งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 กระชุ่มกระชวย (1986- 1995)  ทศวรรษแห่งการเติบโต สูงสุด : เฉลี่ย 9% ต่อปี ( เกินปีละ 10% ใน 1988 -90)  ราคาน้ำมันโลกลดฮวบในปี 1986  การขาดดุลและอัตรา.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 กระชุ่มกระชวย (1986- 1995)  ทศวรรษแห่งการเติบโต สูงสุด : เฉลี่ย 9% ต่อปี ( เกินปีละ 10% ใน 1988 -90)  ราคาน้ำมันโลกลดฮวบในปี 1986  การขาดดุลและอัตรา."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 กระชุ่มกระชวย ( )  ทศวรรษแห่งการเติบโต สูงสุด : เฉลี่ย 9% ต่อปี ( เกินปีละ 10% ใน )  ราคาน้ำมันโลกลดฮวบในปี 1986  การขาดดุลและอัตรา เงินเฟ้อลดลงด้วย

2 2  อัตราดอกเบี้ยโลกลดลง  บรรเทาภาระการจ่ายคืนหนี้ ต่างประเทศ  เงินเยนญี่ปุ่นเพิ่มค่า (Plaza Accord ใน 1985)  เงิน ลงทุนไหลทะลักจากญี่ปุ่น และประเทศอุตสาหกรรม ใหม่ (Newly Industrializing Economies หรือ NIEs) กระชุ่มกระชวย ( )

3 3  การส่งออกสินค้า อุตสาหกรรมสูงขึ้นมาก + รายได้จากการท่องเที่ยว และแรงงานไทยใน ต่างประเทศ + มูลค่านำเข้า น้ำมันลดลง  ลดการขาดดุลบัญชี เดินสะพัดจนถึงปี 1989 แต่ ขาดดุลเพิ่มขึ้นอีกภายหลัง

4 4 กระชุ่มกระชวย ( )  นโยบาย “ ปรับโครงสร้าง ” โดยอาศัยเงินกู้และความ ช่วยเหลือจากธนาคารโลก และ IMF:  ส่งเสริมการส่งออก ( โดยเฉพาะสินค้า อุตสาหกรรม ) และการ ลงทุนในต่างจังหวัด

5 5 กระชุ่มกระชวย ( )  นโยบาย “ ปรับโครงสร้าง ” :  วินัยการคลังและการ ควบคุมการก่อหนี้  การลดอัตราภาษีนำเข้า  การลดเงินอุดหนุนราคา น้ำมันและการลอยตัวราคา น้ำมัน

6 6 กระชุ่มกระชวย ( )  นโยบาย “ ปรับโครงสร้าง ” :  การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ  การขายหรือยุบกิจการ ( เช่น โรงกระสอบ )  การขายหุ้นบางส่วนใน ตลาดหลักทรัพย์ ( เช่น การบินไทย )

7 7 กระชุ่มกระชวย ( )  นโยบาย “ ปรับโครงสร้าง ” :  การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ  การให้สัมปทานแก่ เอกชนในกิจการ โทรศัพท์ ท่าเรือ ทาง ด่วน โรงไฟฟ้า ประปา  การปฏิรูปภาษี : เริ่มใช้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม

8 8 กระชุ่มกระชวย ( )  สาขาอุตสาหกรรมที่เน้นการ ส่งออกมากขึ้น :  การย้ายฐานการผลิตจาก ญี่ปุ่นและ NIEs: สิ่งทอ อีเล็กทรอนิกส์ รองเท้า ของเด็กเล่น นาฬิกา เลนส์ ชิ้นส่วนยานยนต์

9 9 กระชุ่มกระชวย ( )  สาขาอุตสาหกรรมที่เน้นการ ส่งออกมากขึ้น :  มูลค่าการส่งออกสินค้า อีเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วน ยานยนต์ และชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์ เริ่มมากกว่า สิ่งทอและเกษตร

10 10 กระชุ่มกระชวย ( )  สาขาอุตสาหกรรมที่เน้นการ ส่งออกมากขึ้น :  ยังคงพึ่งพาการนำเข้า ชิ้นส่วน วัตถุดิบ และ เครื่องจักร (60% - 90% ของมูลค่าการผลิต )

11 11 กระชุ่มกระชวย ( )  เปิดเสรีทางการเงินในช่วง ต้นทศวรรษ 1990’s เพื่อ หวังเป็นศูนย์กลางการเงิน ของภูมิภาค :  ยกเลิกเพดานดอกเบี้ย  ผ่อนคลายการควบคุมการ ไหลของทุนและการ แลกเปลี่ยนเงินตรา

12 12 กระชุ่มกระชวย ( )  เปิดเสรีทางการเงินในช่วง ต้นทศวรรษ 1990’s:  กิจการวิเทศธนาคาร (Offshore banking หรือ Bangkok International Banking Facility BIBF) เพื่อส่งเสริมการไหลของ เงินระหว่างประเทศอย่าง เสรี

13 13 กระชุ่มกระชวย ( )  เปิดเสรีทางการเงินในช่วง ต้นทศวรรษ 1990’s: • อนุญาตให้ธนาคารและ บริษัทกู้เงินจาก ต่างประเทศได้  การเก็งกำไรใน อสังหาริมทรัพย์และตลาด หุ้น  “ ฟองสบู่ ”

14 14 กระชุ่มกระชวย ( )  เปิดเสรีทางการเงินในช่วง ต้นทศวรรษ 1990’s: • อนุญาตให้ธนาคารและ บริษัทกู้เงินจาก ต่างประเทศได้  การเก็งกำไรใน อสังหาริมทรัพย์และตลาด หุ้น  “ ฟองสบู่ ”

15 15 กระชุ่มกระชวย ( )  Peter Warr: ในช่วง เศรษฐกิจบูม มากกว่าครึ่ง ของการขยายตัวมาจากการ เพิ่มปริมาณทุน ( ทั้งจาก ภายในและนอกประเทศ )  ทุนไหลเข้าระยะสั้นมี ความสำคัญมากกว่าการ ลงทุนโดยตรงจาก ต่างประเทศ (Foreign Direct Investment หรือ FDI)

16 16 กระชุ่มกระชวย ( )  ธปท. ใช้นโยบายอัตรา แลกเปลี่ยนคงที่ (fixed ER) และ sterilization  อัตราดอกเบี้ยที่สูง  การเพิ่มค่าเงินบาทมาก เกินไป  ดึงดูดเงินทุนไหลเข้า ระยะสั้น ( ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า เงินทุนสำรองฯ ตั้งแต่ปี 1994 เป็นต้นมา )


ดาวน์โหลด ppt 1 กระชุ่มกระชวย (1986- 1995)  ทศวรรษแห่งการเติบโต สูงสุด : เฉลี่ย 9% ต่อปี ( เกินปีละ 10% ใน 1988 -90)  ราคาน้ำมันโลกลดฮวบในปี 1986  การขาดดุลและอัตรา.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google