภาแต่งตั้ง ผู้แทนองค์กร ชุมชนตาม พรบ.สภาองค์กรชุมชน ๓ คน ผู้แทนภาคประชา สังคมอื่น ๓ คน ผู้ทรงคุณาวุฒิ ๕ คน ดำเนินการออกระเบียบที่จำเป็นและให้ได้สภาพัฒนา การเมืองให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันตั้งแต่ พรบ.ใช้ บังคับ ๕ คน ดำเนินการออกระเบียบที่จำเป็นและให้ได้สภาพัฒนา การเมืองให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันตั้งแต่ พรบ.ใช้ บังคับ

24 ความสัมพันธ์ระหว่าง พรบ.สภาองค์กร ชุมชนกับพรบ.สภาพัฒนาการเมือง คำนิยาม ม.๓ องค์กรภาคประชาสังคมหมายความว่า (๑) ชุมชน ชุมชนท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่รวมตัวเป็น สภาองค์กรชุมชนตามกฏหมายสภาองค์กรชุมชน อำนาจหน้าที่ ม.๖(๔)(จ)ให้สภาพัฒนาการเมืองร่วมมือกับ สภาองค์กรชุมชน ตามกฎหมายสภาองค์กรชุมชนเพื่อ ดำเนินการตาม พรบ. องค์ประกอบสมาชิก (ม.๘)(๑)สมาชิกซึ่งมาจากผู้แทน ภาคประชาสังคมตาม(๑)คือสภาองค์กรชุมชนเลือกกัน จังหวัดละ ๑ คน การดำเนินงานในวาระแรก ให้มีผู้แทนองค์กรชุมชน ๓ คน และให้เลขาสถาบันพระปกเกล้าประสานกับ พอช.ให้ได้ สมาชิกทีมาจากสภาองค์กรชุมชนภายใน ๒๑๐ วัน นับแต่ พรบ.ใช้บังคับ

25 ความแตกต่างพรบ. สภาองค์กรชุมชน กับพรบ. สภาพัฒนาการเมือง พรบ.สภาองค์กรชุมชนเป็นกฏหมาย ส่งเสริมเกิดขึ้นตามความพร้อมของพื้นที่ พรบ.สภาองค์กรชุมชนเป็นกฏหมาย ส่งเสริมเกิดขึ้นตามความพร้อมของพื้นที่ พรบ.สภาพัฒนาการเมืองเป็นกฏหมายตาม บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ในพรบ.ระบุไว้ชัดเจนว่า ดำเนินการให้มี สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองภายในสองร้อย สี่สิบวันหลังกฎหมายประกาศใช้ ในพรบ.ระบุไว้ชัดเจนว่า ดำเนินการให้มี สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองภายในสองร้อย สี่สิบวันหลังกฎหมายประกาศใช้

26 ความสัมพันธ์ พรบ.สภาองค์กรชุมชนกับ กฎหมายฉบับอื่นๆ พรบ.ลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่..) พ.ศ..... ที่ได้มีการ แก้ไข พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.๒๔๕๗ เพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพกำนันผู้ใหญ่บ้าน มีบางมาตราอาจ เกี่ยวข้องกับสภาองค์กรชุมชน เช่น มาตรา ๒๘ตรี ใน หมู่บ้านหนึ่งมีคณะกรรมการหมู่บ้านประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้านเป็นประธาน ผช.ผู้ใหญ่บ้าน สมชิก อปท.ใน หมู่บ้าน ผู้นำหรือผู้แทนกลุ่มหรือองค์กรในหมู่บ้านเป็น กรรมการหมู่บ้านโดยตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณา วุฒิ ซึ่งนายอำเภอแต่งตั้งจากที่ราษฎรเลือก ผู้นำหรือผู้แทนกลุ่ม องค์กรใดมีสิทธิเป็นกรรมการ หมู่บ้านให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ มท.กำหนดและ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้นำหรือผู้แทนกลุ่ม องค์กรใดมีสิทธิเป็นกรรมการ หมู่บ้านให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ มท.กำหนดและ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

27 ซึ่งคณะกรรมการหมู่บ้าน ตาม พรบ.ลักษณะ ปกครองท้องที่ ที่ปรับปรุงแก้ไขใหม่ มี องค์ประกอบและบทบาทคล้ายๆกับสภาองค์กร ชุมชน แต่เป็นสภาในระดับหมู่บ้าน ซึ่งถ้าหากเป็น พื้นที่มีการทำงานร่วมกันทุกฝ่าย ก็น่าจะเกิดการ เชื่อมโยงระหว่างคณะกรรมการหมู่บ้านกับสภา องค์กรชุมชนตำบล กฎหมายลักษณะปกครองท้องที่เป็นกฏหมายที่ มีผลบังคับทุกพื้นที่ กฎหมายลักษณะปกครองท้องที่เป็นกฏหมายที่ มีผลบังคับทุกพื้นที่ และแนวทางปฏิบัติหลายเรื่องกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ประกาศกำหนดหรือการแต่งตั้งโดย นายอำเภอ และแนวทางปฏิบัติหลายเรื่องกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ประกาศกำหนดหรือการแต่งตั้งโดย นายอำเภอ


ดาวน์โหลด ppt หลักการและเหตุผล  ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การสร้างระบบประชาธิปไตย และระบบธรรมาภิบาล.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google