งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

กรณีศึกษา ลุ่มน้ำปะเหลียน นายชล บุนนาค อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "กรณีศึกษา ลุ่มน้ำปะเหลียน นายชล บุนนาค อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 กรณีศึกษา ลุ่มน้ำปะเหลียน นายชล บุนนาค อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

2 Outline • ภาพรวมทรัพยากรธรรมชาติของลุ่มน้ำปะ เหลียน • ความเป็นมาเกี่ยวกับการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติในเขตชุมชนบ้านแหลม จนถึงปัจจุบัน • การวิเคราะห์โครงสร้างเชิงอำนาจในการ จัดสรรทรัพยากรธรรมชาติ: กรณีศึกษาในเขต ชุมชนบ้านแหลม และลุ่มน้ำปะเหลียน

3 อ.เมือง อ.ย่านตาขาว อ.นาโยง อ.กันตัง อ.ปะเหลียน กิ่งอ.หาดสำราญ

4 ระบบนิเวศน์เชิงซ้อน Complex Ecology v ป่าต้นน้ำ ลุ่มน้ำจืด ลุ่มน้ำกร่อย ชายฝั่งทะเล เกาะแก่ง แหล่งน้ำจืด ไม้ชายเลน ชนิดต่างๆ แหล่งอนุบาล สัตว์น้ำ ปู ปลา และ หอยชนิด ต่างๆ

5 ระบบนิเวศน์เชิงซ้อน Complex Ecology ลุ่มน้ำกร่อย แหล่งน้ำจืด

6 ลักษณะเด่นของชุมชนบ้านแหลม • ชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม • แต่ละคนมีอาชีพหลากหลาย • ประมง เป็นอาชีพพื้นฐานเพียงพอสำหรับยังชีพ ทั้ง ในด้านความมั่นคงทางอาหาร และรายได้พื้นฐาน • ทรัพยากรสำคัญของบ้านแหลม คือ หอยนางรม, หอยปะ, ปูดำ, ป่าชายเลน (ป่าโกงกาง,ต้นจาก)

7 หอยนางรม

8 หอยปะ ( หอยตลับ )

9 ปูดำ

10 ปูม้า

11 ความเป็นมาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติในเขตบ้านแหลม 2538 สัมปทานป่า บุกรุกป่าชายเลน ทำนากุ้ง ชาวบ้านตื่นตัวเรื่องอนุรักษ์ • สมาคมหยาดฝน • ตั้งกลุ่มอนุรักษ์หอยนางรม

12 สมาคมหยาดฝน • องค์กรพัฒนาเอกชนในจังหวัดตรัง • ตั้งเมื่อปี 2527 ทำงานเรื่องแก้ปัญหาความ ยากจนในพื้นที่ อ.สิเกา จ.ตรัง • พบว่าการทำให้ชุมชนเรียนรู้และสามารถ จัดการทรัพยากรของตนได้ทำให้ชุมชนที่ ยากจนมีความมั่นคงทางอาหารและยืนได้ด้วย ตนเอง

13 สมาคมหยาดฝน วัตถุประสงค์ 1. สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ชุมชนเกี่ยวกับ ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น 2. ส่งเสริมให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากร ด้วยตนเองได้ 3. อำนวยความสะดวกให้เกิดเครือข่ายระหว่างชุมชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรในเขตลุ่มน่ำปะเหลียน

14 สมาคมหยาดฝน • ทำงานทั้งระดับพื้นที่ และระดับนโยบาย • ช่วยชาวบ้านเชื่อมเครือข่ายกับ สถาบันการศึกษาเพื่อยกระดับความรู้ของ ชาวบ้าน • เชื่อมเครือข่ายกับองค์กรที่ทำงานอนุรักษ์พื้นที่ ชุ่มน้ำระหว่างประเทศ / ช่วยเหลือผลักดันงาน ระดับประเทศ • เป็นที่นับน่าถือตาในระดับจังหวัดตรัง

15 กลุ่มอนุรักษ์หอยนางรม • เป็นกลุ่มอนุรักษ์กลุ่มแรกของบ้านแหลม • สมาคมหยาดฝนลงมาช่วยเสริมการเรียนรู้ให้ แกนนำ • กลุ่มร่วมกันวางกติกาการอนุรักษ์หอยนางรม บริเวณพื้นที่หน้าหมู่บ้าน โดยสมาคมฯให้การ สนับสนุน

16 แผนที่เดินดินชุมชนบ้านแหลม บ้านคน ร้านค้า โรงเรียน มัสยิด ป่าโกงกาง ควน / เกาะ นากุ้ง

17 กลุ่มอนุรักษ์หอยนางรม • บ้านแหลมกลายเป็นสมาชิกเครือข่ายอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำปะเหลียน • กลุ่มได้มีการทำงานร่วมกับโรงเรียนบ้านแหลม ใน การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ครอบคลุมเรื่องหอย นางรม น้ำ และป่าชายเลน • หลังจากกลุ่มอนุรักษ์หอยนางรม จึงนำมาซึ่งกลุ่ม ต่างๆในชุมชน เช่น กลุ่มป่าชายเลนชุมชน

18 ความเป็นมาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติในเขตบ้านแหลม รธน RAMSAR จะตั้งป่าชายเลนชุมชน แต่ติดป่าจากส่วนบุคคล ป่าชายเลนชุมชน บ้านแหลม โครงการป่าเฉลิม พระเกียรติฯ

19 ความแตกต่างระหว่างป่าชุมชน และป่าเฉลิมพระเกียรติฯ • ป่าชุมชน 1. เน้นแต่งสาง ปลูกเสริม 2. รักษาและฟื้นฟูระบบ นิเวศน์ในป่าชายเลน 3. มีไม้หลายชนิด เช่น โกงกาง จาก ตะบูน ฯลฯ 4. ชาวบ้านใช้ประโยชน์ จากป่าได้ • ป่าเฉลมพระเกียรติฯ 1. เน้นตัด เผาทิ้งแล้ว ปลูกใหม่ 2. ปลูกไม้ชนิดเดียวแบบ เป็นแถวเป็นแนว หน้า แน่น 3. ไม่ให้ชาวบ้านใช้ ประโยชน์/ชาวบ้านใช้ ประโยชน์ไม่ได้

20 ความเป็นมาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติในเขตบ้านแหลม ในหมู่บ้านขัดแย้งกัน กลุ่มอนุรักษ์หันไป ทำงานกับโรงเรียน งานอนุรักษ์ซบเซา โรงเรียนบ้านแหลมได้ รางวัลลูกโลกสีเขียว 2550 แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ ได้รับเลือกเป็น ผู้ใหญ่บ้าน เทศกาลหอยนางรม บ้านแหลมครั้งที่ 1 วิกฤตหอยปะ

21 กรอบในการพิจารณา สถาบันระหว่างประเทศ สถาบันภายในประเทศ รัฐส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ภาคเอกชน อปท. ชุมชน NGOs ท้องถิ่น ประเทศ

22 • มีผู้เล่นทั้งหมด 5 ฝ่าย ในระดับท้องถิ่น 1. รัฐ 2. ภาคเอกชน 3. ชุมชน 4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5. NGOs • ข้อ 1 เป็นผู้มอบกรรมสิทธิ์ • ข้อ 2-4 เป็นผู้เล่นที่แย่งชิงกรรมสิทธิ์ในการ จัดการทรัพยากร • ข้อ 5 เป็นผู้ตรวจสอบและช่วยเหลือ

23 • สถาบันระหว่างประเทศ • กฎกติกาต่างๆ เช่น สนธิสัญญา ข้อตกลง เป็นต้น • โลกาภิวัฒน์และตลาด • สถาบันภายในประเทศ • รัฐธรรมนูญ พรบ. กฎกติกาว่าด้วยกรรมสิทธิ์ ในการจัดการทรัพยากร, แผนพัฒนาฯ, นโยบาย • กลไกตลาดภายในประเทศ

24 • รัฐ • ส่วนกลาง • ภูมิภาค • มีเป้าหมาย เพื่อประโยชน์ของสังคม ( ในทางทฤษฎี ) • เป็นผู้บังคับใช้และปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แผนการพัฒนา นโยบาย • สามารถจัดการทรัพยากรเองได้ตามกฎหมายกำหนด • มีอำนาจในการมอบหรือให้ความชอบธรรมใน กรรมสิทธิ์ในการจัดสรรทรัพยากร ตามกฎหมายและ อำนาจหน้าที่

25 • ภาคเอกชน • เป้าหมาย : Maximize Profit • ทรัพยากร : เงินทุน ( อำนาจเชิงเศรษฐกิจ ) • มีบทบาทในการแย่งชิงกรรมสิทธิ์ในการจัดสรร ทรัพยากรมาตั้งแต่ในยุคสัมปทาน • โลกาภิวัฒน์มีผลในการเสริมทรัพยากรเชิงอำนาจ

26 • ชุมชน • เป้าหมาย : เพื่อการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนและพอเพียง • ทรัพยากร : ความรู้, ทุนทางสังคม • บทบาทของชุมชนในลักษณะนี้ยังไม่ชัดเจน จนกระทั่งปลายทศวรรษ 2530 • สนธิสัญญาระหว่างประเทศบางอย่าง และ NGOs มี ส่วนเสริมทรัพยากรเชิงอำนาจของชุมชน

27 • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น • เป้าหมาย : เพื่อประโยชน์สุขของชุมชน ( ทฤษฎี ) • ทรัพยากร : ทุนทางสังคม, เงินทุน, อำนาจตาม กฎหมาย • บทบาทของอปท. ยังไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งปี 2540 • รัฐธรรมนูญ และพรบ. ที่เกี่ยวข้องกับการปกครองส่วน ท้องถิ่นจะเป็นตัวเสริมทรัพยากรเชิงอำนาจ

28 • องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) • ไม่ได้เป็นผู้เล่นในการแย่งชิงกรรมสิทธิ์ • มักมีบทบาทเป็นผู้ตรวจสอบและ / หรือ ทำงานร่วมกับ ภาครัฐ, อปท. และภาคเอกชน • มีบทบาทเป็นผู้ช่วยส่งเสริมชุมชนในด้านต่างๆ เช่น กระบวนการเรียนรู้, สร้างทุนทางสังคม ( เครือข่าย ), ยกระดับองค์ความรู้ เป็นต้น

29 กรณีศึกษา: สัมปทานป่า สถาบันระหว่างประเทศ สถาบันภายในประเทศ รัฐส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ภาคเอกชน อปท. ชุมชน NGOs

30 กรณีศึกษา: สัมปทานป่า • กรณีนี้เกิดขึ้นมาแต่อดีตจนปี 2545 • ก่อนปี 2540 อปท. ยังไม่เกิดขึ้นและไม่มีการ รับรองสิทธิชุมชน • การเคลื่อนไหวของชุมชนยังไม่ชัดเจนนักจน ทศวรรษที่ 2530 • กฎหมายเปิดทางให้เอกชนเข้ามาแย่งชิง สัมปทาน • ใครมีเงินทุน ( อำนาจทางเศรษฐกิจ ) มากกว่า ( ทั้งแบบโปร่งใสและไม่โปร่งใส ) เป็นผู้ได้ กรรมสิทธิในการจัดการทรัพยากรจากรัฐ

31 กรณีศึกษา:หอยนางรม บ้านแหลม สถาบันระหว่างประเทศ สถาบันภายในประเทศ รัฐส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ภาคเอกชน อปท. ชุมชน NGOs

32 กรณีศึกษา:หอยนางรม บ้านแหลม • กรณีนี้เกิดขึ้นในช่วงปี • ช่วงปี 2537: ประมงอำเภอจะให้สัมปทานจับ หอยนางรมบริเวณบ้านแหลมแก่เอกชน • ชุมชนเกิดตื่นตัวอยากอนุรักษ์หอยนางรมไว้ • NGOs (สมาคมหยาดฝน) เข้ามาสร้าง กระบวนการเรียนรู้ทรัพยากรของตน, เชื่อม เครือข่าย และร่วมสร้างและส่งเสริมทักษะใน การจัดการทรัพยากรแก่ชุมชน

33 กรณีศึกษา:หอยนางรม บ้านแหลม • เมื่อชุมชนแสดงศักยภาพดังกล่าว กรมประมง จึงให้ชุมชนบ้านแหลมดำเนินการอนุรักษ์หอย นางรมต่อไป • ปี 2540 รัฐธรรมนูญ มีบทบัญญัติที่รับรองสิทธิ ชุมชน

34 กรณีศึกษา:หอยนางรม บ้านแหลม • ปี 2550 บ้านแหลมจัดกิจกรรม เทศกาลหอย นางรมบ้านแหลมครั้งที่ 1 เชิญผู้ว่าฯมาเปิด งาน • ผู้ใหญ่บ้านและเครือข่ายชุมชนนำเสนอ เรื่องราวทรัพยากรในลุ่มน้ำเอง • ผู้ว่าฯตอบรับดี ต้องการศึกษาเพิ่มเติม และ สนับสนุนกิจกรรมของชาวบ้านต่อไป • อบต.ไม่เข้าร่วมเพราะอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับ ผู้ใหญ่บ้านที่สนับสนุนงานอนุรักษ์

35 สรุป-กรณีศึกษา:หอย นางรมบ้านแหลม • ความรู้ในทรัพยากรและธรรมชาติ และทุนทาง สังคม (เครือข่าย) เป็นทรัพยากรเชิงอำนาจใน การต่อรองให้ได้รับสิทธิ์ในการจัดการ ทรัพยากร • การตอบรับของประมงอำเภอ และผู้ว่าฯ เป็น การให้ความชอบธรรมแก่สิทธิ์ของชุมชน • ตราบใดที่ยังไม่มีกฎหมายรับรองสิทธิของ ชุมชน การดำรงความรู้ ทุนทางสังคม และการ ให้ความชอบธรรมในสิทธิ์ทางอ้อมจากรัฐ ผ่าน รุ่นต่อรุ่นนั้นจำเป็น

36 กรณีศึกษา:นิคม อุตสาหกรรมบ้านทุ่งค่าย สถาบันระหว่างประเทศ สถาบันภายในประเทศ รัฐส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ภาคเอกชน อปท. ชุมชน NGOs

37 กรณีศึกษา:นิคม อุตสาหกรรมบ้านทุ่งค่าย • กรณีดังกล่าวเริ่มมีความตื่นตัวเมื่อต้นปี 2550 ที่ผ่านมา • บ้านทุ่งค่ายเป็นเขตต้นน้ำ • นิคมอุตสาหกรรมเป็นโครงการร่วมระหว่าง ภาคเอกชนกับอบจ. ตรัง มีจุดมุ่งหมายเรื่องการ จ้างงาน และการลงทุนในจังหวัดเป็นหลัก • โลกาภิวัตน์ การวัดความเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจเป็นหลักและการค้า / การลงทุนเสรี เป็นตัวเร่งที่สำคัญ

38 กรณีศึกษา:นิคม อุตสาหกรรมบ้านทุ่งค่าย • ฝั่งชุมชนและ NGOs ไม่เห็นด้วย และ เรียกร้องให้มีการทำประชาพิจารณ์อย่างจริงจัง • เห็นว่าจะไม่สามารถควบคุมมลพิษได้ และ ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศน์ทั้งลุ่มน้ำ • ชุมชนและ NGOs ใช้พลังความรู้ในเชิง สิ่งแวดล้อมและสิทธิตามกฎหมายของตน ทุนทางสังคม และอำนาจจากเงื่อนไขใน สนธิสัญญา RAMSAR มาเป็นทรัพยากรเชิง อำนาจในการต่อรอง

39 สรุปกรณีศึกษา:นิคม อุตสาหกรรมบ้านทุ่งค่าย • เหตุการณ์นี้ยังดำเนินอยู่ • ทั้งฝั่งภาคเอกชนและอบจ. และฝั่งชุมชนและ NGOs ต่างใช้ประโยชน์จากโครงสร้างสถาบันทั้ง ภายในและภายนอกประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป • การแย่งชิงดังกล่าว ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่ ชัดเจนในกติกาว่าด้วยสิทธิในการจัดการ ทรัพยากร

40 สรุปกรณีศึกษา:นิคม อุตสาหกรรมบ้านทุ่งค่าย • การมีกฎหมายว่าด้วยสิทธิชุมชนในการจัดการ ทรัพยากร + กระบวนการเรียนรู้ => ความ ยั่งยืนในการจัดการทรัพยากรของชุมชน => ความพอเพียงและยั่งยืนในการดำรงชีพของ ชุมชน


ดาวน์โหลด ppt กรณีศึกษา ลุ่มน้ำปะเหลียน นายชล บุนนาค อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google