งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

EC210 2/2552 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น (EC 210) ภาค 1 ปีการศึกษา 2552 Sec. 81/00 อ. ศันสนีย์ ลิ้มพงษ์ ( อ. ติ๊ก ) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ www.ajarntik.com.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "EC210 2/2552 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น (EC 210) ภาค 1 ปีการศึกษา 2552 Sec. 81/00 อ. ศันสนีย์ ลิ้มพงษ์ ( อ. ติ๊ก ) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ www.ajarntik.com."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 EC210 2/2552 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น (EC 210) ภาค 1 ปีการศึกษา 2552 Sec. 81/00 อ. ศันสนีย์ ลิ้มพงษ์ ( อ. ติ๊ก ) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1

2 EC210 2/25522

3 6.1 เศรษฐศาสตร์มหภาค : ความหมาย ขอบเขต และเป้าหมาย ตัวแปรที่สำคัญของเศรษฐกิจมหภาค เป้าหมายของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ชนิดของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค 6.2 รายได้ประชาชาติ : ความหมาย และความสำคัญ 6.3 ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ (Circular Flow) Outline 3

4 EC210 2/ แนวคิดการกำหนดขึ้นเป็นรายได้ประชาชาติ - ความสัมพันธ์ระหว่าง รายได้รวม และรายจ่ายมวลรวม 6.5 วิธีการคำนวณรายได้ประชาชาติ ด้านรายได้ ด้านรายจ่าย ด้านผลผลิต ( วิธีมูลค่าเพิ่ม ) 6.6 ความหมายของศัพท์ต่าง ๆ ทางรายได้ประชาชาติ GNP, GDP, GNP per capita, Nominal GDP และ Real GDP Outline 4

5 EC210 2/ บัญชีรายได้ประชาชาติของไทย 6.8 ข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากตัวเลขรายได้ประชาชาติเพื่อ การวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจ 6.9 การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และความสำคัญของผลิตภาพ (Productivity) 6.10 ปัญหาของระบบเศรษฐกิจ : เงินเฟ้อ และ เงินฝืด สาเหตุและ ผลกระทบ Outline 5

6 EC210 2/2552 เศรษฐศาสตร์มหภาค vs เศรษฐศาสตร์จุลภาค  เศรษฐศาสตร์จุลภาค (Microeconomics)  เป็นการศึกษาเศรษฐกิจของหน่วยย่อย  เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macroeconomics)  ศึกษาพฤติกรรมและปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจของระบบ เศรษฐกิจโดยรวม ( ระดับประเทศ ) 6

7 EC210 2/2552 วิชาเศรษฐศาสตร์มหภาคศึกษาเกี่ยวกับอะไร คือ เศรษฐศาสตร์ ที่ศึกษาบทบาทของระบบเศรษฐกิจส่วนรวม โดย  เน้นศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรรวมต่างๆ เช่น รายได้ประชาชาติ, การ เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ, การจ้างงาน เป็นต้น  ผลของการเปลี่ยนแปลงตัวแปร หรือพฤติกรรมของหน่วยเศรษฐกิจ หรือ ภาคเศรษฐกิจต่างๆ  เป้าหมายของนโยบายเศรษฐกิจ และแนวนโยบาย ( พฤติกรรมของ ภาครัฐบาลที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ ) 7

8 EC210 2/2552 ตัวอย่าง ขอบเขตเศรษฐศาสตร์มหภาค  จำนวนสินค้าและบริการทั้งหมดที่ผลิตได้ในประเทศ ?  ปีนี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเท่าไหร่ ?  ผลกระทบจากราคาน้ำมันต่อระดับราคาสินค้าในประเทศ  การขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีผลอย่างไรต่อการจ้างงานและการลงทุน ในประเทศ ?  อัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินบาทแข็งค่า ค่าเงินดอลล่าร์อ่อนลง  ผลกระทบของ FTA ต่อเศรษฐกิจไทย ? 8

9 ข้อใดจัดเป็นการศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค 9 ก. ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ข. การลงทุนในประเทศลดลง ค. พฤติกรรมการบริโภคของคนร่ำรวยมีลักษณะบริโภคนิยม ง. ยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น ในช่วงประกาศผลสอบเข้า มหาวิทยาลัย ตอบ ข EC210 2/2552

10 วิเคราะห์ข่าวจากเว็บไซด์ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ข่าวรายวัน Macro Morning Focus อื่นๆ ในเว็บ  รายงานภาวะเศรษฐกิจรายวัน / รายสัปดาห์ / รายเดือน  ประมาณการเศรษฐกิจไทย  สรุปสถานการณ์ด้านการคลัง  รายงานเศรษฐกิจต่างประเทศ ( ญี่ปุ่น / สหราชอาณาจักร / ยุโรป / อเมริกา )  การเคลื่อนย้ายเงินทุน EC210 2/

11 EC210 2/2552 ตัวแปรที่สำคัญทางเศรษฐกิจมหภาค ได้แก่ อัตราการว่างงาน อัตราเงินเฟ้อ GDP การกระจายรายได้ สวัสดิการสังคม รายได้เฉลี่ยต่อหัว 11

12 EC210 2/2552 เป้าหมายของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค 1. การเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic Growth) 3. เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ (Economic Stability) 2. การจ้างงานหรือการใช้ ทรัพยากรเต็มที่ (Full Employment) 4. การกระจายรายได้ (Income Distribution) 12

13 EC210 2/2552 เป้าหมายที่หนึ่ง : การเติบโตทางเศรษฐกิจ  GDP มีอัตราการเจริญเติบโตสูง  เทียบ GDP ปีนี้กับปีก่อน ดูว่า GDP ปีนี้ เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน กี่ %  เติบโตอย่างมี เสถียรภาพ  GDP ไม่เพิ่มขึ้น และลดลงเร็วเกินไป ( ผันผวนเกินไป )  การที่เศรษฐกิจมีความผันผวนมากเกินไป เป็นผลเสียต่อทั้งธุรกิจและประชาชน ที่ต้อง ประสบกับความไม่มั่นคง GDP Growth = GDP t - GDP t-1 ______________ GDP t-1 X

14 ผลิตภัณฑ์รวม ณ ราคาคงที่ ปี 2531 ( พันล้านบาท ) ที่มา : จากข้อมูลของ สศช. 14 EC210 2/2552

15 15 อัตราการเจริญเติบโตของ GDP ของไทย อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในไตรมาสแรกหลังช่วงวิกฤติเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2542 เป็นบวกโดยตลอด โดยสูงสุดในช่วงปี 2546(2003) จนกระทั่งในปี 2551 เริ่มลดลง ในไตรมาสแรกของปี 2552 ติดลบถึงร้อยละ 7.1

16 อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในปี 2551 เริ่มลดลง ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 จนกระทั่งติดลบถึงร้อยละ 4.3 ในไตรมาสที่ 4 มูลค่าผลิตภัณฑ์ในประเทศ ปี EC210 2/2552

17 อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจแต่ละประเทศ EC210 2/ ไทย = 4.8% จาก

18  วิกฤตการทางการเงินของโลกได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคเศรษฐกิจจริงและทำให้การใช้จ่าย การลงทุน และการค้าระหว่างประเทศของหลายประเทศลดลง ในไตรมาส4 ปี 2551 เศรษฐกิจโลก โดยรวมจึงเข้าสู่ภาวะหดตัว สหรัฐฯ(-0.2%) อังกฤษ (-1.0%) ญี่ปุ่น (-4.6%) กลุ่มยูโรโซน(-1.6%) สิงคโปร์ (-3.7%) เกาหลีใต้ (-3.4%) ไต้หวัน(-8.4%) จีน อินเดีย และเวียดนามก็ขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัว ;ขยายตัวร้อยละ 6.8, 4.9 และ 5.6 ตามลำดับ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจแต่ละประเทศ ปี EC210 2/2552

19  ภาวะการจ้างงานเต็มที่ ใช้ทรัพยากรเต็มที่  อัตราการว่างงานต่ำ  กำลังแรงงาน (Labor force) คือ คนที่ถึงวัยทำงาน สามารถทำงานและ ต้องการทำงานทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจ  ผู้ไม่มีงานทำ (Unemployment Labor) คือ แรงงานที่อยู่ใน ตลาดแรงงาน แต่ไม่มีงานทำ เป้าหมายที่สอง : การจ้างงานหรือการใช้ทรัพยากรเต็มที่ Unemployment Rate = 19

20 EC210 2/2552 Input Potential Output Production Process Actual Output Output Gap หากทรัพยากรการผลิตไม่ถูกใช้อย่างเต็มที่ ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง จะน้อยกว่าผลผลิตรวมสูงสุดที่ผลิตได้ 20

21 การสำรวจภาวะการทำงานของประชากร EC210 2/ ประชากร 65, , , , , , อายุต่ำกว่า 15 ปี 14, , , , , , อายุ 15 ปีขึ้นไป 51, , , , , , กำลังแรงงาน 1/ 36, , , , , , ผู้มีงานทำ 36, , , , , , ผู้ว่างงาน , , ( อัตราการว่างงาน ) / ข้อมูลการสำรวจแรงงานปรับแนวคิดเรื่องอายุการทำงานของประชากรจาก 13 ปีขึ้นไปเป็น 15 ปีขึ้นไป ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ ( หน่วยพันคน )

22 EC210 2/2552 เสถียรภาพทางด้านราคา ( ภายในประเทศ ) : ระดับราคาของสินค้าและบริการ  เงินเฟ้อ – การที่ระดับราคาสินค้าโดยทั่วไปของระบบเศรษฐกิจปรับตัวสูงขึ้น  อำนาจในการซื้อ (Purchasing Power) ลดลง เสถียรภาพทางด้าน อัตราแลกเปลี่ยน ( ภายนอกประเทศ ) : อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ระหว่างประเทศ  อัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่ผันผวนมากและเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ช่วยทำให้สถานะ ทางการเงินและเศรษฐกิจของประเทศมีเสถียรภาพ  Example: การซื้อสินค้าจากต่างประเทศ (Purchasing Power), การค้าและ ลงทุน, ค่าเงิน เป้าหมายที่สาม เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ 22

23 EC210 2/2552 Source : 23 อัตราเงินเฟ้อ ( การเปลี่ยนแปลงของระดับราคาสินค้า )

24 EC210 2/2552 ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย 24 หมายเหตุ : ดัชนีราคาผู้บริโภค core CPI ที่ไม่รวมรายการสินค้ากลุ่มอาหารสดและพลังงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค

25 อัตราเงินเฟ้อ ( รายไตรมาส ) EC210 2/

26 EC210 2/2552 ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย 26 อัตราแลกเปลี่ยนของไทย

27 EC210 2/2552 มีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม  การกระจายรายได้ คือ สภาพความแตกต่างทางรายได้และความเป็นอยู่ของประชากร ที่มีฐานะต่างกันในประเทศ  เศรษฐกิจมีอัตราเจริญเติบโตที่สูง แต่รายได้กระจุกตัวอยู่ที่คนบางกลุ่ม ประชาชนได้รับสวัสดิการพื้นฐานที่ดี  ระบบเศรษฐกิจที่ดี ควรจัดให้ประชาชนมีโอกาสได้รับสวัสดิการพื้นฐาน เช่น สวัสดิการ ทางการศึกษา สวัสดิการทางการสาธารณสุข และสวัสดิการเพื่อความมั่นคงของชีวิต ที่ มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการ  สวัสดิการพื้นฐานต่างๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาส ให้กับประชาชน เป้าหมายที่สี่ การกระจายรายได้ 27

28 มูลค่ารวมผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP) EC210 2/ ลำดับที่จังหวัดมูลค่า(ล้านบาท)% 1กรุงเทพมหานคร2,190, สมุทรปราการ534, ระยอง527, ชลบุรี407, พระนครศรีอยุธยา295, สมุทรสาคร280, ปทุมธานี175, ฉะเชิงเทรา168, สงขลา152, นครราชสีมา134, ทั่วราชอาณาจักร7,816, จังหวัดที่มีมูลค่ารวมผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP) สูงสุด ลำดับที่จังหวัดมูลค่า(ล้านบาท)% 1แม่ฮ่องสอน8, อำนาจเจริญ10, มุกดาหาร11, หนองบัวลำภู13, สมุทรสงคราม13, ระนอง15, นครนายก15, อุทัยธานี16, ยโสธร16, ตราด18, ทั่วราชอาณาจักร7,816, จังหวัดที่มีมูลค่ารวมผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP) ต่ำสุด ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ

29 EC210 2/2552  อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ  อัตราการว่างงานต่ำ  อัตราเงินเฟ้อต่ำ  อัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่ผันผวนมากและเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ  มีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายทุกๆข้อพร้อมกันได้หรือไม่ !!! ลักษณะเศรษฐกิจที่พึงปราถนา : 29

30 EC210 2/2552 เครื่องมือ : ชนิดของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค  นโยบายการเงิน (Monetary Policy) – ธ. แห่งประเทศไทย  อัตราดอกเบี้ย, ปริมาณเงินในระบบ, อัตราแลกเปลี่ยน  นโยบายการคลัง (Fiscal Policy) – ภาครัฐ  ภาษีและการใช้จ่ายของรัฐ  นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (Intl. Trade Policy)  ภาษีนำเข้าและส่งออก, การให้การสนับสนุนผู้ส่งออก, การกีดกันทาง การค้า, FTA 30

31 EC210 2/2552 กลไกการทำงานของมาตรการต่างๆ ด้านนโยบายเพื่อการบรรลุ เป้าหมายทางเศรษฐกิจมหภาค นโยบายการคลัง นโยบายการค้า นโยบายการเงิน ภาษี การใช้จ่ายของรัฐ ปริมาณเงิน อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน โควต้า ภาษีการค้า ระบบเศรษฐกิจ ผลผลิต การจ้างงาน ระดับราคา 31

32 EC210 2/2552 จุลภาค : รายได้ของบุคคลแต่ละบุคคล (Individual) ดูจาก..... คนที่มีรายได้มาก มหภาค : รายได้ของประเทศ (Country) ดูจาก..... ประเทศที่มีฐานะเศรษฐกิจดี Q: วัดฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศ ??? A: ฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีเงินมากเท่าใด แต่ ขึ้นอยู่กับปริมาณของสินค้าและบริการทั้งหมดที่ถูกผลิตออกมาและ จำนวนประชากร 32

33 EC210 2/2552  ปริมาณสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ประเทศผลิตได้ในช่วงเวลาหนึ่งปี  มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ประเทศผลิตได้ในช่วงเวลาหนึ่งปี รายได้ประชาชาติ : ความหมาย 33

34 EC210 2/2552  ใช้เป็นตัวชี้วัดฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศ ( และความเป็นอยู่ของประชากรใน ประเทศ )  ทำให้ทราบว่าเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบรายได้ประชาชาติ ระหว่างปี  ใช้ในการเปรียบเทียบภาวะทางเศรษฐกิจกับประเทศอื่น  ใช้ในการวัดความสำเร็จของนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐ  ใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รายได้ประชาชาติ : ความสำคัญ 34

35 EC210 2/2552  สินค้าและบริการที่ไม่ผ่านตลาด  กิจกรรมที่ไม่มีรายงาน / จดบันทึก เช่น อาชีพอิสระต่างๆ  กิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การค้ายาเสพติด หวยใต้ดิน  เงินโอนของรัฐและเอกชน  การซื้อของใช้แล้ว  เงินที่ได้จากการชำระหนี้เงินกู้เพื่อการบริโภค  เงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินที่มีอยู่แล้ว  การซื้อขายหุ้น การพนัน รายได้ประชาชาติ ไม่นับรวมอะไรบ้าง 35

36 EC210 2/2552 แบบจำลองกระแสหมุนเวียน (Circular Flow Diagram) คือ แบบจำลองที่แสดงถึงความสัมพันธ์อย่างง่ายๆ ของการหมุนเวียนของผลผลิต รายจ่าย และรายได้ของแต่ละภาคเศรษฐกิจ (Sector) ของระบบเศรษฐกิจ NOTE หน่วยเศรษฐกิจ (economic unit) คือ ผู้ดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น ผู้บริโภค, ผู้ผลิต ภาคเศรษฐกิจ (economic sector) หมายรวมถึงหน่วยเศรษฐกิจที่มีบทบาทหน้าที่ และ เป้าหมายที่เหมือนกันเข้าด้วยกัน 36

37 EC210 2/2552 ภาคครัวเรือน (Household Sector) • เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต : ทุน ที่ดิน แรงงาน ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ (Business Sector) • ทำการผลิตสินค้าและบริการ ภาครัฐบาล (Government Sector) • ทำหน้าที่ให้การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างมีระบบและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยรวม ภาคการเงิน (Financial Sector) • ทำหน้าที่รับเงินออม และปล่อยเงินลงทุน ภาคต่างประเทศ (Foreign Sector) • ทำธุรกรรมการซื้อขายระหว่างประเทศ ภาคเศรษฐกิจ (Economic Sector) ประกอบด้วย 37

38 EC210 2/2552 แบบจำลองกระแสหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ  ระบบเศรษฐกิจแบบปิด : ภาคครัวเรือน & ภาคธุรกิจ  ระบบเศรษฐกิจแบบปิด : ภาคครัวเรือน, ภาคธุรกิจ, ภาคการเงิน  ระบบเศรษฐกิจแบบปิด : ภาคครัวเรือน, ภาคธุรกิจ, ภาคการเงิน และ ภาครัฐบาล  ระบบเศรษฐกิจแบบเปิด : ภาคครัวเรือน, ภาคธุรกิจ, ภาครัฐบาล, ภาคการเงิน, และ ภาคต่างประเทศ 38

39 EC210 2/2552  ภาคธุรกิจ vs ภาคครัวเรือน  ภาคครัวเรือน : จ่ายเงินซื้อสินค้า (C)  ภาคธุรกิจ : จ่ายเงินจ้างปัจจัยการผลิต  รายได้ที่ภาคครัวเรือนได้รับทั้งหมดจะถูกใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและ บริการ ระบบเศรษฐกิจแบบปิด : ภาคครัวเรือน & ภาคธุรกิจ 39

40 EC210 2/2552 ภาคธุรกิจ ภาคครัวเรือน ปัจจัยการผลิต ( แรงงาน ที่ดิน ทุน ผู้ประกอบการ ) สินค้าและบริการ รายได้ ( ค่าจ้าง ค่าเช่า ดอกเบี้ย กำไร ) รายจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ ระบบเศรษฐกิจแบบปิด: ภาคครัวเรือน & ภาคธุรกิจ 40

41 EC210 2/2552  กระแสหมุนเวียน :  กระแสแท้จริง (Real Flow) - แสดงถึงผลผลิตและปัจจัย การผลิต ( กระแสที่เป็นตัวสินค้าหรือเป็นปัจจัยที่ใช้ในการ ผลิตสินค้า )  กระแสตัวเงิน (Money Flow) - แสดงถึงรายได้รวมและ รายจ่ายรวม ( กระแสที่เป็นตัวเงิน ) มูลค่าผลผลิตรวม = รายได้รวม = รายจ่ายรวม 41

42 EC210 2/2552 ระบบเศรษฐกิจแบบปิด : ภาคครัวเรือน, ภาคธุรกิจ, ภาคการเงิน Q: หากมีการรั่วไหลของกระแสหมุนเวียน เช่น ครัวเรือนมีการออมรายได้ จะ ส่งผลอย่างไร A: จะทำให้เศรษฐกิจหดตัว เพราะสินค้าและบริการไม่สามารถขายได้หมด แต่ ผลกระทบดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นหากการออมได้รับการชดเชยโดยมีการอัด ฉีดการลงทุนเข้าสู่ระบบ ส่วนรั่วไหล หมายถึง รายได้ส่วนที่รั่วไหลออกนอกกระแสการหมุนเวียน ส่วนอัดฉีด หมายถึง รายได้ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาในกระแสหมุนเวียน 42

43 EC210 2/2552 ครัวเรือน ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน เงินออม การลงทุน สินค้าและบริการ ปัจจัยการผลิต ( แรงงาน ที่ดิน ทุน ผู้ประกอบการ ) รายจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ รายได้ ( ค่าจ้าง ค่าเช่า ดอกเบี้ย กำไร ) ระบบเศรษฐกิจแบบปิด : ภาคครัวเรือน, ภาคธุรกิจ, ภาคการเงิน ส่วนรั่วไหล : การออม (S) ส่วนอัดฉีด : การลงทุน (I) 43

44 EC210 2/2552 ครัวเรือน ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน ภาครัฐบาล เงินออม การลงทุน ภาษี รายจ่ายของรัฐบาล ภาษี สินค้าและบริการ ปัจจัยการผลิต ( แรงงาน ที่ดิน ทุน ผู้ประกอบการ ) รายจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ รายได้ ( ค่าจ้าง ค่าเช่า ดอกเบี้ย กำไร ) ระบบเศรษฐกิจแบบปิด : ภาคครัวเรือน, ภาคธุรกิจ, ภาคการเงิน และ ภาครัฐบาล ส่วนรั่วไหล : การออม (S), ภาษี (T) ส่วนอัดฉีด : การลงทุน (I), รายจ่ายรัฐบาล (G) 44

45 EC210 2/2552 ระบบเศรษฐกิจแบบเปิด ( ทุกภาคเศรษฐกิจ ) ภาคต่างประเทศ ครัวเรือน ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน ภาครัฐบาล เงินออม การลงทุน ภาษี รายจ่ายของรัฐบาล มูลค่าการส่งออก มูลค่าการนำเข้า ภาษี สินค้าและบริการ ปัจจัยการผลิต ( แรงงาน ที่ดิน ทุน ผู้ประกอบการ ) รายจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ รายได้ ( ค่าจ้าง ค่าเช่า ดอกเบี้ย กำไร ) 45

46 Everyone’s expenditures go somewhere. Every transaction must have two sides. 46 EC210 2/2552

47 The Three Market Arenas  Households, firms, the government, and the rest of the world all interact in the goods-and-services, labor, and money markets. 47 EC210 2/2552

48 ส่วนรั่วไหล (Leakage) รายได้ที่รั่วไหลออกนอกกระแสหมุนเวียน ได้แก่ • การออม (S) • ภาษี (T) • การซื้อสินค้าต่างประเทศ (M) ส่วนอัดฉีด (Injection) รายได้ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาในกระแส หมุนเวียน ได้แก่ • การลงทุนของภาคธุรกิจ (I) • การใช้จ่ายของภาครัฐบาล (G) • รายรับจากการส่งออก (X) ระบบเศรษฐกิจแบบเปิด ( ทุกภาคเศรษฐกิจ ) 48

49 EC210 2/2552  หากส่วนรั่วไหลเท่ากับส่วนอัดฉีด กระแสหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจก็จะอยู่ใน ดุลยภาพ ( ผลผลิต = รายได้ = รายจ่าย ), e.g.,  การลงทุน = การออม  การใช้จ่ายของรัฐ = ภาษี ( งบประมาณสมดุล )  การนำเข้า = การส่งออก  S+T+M = I+G+X  จะพบว่าส่วนที่รั่วไหลออกจากกระแสหมุนเวียน ก็จะถูกอัดฉีดกลับมาสู่ กระแสหมุนเวียนทั้งหมด 49

50 EC210 2/2552 ระบบเศรษฐกิจแบบเปิด ( ทุกภาคเศรษฐกิจ ) ภาคต่างประเทศ ครัวเรือน ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน ภาครัฐบาล เงินออม การลงทุน ภาษี รายจ่ายของรัฐบาล มูลค่าการส่งออก มูลค่าการนำเข้า ภาษี สินค้าและบริการ ปัจจัยการผลิต ( แรงงาน ที่ดิน ทุน ผู้ประกอบการ ) รายจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ รายได้ ( ค่าจ้าง ค่าเช่า ดอกเบี้ย กำไร ) 50

51 EC210 2/2552 วิธีการคำนวณแบ่งได้เป็น : 1. การคำนวณทางผลผลิต (Product Approach) 2. การคำนวณทางรายจ่าย (Expenditure Approach) 3. การคำนวณทางรายได้ (Income Approach) มูลค่าผลผลิตรวม = รายได้รวม = รายจ่ายรวม 51

52 EC210 2/ การคำนวณทางผลผลิต (Product Approach) 1.1 คำนวณจากผลรวมของมูลค่าสินค้าและบริการขั้นสุดท้าย ทั้งหมด รายได้ประชาชาติ = p 1 q 1 +p 2 q 2 + p 3 q 3 +….+p n q n *** วัดด้วยมูลค่า ( บาท ) เพื่อแก้ปัญหาเรื่องหน่วยนับ *** 52

53 EC210 2/ คำนวณจากผลรวมของมูลค่าเพิ่ม (VALUE ADDED) Q: ทำไมเราจึงใช้มูลค่าเพิ่มแทนมูลค่าสินค้าขั้นสุดท้าย ?  เป็นการยากที่จะแยกแยะได้ว่า สินค้าตัวใดในตลาดเป็นหรือไม่เป็นสินค้าขั้น สุดท้าย  หากเราพลาดไปนับสินค้าที่ไม่ใช้สินค้าขั้นสุดท้าย มูลค่าของสินค้านั้นๆ ก็จะไป ปรากฏซ้ำ อีกทีเมื่อสินค้านั้นๆ ถูกนำไปใช้ในการผลิตสินค้าอีกชนิด มูลค่าเพิ่ม = มูลค่าสินค้าที่ผลิต – มูลค่าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง 53

54 EC210 2/2552 ตัวอย่างการคำนวณมูลค่าเพิ่ม ขั้นตอนการผลิตมูลค่าสินค้ามูลค่าข้าวขั้นกลาง มูลค่าเพิ่ม ของการผลิต ชาวนาปลูกข้าว 600 โรงสี พ่อค้าขายส่ง พ่อค้าขายปลีก ,

55 EC210 2/ การคำนวณทางรายจ่าย (Expenditure Approach) รายได้ประชาชาติ = C + I + G + (X-M) C = รายจ่ายในการบริโภคของเอกชน I = รายจ่ายในการลงทุนในประเทศของเอกชน G = รายจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการของรัฐ X = มูลค่าสินค้าและบริการส่งออก M = มูลค่าสินค้าและบริการนำเข้า 55

56 ความสัมพันธ์ของหน่วยทางเศรษฐกิจ ภาคครัวเรือน ตลาดสินค้า ภาคการผลิต ตลาดปัจจัยการผลิต ตลาดเงิน ตลาดทุน C Y S รัฐบาล G ต่างประเทศ X tax W+R+I+PW+R+I+P I M I S C GDP 56 EC210 2/2552

57 คือ รายจ่ายของผู้บริโภคเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการ  สินค้าคงทน / ถาวร (Durable goods)  เช่น รถยนต์ Computer และ เครื่องเรือนภายในครัวเรือน  สินค้าไม่คงทน (Non-durable goods)  เช่น อาหาร และ เครื่องนุ่งห่ม  บริการ (Services)  เช่น บริการทางสาธารณสุข และ บริการทางการศึกษา *** ยกเว้น ค่าใช้จ่ายเพื่อที่อยู่อาศัย, ของที่ใช้แล้ว และเงินโอน (Transfer payment) *** C = รายจ่ายในการบริโภคของเอกชน 57

58 EC210 2/2552 คือ รายจ่ายการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่จ่ายโดยภาคธุรกิจ  ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารใหม่  การก่อสร้างโรงงาน โกดังเก็บสินค้า และการสร้างที่อยู่อาศัย  ค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องจักร  การเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลัง  สินค้าคงคลังถือว่าเป็นสินค้าและบริการขั้นสุดท้าย *** ยกเว้น การซื้อที่ดิน / บ้านเก็งกำไร, การซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์, การซื้อเครื่องจักรที่ใช้ แล้ว ( ในประเทศ ) *** I = รายจ่ายในการลงทุนในประเทศของเอกชน 58

59 EC210 2/2552 ส่วนเปลี่ยนสินค้าคงคลัง = สินค้าคง คลัง ปลายปี – สินค้าคง คลัง ต้นปี บวก (+): สินค้าที่ผลิตมากกว่าสินค้าที่ขายในปีนั้น รายจ่ายเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น e.g., ปลายปี (12) - ต้นปี (10) = +2 ลบ (-): สินค้าที่ผลิตน้อยกว่าสินค้าที่ขายในปีนั้น รายจ่ายเพื่อการลงทุนลดลง e.g., ปลายปี (6) - ต้นปี (10) = -4 59

60 ตัวอย่าง : ส่วนเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงเหลือ สมมติว่าทุกปี จะผลิตสินค้ามูลค่า 100 บาท 1 มค. 51 มีสินค้าคงเหลือ 10 บาท 31 ธค. 51 มีสินค้าคงเหลือ 12 บาท ปี 51 ขายสินค้าได้ 98 บาท GDP ผลผลิต = GDP รายจ่าย = + 2 แสดงว่าปี 51 มีสินค้าที่ผลิตเหลืออยู่ 2 บาท จึงต้องนำไปรวมในการคิด GDP ด้านรายจ่ายด้วย ส่วนเปลี่ยนสินค้า คงเหลือ = EC210 2/2552 มูลค่าของสินค้าที่ผลิตใน 1 ปี  GDP

61 ตัวอย่าง : ส่วนเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงเหลือ สมมติว่าทุกปี จะผลิตสินค้ามูลค่า 100 บาท 1 มค. 51 มีสินค้าคงเหลือ 10 บาท 31 ธค. 51 มีสินค้าคงเหลือ 6 บาท ปี 51 ขายสินค้าได้ 104 บาท GDP ผลผลิต = GDP รายจ่าย = - 4 แสดงว่าปี 51 มีการนำสินค้าจากปีที่แล้วมาขาย 4 หน่วย จึงต้องหักออกในการคิด GDP ด้าน รายจ่ายด้วย ส่วนเปลี่ยนสินค้า คงเหลือ = EC210 2/2552 มูลค่าของสินค้าที่ผลิตใน 1 ปี  GDP

62 EC210 2/2552 คือ รายจ่ายของภาครัฐทั้งในระดับ ประเทศและส่วนภูมิภาคที่มีต่อการซื้อ สินค้าและบริการขั้นสุดท้าย  รายจ่ายเพื่อการบริโภค  รายจ่ายเพื่อการลงทุน *** ยกเว้น รายจ่ายเงินโอน, เงินอุดหนุน, ดอกเบี้ยชำระหนี้ *** เงินโอน (Transfer Payment) & ดอกเบี้ย :  ไม่นับเพราะว่ารัฐจ่ายให้โดยไม่ได้รับสินค้าและบริการอะไรเป็นการแลกเปลี่ยนกลับมา G = รายจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการของรัฐ 62

63 EC210 2/2552  การส่งออกสุทธิ (Export – Import, X-M)  ส่วนต่างระหว่างมูลค่าการส่งออก ( ยอดขายของสินค้าและ บริการที่ผลิตในไทยส่งออกไปยังต่างประเทศ ) และมูลค่าการ นำเข้าสินค้าที่ผลิตในต่างประเทศของชาวไทย NET EXPORT = มูลค่าสินค้าส่งออก - มูลค่าสินค้านำเข้า X = มูลค่าสินค้าและบริการส่งออก M = มูลค่าสินค้าและบริการนำเข้า 63

64 EC210 2/2552  Export: ต้องนับรวมเพราะเป็นรายจ่ายที่ต่างประเทศ จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการในประเทศ  Import: ต้องหักออกเพราะเป็นรายจ่ายเพื่อการบริโภค สินค้าและบริการที่ผลิตจากต่างประเทศ C – C Import = C ภาย ในประเทศ I – I Import = I ภาย ในประเทศ G – G Import = G ภาย ในประเทศ 64

65 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 ในไตรมาส เดียวกัน  ไตรมาสแรกของปี 2552  ค่าใช้จ่ายด้านการบริโภคภาคเอกชน มีอัตรา การเติบโตติดลบถึงร้อยละ 2.6  การลงทุนภาคเอกชน(Real Investment) ติดลบร้อยละ 17.7  การลงทุนของภาครัฐ ติดลบถึงร้อยละ 9.1 ขณะที่การใช้จ่ายบริโภคภาครัฐยังคงเป็น บวกร้อยละ 2.8  มูลค่าการส่งออก ติดลบร้อยละ19.9 และ มูลค่านำเข้าติดลบถึงร้อยละ 38.3 ทำไมเศรษฐกิจปี 2552 จึงหดตัว 65 EC210 2/2552

66 มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการมีอัตราการเติบโตเมื่อเทียบในไตรมาสเดียวกัน ลดลงต่ำสุดในรอบ 7 ปี -ปี 2551 ไตรมาสที่ 4 ติดลบร้อยละ 8 ไตรมาส 1-3 อัตราการเติบโตเป็นบวกประมาณร้อยละ และ ตามลำดับ -ปี 2552 ไตรมาสแรก ติดลบถึงร้อยละ 16 มูลค่านำเข้าสินค้าและบริการ ยังคงเป็นบวกแต่มีอัตราการเติบโตลดลง -ปี 2551 ไตรมาสที่ 4 มีอัตราการเติบโตเพียงร้อยละ 1.02 ไตรมาส 1-3 อัตราการเติบโตถึงร้อยละ และ ตามลำดับ - ปี 2552 ไตรมาสแรก ติดลบถึงร้อยละ 31 ที่มา: จากการคำนวณ 66 EC210 2/2552

67 ตารางแสดงมูลค่าและสัดส่วนการส่งออกต่อ GDP ไตรมาสแรกของปี พ.ศ.มูลค่าการส่งออก(ล้านบาท)สัดส่วนการส่งออกต่อ GDP , , , , , , , , , , , , EC210 2/2552

68 3. การคำนวณทางรายได้ (Income Approach)  Rents (r) = เงินได้ที่เกิดจากการให้เช่าทรัพย์สิน  Wages (w) = เงินเดือน + ค่าจ้างทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐบาล  Interests (i) = เงินได้ที่เกิดจากเงินทุนให้กู้ (I)  Profits = ผลตอบแทนของผู้ประกอบการ National Income (NI) = Rents + Wages + Interests + Profits GDP = r + w + i + Profit + ภาษีธุรกิจทางอ้อม + ค่าเสื่อมราคา 68

69 EC210 2/2552  ค่าจ้าง (Wage) : เงินเดือนค่าจ้างและผลตอบแทนลูกจ้างอื่นๆในภาคเอกชนและ ภาครัฐบาล ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน  ค่าเช่า (Rent) : ผลตอบแทนที่เอกชนได้รับจากการให้เช่าทรัพย์สิน  ดอกเบี้ย (Interest) : เงินได้ที่เกิดจากเงินทุนให้กู้  กำไร (Profit) : ผลตอบแทนของผู้ประกอบการ  ภาษีธุรกิจทางอ้อม (Indirect Business Taxes) : ภาษีต่างๆ ที่เก็บจากสินค้า เช่น ภาษีการค้า, ภาษีสรรพสามิต, ภาษีศุลกากร  ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) : การสึกหรอที่เกิดจากการใช้งานของปัจจัยการ ผลิตที่เป็นทุน มูลค่าของทุนที่ซื้อมา - มูลค่าซาก อายุการใช้งานของทุน = Depreciation 69

70 EC210 2/2552  สินค้าและบริการที่ไม่ผ่านตลาด  กิจกรรมที่ไม่มีรายงาน / จดบันทึก เช่น อาชีพอิสระต่างๆ  กิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การค้ายาเสพติด หวยใต้ดิน  เงินโอนของรัฐและเอกชน  การซื้อของใช้แล้ว  เงินที่ได้จากการชำระหนี้เงินกู้เพื่อการบริโภค  เงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินที่มีอยู่แล้ว  การซื้อขายหุ้น การพนัน รายได้ประชาชาติ ไม่นับรวมอะไรบ้าง 70

71 EC210 2/2552  ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) คือ มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายทั้งหมดที่ผลิตขึ้นได้ภายในประเทศในช่วงระยะเวลา 1 ปี *** สินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศ โดยไม่คำนึงถึงว่าใครเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ***  ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (Gross National Product: GNP) คือ มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายทั้งหมดที่พลเมืองของประเทศนั้นๆ ผลิตขึ้นได้ ในช่วงระยะเวลา 1 ปี *** สินค้าและบริการที่ผลิตด้วยปัจจัยการผลิตของประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะผลิตที่ประเทศใดๆ ใน โลกนี้ก็ตาม *** 71

72 EC210 2/ ตัวอย่าง GDP ไทย GNP ไทย มูลค่าของถนนที่บริษัท ก่อสร้างไทยไปสร้างในลาว มูลค่าของของรถยนต์ญี่ปุ่นที่ ผลิตในไทยโดยบริษัท รถยนต์ญี่ปุ่น รายได้ของคนงานไทยที่ไป ทำงานก่อสร้างในไต้หวัน

73 EC210 2/2552 NFIA = ผลตอบแทนปัจจัยการผลิตของไทยในต่างประเทศ – ผลตอบแทนปัจจัยการผลิตของต่างประเทศในไทย GNP > GDP: ต่างประเทศเอารายได้ไปจากไทยน้อยกว่าไทย ไปเอารายได้จากต่างประเทศ (NFIA = Positive) GNP < GDP : ต่างประเทศเอารายได้ไปจากไทยมากกว่าไทย ไปเอารายได้จากต่างประเทศ (NFIA = Negative) GNP = GDP + เงินได้สุทธิของปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศ (Net Factor Income FROM ABROAD) 73

74 EC210 2/2552 ตัวอย่าง สมมติว่า ไทยไปลงทุนในต่างประเทศ ( ลาวเท่านั้น ) มูลค่า ล้านบาท คือ ผลตอบแทนปัจจัยการผลิตของไทยในต่างประเทศ ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวที่มาลงทุนในไทย มูลค่า ล้านบาท คือ ผลตอบแทนปัจจัยการผลิตของต่างประเทศในไทย GNP < GDP: ต่างประเทศเอารายได้ไปจากไทยมากกว่าไทย ไปเอารายได้จากต่างประเทศ (NFIA = Negative) 74

75 EC210 2/2552 GDP (GNP) per capita รายได้เฉลี่ยต่อหัว (GDP Per Capita)  รายได้เฉลี่ยต่อหัว (GDP Per Capita) เป็นตัวแปรที่บ่งบอกได้ถึงมาตรฐาน การครองชีพโดยเฉลี่ยของประชาชนในประเทศ  เนื่องจากประเทศต่างๆ มีจำนวนประชากรไม่เท่ากัน การใช้ตัวเลข GDP เพื่อ แสดงถึงมาตรฐานการครองชีพโดยเฉลี่ยของประชาชนย่อมไม่สามารถทำได้ โดยไม่สนใจถึงจำนวนประชากร Example: ในปี 2008 ประเทศมี GDP = 1,000 บาท และมีประชากร = 4 คน  GDP per capita = 1,000/4 = 250 บาท 75

76 3066 (1996)3,212 (2006) ที่มา : ดร. ชลจิต วรวังโส ( สถาบันนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ) 76 EC210 2/2552

77 CountryGDP (millions of US dollars) PopulationGDP per capita (US dollars) U.S.A.11,667, ,507,000 39, Japan4,623, ,764,000 36, Germany2,714,418 82,631,000 32, China1,649,329 1,296,500,000 1, Thailand163,491 62,387,000 2, Malaysia117,776 25,209,000 4, Singapore106,818 4,335,000 24, Vietnam45,210 82,162, รายได้เฉลี่ยต่อหัวในปี 2550 ของไทย เท่ากับ 124,831 บาทต่อคนต่อปี

78 78 เศรษฐกิจไทยและเกาหลีใต้ เกาหลีใต้ ไทย GDP in Billion US $ รายได้ต่อประชากร US$ เกาหลีใต้ ไทย ที่มา : ดร. ชลจิต วรวังโส ( สถาบันนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ) EC210 2/2552

79 Nominal GDP & Real GDP  ในการคำนวน GDP เราใช้ราคาของสินค้าชนิดนั้นๆ (current market price) คูณกับปริมาณของสินค้าชนิดนั้นๆ GDP = p 1 q 1 +p 2 q 2 + p 3 q 3 +….+p n q n  การเพิ่มของ GDP มาได้จาก 2 สาเหตุ  1. ผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น  2. ราคาเพิ่มสูงขึ้น 79

80 EC210 2/2552 Case 1 ปริมาณผลผลิตเพิ่ม Case 2 ปริมาณผลผลิตลดลง YearPriceQuantity Nominal GDP PriceQuantity Nominal GDP

81 EC210 2/2552  การดูค่า GDP จากวิธีข้างต้นจึงเป็นการยากที่จะบอกได้ว่าผลผลิตที่ แท้จริงของประเทศ เพิ่มสูงขึ้น คงที่ หรือ ลดลง  เราจึงต้องพยายามแยก GDP ที่นับเฉพาะแค่ผลการเปลี่ยนแปลง ในปริมาณสินค้า (Real GDP) ออกจาก GDP ที่นับทั้งผลจากการ เปลี่ยนแปลงทั้งในราคาและปริมาณ (Nominal GDP)  วิธีคิดก็คือการนำเอาราคาของปีใดปีหนึ่งมาเป็นฐาน แล้วพยายาม คิดมูลค่าของ GDP ของปีอื่นๆโดยใช้ราคาของปีฐานเป็นหลัก 81

82 EC210 2/2552 Case 2 ปริมาณผลผลิตลดลง Case 3 ( ใช้ปี 2040 เป็นปีฐาน ) YearPriceQuantity Nominal GDP Price (2040) Quantity Real GDP

83 EC210 2/2552  Nominal และ Real GDP  GDP ที่คำนวณโดยใช้ ราคาปัจจุบัน เรียกว่า Nominal GDP  GDP ที่คำนวณโดยใช้ ราคาปีฐาน เรียกว่า Real GDP  นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ความรู้ข้างต้นเพื่อหาดัชนีราคา (Price Index) 83

84 EC210 2/2552 ดัชนีราคา (Price Index): = Nomial GDP/Real GDP Note: Variable-weight price index Other Methods: Fixed-weight price index Consumer price index GDP Deflator = มูลค่าปัจจุบันของสินค้าและบริการ ณ. ราคาปัจจุบัน มูลค่าปัจจุบันของสินค้าและบริการ ณ. ราคาปีฐาน 84

85 EC210 2/2552 ปี 2040: Deflator = 120/120=1  ราคาของปีฐาน ปี 2041: Deflator = 160/100=1.6  ราคาของปี 2041 สูงกว่าราคาของปี 2540 เท่ากับ 60% ปี 2042 : Deflator = 240/80=3  ราคาของปี 2042 สูงกว่าราคาของปี 2540 เท่ากับ 200% 85

86 ผลิตภัณฑ์รวมของประเทศไทย ( พันล้านบาท ) EC210 2/ Source : Bank of Thailand

87 EC210 2/2552 การคำนวณรายได้ประเภทอื่นๆ (FYI only!)  NNP (Net National Product)  National Income (NI)  Personal Income (PI)  Disposable Income (DI) ( ดูรายละเอียดในหนังสือหน้า 95-98) 87

88 EC210 2/

89 EC210 2/2552  การบริโภคของภาคเอกชน (Private consumption) จัดว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของ GDP  หากดูตามสัดส่วนของภาคการผลิตต่างๆ จะเห็นได้ว่า ภาคอุตสาหกรรม (Manufacturing sector) นั้นมี บทบาทสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน 89

90 EC210 2/2552 ข้อมูลรายได้ประชาชาติสามารถมีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน เช่น  GDP ช่วยให้เราทราบถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ  GDP แสดงให้เห็นการขยายตัว ( หดตัว ) ทางเศรษฐกิจ  GDP คำนวนทางด้านรายจ่ายมวลรวมทำให้ทราบถึงแบบแผนการใช้จ่ายในประเทศ  GDP คำนวนทางด้านรายได้แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างของผลตอบแทนต่อปัจจัย การผลิต  GDP แสดงให้เห็นถึงการผลิตในภาคต่างๆ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการ ผลิตของประเทศ 90

91 EC210 2/2552  ข้อมูล GDP สามารถนำมาใช้ในการประเมินความสำเร็จของนโยบายทาง เศรษฐกิจต่างๆ และใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ในอนาคต  แม้ว่าตัวเลข GDP จะมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยบอกถึงความมั่งคั่งและ ทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งซึ่งตัวเลข GDP ไม่สามารถ วัดได้  GDP ไม่สามารถนับรวมมูลค่าของสินค้าบางประเภทที่ผลิตที่ขึ้นในประเทศ  GDP ไม่สามารถบอกได้ถึงการกระจายรายได้ของประเทศ  GDP ไม่สามารถวัดได้ถึงคุณภาพของสินค้าและบริการ  GDP ไม่ได้บอกถึง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  GDP ไม่สามารถวัดความสุขของมนุษย์ได้ 91

92 GDP ไม่สามารถบอกได้ถึงการกระจายรายได้ของประเทศ นาย ข นาย ก 100 GDP ประเทศ Bประเทศ A 92 EC210 2/2552

93 มูลค่ารวมผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP) EC210 2/ ลำดับที่จังหวัดมูลค่า(ล้านบาท)% 1กรุงเทพมหานคร2,190, สมุทรปราการ534, ระยอง527, ชลบุรี407, พระนครศรีอยุธยา295, สมุทรสาคร280, ปทุมธานี175, ฉะเชิงเทรา168, สงขลา152, นครราชสีมา134, ทั่วราชอาณาจักร7,816, จังหวัดที่มีมูลค่ารวมผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP) สูงสุด ลำดับที่จังหวัดมูลค่า(ล้านบาท)% 1แม่ฮ่องสอน8, อำนาจเจริญ10, มุกดาหาร11, หนองบัวลำภู13, สมุทรสงคราม13, ระนอง15, นครนายก15, อุทัยธานี16, ยโสธร16, ตราด18, ทั่วราชอาณาจักร7,816, จังหวัดที่มีมูลค่ารวมผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP) ต่ำสุด

94 รายได้ประชาชาติ ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อ เวลาว่างหรือเวลาพักผ่อน (leisure) ของบุคคล GDP 51 = 500 ล้านบาท GDP 54 = 1,000 ล้านบาท ทำงาน 8 ชั่วโมง / วัน ทำงาน 20 ชั่วโมง/วัน GDP ไม่สามารถวัดความสุขของมนุษย์ได้ 94 EC210 2/2552

95  การเติบโตทางเศรษฐกิจ คือ การเพิ่มขึ้นของ GDP GDP Growth = GDP t – GDP t-1 GDP t-1 GDP t : รายได้ประชาชาติของปีปัจจุบัน GDP t-1 : รายได้ประชาชาติของปีก่อน X

96 EC210 2/2552  การเติบโตทางเศรษฐกิจสามารถเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัย คือ  การเพิ่มขึ้นของปัจจัยการผลิต : เช่น การเพิ่มขึ้นของประชากรประเทศ การนำ ทรัพยากรธรรมชาติใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการผลิต  การพัฒนาคุณภาพของปัจจัยการผลิต ( ใช้ปัจจัยเท่าเดิม แต่ผลิตได้มากขึ้น ): คือ การพัฒนาผลิตภาพนั่นเอง  ผลิตภาพ (Productivity) คือ ผลผลิตต่อหนึ่งหน่วยปัจจัยการผลิต Productivity = Output Input  ผลิตภาพ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกำหนดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ( อย่าง ยั่งยืน ) ของประเทศ  การเพิ่มขึ้นของผลิตภาพ สามารถเกิดได้จากการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การ พัฒนาเทคโนโลยี และ การพัฒนาความรู้ความสามารถในการผลิตสินค้าอื่นๆ 96

97 www. EC210 2/ ประกอบด้วย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Productivity Index) ดัชนีการส่งสินค้า (Shipment Index) ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง (Finished Goods Inventory) ดัชนีอัตราส่วนสินค้าสำเร็จรูปคงคลังต่อการส่งสินค้า (Inventory Ratio Index)

98 EC210 2/2552 ความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  " เงินเฟ้อ " หมายความว่า " ภาวะทางเศรษฐกิจที่ปริมาณเงินหมุนเวียนในประเทศมาก เกินไปทําให้ราคาสินค้าแพงและเงินเสื่อมค่า "  " เงินฝืด " หมายความว่า " ภาวะทางเศรษฐกิจที่ปริมาณเงินหมุนเวียนในประเทศมีน้อยไป การใช้จ่ายลดน้อยลง ทําให้ราคาสินค้าตก " ปัจจุบันในทางเศรษฐศาสตร์ เงินเฟ้อ หรือ Inflation จะมีความหมายอีกความหมายหนึ่ง นั่นคือ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีราคา (Price Index) ซึ่งหมายถึงภาวะสินค้าราคาแพง ขึ้น 98

99 EC210 2/2552 แรงดึงทางด้านอุปสงค์ (Demand – pull inflation)  เกิดจากการที่อุปสงค์มวลรวมมีมากกว่าอุปทานมวลรวม ณ ระดับราคาที่เป็นอยู่ จะมีผลทําให้ ระดับราคาเพิ่มสูงขึ้น อาจเนื่องมาจาก  ความต้องการใช้จ่ายมวลรวมเพิ่มขึ้น  การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น GDP เพิ่ม ก็จะเกิด ปัญหา เงินเฟ้อตามมาได้  ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แรงผลักดันด้านต้นทุน (Cost – push inflation)  เกิดจากการผลักดันของต้นทุนการผลิต ( ทางด้าน Supply)  การเรียกร้องขึ้นค่าแรงของคนงาน ค่าแรงที่เพิ่มขึ้น  การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ หรือทรัพยากรที่ใช้ในการผลิต  การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ สาเหตุของเงินเฟ้อ 99

100 EC210 2/2552 ผลกระทบต่อผู้ที่มีรายได้คงที่ / คนกินเงินเดือน • ค่าของหน่วยเงินตราจะลดลง ทำให้อำนาจการซื้อต่ำลง ผลกระทบต  อบรรดาเจ้าหนี้และลูกหนี้ • ทำให้ภาระหนี้ที่แท้จริงลดต่ำลง • ลูกหนี้ : ได้รับผลดี ( เหมือนคืนเงินมูลค่าน้อยลง ) • เจ้าหนี้ : ต้องพิจารณาอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ กับ เงินเฟ้อให้ดี ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ / ผู้ผลิต • หากราคาสินค้าสูงขึ้น มากกว่า ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ผปก. จะได้กำไร ผลกระทบของเงินเฟ้อ 100

101 EC210 2/2552 ผลกระทบของเงินเฟ้อ 101 ผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ • ส่งเสริมให้การใช้ทรัพยากรไม่เกิดประโยชน์ เช่น การเก็งกำไร • ส่งเสริมให้เกิดแรงจูงใจนำเงินออกนอกประเทศ • ทำให้ ภาครัฐ จำเป็นต้องแทรกแซงกลไกตลาด เช่น การกำหนดราคาขั้นสูง

102 EC210 2/

103 EC210 2/ ความนำ : เหตุผลที่รัฐบาลเข้ามามีบทบาทในทางเศรษฐกิจ 7.2 ความหมายและวัตถุประสงค์ของนโยบายการคลัง 7.3 เครื่องมือของนโยบายการคลัง งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล (Government expenditure) งบประมาณรายรับของรัฐบาล (Governmentt revenue) หนี้สาธารณะ (Public debt) Outline 103

104 EC210 2/ ประเภทของนโยบายการคลัง  จำแนกตามลักษณะการทำงานของนโยบาย  นโยบายการคลังแบบอัตโนมัติ (Non-Discretionary Policy or Built-In Stabilizer)  นโยบายการคลังแบบตั้งใจ หรือ แบบดุลพินิจ (Discretionary Policy)  จำแนกไปตามลักษณะปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องแก้ไข  นโยบายการคลังแบบขยายตัว (Expansionary Fiscal Policy)  นโยบายการคลังแบบหดตัว (Contractionary Fiscal Policy) Outline 104

105 22 ม. ค.2552: คลังเล็งเก็บภาษีที่ดิน - สิ่งปลูกสร้าง - มรดก  นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมพิจารณาการจัดเก็บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณา ของคณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง แต่การเก็บภาษีดังกล่าวจะต้องสร้าง ความเป็นธรรม มีการกำหนดโครงสร้างจัดเก็บภาษีที่เหมาะสม  ส. ส. ทั้งฝ่ายค้าน - รัฐบาล เห็นตรงกัน ค้านกฎหมายภาษีที่ดิน - มรดก “ พิเชษฐ ” ปัด ขวาง แต่ให้ศึกษาให้ดี หวั่น ภาษีมรดก ทำครอบครัวแตกแยก ลูกทอดทิ้งบุพการี เหตุเลี่ยงภาษีโอนก่อนตาย อ้างหลายประเทศ ( อังกฤษ / ญี่ปุ่น ) กำลังยกเลิก EC210 2/

106 EC210 2/2552  โดยทั่วไปนักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่าการทำงานของตลาดนั้นมีประสิทธิภาพ สูงสุด ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่ควรแทรกแซง  ยกเว้นในกรณีที่การทำงานของตลาดโดยธรรมชาติ ไม่สามารถทำให้เกิด การจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เป็นที่ต้องการของสังคม ความล้มเหลวของตลาด (Market Failure) อำนาจผูกขาด (monopoly power) สินค้าสาธารณะ (public goods) ผลกระทบภายนอก (externalities) 106

107 107 วัตถุประสงค์ในการแทรกแซงระบบเศรษฐกิจของภาครัฐ 1. เพื่อการจัดสรรทรัพยากรใหม่ (Reallocation of resources) 2. เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ (Economic stability) 3. เพื่อสนับสนุนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic growth) 4. เพื่อสนับสนุนให้มีการจ้างงานเต็มที่ (Full employment) 5. เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันในเรื่องรายได้แก่ประชาชน (Equal distribution of income) 6. เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม (Quality of life and environment) นอกจากปัญหาความล้มเหลวของตลาด (Market Failure) รัฐบาลยังมีบทบาทสำคัญใน ด้านอื่นๆ และมีวัตถุประสงค์อื่นในการแทรกแซง EC210 2/2552

108 สภาวะเศรษฐกิจ  เศรษฐกิจขยายตัว (Expansion or Boom)  GDP เพิ่มขึ้น  เงินเฟ้อ, อัตราดอกเบี้ยที่สูง  เศรษฐกิจถดถอย (Contraction or Recession)  GDP ลดลง  การว่างงานเพิ่มสูงขึ้น, เงินฝืด 108

109 EC210 2/2552 ความสัมพันธ์ของนโยบายต่างๆ กับระบบเศรษฐกิจ นโยบายการคลัง นโยบายการค้า นโยบายการเงิน ภาษี การใช้จ่ายของรัฐ ปริมาณเงิน อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน โควต้า ภาษีการค้า ระบบเศรษฐกิจ ผลผลิต การจ้างงาน ระดับราคา 109

110 EC210 2/2552 นโยบายการคลัง (Fiscal Policy)  นโยบายเกี่ยวกับการใช้รายได้และรายจ่ายของรัฐเป็นเครื่องมือในการกำหนด แนวทางเป้าหมาย และการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ ครัวเรือน ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน ภาครัฐบาล เงินออม การลงทุน ภาษี รายจ่ายของรัฐบาล ภาษี สินค้าและบริการ ปัจจัยการผลิต (แรงงาน ที่ดิน ทุน ผู้ประกอบการ) รายจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ รายได้ (ค่าจ้าง ค่าเช่า ดอกเบี้ย กำไร) 110

111 EC210 2/2552 เป้าหมายที่สำคัญของนโยบายการคลัง 1. การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 3. การกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม 2. การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ 111

112 EC210 2/2552  การเพิ่มขึ้นของ GDP ( สินค้าและบริการหรือผลผลิตมวลรวม ) อย่างต่อเนื่องและอยู่ในระดับที่เหมาะสม  Example: เมื่อเกิดเศรษฐกิจชะลอตัวหรือถดถอย แก้ไขโดย  เพิ่มการใช้จ่ายหรือใช้นโยบายงบประมาณขาดดุล  ลดภาษีเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนให้เพิ่มขึ้น เป้าหมายที่ 1 การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 112

113 EC210 2/2552  ภายในประเทศ – ป้องกันมิให้ระดับราคาเพิ่มสูงขึ้น อย่างรวดเร็วและผันผวน เกินไป, ป้องกันมิให้เกิดการว่างงานในอัตราที่สูง Example: ระดับราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ลดการใช้จ่ายหรือใช้นโยบายงบประมาณเกินดุล  เพิ่มภาษีเพื่อลดการบริโภค  ภายนอกประเทศ – ดูแลดุลการค้า ดุลการชำระเงิน เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ, อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่เหมาะสม Example: ปัญหาการขาดดุลการค้า  การใช้มาตรการภาษี ( เช่น ภาษีศุลกากร ) ที่ช่วยส่งเสริมการส่งออกและลดการนำเข้า เป้าหมายที่ 2 การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ 113

114 EC210 2/2552  กระจายความเจริญไปสู่ประชาชนอย่างยุติธรรม และลดช่องว่างระหว่างคน รวยและคนจน Example:  การจัดสรรงบประมาณสู่ชนบท  การเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า, ภาษีมรดก, ภาษีที่ดิน เป้าหมายที่ 3 การกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม 114

115 115 EC210 2/2552

116 7.3 เครื่องมือของนโยบายการคลัง  งบประมาณแผ่นดิน  แผนการเงินของรัฐบาล ประกอบด้วยประมาณการรายได้และรายจ่าย รวมทั้งการจัดหา เงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามประมาณการรายจ่ายในช่วงระยะเวลา 1 ปี ( ปีงบประมาณ 2551 เริ่ม 1 ต. ค ก. ย. 2551)  ลักษณะของการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน  งบประมาณเกินดุล (Budget Surplus)  รายได้ > รายจ่าย ออม ( เงินคงคลัง )  งบประมาณสมดุล (Balance Budget)  รายได้ = รายจ่าย  งบประมาณขาดดุล (Budget Deficit)  รายได้ < รายจ่าย กู้ยืม ( ก่อหนี้สาธารณะ ) 116 เราไม่ใช่คำว่า “ รายรับ ” เพราะ รายรับทั้งหมด = รายได้ + เงินกู้ + เงินคงคลัง

117 EC210 2/2552 เครื่องมือของนโยบายการคลังประกอบด้วย งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล (Gov’t expenditure) การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคหรือลงทุนของรัฐบาล และรายจ่ายเงินโอนของรัฐบาล งบประมาณรายได้ของรัฐบาล (Gov’t revenue) การเก็บภาษีรูปแบบต่างๆ และการขายสินทรัพย์หรือบริการของรัฐบาล หนี้สาธารณะ (Public debt) การกู้เงินของรัฐบาล 117

118 แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 รัฐวางแผนอะไรบ้างนะ ขึ้นภาษีสรรพสามิต ออก พันธบัตรกู้เงินในประเทศ 8 แสนล้าน ก่อหนี้ต่างประเทศ(เบื้องต้น 7 หมื่นล้าน ) ตัดงบกระทรวง ตัดโบนัสข้าราชการ นำกำไรจากหวยบนดิน 17,000 ล้านบาท มาใช้ และเตรียมฟื้นฟูกิจการหวยบนดิน 118 EC210 2/2552

119 รายการ(ล้านบาท)2 ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ รายได้503,757523,082559,249605,923630,670559,886 รายจ่าย548,134589,423706,097715,544790,179920,933 ดุลเงินในงบประมาณ-44,377-66, , , , ,047 ดุลเงินนอกงบประมาณ16,2412,6728,975-43,494-23,734-29,117 ดุลเงินสด-28,136-63, , , , ,164 การชดเชยดุลเงินสด28,13663,669137,873153,115183,243390,164 กู้ยืมในประเทศสุทธิ-53,296-36,01568,318107,246102,658220,369 - ธนาคารแห่งประเทศไทย5,942-11, ,077-30,397-3,998 - สถาบันการเงินที่รับฝากเงิน-62,782-23,2359,37439,740-51,89795,171 - สถาบันการเงินอื่น5,90110,26240,08148,99791,815120,248 - อื่น ๆ-2,357-11,17018,16216,43293,1378,948 กู้ยืมต่างประเทศสุทธิ-11,770-10,786-11,483-21,903-7,713-8,908 พันธบัตรรัฐบาลสำหรับ FIDF และสถาบันการเงิน30,00030,30041,03917,0000-2,384 ให้กู้แก่ FIDF และสถาบันการเงิน-30,000-30,300-41,039-17,00002,384 การใช้เงินคงคลัง93,202110,47081,03867,77288,298178,703 ตารางแสดง รายได้ รายจ่าย และรายการทางการเงินอื่นๆ ของรัฐบาล ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ EC210 2/2552

120 รายจ่าย รายได้ ดุลงบประมาณ ฐานะการคลังของรัฐบาล ปีงบประมาณ , , ,520 1,604,640 1,951, , หน่วย: พันล้านบาท 120EC210 2/2552

121 1. งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล (Gov’t expenditure) รายจ่ายรัฐบาลสามารถจำแนกออกได้เป็น  รายจ่ายเพื่อการลงทุน (Investment Expenditure - Gk )  รายจ่ายเพื่อการบริโภคหรือรายจ่ายประจำ (Consumption Expenditure - Gc )  รายจ่ายเงินโอน (Transfer Expenditure - R )  เงินให้เปล่าที่รัฐบาลให้กับบุคคลหรือหน่วยงานโดยที่ไม่ได้ ผลตอบแทนในการผลิต  เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย เงินบำเหน็จ เงินบำนาญ เงิน สงเคราะห์ต่างๆ 121

122 มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจรอบแรก(งบกลางปี 2551)จำนวน(ล้านบาท) โครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐ18,970 โครงการ 5 มาตรการ 6 เดือน11,409 โครงการจัดทำและพัฒนาแหล่งน้ำเกษตรกร2,000 โครงการถนนปลอดฝุ่น1,500 โครงการจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้แก่ประชาชนรายได้น้อย1,000 โครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว1,000 โครงการแหล่งน้ำขนาดเล็ก760 โครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม500 โครงการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ325 โครงการสนับสนุนการจัดการศึกษา ไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปี19,000 โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน15,200 โครงการสร้างหลักประกันรายได้ผู้สูงอายุ9,000 โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน6,900 โครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน3,000 โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจชั้นประทวน1,808 โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย1,096 เงินสำรองจ่ายฉุกเฉิน2,391 รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง19,140 รวมเป็นวงเงิน114, EC210 2/2552

123 2. งบประมาณรายได้ของรัฐบาล (Gov’t revenue)  รายได้ของรัฐบาลสามารถจำแนกออกได้เป็น  รายได้จากการเก็บภาษี (Tax revenue)  ภาษีเงินได้ประเภทต่างๆ, ภาษีศุลกากร, ภาษีสรรพสามิตร  รายได้ที่มิใช่ภาษี (Non-Tax revenue)  รายได้จากค่าธรรมเนียมประเภทต่างๆ, รายได้จากการขาย หลักทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ 123

124 EC210 2/2552 ประมาณการรายรับ ปี

125 EC210 2/2552 ประเภทของภาษี ภาษีทางตรง (Direct tax)  ภาษีที่ผู้เสียภาษีเป็นผู้แบก รับภาระของภาษีนั้นทั้งหมดโดย ไม่สามารถผลักภาระไปยังผู้อื่นได้  ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, ภาษี เงินได้นิติบุคคล, ภาษีมรดก ภาษีทางอ้อม (Indirect tax)  ภาษีที่ผู้ที่ผู้เสียภาษีไม่ต้องแบก รับภาระของภาษีนั้นทั้งหมด โดย สามารถผลักภาระภาษีทั้งหมด หรือส่วนใหญ่ไปยังผู้อื่นได้  ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีศุลกากร, ภาษีสรรพสามิต 125

126 EC210 2/2552 โครงสร้างอัตราภาษี ลักษณะความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงในอัตราภาษีกับฐานภาษี ฐานภาษี : สิ่งที่รองรับการคำนวณภาษี ได้แก่ ฐานจากรายได้ : ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, ภาษีเงินได้นิติบุคคล ฐานจากการบริโภค : ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีสรรพสารมิตร ฐานจากการค้าระหว่างประเทศ : ภาษีการนำเข้าและส่งออก 126

127 EC210 2/ อัตราภาษีแบบก้าวหน้า (Progressive tax rate):  อัตราภาษีเพิ่มเมื่อฐานภาษีเพิ่มขึ้น  ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2. อัตราภาษีแบบคงที่ (Proportional tax rate):  อัตราภาษีคงที่เมื่อฐานภาษีเพิ่มขึ้น  ภาษีมูลค่าเพิ่ม (7%), ภาษีเงินได้นิติบุคคล (30%) 3. อัตราภาษีแบบถดถอย (Regressive tax rate):  อัตราภาษีลดลงเมื่อฐานภาษีเพิ่มขึ้น อัตราภาษี 127

128 ตัวอย่างการคิดภาษีแต่ละรูปแบบ EC210 2/

129 EC210 2/2552 โครงสร้างภาษีแบบก้าวหน้า ( คิดอัตราเดียวกันทั้งฐานภาษี ) ฐานภาษีอัตราภาษีรายได้จำนวนภาษี % (1000 x 0.10) % (2000 x 0.12) % (3000 x 0.15) เมื่อฐานภาษีเพิ่ม อัตราภาษีจะเพิ่มตามไปด้วย 129

130 EC210 2/2552 โครงสร้างภาษีแบบก้าวหน้า ( คิดแบบขั้นบันได ) ฐานภาษีอัตราภาษีรายได้จำนวนภาษี % % = % =

131 EC210 2/2552 โครงสร้างภาษีแบบคงที่ ฐานภาษีอัตราภาษีรายได้จำนวนภาษี % % % เมื่อฐานภาษีเพิ่ม อัตราภาษีจะคงที่ 131

132 EC210 2/2552 โครงสร้างภาษีแบบถดถอย ( คิดอัตราเดียวกันทั้งฐานภาษี ) ฐานภาษีอัตราภาษีรายได้จำนวนภาษี % (1000 x 0.15) % (2000 x 0.12) % (3000 x 0.10) เมื่อฐานภาษีเพิ่ม อัตราภาษีจะลดลง 132

133 ตัวอย่างลักษณะการเก็บภาษีที่เทียบเคียง โครงสร้างภาษีแบบถดถอย ( ข้อสังเกตเพิ่มเติม ) EC210 2/ เมื่อผู้ผลิตถูกเก็บภาษีต่อหน่วย ( ไม่ได้คิดตามมูลค่าของสินค้า ) เช่น การเก็บภาษีต่อหน่วย ชิ้นละ 100 บาท หากสินค้าราคา 1000 บาท.... เท่ากับการเก็บภาษี 10% ของมูลค่า หากสินค้าราคา 5000 บาท.... เท่ากับการเก็บภาษี 2% ของมูลค่า ผลที่เกิดจากการเก็บภาษีแบบนี้.... ผู้บริโภคมีแนวโน้มจะซื้อของราคาสูง คุณภาพดี ??

134 อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา EC210 2/ เงินได้สุทธิ ช่วงเงินได้สุทธิ แต่ละขั้น อัตราภาษี ร้อยละ ภาษีแต่ละขั้น เงินได้สุทธิ ภาษีสะสม สูงสุดของขั้น ,000150,000 ได้รับยกเว้น , ,000350, , , ,000,000500, ,000135,000 1,000, ,000,0003,000, ,0001,035,000 4,000,001 บาทขึ้นไป 37 เมื่อได้ยอดเงินได้สุทธิแล้ว นำไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีดังนี้ ที่มา หมายเหตุ :- การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เงินได้สุทธิเฉพาะส่วนไม่เกิน 150,000 บาท มีผลใช้บังคับสำหรับเงินได้สุทธิที่ เกิดขึ้นในปีพ. ศ เป็นต้นไป ( พระราชกฤษฎีกา ( ฉบับที่ 470 ) พ. ศ )

135 วิธีการคำนวณรายได้สุทธิ ( หาทางทำให้รายได้สุทธิลดลง ) รายได้สุทธิ = รายได้ทุกทาง – ค่าใช้จ่าย 40% ( ไม่เกิน 60,000) – ลดหย่อนต่างๆ ได้แก่ 1. หักลดหย่อนคู่สมรส ---> คู่สมรสมีเงินได้, คู่สมรสไม่มีเงินได้ 2. หักลดหย่อนบุตร ---> มีบุตรกี่คน, บุตรที่ได้เรียน, บุตรที่ไม่ได้เรียน 3. หักลดหย่อนบิดามาราดา ( ลูกกตัญญู ) บิดามารดาไม่มีรายได้ 4. เงินสะสม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ( สำหรับข้าราชการ ) 5. ทำประกันชีวิต (Max 100,000 บ.) 6. ค่าลดหย่อน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย ( ดอกเบี้ย เงินกู้บ้านไม่เกิน 200,000 บาท ) 7. LTF 8. RMF และยังมีวิธีอื่นอีก เช่น เงินบริจาค EC210 2/

136 EC210 2/2552 ประเภทภาษีผู้มีหน้าที่เสียภาษีฐานภาษีอัตราภาษี ภาษีเงินได้บุคคธรรมดา บุคคลธรรมดา และ เทียบเท่า เงินได้ 8 ประเภท เช่น ค่าจ้าง ค่า เช่า อัตราก้าวหน้า (5%-37%) ภาษีเงินได้นิติบุคคล นิติบุคคล และ เทียบเท่า กำไรสุทธิ อัตราคงที่ (30% คิดจากกำไร สุทธิ ) ภาษีสรรพสารมิตร ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรม ( ผู้ผลิต ) ราคาหรือปริมาณสินค้า อัตราภาษีตามมูลค่า สินค้า หรือตาม ปริมาณ ภาษีศุลกากรผู้นำเข้าส่งออก ราคาประเมินสินค้าที่นำเข้าและ ส่งออก อัตราอากรขาเข้าและ ขาออก ภาษีมูลค่าเพิ่มผู้ประกอบการรายรับจากการขายสินค้า อัตราคงที่ (7%) 136

137 EC210 2/ หนี้สาธารณะ (Public debt)  รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องกู้ยืมในกรณีที่รายจ่ายมากกว่ารายรับ ( งบประมาณ ขาดดุล – Budget deficit)  วัตถุประสงค์ของการก่อหนี้สาธารณะ  เพื่อชดเชยงบประมาณขาดดุลชั่วคราว  เพื่อใช้ในการลงทุนในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ  เพื่อสร้างเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ หนี้ระยะสั้น ตั๋วเงินคลัง ( กู้จากแบงค์ชาติ ) แก้ปัญหาสภาพคล่อง หนี้ระยะยาว พันธบัตรรัฐบาล กู้เพื่อการลงทุน 137

138 138 Talingchan Lat phrao Bang Yai Bang Khae Rangsit Prannok Bangkapi Ladkrabang Onnut Samrong Rachaburana Bangbamru Pranang-klao Sapan mai Underground Sky train Prannok-Samut Prakarn Sapan mai-Bang wah Inner ring road Bang Yai-Rachaburana Bangbamru-Bangkapi Rangsit-Mahachai Talingchan-Suvarnabhumi Dual rail track EC210 2/2552

139 สัดส่วนหนี้สาธารณะ หนี้สาธารณะ ณ สิ้นปีงบประมาณ ล้านล้านบาท DEBT/GDP 37% หนี้สาธารณะณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ ล้านล้านบาท 40.9% DEBT/GDP 139 EC210 2/2552

140  ครม.อนุมัติวงเงินกู้ 270,000 ล้านบาท  โดยวงเงินกู้ 70,000 ล้านบาท จากสถาบันการเงินต่างประเทศ เพื่อนำเงินไปฟื้นฟูเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน  เพิ่มทุนให้สถาบันการเงินของรัฐปล่อยกู้ค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ ขนาดกลางและย่อม อสังหาริมทรัพย์ ส่งออก ที่ขาดสภาพคล่องในปัจจุบัน  ค้ำประกันให้แก่ผู้ส่งออกและรายย่อย และเพื่อการลงทุนในโครงการภาครัฐที่มี กรอบดำเนินงานไม่เกิน 36 เดือน  วงเงินกู้อีก 200,000 ล้านบาท เป็นการกู้เงินระยะสั้นจากธนาคารในประเทศและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยกำหนดเวลากู้ 3 ปี  สำรองไว้ให้รัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินของรัฐกู้เงินในประเทศระยะสั้นได้ โดยตรง  กระทรวงการคลังจะค้ำประกันวงเงินเต็มจำนวนหรือบางส่วน เพื่อลดสัดส่วน การค้ำประกัน และเพื่อให้ภาระการค้ำประกันอยู่ในกรอบเพดานแต่ละปี ความเสี่ยงทางการคลัง 140 EC210 2/2552

141 Source and effect of debt แหล่งที่มาของเงินกู้  จากภายในประเทศ  พันธบัตรรัฐบาล, ตั๋วเงินคลัง  จากต่างประเทศ อาจต้องตอบแทนประเทศหรือองค์กร ระหว่างประเทศผู้ให้กู้ในลักษณะ ดอกเบี้ย หรือ การยอมทำตามข้อบังคับ อื่นๆ Example: กู้จาก IMF ผลกระทบของการก่อหนี้สาธารณะ  ต่อการจัดสรรทรัพยากร  ต่อภาวะตลาดเงินและการลงทุน  ต่องบประมาณรายจ่ายของรัฐ  ต่อการกระจายรายได้  ต่ออุปสงค์มวลรวมและเสถียรภาพ ราคา 141

142 EC210 2/2552 มีวิธีการจำแนกได้หลายรูปแบบ ได้แก่ 1. จำแนกตามลักษณะการทำงานของนโยบาย 1.1 นโยบายการคลังแบบอัตโนมัติ (Non-Discretionary Policy or Built-in Stabilizer) 1.2 นโยบายการคลังแบบตั้งใจหรือ แบบดุลพินิจ (Discretionary Policy) 2. จำแนกตามลักษณะปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องแก้ไข 2.1 นโยบายการคลังแบบขยายตัว (Expansionary Fiscal Policy) 2.2 นโยบายการคลังแบบหดตัว (Contractionary Fiscal Policy) 142

143 EC210 2/ จำแนกตามลักษณะการทำงานของนโยบาย 1.1 นโยบายการคลังแบบอัตโนมัติ (Non-Discretionary Policy or Built-In Stabilizer)  สามารถปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจได้โดยอัตโนมัติโดยที่รัฐบาลไม่ต้องทำการ เปลี่ยนแปลงใดๆ ทางนโยบาย  เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่  ภาษีเงินได้ ที่เก็บในอัตราก้าวหน้า  เงินโอนและเงินช่วยเหลือ 143

144 EC210 2/2552 เศรษฐกิจขยายตัว ภาษีเงินได้ที่เก็บในอัตรา ก้าวหน้า ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงถูก เก็บภาษีรายได้ที่อัตราสูงขึ้น เงินโอนและเงินช่วยเหลือ มีประชาชนเดือดร้อนลดลง รัฐบาลจึงลดการช่วยเหลือผ่าน เงินโอน เศรษฐกิจหดตัว ภาษีเงินได้ที่เก็บในอัตรา ก้าวหน้า ประชาชนมีรายได้ลดลง จึงถูก เก็บภาษีรายได้ที่อัตราลดลง เงินโอนและเงินช่วยเหลือ มีประชาชนเดือดร้อนเพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงเพิ่มการช่วยเหลือผ่าน เงินโอน 144

145 สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดย่อม (SMEs) EC210 2/ สิทธิประโยชน์หลักเกณฑ์ / เงื่อนไข ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ ผู้ประกอบการขนาดย่อม จากร้อยละ 30 เหลือ ต้องเป็นนิติบุคคลไทยที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวัน สุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท -ร้อยละ 15 สำหรับกำไรสุทธิไม่เกิน 1 ล้านบาท ต้องเป็นกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มใน หรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2545 เป็นต้นไป -ร้อยละ 25 สำหรับกำไรสุทธิที่เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท และ สำหรับกำไรสุทธิในส่วนที่เกินกว่า 3 ล้าน บาทให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 30 ที่มา

146 EC210 2/ นโยบายการคลังแบบตั้งใจ หรือ ดุลยพินิจ (Discretionary Policy)  ในกรณีที่เศรษฐกิจมีความผันผวนมากและติดต่อกันเป็น เวลานาน รัฐจึงจำเป็นต้องใช้นโยบายการคลังแบบตั้งใจ  เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่  การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษี (T)  การเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายของรัฐบาล (G) 146

147 EC210 2/2552  การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษี (T)  อัตราภาษีสูงขึ้นทำให้ประชาชนมีรายได้เพื่อการบริโภคลดลง GDP = C + I + G + (X-M)  อัตราภาษีลดลงทำให้ประชาชนมีรายได้เพื่อการบริโภคเพิ่มขึ้น GDP = C + I + G + (X-M) 147

148 EC210 2/2552  การเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายของรัฐบาล (G)  การเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลจะส่งผลให้รายได้ประชาชาติ เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายจ่ายรวมไปซื้อสินค้าและบริการในระบบ เศรษฐกิจเพิ่มขึ้น GDP = C + I + G + (X-M)  การลดการใช้จ่ายของรัฐบาลจะส่งผลให้รายได้ประชาชาติลดลง GDP = C + I + G + (X-M) 148

149 EC210 2/ จำแนกไปตามลักษณะปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องแก้ไข 2.1 นโยบายการคลังแบบขยายตัว (Expansionary Fiscal Policy)  ใช้ในกรณีที่เศรษฐกิจตกต่ำและเกิดการว่างงาน  การลดอัตราภาษี (T) และ ( หรือ ) การเพิ่มการใช้จ่ายรัฐบาล (G)  เป็นการใช้งบประมาณแบบขาดดุล เพื่อยกระดับรายจ่ายมวลรวมของระบบ เศรษฐกิจ 149

150 EC210 2/2552  การลดภาษีรายได้ (T) GDP = C + I + G + (X-M)  การเพิ่มการใช้จ่ายรัฐบาล (G) GDP = C + I + G + (X-M) 150

151 EC210 2/ นโยบายการคลังแบบหดตัว (Contractionary Fiscal Policy)  ในกรณีที่ต้องการให้เศรษฐกิจชะลอการขยายตัวเพื่อแก้ปัญหาการเพิ่มขึ้นของอัตรา เงินเฟ้อ  การเพิ่มอัตราภาษี (T) และ ( หรือ ) การลดการใช้จ่ายรัฐบาล (G)  เป็นการตั้งงบประมาณเกินดุล เพื่อลดความต้องการใช้จ่ายมวลรวมในระบบ เศรษฐกิจ 151

152 EC210 2/2552  การเพิ่มภาษีรายได้ (T) GDP = C + I + G + (X-M)  การลดการใช้จ่ายรัฐบาล (G) GDP = C + I + G + (X-M) 152

153 EC210 2/2552 ข้อด้อยของนโยบายการคลังแบบตั้งใจ ( นโยบายการคลังแบบขยายตัว & หดตัว )  ความล่าช้าของระบบการทำงาน (Response Lag)  ความไม่คล่องตัวในการยกเลิกมาตรการที่ใช้ในการแก้ปัญหา (Reversibility)  การคาดคะเนของครัวเรือน  เหตุผลทางการเมือง 153

154 EC210 2/

155 EC210 2/ ความหมาย หน้าที่ และประเภทของเงิน 8.2 หน้าที่และโครงสร้างของตลาดการเงิน (Financial Market) และความ แตกต่างระหว่างตลาดเงิน (Money Market) และตลาดทุน (Capital Market) 8.3 การสร้างเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ 8.4 การวิเคราะห์ดุลยภาพของตลาดเงิน  อุปสงค์เงิน (Money Demand)  อุปทานเงิน (Money Supply)  ดุลยภาพของตลาดเงิน (Money Market Equilibrium) Outline 155

156 EC210 2/ ความหมายและบทบาทนโยบายการเงินในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ  ความหมายของนโยบายการเงิน และเครื่องมือทางการเงิน  ประเภทของนโยบายการเงิน  แบบขยายตัว (Expansionary Policy)  แบบหดตัว (Contractionary Policy)  บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยกับเศรษฐกิจไทย Outline 156

157 EC210 2/

158 EC210 2/2552 ระบบการแลกเปลี่ยนสินค้า (Barter system)  นำสินค้ามาแลกเปลี่ยนกันโดยตรง ( ใช้ในสังคม หรือระบบเศรษฐกิจยุคต้นๆ ที่ไม่ซับซ้อน )  ปัญหาความยากลำบากในการแลกเปลี่ยน  คู่ค้าต้องเกิดความต้องการในสินค้าที่อีกฝ่ายมีพร้อมๆ กัน (Double Coincidence of Wants!!!) 158

159 EC210 2/2552 ภาคธุรกิจ ภาคครัวเรือน ปัจจัยการผลิต ( แรงงาน ที่ดิน ทุน ผู้ประกอบการ ) สินค้าและบริการ ระบบเศรษฐกิจแบบปิด : ภาคครัวเรือน & ภาคธุรกิจ 159

160 EC210 2/2552  เงินคือสิ่งใดๆ ที่สังคมยอมรับโดยทั่วไปในขณะใดขณะหนึ่งและในเขต พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในฐานะเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและ บริการ โดยใช้ชำระค่าสินค้าและบริการรวมทั้งใช้เพื่อการชำระหนี้ทั้งใน ปัจจุบันและอนาคต  ในวิชาเศรษฐศาสตร์ เงิน หมายถึง อำนาจซื้อ (Purchasing Power) ที่จะซื้อสินค้าหรือบริการที่เราต้องการจะนำมาบำบัดความต้องการของเรา  ในทางกฏหมาย เงิน คือ สิ่งที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ความหมายของเงิน (What is Money?) 160

161 EC210 2/2552 ภาคธุรกิจ ภาคครัวเรือน ปัจจัยการผลิต (แรงงาน ที่ดิน ทุน ผู้ประกอบการ) สินค้าและบริการ รายได้ (ค่าจ้าง ค่าเช่า ดอกเบี้ย กำไร) รายจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ ระบบเศรษฐกิจแบบปิด : ภาคครัวเรือน & ภาคธุรกิจ 161

162 EC210 2/2552 หน้าที่ของเงิน (Functions of Money) สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (Medium of exchange) หน่วยวัดมูลค่า (Unit of account) ตัวเก็บรักษามูลค่า (Store of value) มาตราฐานการชำระหนี้ ภายหน้า (Standard of deferred payments) 162

163 EC210 2/2552 ประเภทของเงิน  เงินที่เป็นสิ่งของ (Commodity money)  เงินเหรียญ (Coins)  เงินกระดาษ (Paper money)  เงินฝากกระแสรายวัน (Demand deposits) 163

164 EC210 2/2552 เกร็ดความรู้  ในปัจจุบัน รัฐบาล หรือธนาคารกลาง จะมีสิทธิออกธนบัตรได้แต่เพียงผู้เดียว และ เป็นสิ่งที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายเท่านั้น  เงินกระดาษ หรือธนบัตรในประเทศไทย จะต้องมีเงินสำรองระหว่างประเทศ (reserves assets) เช่น ทองคำ เงินตราต่างประเทศ หลักทรัพย์ต่างประเทศ ฯลฯ รวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนธนบัตรที่ออกใช้ และหลักทรัพย์ ต่างประเทศจะต้องมีอายุไถ่ถอนได้ไม่เกินสามปี 164

165 EC210 2/2552  สิ่งที่ใกล้เคียงเงิน (Near money): พันธบัตร, ตั๋วเงิน  สิ่งทดแทนเงิน (Money substitutes): บัตรเครดิต ประเภทของเงิน ( ต่อ ) 165

166 EC210 2/

167 EC210 2/2552 ตลาดการเงิน (Financial Market) มีหน้าที่สำคัญทางเศรษฐกิจในการ เป็นช่องทางช่วยอำนวยความสะดวก ในการส่งผ่านเงินหรือโอนเงิน จาก ผู้ที่มีเงินออม ( รายได้ > รายจ่าย ) ไปยังผู้ที่อยากกู้เงิน ( รายได้ < รายจ่าย ) ตลาดการเงิน (Financial Market) – Direct finance  ตลาดพันธบัตร (Bond market)  ตลาดหลักทรัพย์ (Stock market) 167

168 EC210 2/2552 ตัวกลางในการระดมเงินทุน Financial Intermediaries – Indirect finance ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางทางการเงินเพื่อช่วยอำนวย ความสะดวก ได้แก่  ธนาคารพานิชย์ (Banks)  บริษัทประกันภัย (Non-bank: Insurance Companies )  สถาบันการเงินอื่นๆ (Other financial companies) 168

169 EC210 2/2552 ผู้มีเงินออม (Lender) ตลาดการเงิน (Financial Market) ผู้กู้ (Borrower) การลงทุน+ใช้จ่าย ตัวกลางในการระดมเงินทุน (Financial Intermediaries) เงิน Indirect finance Direct finance 169

170 EC210 2/2552 ความแตกต่างระหว่างตลาดเงิน และตลาดทุน โครงสร้างตลาดการเงิน แบ่งตามระยะเวลาของตราสารหนี้ ตลาดเงิน (Money Market)  ตลาดที่มีการระดมเงินทุนและการให้สินเชื่อระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี การซื้อ ขายหลักทรัพย์ทางการเงินที่มีอายุการไถ่ถอนระยะสั้น เช่น ตั๋วแลกเงิน ตั๋วเงินคลัง ตลาดทุน (Capital Market)  ตลาดที่มีการระดมเงินออมระยะยาวและให้สินเชื่อระยะยาว ได้แก่ เงิน ฝากประจำตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เช่น หุ้นสามัญ (Common stocks) พันธบัตรระยะยาว (Long-term bonds) 170

171 EC210 2/2552 แหล่งความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเงินและตลาดทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 171

172 EC210 2/2552  ก่อให้เกิดการจัดสรรเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ  ช่วยรักษาอัตราการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจ  ช่วยปรับสภาวะทางเศรษฐกิจให้เป็นไปตามที่ต้องการในกรณีที่เกิดปัญหา เศรษฐกิจมหภาค ตลาดการเงินที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยทำให้ มาตราฐานในการครองชีพของทุกคนในสังคมนั้นๆ ดีขึ้น ความสำคัญของตลาดการเงิน 172

173 EC210 2/

174 EC210 2/2552 กระบวนการสร้างเงินฝากของระบบธนาคารพาณิชย์  เงินฝากครั้งแรก (Primary deposits)  เงินสดที่มีผู้นำมาฝากเข้าบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน  เงินฝากครั้งต่อไป (Derivative deposits)  เงินฝากที่เกิดจากการให้ลูกค้าของธ. พาณิชย์กู้ยืม ก่อนที่ธ. พาณิชย์จะปล่อยกู้เงินได้ จะต้องสำรองเงินสดไว้ตามอัตราส่วน ที่ธนาคารกลางกำหนด อัตราส่วนร้อยละ (%) ของเงินฝากนี้ เรียกว่า อัตราเงินสดสำรองตามกฎหมาย (Required reserve ratio) 174

175 EC210 2/2552 เงินสดสำรองตามกฎหมาย (Required reserve) จำนวนเงินสดที่ธ. พาณิชย์ต้องสำรองไว้ เมื่อเทียบกับเงินฝากกระแส รายวัน เงินสดสำรองส่วนเกิน (Excess reserve) จำนวนเงินสดที่เหลือทั้งสิ้นหลังจากหักเงินสดสำรองตามกฎหมายออกแล้ว เงินสดสำรองทั้งสิ้น = เงินสดสำรองตามกฎหมาย + เงินสดสำรองส่วนเกิน ศัพท์ที่ควรรู้ 175

176 EC210 2/2552 Example : สมมติให้ นาย ก. นำเงินสด 1,000 บาท ไปฝากที่ ธนาคาร A โดย ธปท. กำหนดให้อัตราเงินสดสำรองตามกฎหมายมีค่า ร้อยละ 10 ( หรือ 10%)  ธนาคาร A ต้องสำรองเงินสดตามกฎหมายเป็นจำนวน 100 = (1,000 x 0.1) บาท และให้กู้ได้ 900 บาท  ถ้านาย ข. กู้เงิน 900 บาทจากธนาคาร A แล้วนำไปฝากที่ธนาคาร B แล้ว ธนาคาร B จะต้องสำรองเงินสดตามกฎหมายเป็นจำนวนเท่าไร ??? 90 = (900 x 0.1)810 = (900 – 90) 176

177 EC210 2/2552 Assumptions ( การคำนวณการสร้างเงินฝาก ): 1. ธนาคารไม่เก็บสำรองอื่นๆ นอกจากเงินสดสำรองตามกฎหมาย 2. ประชาชนต้องฝากเงินกับธนาคารทั้งหมด ไม่มีการถอนเงินฝาก ขั้นต้น 3. ธนาคารต้องให้กู้ยืมเงินสดสำรองส่วนเกินทั้งหมด 177

178 EC210 2/2552 กระบวนการสร้างเงินฝาก ธนาคารเงินฝาก เงินสดสำรองตาม กฏหมาย เงินสดสำรอง ส่วนเกินเงินให้กู้ A1, B C D E …………… รวม 10,0001,0009,

179 EC210 2/2552 Example : จะเกิดอะไรขึ้น หาก ธปท. เปลี่ยนแปลงให้อัตราเงินสด สำรองตามกฎหมายมีค่าเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ( หรือ 20%)  ธนาคาร A ต้องสำรองเงินสดตามกฎหมายเป็นจำนวน 200 = (2,000 x 0.2) บาท และให้กู้ได้ 800 บาท  ถ้านาย ข. กู้เงิน 800 บาทจากธนาคาร A แล้วนำไปฝากที่ธนาคาร B แล้ว ธนาคาร B จะต้องสำรองเงินสดตามกฎหมายเป็นจำนวนเท่าไร ??? 160 = (800 x 0.2)640 = (800 – 160) 179

180 EC210 2/2552 กระบวนการสร้างเงินฝาก ธนาคารเงินฝาก เงินสดสำรองตาม กฏหมาย เงินสดสำรอง ส่วนเกินเงินให้กู้ A1, B C ……… …………… รวม 5,0001,0004, เงินฝากทั้งหมด จะลดลง หากอัตราสำรองเงินสดตามกฎหมายเพิ่มขึ้น

181 EC210 2/2552 คลิปโฆษณา... เงินกำลังจะหมุนไป กำลังจะหมุนไป Visit: 181

182 EC210 2/

183 EC210 2/2552 นโยบายการเงิน (Monetary Policy) การดูแลและจัดการปริมาณเงินและสินเชื่อโดยธนาคารกลาง เพื่อบรรลุเป้าหมายทาง เศรษฐกิจประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการ *** ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand)*** เป้าหมายที่สำคัญของนโยบายการเงิน  1. การสร้างความเจริญเติบโตและการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ  2. การรักษาเสถียรภาพทางราคา  3. การรักษาเสถียรภาพของดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ  4. การกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม 183

184 EC210 2/2552 บทบาทของธนาคารกลาง ( ธนาคารแห่งประเทศไทย ) 1. ออกธนบัตรให้มีปริมาณที่เหมาะสม ( ควบคุมปริมาณเงิน ) 2. เป็นนายธนาคารของรัฐบาล 3. เป็นนายธนาคารของธนาคารพาณิชย์ 4. กำกับและตรวจสอบธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่นๆ 5. รักษาเสถียรภาพภายใน ( ระดับราคา ) และเสถียรภาพภายนอก ประเทศ ( อัตราแลกเปลี่ยน, ดูแลและควบคุมการไหลเข้าออกของ เงินตราต่างประเทศ ) 6. บริหารเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 184

185 EC210 2/2552 เครื่องมือของนโยบายทางการเงิน 1. การควบคุมด้านปริมาณเงิน (Quantitative Control) 2. การควบคุมด้านคุณภาพ (Qualitative Control) 3. การควบคุมโดยตรง (Direct Control) 185

186 EC210 2/2552  อัตราเงินสดสำรองตามกฎหมาย (Legal Reserve Requirement)  การเพิ่มอัตราเงินสดสำรองทำให้ ธ. พาณิชย์ต้องขายหลักทรัพย์ ของตนออกไปหรือเรียกเงินกู้คืน ทำให้ปริมาณเงินในระบบ ลดลง  การลดอัตราเงินสดสำรองทำให้ ธ. พาณิชย์มีเงินสดสำลอง ส่วนเกิน ทำให้ ธ. พาณิชย์ปล่อยกู้ได้มากขึ้น ดังนั้นปริมาณเงิน ในระบบเพิ่มขึ้น การควบคุมด้านปริมาณเงิน (Quantitative Control)

187 EC210 2/2552 กระบวนการสร้างเงินฝาก ตัวอย่างเงินสดสำรองตามกม. = 10% ธนาคารเงินฝาก เงินสดสำรองตาม กฏหมาย เงินสดสำรอง ส่วนเกินเงินให้กู้ A1, B C D E …………… รวม 10,0001,0009,

188 EC210 2/2552  การซื้อขายหลักทรัพย์ของรัฐบาลในตลาด (Open- Market Operations: OMO)  ธนาคารกลางขายหลักทรัพย์ ( เช่น พันธบัตร ) จะส่งผลทำให้ปริมาณเงินในระบบ ลดลง  ธนาคารกลางซื้อหลักทรัพย์จะส่งผลทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้น ขายหลักทรัพย์ประชาชนนำเงินมาซื้อ ประชาชนได้รับเงินคืนซื้อหลักทรัพย์ 188 ประชาชนมีทางเลือกสำหรับเงิน คือ ถือไว้กับมือ / ฝากธนาคาร / ลงทุน / ซื้อพันธบัตร......

189 EC210 2/2552  อัตราธนาคารหรืออัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน (Bank Rate)  อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางคิดจาก ธ. พาณิชย์ ( โดยปกติเป็นการกู้ยืมโดยมี หลักทรัพย์รัฐบาลค้ำประกัน )  การให้กู้ยืมนี้ถือว่าเป็นแหล่งกู้ยืมแหล่งสุดท้าย (Lender of last resort) เมื่อมีความจำเป็นภายในระยะเวลาสั้นๆ Example: ธ. พาณิชย์อาจกู้เงินจาก ธนาคารกลางในกรณีที่ มีเงินสดสำรองไม่เพียงพอ ( เช่น คนมาถอนเงินมาก กะทันหัน )  หากต้องการเพิ่มปริมาณเงินก็จะลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน  หากต้องการลดปริมาณเงินก็จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน 189 อัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน ที่ใช้ในปัจจุบัน เรียกว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบาย

190 EC210 2/ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ( กนง.) ณ วันที่ 14 ม. ค คณะกรรมการฯ จึงมีมติให้ลดอัตราดอกเบี้ย นโยบาย (Policy Rate) ร้อยละ 0.75 ต่อปี จากร้อยละ 2.75 เป็นร้อยละ 2.00 ต่อปี โดยมีผลทันที ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ที่มา หมายเหตุ - ใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นเครื่องมือหลักในการส่งสัญญาณนโยบายการเงิน ในปัจจุบันใช้ อัตราดอกเบี้ย ซื้อคืนพันธบัตร 1 วัน (RP 1 วัน ) - การกู้ยืมในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (Repurchase Market) เป็นการเพิ่ม / ลดปริมาณเงินในระบบได้โดยทำ ธุรกรรมในตลาดซื้อคืนพันธบัตรหรือที่เรียกว่า ตลาด Repo ซึ่งจะใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักทรัพย์ค้ำ ประกัน (Collateral) ในการกู้ยืม

191 EC210 2/2552  การกำหนดเงื่อนไขในการให้สินเชื่อเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างของธนาคาร พาณิชย์และสถาบันการเงินให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมและเพื่อให้ ก่อให้เกิดการกระจายสินเชื่อไปยังสาขาเศรษฐกิจที่ต้องส่งเสริม  Example: การควบคุมการให้สินเชื่อเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ การ ควบคุมการให้สินเชื่อเพื่อการบริโภค การควบคุมการให้สินเชื่อเพื่อการ ก่อสร้าง เป็นต้น 2. การควบคุมด้านคุณภาพ (Qualitative Control) 191

192 EC210 2/2552  เป็นการบังคับให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่างๆ ปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่ธนาคารกลางกำหนดขึ้นจะใช้เมื่อเห็นว่า การควบคุมปริมาณเงินและสินเชื่อ ทางด้านปริมาณและคุณภาพไม่ได้ผลหรือได้ผลแต่ไม่ทันการณ์  เช่น ปัญหาบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ ประชาชนมี พฤติกรรมการก่อหนี้มากขึ้น เกิดปัญหา NPL ดังนั้น จึงออกคำสั่ง โดยตรง ใน เงื่อนไขการถือบัตรว่า ผู้ถือบัตรจะต้องมีรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า บาท เป็นต้น 3. การควบคุมโดยตรง (Direct Control) 192

193 นโยบายการเงิน EC210 2/

194 EC210 2/

195 EC210 2/2552  ปริมาณเงินที่ประชาชนทั้งหมดที่ ประชาชนต้องการถือไว้ในมือในขณะ ใดขณะหนึ่ง  ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราดอกเบี้ย กับอุปสงค์เงิน  ความสัมพันธ์เป็นในลักษณะ ผกผันหรือตรงกันข้าม (-)  Opportunity cost of holding money อุปสงค์เงิน (Money Demand): M d อัตรา ดอกเบี้ย (i) ปริมาณ เงิน (M) MdMd Move along the curve 195

196 EC210 2/2552 ทำไม มนุษย์ต้องถือเงินไว้กับตัว ?? มนุษย์ถือเงิน เพื่อวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ  ความต้องการถือเงินเพื่อใช้จ่ายประจำวัน  ความต้องการถือเงินเพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน  ความต้องการถือเงินเพื่อเก็งกำไร เช่น ฝากธนาคารรับดอกเบี้ย, ซื้อพันธบัตรรัฐบาล 196

197 EC210 2/2552 ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้เส้นอุปสงค์เงินเคลื่อนที่  ระดับรายได้  ระดับราคา ( ดอกเบี้ย ) อัตรา ดอกเบี้ย (i) ปริมาณ เงิน (M) M d1 Shifts the money demand curve M d2 197

198 EC210 2/2552 ปริมาณเงินที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจในขณะใดขณะหนึ่ง โดย ธนาคารกลางเป็นผู้กำหนดปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ นิยามของปริมาณเงิน ปริมาณเงินในความหมายแคบ (M1) M1 = เหรียญกษาปณ์ + ธนบัตร + เงินฝากกระแสรายวัน ปริมาณเงินในความหมายกว้าง (M2) M2 = M1 + เงินฝากออมทรัพย์และประจำ ปริมาณเงินในความหมายกว้างมาก (M3) M3 = M2 + ตั๋วสัญญาใช้เงิน อุปทานของเงิน (Money supply): M s 198

199 EC210 2/2552 อัตราดอกเบี้ย (i) ปริมาณเงิน (M) MsMs 3 แสนล้านบาท 199

200 EC210 2/2552 อัตราดอกเบี้ย (i) ปริมาณเงิน (M) MsMs 3 แสนล้านบาท MdMd i*i* i2i2 i1i1 ดุลยภาพของตลาดเงิน (Money Market Equilibrium)  จุดที่อุปสงค์ของเงิน (Md) เท่ากับ อุปทานของเงิน (Ms)  อัตราดอกเบี้ยดุลยภาพ (i*) 200

201 EC210 2/2552 ธนาคารกลางเข้ามาควบคุมนโยบายการเงินโดยการควบคุม ปริมาณเงิน (Money Supply) การเปลี่ยนแปลง ปริมาณเงิน money supply shift ขวา / ซ้าย ดุลยภาพตลาด เงินเปลี่ยน ( อัตรา ดอกเบี้ยดุลยภาพ (i*) เปลี่ยน ) ผู้คนปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการถือ เงิน / การออม / การลงทุน ระบบเศรษฐกิจ เกิดการ ปรับเปลี่ยน 201 จะอธิบายละเอียดอีกครั้ง ในหัวข้อถัดไป

202 EC210 2/2552 อัตราดอกเบี้ย (i) ปริมาณเงิน (M) 3 แสน MdMd i*1i*1 i* 2 Ms2Ms2 Ms1Ms1 4 แสน Money supply increases 202

203 EC210 2/2552 อัตราดอกเบี้ย (i) ปริมาณเงิน (M) 3 แสน MdMd i*1i*1 i* 3 Ms3Ms3 Ms1Ms1 2 แสน Money supply decreases 203

204 EC210 2/2552 ประเภทของนโยบายการเงิน  นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายหรือขยายตัว (Easy of Expansionary Monetary Policy)  ใช้ในช่วงภาวะเศรษฐกิจซบเซาและเกิดภาวะเงินฝืด M i YInvestment Note: M=Monetary Policy, i = interest rate, Y = Output 204

205 EC210 2/2552 เครื่องมือที่ใช้  ธนาคารกลางซื้อหลักทรัพย์  ลดอัตราเงินสดสำรอง  ลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน ผลของการใช้เครื่องมือดังกล่าว ทำให้ปริมาณเงิน (Money supply) เพิ่มขึ้น 205

206 EC210 2/ ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

207 EC210 2/2552  นโยบายการเงินแบบเข้มงวดหรือหดตัว (Restrictive or Contractionary Monetary Policy)  ใช้เมื่อระบบเศรษฐกิจขยายตัวมากเกินไปและเกิดภาวะเงินเฟ้อ M i YInvestment Note: M=Monetary Policy, i = interest rate, Y = Output 207

208 EC210 2/2552 เครื่องมือที่ใช้  ธนาคารกลางขายหลักทรัพย์  เพิ่มอัตราเงินสดสำรอง  เพิ่มอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน 208 ผลของการใช้เครื่องมือดังกล่าว ทำให้ปริมาณเงิน (Money supply) ลดลง

209 EC210 2/2552 ทบทวนด้วยตัวเอง  นโยบายการคลังและนโยบายการเงินใดบ้างที่เป็นเครื่องมือ แก้ปัญหา เศรษฐกิจตกต่ำ  นโยบายการคลังแบบขยายตัว....  นโยบายการเงินแบบขยายตัว....  นโยบายการคลังและนโยบายการเงินใดบ้างที่เป็นเครื่องมือ แก้ปัญหาเงิน เฟ้อ  นโยบายการคลังแบบหดตัว....  นโยบายการเงินแบบหดตัว

210 วิเคราะห์ เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก สู่ ปี 2570  ดูเพิ่มเติมได้จาก เว็บ  รายงานประชุมประจำปี 2552 ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ ไทย ในระยะแผนพัฒนาฉบับที่ 11   เอกสารการประชุม เรื่อง " จากวิสัยทัศน์ สู่แผนฯ 11“ EC210 2/

211 เอกสารการประชุม เรื่อง จากวิสัยทัศน์ สู่แผนฯ 11 ความท้าทายหลังวิกฤตเศรษฐกิจโลก : โอกาสของประเทศไทยเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ : ทางเลือกของเศรษฐกิจไทยภาวะโลกร้อน : รู้วิกฤติ สร้างโอกาสการพัฒนาสถาปัตยกรรมทางสังคม : ทางเลือกใหม่ของคนไทยสัญญาประชาคมใหม่ : พลังขับเคลื่อนสังคมสู่สมดุล EC210 2/

212 วิกฤติเศรษฐกิจการเงินของโลก  ผลพวงจากปัญหาฟองสบู่ในเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา EC210 2/

213 EC210 2/

214 รูปแบบการแทรกแซงโดยรัฐของประเทศต่างๆ  แนวทางแรก การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ( ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ )  แนวทางที่สอง การอัดฉีดสภาพคล่องให้แก่สถาบันการเงินโดยธนาคารกลาง  การปล่อยสินเชื่อ  การเข้าถือหุ้นในกิจการสถาบันการเงินที่มีปัญหาโดยตรง  การรับซื้อทรัพย์สินที่มีปัญหาในระบบการเงิน  การปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลกลางเพื่อใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ  แนวทางที่สาม การดำเนินมาตรการการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งใน ประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา 214 EC210 2/2552

215 215

216 EC210 2/

217 EC210 2/

218 EC210 2/

219 EC210 2/

220 EC210 2/

221 EC210 2/

222 EC210 2/

223 EC210 2/2552 หัวข้อการบรรยาย 9.1 ความสำคัญของการค้าต่างประเทศต่อระบบเศรษฐกิจ 9.2 บัญชีดุลการชำระเงิน - องค์ประกอบ และความสำคัญ 9.3 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ - ความหมาย และความสำคัญ - ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน - นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนชนิดต่างๆ 9.4 นโยบายการค้าระหว่างประเทศ - การกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ - การเปิดเสรีและการรวมกลุ่มทางการค้าระหว่างประเทศ - การเปิดเสรีทางการค้า (FTA) ของไทย 223

224 EC210 2/2552 ระบบเศรษฐกิจแบบเปิด ( ทุกภาคเศรษฐกิจ ) ภาคต่างประเทศ ครัวเรือน ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน ภาครัฐบาล เงินออม การลงทุน ภาษี รายจ่ายของรัฐบาล มูลค่าการส่งออก มูลค่าการนำเข้า ภาษี สินค้าและบริการ ปัจจัยการผลิต (แรงงาน ที่ดิน ทุน ผู้ประกอบการ) รายจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ รายได้ (ค่าจ้าง ค่าเช่า ดอกเบี้ย กำไร) 224

225 EC210 2/2552 กลไกการทำงานของมาตรการต่างๆ ด้านนโยบายเพื่อการบรรลุ เป้าหมายทางเศรษฐกิจมหภาค นโยบายการคลัง นโยบายการค้า นโยบายการเงิน ภาษี การใช้จ่ายของรัฐ ปริมาณเงิน อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน โควต้า ภาษีการค้า ระบบเศรษฐกิจ ผลผลิต การจ้างงาน ระดับราคา 225

226 EC210 2/2552  สาเหตุของการค้าระหว่างประเทศ  comparative advantage ทำให้เกิดการค้าได้อย่างไร  ประโยชน์ของการค้าระหว่างประเทศ 226

227 EC210 2/2552 สาเหตุของการค้าระหว่างประเทศ  ต้นทุนการผลิตสินค้าชนิดเดียวกันของแต่ละประเทศไม่เท่ากัน เพราะ  มีทรัพยากรตั้งต้นไม่เท่ากัน  มีเทคโนโลยีการผลิตที่แตกต่างกัน  ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Advantage) 227

228 EC210 2/ ความได้เปรียบทางการค้า  ความได้เปรียบทางการค้า มี 2 แบบ  ความได้เปรียบเชิงสัมบูรณ์ (Absolute Advantage) ต้นทุนในการผลิตสินค้า ต่ำกว่ากันอย่างชัดเจน คอมพิวเตอร์ข้าว จีน12 5 สหรัฐอเมริกา ตัวเลขสะท้อนต้นทุน ต่อหน่วยของการผลิต

229 EC210 2/ ความได้เปรียบทางการค้า 2. ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Advantage)  เมื่อเปรียบเทียบระหว่างสินค้าหลายชนิดแล้ว ประเทศหนึ่งได้เปรียบ ในสินค้าใดมากกว่ากัน หรือ เสียเปรียบในสินค้าใดน้อยกว่ากัน คอมพิวเตอร์ข้าว จีน 85 สหรัฐอเมริกา1020 คำถาม : หากประเทศหนึ่งๆ ผลิตสินค้าได้ถูกกว่า อีกประเทศหนึ่งในทุกๆสินค้า จะไม่เกิดการค้าขายระหว่างสองประเทศ จริงหรือไม่ ตัวเลขสะท้อนต้นทุน ต่อหน่วยของการผลิต

230 EC210 2/ ความได้เปรียบทางการค้า คำตอบ... ไม่จริง จากตัวอย่าง... จีนจะเลือกผลิตข้าว และปล่อยให้สหรัฐผลิตคอมพิวเตอร์ทำให้เกิดการ แลกเปลี่ยนกันแล้ว... จะดีขึ้นสำหรับทั้งคู่ (ดีกว่าต่างคนต่างผลิตเอง) ลองพิสูจน์ด้วยตัวอย่างง่ายๆ !!! คอมพิวเตอร์ข้าว จีน 85 สหรัฐอเมริกา1020

231 EC210 2/ สมมติให้ทั้งคู่มีทรัพยากรในการผลิต เท่ากับ 100 หน่วย จีนผลิตข้าวได้ 20 หน่วย สหรัฐผลิตคอมพิวเตอร์ได้ 10 หน่วย เอามาแลกกัน (สมมติราคาซื้อขายแลกเปลี่ยน เท่ากับ ข้าว 1 หน่วย : คอมพิวเตอร์ 1 หน่วย) จีนเอาข้าว 5 หน่วย แลกกันคอมพิวเตอร์ได้ 5 หน่วย สุดท้าย... จีน มี (ข้าว, คอมพิวเตอร์) = (15, 5)... สหรัฐ มี (ข้าว, คอมพิวเตอร์) = (5, 5) ซึ่งเป็นไปไม่ได้หากให้ ต่างคนต่างผลิต จีนต้องใช้ทรัพยากร = (15x5)+ (5x8) = 115 สหรัฐต้องใช้ทรัพยากร = (5x20) + (5x10) = 150 คอมพิวเตอร์ข้าว จีน 85 สหรัฐอเมริกา1020

232 EC210 2/2552 ประโยชน์ของการค้าระหว่างประเทศ 1. การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น การแบ่งงานกันทำตามความถนัด (Specialization) การประหยัดจากขนาด (Economies of scale) ทำให้ ทรัพยากรถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. ประชาชนสามารถเลือกบริโภคสินค้าที่มีราคาถูกลง 3. ประชาชนมีโอกาสเลือกสินค้าบริโภคมากขึ้น 4. เป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างประเทศ 232

233 แนวโน้มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่ม BRICs • ผู้ผลิตสินค้าเกษตร, พลังงานชีวภาพ, อุตสาหกรรมน้ำมันนอกชายฝั่งทะเล บราซิล • ผู้ผลิตพลังงานและอุตสาหกรรมเหล็ก รัสเซีย • ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, อุตสาหกรรม เวชภัณฑ์, อุตสาหกรรมชิ้นส่วนและยานยนต์ อินเดีย • อุตสาหกรรมเหล็ก, อุตสาหกรรมเครื่องใช้ภายในบ้าน, อุปกรณ์โทรคมนาคมสื่อสาร จีน EC210 2/ แล้ว ประเทศไทย เรามีขีดความสามารถในอุตสาหกรรมใด

234 EC210 2/2552  บัญชีเดินสะพัด (Current Account)  บัญชีทุนและการเงิน (Capital and Financial Account)  บัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศ (International Reserve Account) 234

235 EC210 2/2552 ความหมายของบัญชีดุลการชำระเงิน  บัญชีดุลการชำระเงิน (Balance of Payment: BOPs) หมายถึง รายงานสถิติที่ได้จากการรวบรวมรายการทาง เศรษฐกิจและการเงินอย่างเป็นระบบ ระหว่างผู้มีถิ่น ฐานของประเทศหนึ่ง กับผู้มีถิ่นฐานของประเทศอื่นๆ ในรอบระยะเวลาหนึ่ง : ความหมายของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ 235 หมายเหตุ - ปัจจุบันหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบจัดทำบัญชีดังกล่าว คือธนาคารแห่งประเทศไทย - ผู้ที่มีถิ่นฐาน หมายถึงผู้ที่พำนักอาศัยในอาณาเขตของประเทศเป็นระยะเวลาติดต่อกันเกินหกเดือน หรือถาวร

236 EC210 2/2552 องค์ประกอบของบัญชีดุลการชำระเงิน 2 บัญชีทุ นเคลื่อนย้าย * (Capital and Financial Account) - บัญชีทุน - บัญชีการเงิน บัญชีทุนสำรองระหว่าง ประเทศ (International Reserve Account) 1 บัญชีเดินสะพัด (Current Account) - บัญชีดุลการค้า  บัญชีดุลบริการ  บัญชีดุลรายได้  บัญชีดุลเงินโอน บัญชีดุลการชำระเงิน (Balance of Payment) - ทองคำ - สิทธิพิเศษถอนเงิน (SDRs) - เงินตราต่างประเทศ - ฐานทุนสำรอง 236 * ปัจจุบันในรายงานจะแสดงรายการ เงินทุนเคลื่อนย้ายสุทธิ (Net Capital movement)

237 EC210 2/ บัญชีเดินสะพัด (Current Account) คือ ผลสุทธิของรายรับและรายจ่ายเงินตราต่างประเทศ ในบัญชีต่อไปนี้  บัญชีดุลการค้า (Trade Account)  บัญชีดุลบริการ (Service Account)  บัญชีดุลรายได้ (Income Account)  บัญชีดุลเงินโอน (Transfer Payment) บัญชีเดินสะพัด = ดุลการค้า + ดุลบริการ + ดุลรายได้ + เงินโอนและเงินบริจาค 237 ในปัจจุบัน รายงานเศรษฐกิจ จะประกอบด้วย ดุลการค้า (1), ดุลบริการและบริจาค (2+3+4)

238 EC210 2/2552 รายละเอียดของ บัญชีเดินสะพัด บัญชีดุลการค้า (Trade Account) คือ การบันทึกรายการนำเข้าและส่งออก “ สินค้า ” ของประเทศ มูลค่าสินค้าส่งออก > มูลค่าของสินค้านำเข้า  ดุลการค้าเกินดุล มูลค่าสินค้าส่งออก < มูลค่าของสินค้านำเข้า  ดุลการค้าขาดดุล บัญชีดุลบริการ (Service Account) คือ การบันทึกรายการรับ และให้บริการ ทางด้าน การขนส่ง การท่องเที่ยว การบริการของรัฐ และบริการอื่นๆ มูลค่าบริการส่งออก > มูลค่าของบริการนำเข้า  ดุลบริการเกินดุล มูลค่าบริการส่งออก < มูลค่าของบริการนำเข้า  ดุลบริการขาดดุล 238

239 EC210 2/2552 รายละเอียดของ บัญชีเดินสะพัด ( ต่อ ) บัญชีดุลรายได้ (Income Account) การบันทึกรายการรายรับจาก แรงงานที่ไปทำงานในต่างประเทศ และรายรับจากการลงทุน ( ลงทุน โดยตรง / ลงทุนในหลักทรัพย์ ) และ รายจ่ายในส่วนของทุนและหนี้สิน เช่น การจ่ายเงินปันผลและดอกเบี้ย เงินกู้ให้แก่นักลงทุนต่างชาติ บัญชีดุลเงินโอนและเงินบริจาค (Transfer Payment) การบันทึกรายการให้เปล่าที่เป็น ตัวเงินและสิ่งของโดยภาครัฐ และเอกชน เช่น การโอนเงินให้ญาติในต่างประเทศ การให้ทุนการศึกษาทุนวิจัย 239

240 EC210 2/ p 2550 p ดุลการค้า ,571.8 สินค้าออก 127, ,048.1 สินค้าอุตสาหกรรม 113, ,378.3 สินค้าเกษตร 10, ,852.5 สินค้าประมง 2,226.72,472.5 สินค้าออกอื่นๆ 4,131.33,394.5 สินค้าเข้า -126, ,476.3 น้ำมัน -25, ,725.2 อุปโภคบริโภค -9, ,985.9 วัตถุดิบ -52, ,028.4 สินค้าทุน -34, ,825.0 อื่นๆ -7, ,017.8 ดุลบริการและบริจาค 5/ 1,1804,193 ดุลบัญชีเดินสะพัด 2,17415,765 หน่วย ล้านดอลล่าร์ สรอ.

241 EC210 2/2552 สถานการณ์ต่อไปนี้ กระทบดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างไร ( ใน องค์ประกอบใด )  บริษัทไทยส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไปต่างประเทศ 400 ล้านบาท  บริษัทไทยนำเข้าเครื่องจักรสำหรับใช้ในโรงงาน 600 ล้านบาท  คนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาหลี 200 ล้านบาท  ชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย 5000 ล้านบาท 241 การส่งออกสินค้า >>> ดุลการค้า เพิ่มขึ้น 400 ล้านบาท การนำเข้าสินค้า >>> ดุลการค้า ลดลง 600 ล้านบาท การนำเข้าบริการ >>> ดุลบริการ ลดลง 200 ล้านบาท การส่งออกบริการ >>> ดุลบริการ เพิ่มขึ้น 5000 ล้านบาท

242 EC210 2/2552 สถานการณ์ต่อไปนี้ กระทบดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างไร ( ใน องค์ประกอบใด )  คนไทยดำเนินกิจการร้านสปาในออสเตรเลีย 100 ล้านบาท  ชาวต่างชาตินำเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย ได้รับเงินปันผลกลับประเทศ 250 ล้านบาท  รัฐบาลไทยบริจาคข้าวสารให้พม่าจากเหตุการณ์พายุ 50 ล้านบาท 242 รายรับจากการไปลงทุนในต่างประเทศ >>> ดุลรายได้ เพิ่มขึ้น 100 ล้านบาท รายจ่ายในส่วนทุนจากต่างประเทศ >>> ดุลรายได้ ลดลง 250 ล้านบาท บริจาคให้ต่างประเทศ >>> ดุลเงินโอนและเงินบริจาค ลดลง 50 ล้านบาท

243 EC210 2/ บัญชีทุนเคลื่อนย้าย (Capital and Financial Account) คือ ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ (Assets) และหนี้สิน (Liabilities) ระหว่างผู้ที่มีถิ่นฐานในประเทศกับผู้ที่มีถิ่นฐาน ในต่างประเทศ ประกอบด้วย  บัญชีทุน (Capital account)  บัญชีการเงิน (Financial account) 243 • ปัจจุบันในรายงานจะแสดงรายการ เงินทุนเคลื่อนย้ายสุทธิ (Net Capital movement) ซึ่งมีการแยกตามการเคลื่อนย้ายเงินทุนแต่ละภาคส่วน เช่น ภาครัฐบาล ภาคธนาคาร ภาคเอกชน เป็นต้น

244 EC210 2/2552 รายละเอียดของบัญชีทุนเคลื่อนย้าย 1) บัญชีทุน (Capital Account) หมายถึง รายรับและรายจ่ายที่ เกิดจากธุรกรรมเคลื่อนย้ายเงินทุน (Capital transfer) ทั้งใน รูปตัวเงินและในรูปที่มิใช่ตัวเงิน ได้แก่ - การโอนย้ายเงินทุนที่เกิดจากการซื้อขายสินทรัพย์ถาวร - การโอนสิทธิในทรัพย์สินถาวร - การยกเลิกหนี้สินโดยเจ้าหนี้ 244

245 EC210 2/2552 รายละเอียดของบัญชีทุนเคลื่อนย้าย ( ต่อ ) 2) บัญชีการเงิน (Financial Account) หมายถึง ธุรกรรมที่ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงิน ระหว่างประเทศ ประกอบด้วย - การลงทุนโดยตรง (Direct Investment) - การลงทุนในหลักทรัพย์ (Portfolio Investment) - การลงทุนอื่นๆ (Other Investment) 245

246 EC210 2/2552 Foreign Direct investment ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย 246

247 EC210 2/2552 สถานการณ์ต่อไปนี้กระทบทำให้บัญชีทุนเคลื่อนย้าย ขาดดุล หรือ เกินดุล ( หากเริ่มต้น บัญชีทุนเคลื่อนย้ายสมดุล )  นักลงทุนญี่ปุ่นส่งเงินเข้ามาลงทุนโดยตรงในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ทะเล 200 ล้านบาท  นักลงทุนยุโรป ย้ายเงินทุนโดยขายหุ้นในตลาดหุ้นไทย 150 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอน  ธนาคารพาณิชย์ไทย ส่งเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระเงินคืนแก่ธนาคาร พาณิชย์ต่างประเทศ 500 ล้านบาท  รัฐบาลไทยกู้กองทุนมิยาซาวา เพื่อก่อสร้างถนน 6000 ล้านบาท 247

248 EC210 2/ บัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศ (International Reserve Account) คือ ยอดแสดงการเปลี่ยนแปลงของปริมาณทุนสำรองเงินตรา / สินทรัพย์ ต่างประเทศที่ถือครองหรือควบคุมโดยธนาคารกลางและสามารถนำมาใช้ ประโยชน์เมื่อจำเป็น ประกอบด้วย  ทองคำ (Monetary Gold)  สิทธิพิเศษถอนเงิน (Special Drawing Rights: SDRs)  สินทรัพย์ส่งสมทบกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Net IMF Account)  สินทรัพย์ในรูปเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange) 248

249 EC210 2/2552 บัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศ ( ต่อ )  บัญชีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ แสดงถึง การเปลี่ยนแปลงฐานะ ทางการเงินระหว่างประเทศโดยรวมของประเทศ  เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ มีหน้าที่สำคัญ คือ  เป็นทุนหนุนหลังการออกพันธบัตร  รักษาสภาพคล่องการชำระหนี้ระหว่างประเทศ 249

250 EC210 2/2552 ความสัมพันธ์ระหว่างการค้าระหว่างประเทศกับ ทุนสำรองระหว่างประเทศ $ $ เงินตราต่างประเทศไหลเข้า กองทุนเงินสำรองระหว่าง ประเทศ เมื่อมีการ ส่งออก เงินตราต่างประเทศไหลออกจาก กองทุนเงินสำรองระหว่าง ประเทศ เมื่อมีการ นำเข้า กองทุนเงินสำรอง ระหว่างประเทศ บัญชีการชำระเงิน 250

251 EC210 2/2552 บัญชีดุลการชำระเงินเกินดุล (Surplus)/ ขาดดุล (Deficit)  การเปลี่ยนแปลงในบัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศ มีมูลค่าเท่ากับ ผลรวมของดุลบัญชีอื่นๆ :  บัญชีเดินสะพัด + บัญชีทุนและการเงิน < 0 => ดุลการชำระเงินขาดดุล  บัญชีเดินสะพัด + บัญชีทุนและการเงิน > 0 => ดุลการชำระเงินเกินดุล บัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศ = บัญชีเดินสะพัด + บัญชีทุนและการเงิน 251

252 EC210 2/2552 บัญชีดุลการชำระเงินของไทย ปี Source: Bank of Thailand หน่วย ล้านดอลล่าร์ สรอ p 2550 p ดุลการค้า ,571.8 สินค้าออก (F.O.B.) 127, ,048.1 สินค้าเข้า (C.I.F.) 126, ,476.3 ดุลบริการและบริจาค 1,1804,193 ดุลบัญชีเดินสะพัด 2,17415,765 เงินทุนเคลื่อนย้ายสุทธิ 5,719-2,980 จำนวนไม่ประจักษ์4,8494,318 ดุลการชำระเงิน12,74217,102

253 EC210 2/2552 International Reserves ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย 253 (ล้านบาท) ทองคำ81, , , , , , สิทธิพิเศษถอนเงิน4, สินทรัพย์ส่งสมทบกองทุนการเงิน ระหว่างประเทศ7, , , , , , สินทรัพย์ต่างประเทศ3,780, ,869, ,348, ,072, ,894, ,621, รวม3,873, ,948, ,414, ,136, ,946, ,668, Q: ดุลการชำระเงินที่เกินดุล มีผลต่อ เงินสำรองระหว่างประเทศอย่างไร ? (พิจารณาปี 2549 และ 2550)

254 EC210 2/2552 ความสำคัญของการจัดทำบัญชีดุลการชำระเงิน  เป็นรายการที่มีอิทธิพลต่อตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น GDP, การจ้างงาน, เงินเฟ้อ, อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ, อัตราดอกเบี้ยในประเทศ  เป็นตัวแปรที่เอกชนใช้คาดคะเนการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจ  ใช้อธิบายผลกระทบของการค้าและเศรษฐกิจ  เพื่อทราบถึงระดับทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ  เพื่อทราบทิศทางการเคลื่อนไหวของเงินตราสกุลต่างประเทศในระยะเวลาหนึ่งๆ  คาดคะเนศักยภาพของตลาดในประเทศ  คาดคะเนค่าเงินสกุลท้องถิ่นของประเทศ  และอื่นๆ 254

255 Cumulative Current Account Balance from 1980 till EC210 2/ Source: IMF

256 EC210 2/ ความหมาย และความสำคัญ - ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน - นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนชนิดต่างๆ 256

257 EC210 2/2552 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ  อัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate) หมายถึง ราคา ของเงินสกุลต่างประเทศเมื่อเทียบกับเงินสกุลของประเทศ  เช่น จำนวนบาทต่อหนึ่งดอลลาร์ =32 บาทต่อ 1 US$  หากเรามองว่า “ เงินตราต่างประเทศ ” คือ “ สินค้า ” อัตราแลกเปลี่ยน ก็คือ ราคาของเงินตราต่างประเทศ 1 หน่วย นั่นเอง 257

258 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ  อัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างๆ ณ วันที่ 13 กันยายน 2552 EC210 2/ ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย

259 EC210 2/2552 มองมุม ไทย แลกเงินดอลล่าร์  เดิม อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลล่าร์ = 32 บาทต่อเหรียญ ( เราเอาเงินบาทไปแลกดอลล่าร์ ) CASE 1 อัตราแลกเปลี่ยน เปลี่ยนเป็น 35 บาทต่อเหรียญ >>> ใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อไปซื้อดอลล่าร์ >> เงินดอลล่าร์แพงขึ้น CASE 2 อัตราแลกเปลี่ยน เปลี่ยนเป็น 30 บาทต่อเหรียญ >>> ใช้เงินบาทน้อยลงเพื่อไปซื้อดอลล่าร์ >> เงินดอลล่าร์ถูกลง 259

260 EC210 2/2552 มองมุม ดอลล่าร์ แลกเงินไทย  เดิม อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลล่าร์ = 32 บาทต่อเหรียญ ( เงินไทย = 1/32 = ดอลล่าร์ต่อบาท ) CASE 1 อัตราแลกเปลี่ยน เปลี่ยนเป็น 35 บาทต่อเหรียญ ( เงินไทย = 1/35 = ดอลล่าร์ต่อบาท ) เงินบาทถูกลงในสายตาคนต่างชาติ >>> เงินบาทอ่อนค่า = เงินดอลล่าร์แข็งค่า CASE 2 อัตราแลกเปลี่ยน เปลี่ยนเป็น 30 บาทต่อเหรียญ ( เงินไทย = 1/30 = ดอลล่าร์ต่อบาท ) เงินบาทแพงขึ้นในสายตาคนต่างชาติ >>> เงินบาทแข็งค่า = เงินดอลล่าร์อ่อนค่า 260

261 กรณี อัตราแลกเปลี่ยน กับการซื้อ skin food  จะไปช๊อปปิ้งที่เกาหลี อัตราแลกเปลี่ยนจะมีผลกับ ราคาที่ได้อย่างไร ?  กรณี อัตราแลกเปลี่ยน = บาทต่อวอน (หรือ 28 บาทต่อ 1000 วอน) เบสองุ่น ราคา = x 8900 = บาท  กรณี อัตราแลกเปลี่ยน = 0.03 บาทต่อวอน (หรือ 30 บาทต่อ 1000 วอน) เบสองุ่น ราคา = 0.03 x 8900 = 267 บาท ค่าเงินบาทอ่อนค่า ดังนั้น เราต้องซื้อของนอกแพงขึ้น EC210 2/ ราคา 8900 วอน

262 EC210 2/2552 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ความสำคัญ :  การค้าระหว่างประเทศจำเป็นต้องมีอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตรา สกุลต่างๆ เพื่อใช้ในการชำระเงินระหว่างประเทศ  การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนมีผลโดยตรงต่อการนำเข้า และส่งออก ซึ่งมีผลกระทบต่อดุลการค้าและดุลการชำระเงิน การ ผลิต การจ้างงาน และรายได้ประชาชาติ 262

263 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ  อัตราแลกเปลี่ยนของไทย ( บาทต่อ ดอลล่าร์สหรัฐ ) EC210 2/ อัตราแลกเปลี่ยน (ณ สิ้นงวด) ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย อัตราแลกเปลี่ยนขึ้นๆลงๆ มีผลกับต่อการค้าขาย ( นำเข้า / ส่งออก ) อย่างไร ?? ลองนึกเล่นๆ.... ถ้าเราจะไปเรียนต่อ ต้องสอบ TOEFL ค่าสอบคิดเป็นเงิน 160 ดอลล่าร์สหรัฐ.... ถ้าเราจะส่งกางเกงเล ไปขายที่สหรัฐ กางเกงเล ราคาในไทยตัวละ 100 บาท

264 EC210 2/2552 การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน  มูลค่าอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น ( ราคาเงินตราต่างประเทศแพงขึ้น )  ค่าของสกุลเงินในประเทศลดลง (depreciation)  เช่น ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงจาก 40 ฿ /$ เป็น 42 ฿ /$ เช่น ถ้าเดิมเคยสมัครสอบ TOEFL 160$ = 160 x 40 บาท กลายเป็นว่า ต้องจ่ายแพงขึ้นเป็น 160 x 42 ( แพงขึ้นอีก 320 บาท ) ทั้งๆที่ ราคาในต่างประเทศไม่ได้เปลี่ยน ดังนั้น ค่าเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลทำให้ ราคาการนำเข้า ( แพงขึ้น ) คิดเป็นเงินบาท คำถาม... แล้ว กรณีเราจะส่งกางเกงเล ไปขาย หล่ะ ?? 264

265 EC210 2/2552 การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน  มูลค่าอัตราแลกเปลี่ยนลดลง ( ราคาเงินตราต่างประเทศถูกลง )  ค่าของสกุลเงินในประเทศเพิ่มขึ้น (appreciation)  เช่น ค่าเงินบาทแข็งตัวขึ้นจาก 40 ฿ /$ เป็น 38 ฿ /$ เช่น ถ้าเดิมเคยซื้อน้ำหอม 50 $ = 50 x 40 บาท กลายเป็นว่า ต้องจ่ายถูกลงเป็น 50 x 38 อีก ( ถูกลงไป 100 บาท ) ทั้งๆที่ ราคาในต่างประเทศไม่ได้เปลี่ยน ดังนั้น ค่าเงินบาทแข็งค่า ส่งทำให้ ราคาการนำเข้า ( ถูกลง ) คิดเป็นเงินบาท คำถาม... แล้ว กรณีเราจะส่งข้าวไปขาย หล่ะ ?? 265

266 โดยสรุป อัตราแลกเปลี่ยนราคาการส่งออก (คิดเป็นเงิน $) ราคาการนำเข้า (คิดเป็นเงินบาท) 40 บาทต่อ $ บาทต่อ $ (เงินบาทอ่อนค่า / เงินดอล แพงขึ้น) ถูกลงในสายตาต่างชาติ คนไทยจ่ายแพงขึ้น 38 บาทต่อ $ (ค่าเงินบาทแข็งขึ้น/ เงินดอล ถูกลง) แพงขึ้นในสายตาต่างชาติ คนไทยจ่ายถูกลง EC210 2/

267 EC210 2/2552 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร แรงผลักของอุปสงค์ และอุปทานเงินตราต่างประเทศ >>> ดุลยภาพตลาด ตัวกำหนดอุปสงค์ของเงินตราต่างประเทศ คือ ปัจจัยที่ส่งผลให้เงินตราต่างประเทศไหล ออกจากประเทศ เช่น  การนำเข้าสินค้า  การที่เงินทุนไหลออกจากประเทศ  การโอนเงินไปช่วยเหลือประเทศเพื่อน บ้าน  ฯลฯ ตัวกำหนดอุปทานของเงินตราต่างประเทศ คือ ปัจจัยที่ส่งผลให้เงินตราต่างประเทศ ไหลเข้า ประเทศ  การส่งออกสินค้า  การลงทุนทางตรง  การได้รับเงินบริจาคหรือเงินช่วยเหลือจาก ต่างประเทศ 267

268 EC210 2/2552 ปริมาณเงินตราต่างประเทศ ($) อัตราแลกเปลี่ยน (บาท/$1) Supply of Foreign Exchange Demand of Foreign Exchange 40 บาท = $1 อัตราแลกเปลี่ยนดุลยภาพ Q* = 1 พันล้านดอลล่าร์ 50 บาท = $1 30 บาท = $1 268

269 สถานการณ์ต่อไปนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยน  นักลงทุนต่างชาติไม่มั่นใจเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้ทยอยขายหุ้น และ นำเงินกลับประเทศ  ประเทศเร่งผลักดันขยายตัวการส่งออกกุ้งแช่แข็งไปยังสหรัฐ EC210 2/ เงินทุนไหลออกนอกประเทศ >>> Demand for $ เพิ่มขึ้น >>> Shift ขวา >>> อัตราแลกเปลี่ยนสูงขึ้น >>> ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ส่งออกมากขึ้น >>> เงิน $ ไหลเข้าประเทศ >>> Supply for $ เพิ่มขึ้น >>> Shift ขวา >>> อัตราแลกเปลี่ยนลดลง >>> ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

270 EC210 2/2552 ปริมาณเงินตราต่างประเทศ ($) อัตราแลกเปลี่ยน (บาท/$1) Supply of Foreign Exchange Demand of Foreign Exchange 40 บาท = $1 Q* = 1 พันล้านดอลล่าร์ 50 บาท = $1 30 บาท = $1 270 เงินทุนไหลออกนอกประเทศ >>> Demand for $ เพิ่มขึ้น >>> Shift ขวา >>> อัตราแลกเปลี่ยนสูงขึ้น >>> ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง

271 EC210 2/2552 วิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน  ผลกระทบต่อดุลการค้า  ผลกระทบต่อราคาสินค้านำเข้า  ผลกระทบต่อราคาสินค้า  ผลกระทบต่อดุลการชำระเงิน  ผลกระทบต่อการผลิต  ผลกระทบต่อรายได้ประชาชาติ  ผลกระทบต่อหนี้ต่างประเทศ 271

272 EC210 2/2552 กรณี มูลค่าอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น (Depreciation) Case กรณีช่วงวิกฤตปี 2540 ( ค่าเงินเปลี่ยนจากจาก 25 บาทเป็น 40 บาทต่อ $)  เงินบาทอ่อนค่า  สินค้าไทยในสายตาคนต่างชาติถูกลง การส่งออกเพิ่มขึ้น  สินค้าต่างชาติในสายตาคนไทยแพงขึ้น การนำเข้าลดลง 272

273 EC210 2/2552  ส่งออก > นำเข้า  ดุลการชำระเงินดีขึ้น ( เพิ่มสูงขึ้น )  ทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น  การผลิตในประเทศเพิ่มสูงขึ้น  แต่การผลิตที่ต้องใช้ปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศมีต้นทุนสูงขึ้น  การจ้างงานในประเทศสูงขึ้น  รายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้น  มูลค่าของหนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น ( จำนวนเงินบาทที่ต้องใช้ชำระหนี้จะ เพิ่มขึ้น ) 273

274 EC210 2/2552  ช่วงปีที่ผ่านมา มีข่าวค่าเงินบาทแข็งค่า  เงินบาทแข็งค่า  สินค้าไทยในสายตาคนต่างชาติแพงขึ้น การส่งออกลดลง  สินค้าต่างชาติในสายตาคนไทยถูกลง การนำเข้าเพิ่มขึ้น กรณี มูลค่าอัตราแลกเปลี่ยน ลดลง (Appreciation) 274

275 EC210 2/2552  ส่งออก < นำเข้า  ดุลการชำระเงินแย่ลง ( ลดลง )  ทุนสำรองระหว่างประเทศลดลง  การผลิตในประเทศลดลง  การผลิตที่ต้องใช้ปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศมีต้นทุนลดลง  การจ้างงานในประเทศลดลง  รายได้ประชาชาติลดลง  มูลค่าของหนี้ต่างประเทศลดลง ( จำนวนเงินบาทที่ต้องใช้ชำระหนี้ จะลดลง ) 275

276 วัฎจักรของการเปลี่ยนแปลงค่าเงิน สถานการณ์เปลี่ยนแปลง Demand / Supply for $ อัตราแลกเปลี่ยน เปลี่ยนแปลง ราคาสินค้านำเข้า / ส่งออก เปลี่ยน ( จากผลของค่าเงิน ) การนำเข้า / ส่งออกได้รับ ผลกระทบ EC210 2/

277 EC210 2/2552 นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนชนิดต่างๆ  ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว (Floating Exchange Rate System) คือ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่อัตรา แลกเปลี่ยนเป็นไปตามกลไกตลาดเสรี  ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ (Fixed Exchange Rate System) คือ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่อัตราแลกเปลี่ยนถูก กำหนดโดยธนาคารกลาง 277

278 EC210 2/2552 วิธีการควบคุมให้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ 1. การใช้กองทุนสำรองระหว่างประเทศ (Use of reserves) - เกิด Excess demand for $ => ธนาคารกลางนำ $ ออกขาย - เกิด Excess supply of $ => ธนาคารกลางนำ $ กลับเข้ากองทุน 2. นโยบายการค้า - ควบคุมการนำเข้า ( เช่น การตั้งกำแพงภาษี ) เพื่อแก้ไขการชำระเงินขาดดุล - ส่งเสริมการส่งออก 3. การควบคุมเงินตราต่างประเทศ - รัฐบาลกำหนดให้ผู้ส่งออกนำเงินตราต่างประเทศมาขายให้กับรัฐบาล และรัฐจะเป็นผู้ จัดสรรอุปทานของเงินตราต่างประเทศให้กับผู้นำเข้า 278

279 EC210 2/2552 ปริมาณเงินตราต่างประเทศ ($) อัตราแลกเปลี่ยน (บาท/$1) Supply of Foreign Exchange Demand of Foreign Exchange 40 บาท = $1 Q* = 1 พันล้านดอลล่าร์ 50 บาท = $1 30 บาท = $1 279 เงินทุนไหลออกนอกประเทศ >>> Demand for $ เพิ่มขึ้น >>> Shift ขวา >>> อัตรา แลกเปลี่ยนสูงขึ้น >>> ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง แต่ ต้องการควบคุมค่าเงินบาท Excess demand

280 EC210 2/ การกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ - การเปิดเสรีและการรวมกลุ่มทางการค้าระหว่างประเทศ - การเปิดเสรีทางการค้า (FTA) ของไทย 280

281 EC210 2/2552 นโยบายการค้าระหว่างประเทศ  นโยบายการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญ  นโยบายการค้าคุ้มกัน (Protective Trade Policy) หรือ การกีดกันทางการค้า  นโยบายการค้าเสรี (Free Trade Policy)  การรวมกลุ่มทางการค้าระหว่างประเทศ  การเปิดเสรีทางการค้า (FTA) ของไทย 281

282 EC210 2/2552 การกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ  การกีดกันเชิงปริมาณ (Quota) เช่น การกำหนดโควตาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ  มาตรการกีดกันทางการค้าที่เป็นภาษี (Tariff Barriers) เช่น การตั้งกำแพงภาษี  มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-tariff Barriers) เช่น การอุดหนุนสินค้าในประเทศ การกำหนดมาตรฐาน / มาตรการต่างๆ 282

283 EC210 2/2552 องค์กรและการรวมกลุ่มทางการค้าระหว่างประเทศ  GATT/WTO  ASEAN  AFTA  APEC  NAFTA  European Union (EU) 283

284 Trade Liberalization 284 EC210 2/2552

285 นโยบายการค้าเสรี  การค้าเสรี คือ การค้าที่ปราศจากอุปสรรคการกีดกันทางการค้า จากประเทศคู่ค้า  หลักพื้นฐานของนโยบายการค้าเสรี  การแบ่งงานกันทำ (Specialization)  การไม่เก็บภาษีเพื่อกีดกันการค้าจากประเทศอื่นๆ  การให้สิทธิทางการค้าที่เท่าเทียมกันกับทุกประเทศ 285

286 EC210 2/2552 นโยบายการค้าเสรี ( ต่อ )  ประโยชน์ของนโยบายการค้าเสรี  ประเทศต่างๆมีการแบ่งงานกันทำตามความถนัด  ผู้บริโภคมีโอกาสซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลง  สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  ข้อด้อยของนโยบายการค้าเสรี  ผู้ผลิตรายเล็กในประเทศไม่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ได้  ข้อจำกัดของประเทศกำลังพัฒนา 286