งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 เศรษฐศาสตร์มหภาค EC 312 บทนำ : Introduction อ. สกนธ์ วรัญญูวัฒนา.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 เศรษฐศาสตร์มหภาค EC 312 บทนำ : Introduction อ. สกนธ์ วรัญญูวัฒนา."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 เศรษฐศาสตร์มหภาค EC 312 บทนำ : Introduction อ. สกนธ์ วรัญญูวัฒนา

2 2 อะไรคือเศรษฐศาสตร์ “Study of mankind in the ordinary business of life; it is Examines that part of individual and social action which is most closely connected with the attainment and with the use of the material requisites of well-being” Alfred Marshall

3 3 “ คือการศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม (Aggregate Economy)” ปัจจัยที่จะต้องให้ความสำคัญศึกษาได้แก่ • ผลผลิตรวม Total Output • ระดับราคา Price level • การจ้างงาน Employment • อัตราดอกเบี้ย Interest Rate • อัตราค่าจ้าง Wage Rates • อัตราแลกเปลี่ยน Foreign Exchange • ฯลฯ อะไรคือเศรษฐศาสตร์มหภาค

4 4 การศึกษาเศรษฐศาสตร์มหภาค • ศึกษาผลกระทบหรือปัจจัยต่างๆ – ที่มีต่อการกำหนดระดับการเปลี่ยนแปลงทาง เศรษฐศาสตร์มหภาค (factors that Determine levels) เช่น การใช้จ่ายรัฐบาล – ผลกระทบของปัจจัยเหล่านั้นในแต่ละช่วงเวลา (How the variables change over time) เช่นอัตรา การขยายตัวของเศรษฐกิจ การศึกษาเศรษฐศาสตร์มหภาคจึงเป็นการเรียนรู้ด้านนโยบาย (Policy Oriented) เช่นนโยบายการคลัง - การเงินของรัฐบาล ตัวอย่างของนโยบายคือการเพิ่มการใช้จ่ายรัฐบาล การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารกลาง

5 5 ความสนใจในเศรษฐศาสตร์มหภาค • เศรษฐกิจโลก (World Economy) • เศรษฐกิจอเมริกา (American Economy) • เศรษฐกิจเอเชีย - แปซิฟิค (Asia Economy)

6 6 ลำดับของการศึกษา •Keynesian Economics •Classical Economics •Monetarism •New Classical Economics •Real Business Cycle Theory •New Keynesian Theory

7 7 ตัวอย่างคำถามเศรษฐศาสตร์มห ภาค • การขยายตัวของเศรษฐกิจ (economic Growth) • เสถียรภาพของเศรษฐกิจ (Economic Stability) • ความสัมพันธ์ผลผลิต - การว่างงาน (Output- Unemployment Relationship) • การเพิ่มขึ้นของระดับราคา (Increase in Price Level) • การเพิ่มขึ้นของการว่างงาน (Increase of Unemployment Rate)

8 8 การวัดปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาค (Measurement of Macroeconomic Variables) • บัญชีรายได้ประชาชาติ (National Income Account) เหมือนการทำบัญชีภาคเอกชนในการ ประกอบกิจการที่ต้องแสดงรายการของสองด้าน ได้แก่  การผลิต (Production Side) แสดงการผลิตและ การได้มาของรายได้หรือการขาย เช่นภาคเกษตร อุตสาหกรรม บริการ เป็นต้น  รายได้ (Income Side) แสดงการกระจายของ รายได้ที่เกิดขึ้นว่ามาจากขั้นตอนของการหา รายได้อย่างใด เช่นรายได้ของภาคประมง อุตสาหกรรมรถยนต์

9 9 การผลิต (Production Side) • การวัดขนาดที่นิยมใช้คือ ผลิตภัณฑ์มวลรวม ประชาชาติ (Gross Domestic Product: GDP) และ รายได้ประชาชาติ (Gross National Product: GNP)

10 10 รายได้ (Income Side) • เป็นการวัดขนาดของรายได้ประชาชาติ (National Income) และรายได้ของประชาชนใน ประเทศ

11 11 ข้อด้อยของการใช้ GDP • ไม่สามารถใช้วัดกิจกรรมนอกระบบเศรษฐกิจ (Non Economic Activities) เช่น แรงงานนอก ระบบ แรงงานบ้าน การค้าขายที่ไม่ผ่านระบบ ตลาด เป็นต้น • ไม่สามารถวัดกิจกรรมใต้ดิน (Underground Economy) เช่น การค้ายาเสพติดและสิ่งผิด กฎหมาย การพนัน เป็นต้น • ไม่สามารถใช้วัดสวัสดิการของประชาชน (Welfare Measure) GDP เป็นเพียงการแสดง ขนาดของระบบเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้แสดงความ กินดีอยู่ดีหรือคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น การไม่วัดความสุขการพักผ่อนของประชาชน แต่ วัดรายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยว

12 12 ความสัมพันธ์ ของบัญชีรายได้ ประชาชาติ GNP = GDP +/- ภาคต่างประเทศ NNP = GNP – ค่าเสื่อม (Depreciation) (Net National Product) ( สะท้อนต้นทุนในการผลิต ) NI = NNP– ภาษีทางอ้อม (National Income) (Transfer Payment) PI = NI – Corporate Tax + เงินโอน + เงินสมทบกองทุนฯ + ดอกเบี้ยรับ (Personal Income) PDI = PI – Personal Income Tax +/- เงินโอนต่างประเทศ (Personal Disposable Income)

13 13 การวัดในรูปของมูลค่าแท้จริง (real) และมูลค่าปัจจุบัน (Nominal) •Nominal GDP คือมูลค่า GDP ในปีปัจจุบันตาม ราคาตลาดที่รวมมูลค่าที่เกิดจากการเพิ่มหรือลด ของสินค้าบริการที่ผลิตขึ้นในปีนั้น และยังรวม การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการความผันผวนของ ราคา GDP = จากการผลิต X ของ ราคา •Real GDP คือการคิดหาการเปลี่ยนแปลงที่เกิด จากการเพิ่มของปริมาณสินค้าและบริการเท่านั้น

14 14 การหาค่า มูลแท้จริงของ GDP (Real GDP) • โดยการเปรียบเทียบกับปีใดปีหนึ่งที่เลือกมาเป็น ปีฐาน (Base Year) เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบ ดู ตัวอย่าง ปี Nominal Real Implicit GDP GDP GDP Deflator 1979 2,566.4 4,912.1 52.2 1980 2,795.6 4,900.9 57.0 1990 5,803.2 6,707.9 86.5 1996 7,813.2 7,813.2 100.0 1998 8,781.5 8,508.9 103.2 2001 10,082.2 9,215.9 109.4 2002 10,446.2 9,439.9 110.7

15 15 อะไรคือ Implicit GDP Deflator • คือสัดส่วนระหว่าง Nominal GDP และ Real GDP GDP Deflator = Nominal GDP Real GDP ดังนั้น Real GDP = Nominal GDP GDP Deflator

16 16 คำถามทบทวนท้ายเรื่อง • อะไรคือความหมายของ GDP, NNP, NI, PDI • สาเหตุอะไรที่ทำให้ NNP และ NI จึงแตกต่าง กัน • มูลค่าแท้จริง (Real) และมูลค่าปัจจุบัน (Nominal) แตกต่างกันอย่างไร


ดาวน์โหลด ppt 1 เศรษฐศาสตร์มหภาค EC 312 บทนำ : Introduction อ. สกนธ์ วรัญญูวัฒนา.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google