งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

สมัยก่อนประวัติศาสตร์ พบหลักฐานเป็นซาก เมืองโบราณ 2 แห่ง ในบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ คือ - เมืองโมเฮนโจดาโร ทางตอนใต้ของ ประเทศปากีสถาน - เมืองฮารับปา ในแคว้นปันจาป.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "สมัยก่อนประวัติศาสตร์ พบหลักฐานเป็นซาก เมืองโบราณ 2 แห่ง ในบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ คือ - เมืองโมเฮนโจดาโร ทางตอนใต้ของ ประเทศปากีสถาน - เมืองฮารับปา ในแคว้นปันจาป."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 สมัยก่อนประวัติศาสตร์ พบหลักฐานเป็นซาก เมืองโบราณ 2 แห่ง ในบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ คือ - เมืองโมเฮนโจดาโร ทางตอนใต้ของ ประเทศปากีสถาน - เมืองฮารับปา ในแคว้นปันจาป ประเทศ ปากีสถานในปัจจุบัน

3 สมัยประวัติศาสตร์ เริ่มเมื่อมีการประดิษฐ์ ตัวอักษรขึ้นใช้ โดยชนเผ่าอินโด-อารยัน ซึ่งตั้งถิ่นฐานบริเวณแม่น้ำคงคา แบ่งได้ 3 ยุค คือ - ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ เริ่มตั้งแต่ กำเนิดตัวอักษร บรามิ ลิปิ สิ้นสุดสมัยราชวงศ์ คุปตะ เป็นยุคที่ ศาสนาพราหมณ์ ฮินดู และ พุทธศาสนา ได้ถือกำเนิดแล้ว

4 - ประวัติศาสตร์สมัยกลาง เริ่มตั้งแต่ ราชวงศ์คุปตะสิ้นสุดลง จนถึง ราชวงศ์โมกุลเข้า ปกครองอินเดีย - ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เริ่มตั้งแต่ ราชวงศ์โมกุลจนถึงการได้รับ เอกราชจากอังกฤษ

5

6 - อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ แบ่งเป็น 2 พวก คือ พวก ดราวิเดียน และ พวกอารยัน - ศูนย์กลางอยู่ที่เมือง โมเฮนโจดาโร และ เมืองฮารับปา - มีสังคมเมือง มีการวางผังเมือง ตัดถนน มี ระบบระบายน้ำสองท่อดินเผาอยู่ข้างถนน เพื่อ รับน้ำที่ระบายจากบ้านเรือน มีอักษรภาพใช้ - มีการเพาะปลูกพืชเกษตร เช่น ฝ้าย ข้าว สาลี ถั่ว งา ข้าวโพด - พบหลักฐานการค้ากับต่างแดนทั้งทางบก และ ทางทะเล และมีการขุด ค้นพบอารยธรรมนี้กว่า 100 แห่งบริเวณ แม่น้ำสินธุส่วนใหญ่อยู่ในปากีสถาน

7 - เป็นอารยธรรมชนเผ่าอารยัน ที่เข้ายึด ครองดราวิเดียน หรือ ชาวทราวิฑ ที่ถูกขับไล่ให้ถอยร่นลงทางใต้ - ชาวอารยันให้กำเนิดศาสนาพราหมณ์ และ ระบบวรรณะ 4

8 - วรรณกรรมสำคัญในยุคนี้ ได้แก่ - คัมภีร์พระเวท เป็นบทสวดของพวก พราหมณ์ ใช้วิธีท่องจำต่อๆกันมา ประกอบด้วย 4 คัมภีร์ คือ ฤคเวท ยชุรเวท ไตร เวท และ อาถรรพเวท - มหากาพย์รามายณะ สันนิษฐานว่า แสดงถึงการต่อสู้ระหว่างชาวอารยัน (พระราม) กับชาวทราวิฑ (ทศกัณฑ์) แต่งโดย ฤษีวาลมิกิ - มหากาพย์มหาภารตยุทธ ว่าด้วยการ ต่อสู้ของพี่น้องสองตระกูล (ปานฑพ-เกา รพ) - คัมภีร์ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นทั้ง กฎหมาย ศาสนบัญญัติ จารีตประเพณี หลักศีลธรรม

9 - เกิดศาสนาพุทธ และ มีการใช้ภาษาบาลี (มคธ) - เกิดศาสนาเชน ผู้ก่อตั้งคือ วรรธมาน มหาวี ระ

10 - พระเจ้าจันทรคุปต์ ได้รวบรวมแว่นแคว้นใน ดินแดนชมพูทวีปให้เป็นปึกแผ่น - เริ่มการปกครองโดยรวบอำนาจไว้ที่ กษัตริย์และเมืองหลวง - พระเจ้าอโศกมหาราช ส่งสมทูตไปเผยแผ่ พุทธศาสนาในแว่นแคว้นต่างๆ - หลังราชวงศ์เมารยะล่มสลาย เกิดการ แตกแยกเป็นแว่นแคว้น

11 - พวกกุษาณะเป็นชนต่างชาติที่เข้ามารุกราน และตั้งอาณาจักรปกครองอินเดียทางตอน เหนือ - ด้านการแพทย์เจริญมากในสมัยพระเจ้า กนิษกะ - ส่งสมทูตไปเผยแผ่พุทธศาสนานิกาย มหายานที่จีน และ ธิเบต

12 - พระเจ้าบาบูร์ ผู้ก่อตั้งราชวงศ์โมกุล นับ ถือศาสนาอิสลาม - เป็นราชวงศ์สุดท้ายของอินเดีย - พระเจ้าอักบาร์มหาราช ทรงทะนุบำรุง อินเดียให้มีความเจริญรุ่งเรืองทุกด้าน และ ทรงให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา สร้าง สามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติ - พระเจ้าซาร์ เจฮัน ทรงเป็นมุสลิมที่ เคร่งครัดและศรัทธาในศาสนาอิสลาม เป็น ผู้สร้าง ทัชมาฮาล ที่มีความงดงามยิ่ง

13 - ปลายสมัยอาณาจักรโมกุล กษัตริย์ทรงใช้ จ่ายฟุ่มเฟือย ต้องเพิ่มภาษีและ เพิ่มการ เกณฑ์แรงงานทำให้ราษฎรอดอยาก และยังกดขี่ ทำลายล้างศาสนาฮินดูและชาวฮินดู อย่างรุนแรง - เกิดความแตกแยกภายในชาติ เป็นเหตุให้ อังกฤษค่อยๆเข้าแทรกแซงและครอบครอง อินเดียทีละเล็กละน้อย

14 - ในที่สุดอังกฤษล้มราชวงศ์โมกุลและ ครอบครองอินเดียในฐานะอาณานิคมอังกฤษ สิ่งที่อังกฤษวางไว้ให้กับอินเดีย คือ - รากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตย แบบรัฐสภา - การศาล การศึกษา ยกเลิกประเพณีบางอย่าง เช่น พิธีสตี (การ เผาตัวตายของหญิงฮินดูที่สามีตาย )

15 - หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ขบวนการ ชาตินิยมอินเดียนำโดย มหาตมะ คานธี และ เยาวราลห์ เนห์รู เป็นผู้นำเรียกร้องเอกราช - มหาตมะ คานธี ใช้หลักอหิงสา (ความไม่ เบียดเบียน ความสงบ) ในการเรียกร้องเอกราช จนประสบความสำเร็จ

16 - หลังจากได้รับเอกราชอินเดียปกครอง ด้วยระบอบประชาธิปไตย - แต่จากความแตกแยกทางเชื้อชาติและ ศาสนาทำให้อินเดียต้องแตกแยกเป็นอีก 2 ประเทศ คือ - ปากีสถาน (เดิม คือ ปากีสถาน ตะวันตก) - บังคลาเทศ (ปากีสถานตะวันออก)

17 ศิลปกรรมอินเดีย มักเกี่ยวข้องกับความ เชื่อทางศาสนา ด้านสถาปัตยกรรม - ซากเมืองฮารับปา และโมเฮน โจดาโร ทำให้เห็นว่ามีการวางผัง เมืองอย่างดี มีสาธารณูประโภค อำนวยความสะดวกหลายอย่าง เช่น ถนน บ่อน้ำ ประปา ซึ่งเน้นประโยชน์ ใช้สอยมากกว่าความสวยงาม

18 - ซากพระราชวังที่เมืองปาฏลี บุตรและตักศิลาสถูป และเสา แปดเหลี่ยมที่สำคัญคือ สถูปเมืองสาญจี (สมัยราชวงศ์โมริยะ) - สุสานทัชมาฮาล สร้างด้วยหิน อ่อน เป็นการผสมระหว่าง ศิลปะอินเดียและเปอร์เชีย

19 ด้านประติมากรรม - พระพุทธรูปแบบคันธาระ - พระพุทธรูปแบบมถุรา - พระพุทธรูปแบบอมราวดี - ภาพสลักนูนที่มหาพลิปุลัม ได้รับ การยกย่องว่ามหัศจรรย์

20 พระพุทธรูปแบบคันธาระ พระพุทธรูปแบบมถุราพระพุทธรูปแบบอมราวดี

21 จิตรกรรม - สมัยคุปตะ และหลังสมัยคุปตะ เป็นสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดของอินเดีย พบงานจิตรกรรมที่ ผนังถ้ำอชันตะ เป็น ภาพเขียนในพระพุทธศาสนาแสดงถึง ชาดกต่างๆ ที่งดงาม มาก ความสามารถใน การวาดเส้นและการอาศัยเงามืดบริเวณ ขอบภาพ ทำให้ภาพแลดู เคลื่อนไหว ให้ความรู้สึก สมจริง

22 นาฏศิลป์ - เกี่ยวกับการฟ้อนรำ เป็นส่วน หนึ่งของพิธีกรรมเพื่อบูชาเทพ เจ้าตามคัมภีร์พระเวท

23 ศิวนาฏราช

24 สังคีตศิลป์ - บทสวดสรรเสริญเทพเจ้า ทั้งหลาย ถือเป็นแบบแผนการ ร้องที่เก่าแก่ที่สุดใน สังคีตศิลป์ ของอินเดีย แบ่งเป็นดนตรีศาสนา ดนตรีใน ราชสำนักและดนตรีท้องถิ่น เครื่องดนตรีสำคัญ คือ วีณา หรือพิณ ใช้สำหรับดีด เวณุ หรือขลุ่ย และ กลอง

25 ศาสนาอินเดีย เป็นแหล่งกำเนิดศาสนา สำคัญของโลกตะวันออก ได้แก่ 1. ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู มีเทพ เจ้าที่สำคัญ เช่น พระศิวะ เป็นเทพผู้ทำลาย ความชั่วร้าย พระพรหม เป็นเทพเจ้าผู้สร้าง สรรพสิ่งบนโลก พระวิษณุ เป็นเทพเจ้าแห่ง สันติสุขและปราบปรามความยุ่งยาก เป็นต้น

26

27 2. พระพุทธศาสนา มีหลักคำสอนที่ สำคัญ เช่น อริยสัจ 4 มีจุดหมายเพื่อมุ่งสู่ นิพพาน 3. ศาสนาเชน มีศาสดา คือ มหาวีระ มีนิกายที่สำคัญอยู่ 2 นิกาย คือ นิกาย เศวตัมพร เป็นนิกายนุ่งผ้าขาว ถือว่าสีขาวเป็น สีบริสุทธิ์ และนิกายทิฆัมพร เป็นนิกายนุ่งลม ห่มฟ้า (เปลือยกาย)

28 มหาวีระ ศาสดาศาสนาเชน

29 4. ศาสนา ซิกข์ เป็นศาสนาที่ ก่อตั้งขึ้นมาโดย พระ ศาสดา ศรี คุรุ นานัก เดว ยิ ในปี พ.ศ ( ค.ศ. 1469) โดย หลักธรรม และ คำสอน พื้นฐานของศาสนา ซิกข์ขึ้นมา เป็นศาสนา ที่ตั้งอยู่บนรากฐานแห่ง ความจริง และ เน้น ความเรียบง่าย สอนให้ ทุกคนยึดมั่น และ ศรัทธาในพระเจ้าแต่ เพียงพระองค์เดียว พระศาสดา ศรี คุรุ นานัก เดว ยิ

30 คนในดินแดนลุ่มน้ำสินธุมีการทำอาชีพ เกษตรเป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจและมีการ ทำการค้าภายใน การเพิ่มประชากรในแต่ละ อาณาจักร ทำให้การค้าภายในเมืองต่างๆ ขยายตัวขึ้น ซึ่งมีสินค้าสำคัญ เช่น ดีบุก ทองแดง หินมีค่าชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังมี สินค้าอุตสาหกรรม เช่น การทอผ้า ฝ้าย ไหม เป็นสินค้าไปขายในดินแดนต่างๆ อาทิ อาระเบีย เปอร์เซีย และอิยิปต์ เป็นต้น

31 เมื่อชาวอารยันมีอำนาจมั่นคง จึงได้สร้าง บ้านอยู่เป็นหมู่บ้าน มีการปลูกข้าวและเลี้ยง สัตว์พันธุ์ต่างๆมากขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์ทาง เศรษฐกิจ นอกจากนี้ชาวอารยันยังมีอาชีพ เป็นช่างต่างๆ เช่น ช่างทองแดง ช่างเหล็ก ช่างปั้นหม้อ ช่างปะชุน เย็บผ้า เป็นต้น การ ที่ชาวอารยันดำเนินการค้าขายทั้งทางบก และทางทะเลอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเศรษฐกิจ ดีพอที่จะสนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์ อารยธรรมในด้านอื่นๆ

32 ในดินแดนลุ่มน้ำสินธุยังพบวัฒนธรรมด้าน ภาษา คือ ตัวอักษรโบราณของอินเดีย ซึ่ง เป็นอักษรดั้งเดิมที่ยังไม่มีนักวิชาการอ่าน ออก อักษรโบราณนี้ปรากฏในดวงตราต่างๆ มากกว่า 1,200 ชิ้น โดยในดวงตราจะมีภาพ วัว ควาย เสือ จระเข้ และช้าง ปรากฏอยู่ด้วย พวกอารยันใช้ภาษาสันสกฤตซึ่งเป็นภาษาที่ ใช้เขียนคัมภีร์ศาสนา เช่น คัมภีร์พระเวท เมื่อประมาณ 1,000 ปีมาแล้ว วรรณกรรมทื่ สำคัญได้แก่ มหากาพย์มหาภารตยุทธ ซึ่ง เป็นเรื่องการสู้รบในหมู่พวกอารยันและมหา กาพย์รามเกียรติ์ เป็นเรื่องการสู้รบระหว่าง พวกดราวิเดียนกับพวกอารยัน

33

34


ดาวน์โหลด ppt สมัยก่อนประวัติศาสตร์ พบหลักฐานเป็นซาก เมืองโบราณ 2 แห่ง ในบริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ คือ - เมืองโมเฮนโจดาโร ทางตอนใต้ของ ประเทศปากีสถาน - เมืองฮารับปา ในแคว้นปันจาป.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google