งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

01131491 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์ คณะวิทยาการจัดการ Basic Research Methods in Finance 8 : 5/7 พ.ย. 57.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "01131491 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์ คณะวิทยาการจัดการ Basic Research Methods in Finance 8 : 5/7 พ.ย. 57."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์ คณะวิทยาการจัดการ Basic Research Methods in Finance 8 : 5/7 พ.ย. 57

2 : การทบทวนวรรณกรรมการวิจัย : กรอบแนวคิดการวิจัย : การทบทวนวรรณกรรมการวิจัย : กรอบแนวคิดการวิจัย

3 วรรณกรรม หมายถึง งานหนังสือ งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด โดยมีการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ กัน เช่น ตำรา หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ สิ่งบันทึกเสียง ภาพถ่าย และอื่นๆ ฯลฯ วรรณกรรมในงานวิจัย หมายถึง เอกสารที่เกี่ยวข้องกับแนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กับเรื่องที่ทำการศึกษาวิจัย การทบทวนวรรณกรรมวิจัย การศึกษาค้นคว้าและเรียบเรียงแนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยที่ เกี่ยวข้องให้เชื่อมโยงกับเรื่องที่ศึกษาวิจัย การทบทวนวรรณกรรม (Literature Review)ความหมายวรรณกรรมวิจัย

4 การนำเสนอวรรณกรรม เป็นการคัดเลือกวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะ ทำการศึกษาวิจัยมาวิเคราะห์ และรวบรวมกันเป็นแนวคิดรวม แล้วนำมาเสนอเพื่อสนับสนุน ความเป็นมาแลความสำคัญ ของปัญหา การกำหนดสมมติฐาน และการอภิปรายผล

5 1. ช่วยให้ผู้วิจัยมองปัญหาด้วยความเข้าใจ และอธิบายปัญหา ถูกต้องชัดเจน 2. ช่วยให้ความเป็นมา และความสำคัญของปัญหามีน้ำหนัก เพราะมีแนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมา สนับสนุน ช่วยสนับสนุนการตั้งสมมติฐานและวิธีการวิจัย 3. ช่วยให้ผู้วิจัยสามารถสังเคราะห์กรอบแนวคิดการวิจัย (Conceptual framework) ความสำคัญของการทบทวนวรรณกรรม - สร้างความชัดเจนให้กับหัวข้อวิจัย

6 ความสำคัญของการทบทวนวรรณกรรม - ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของเรื่องที่จะศึกษา ช่วยให้ทราบว่าเรื่องที่ศึกษามีใครเคยทำมาก่อน? จะได้ เพิ่มหรือฉีกแนวให้แตกต่างออกไป สนับสนุนการอภิปรายผล - สนับสนุนการอภิปรายผล ช่วยให้ผู้วิจัยมีเหตุผลสนับสนุนสิ่งที่ผู้วิจัยค้นพบว่า แตกต่าง /เหมือนเดิมอย่างไร เช่น หากผลการศึกษา พบว่า กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็น กลุ่ม Gen z ที่เป็นเพศหญิง ส่วนใหญ่ มีพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงาม ซึ่งสอดคล้องกับ ผลการวิจัยของศูนย์วิจัยกสิกรไทย (2551) ที่พบว่า เพศหญิงมีแนวโน้มซื้อผลิตภัณฑ์เส รอมอาหารมากกว่าเพศชาย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเพศหญิงมีความรักสวยรักงามมากกว่า เพศชาย เป็นต้น

7 ความสำคัญของการทบทวนวรรณกรรม - การขยายความรู้ทางวิชาการ ช่วยให้ผู้วิจัยได้แนวคิด ทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวมา ขยายความรู้ทางวิชาการในเรื่องที่ทำ ช่วยการให้นิยามศัพท์ ให้มีความชัดเจนขึ้น ช่วยให้เกิดแนวคิดใหม่ในการต่อเติม งานวิจัยที่มีอยู่ให้เป็นหัวข้อใหม่ ในการวิจัยคราวต่อไป เช่น ภาพลักษณ์ต่อองค์กร หมายถึง ภาพที่เกิดขึ้นในใจของคน (Mental picture) ภาพลักษณ์ต่อองค์กร หมายถึง องค์รวมของความเชื่อ ความคิด และ ความ ประทับใจ ที่บุคคลมีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ภาพลักษณ์ต่อองค์กร หมายถึง การรับรู้ของผู้บริโภคต่อองค์กรทั้งหมด

8 วัตถุประสงค์ของการทบทวนวรรณกรรม ผู้วิจัยทำการค้นคว้าศึกษารวบรวมและประมวลผล งานทางวิชาการ เช่น ผลงานวิจัย บทความเอกสารทาง วิชาการและตำราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหรือประเด็นที่ทำการ วิจัย วัตถุประสงค์ : เพื่อประเมินประเด็น แนวความคิด ระเบียบวิธีการ วิจัย ข้อสรุป ข้อเสนอแนะจากผลงานวิจัยหรือเอกสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อหรือประเด็นของปัญหา ของการวิจัยก่อนที่จะลงมือทำการวิจัยของตนเองและใน บางครั้งอาจมีการทบทวนเพิ่มเติมหลังจากที่ได้ลงมือทำไป บ้างแล้ว (สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์)

9 เป้าหมายของการทบทวนวรรณกรรม จะได้ทราบว่ามีใครเคยทำงานวิจัยที่เกี่ยวกับเรื่องที่เรากำลัง ศึกษา ทำให้ไม่ทำวิจัยซ้ำกับผู้อื่น ทำให้ทราบอุปสรรค หรือข้อบกพร่อง ในการทำวิจัยในเรื่อง นั้น ๆ ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการพิจารณากำหนดขอบเขต และตัวแปรในการวิจัย ใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัย ช่วยในการกำหนดสมมติฐานการวิจัย ช่วยในการกำหนดรูปแบบและวิธีการวิจัย ช่วยในการเชื่อมโยงสิ่งที่ค้นพบในการวิจัยครั้งนี้กับที่พบจาก การวิจัยที่ผ่านมา

10 r บทความทาง วิชาการ (Articles) 1. วรรณกรรมประเภทปฐมภูมิ (Primary Literature) r รายงานผลการวิจัย (Research Report) r วิทยานิพนธ์ (Thesis) งานนิพนธ์ (Independent Study ) r สิ่งค้นพบอื่นๆ เช่น ภาพ เสียง ประเภทของวรรณกรรม

11 r บทความทาง วิชาการ (Articles) 5 2. วรรณกรรมประเภททุติยภูมิ (Secondary Literature) r ตำรา (Text Book) r พจนานุกรม (Dictionary) r สารานุกรม (Encyclopedia) r ปริทัศน์งานวิจัย (Research Review) r คู่มือ (Handbooks ) r รายงานประจำปี (Yearbooks) ประเภทของวรรณกรรม

12 แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย : 1)ระบุแหล่งที่น่าเชื่อถือ และอ้างอิงถูกต้อง 2) ความเหมาะสม ทันสมัย (ไล่เรียงจากปัจจุบันย้อนหลังไป) 3) พอเพียงที่ใช้เป็นแนวคิดการวิจัยและกรอบการวิจัย

13 ตัวอย่าง พฤติกรรมการเปิดรับและทัศนคติของกลุ่มคนวัยทำงานที่มีต่อรายการข่าว ภาคเที่ยงของสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทย การแนวคิดและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นกรอบแนวความคิดใน การศึกษา จึงประกอบด้วย 1. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมการเปิดรับข่าว 2. ทฤษฏีการเลือกและการแสวงหาข่าวสาร 3. แนวคิดและทฤษฏีเกี่ยวกับทัศนคติ 4. งานวิจัยต่างๆที่เกี่ยวข้อง : ทัศนีย์ ยาสมาน การชมรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาของประชาชนใน กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เทวี แย้มสรวล การวิเคราะห์องค์ประกอบที่มีผลต่อความสนใจรายการโทรทัศน์ สำหรับเด็กของนักเรียนชั้นประถมศึกษาในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

14 1. เกี่ยวข้องกับชื่อเรื่องหรือปัญหาในการวิจัย เพื่อใช้ในการเขียน ภูมิหลัง ความสำคัญและที่มาของปัญหาได้ชัดเจน 2. เกี่ยวข้องกับสมมติฐานเพื่อจะได้มีเหตุผลว่าทำไมกำหนด สมมติฐานเช่น เน้นวรรณกรรมที่คัดเลือกมาควรจะเกี่ยวข้องหรือ สนับสนุนสมมติฐาน 4. เกี่ยวข้องกับการอภิปรายผล เพื่อนำมาสนับสนุน/โต้แย้ง ผลการวิจัยที่ได้ /เปรียบเทียบกับผลงานวิจัยในอดีต 3. เกี่ยวข้องกับตัวแปร เพื่อจะได้กำหนดตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย นำไปสู่การสร้างกรอบแนวคิดในการวิจัย การประเมินวรรณกรรม ระดับความเกี่ยวข้อง

15 การประเมินวรรณกรรม ระดับความครอบคลุม การเลือกวรรณกรรมที่สามารถนำมาอ้างอิง สนับสนุน/ โต้แย้งครอบคลุมประเด็นต่างๆ ให้มากที่สุดตั้งแต่ภูมิหลังความ เป็นมา กรอบแนวคิด สมมติฐาน ขอบเขต ตัวแปร และการ อภิปรายผลการวิจัย ถ้าเลือกวรรณกรรมที่ครอบคลุมน้อยจะต้องใช้วรรณกรรม เป็นจำนวนมากเกินไปในการศึกษาวิจัย

16 1. ความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มา จะต้องสามารถสืบค้นได้ถึง เจ้าของผลงานเดิม 2. ความน่าเชื่อถือของประเภทวรรณกรรมปฐมภูมิมากกว่าทุติยภูมิ 3. ความน่าเชื่อถือของเจ้าของวรรณกรรม คุณวุฒิ ความถนัด ความ ชำนาญของเจ้าของวรรณกรรม 4. ความน่าเชื่อถือในสำนักพิมพ์ McGraw-Hill,Adison Wesly,. Prentice-Hall, Dryden Press 5. ความทันสมัยของวรรณกรรม ปี พ.ศ. การประเมินวรรณกรรม ระดับความน่าเชื่อถือ

17 การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยอย่างพินิจพิเคราะห์ –การอ่านเก็บความจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย การอ่านเก็บความคิดสำคัญ (Main Ideas) การอ่านเก็บรายละเอียด (Details) การอ่านวิธีการจัดระเบียบความคิด (Organisation of Ideas) การอ่านระหว่างบรรทัด (Read Between the Lines) –จากนั้นจึง ถอดความ (Paraphrase) สรุป (Summarise) และ คัดลอกข้อความ (Quote) เทคนิคและขั้นตอนการทบทวนวรรณกรรม

18 การจดบันทึกเนื้อหาสาระที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรม ใน เรื่อง/หัวข้อ ต่อไปนี้ ปัญหาและวัตถุประสงค์การวิจัย เหตุผลที่ทำวิจัย สมมติฐาน ทฤษฎี หรือ กรอบแนวคิด ตัวแปร เครื่องมือการวิจัย วิธีดำเนินการ ผลการวิจัย ข้อเสนอแนะ เทคนิคและขั้นตอนการทบทวนวรรณกรรม

19

20 ตารางสังเคราะห์การทบทวนวรรณกรรม เทคนิคและขั้นตอนการทบทวนวรรณกรรม

21 ตัวอย่าง : ตารางแสดงการสรุปตัวแปรที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรม เทคนิคและขั้นตอนการทบทวนวรรณกรรม

22 ตัวอย่าง : ตารางแสดงการสรุปตัวแปรที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรม

23 เทคนิคและขั้นตอนการทบทวนวรรณกรรม ตัวอย่าง : ตารางแสดงการสรุปตัวแปรที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรม

24 เทคนิคและขั้นตอนการทบทวนวรรณกรรม ตัวอย่าง : ตารางแสดงการสรุปตัวแปรที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรม

25 เทคนิคและขั้นตอนการทบทวนวรรณกรรม ตัวอย่าง : ตารางแสดงการสรุปตัวแปรที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรม

26 หลักคิดในการทบทวนวรรณกรรม 1.การทบทวนวรรณกรรมไม่จำเป็นต้องอ้างถึงวรรณกรรมหลัก ทั้งหมดในสาขาที่ศึกษา 2.การทบทวนวรรณกรรมควรระบุความจำ เป็นสำ หรับการศึกษา ครั้งต่อไปทุกครั้ง 3.คำถามการวิจัยมีความสำคัญต่อการกำหนดแนวทางการวิจัย สำหรับการทบทวนวรรณกรรม 4.วรรณกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัยไม่ควร นำมาใส่ในงานวิจัย ที่มา: ปรับมาจาก The University of Sydney (2010) อ้างใน ชัยเสฏฐ์ พรหมศรี

27 กรอบแนวคิดในการวิจัย (Conceptual Framework) ความหมาย ความหมาย : แบบจำลองที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสร้างขึ้นโดยใช้ ทฤษฎี ข้อสรุปเชิงประจักษ์ ข้อมูลจากสมมติฐานและผลงานวิจัย นำมา สังเคราะห์เพื่อให้ผู้วิจัยเกิดมุมมองภาพรวมของงานวิจัยเรื่องนั้น แบบจำลองที่ใช้แทนความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่าง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในเรื่องที่ศึกษาว่ามีแนวคิดที่สำคัญอะไรบ้าง ในปรากฏการณ์นั้น ตัวแปร หรือ ปรากฏการณ์เชื่อมโยงเกี่ยวกันอย่างไร ทั้งนี้ เพื่อจะนำความสัมพันธ์ที่คิดขึ้นไปตรวจสอบกับข้อมูลเชิง ประจักษ์ต่อไปว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่

28 กรอบแนวคิดในการวิจัย (Conceptual Framework) ความหมาย ความหมาย : เป็นภาพพจน์ ที่กำหนดว่าตัวแปรต่างๆ ที่ผู้วิจัยจะศึกษามี ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างไร เป็นปัญหาที่ตั้งไว้แต่ละข้อจะหาคำตอบได้อย่างไร เป็นใช้ระเบียบวิธีการวิจัยอย่างไรจึงจะค้นหาคำตอบในปัญหา เหล่านั้น ตัวแปร หรือ ปรากฏการณ์เชื่อมโยงเกี่ยวกันอย่างไร ทั้งนี้ เพื่อจะนำความสัมพันธ์ที่คิดขึ้นไปตรวจสอบกับข้อมูลเชิง ประจักษ์ต่อไปว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่

29 กรอบแนวคิดในการวิจัย (Conceptual Framework) ความหมาย ความหมาย : เป็นภาพสรุปสุดท้ายของการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง เป็นผลรวมความคิดของผู้วิจัยกับเรื่องราวทางทฤษฎีต่างๆ เป็นแนวคิดของผู้วิจัยที่ต้องการหลักฐานเชิงประจักษ์ มาพิสูจน์ ความถูกต้อง เป็นกรอบของการวิจัย ด้านเนื้อหาสาระ ประกอบด้วย ตัว แปร และการระบุความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร

30 กรอบแนวคิดในการวิจัย (Conceptual Framework) สรุป สรุป : การนำเสนอภาพรวมๆ ของงานวิจัยที่ผู้วิจัยจะทำโดยกำหนด ออกมาให้เห็นรูปธรรมชัดเจน จากการศึกษาวิเคราะห์เอกสาร ตำรา ทฤษฎี ตลอดจนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุม แล้วนำเสนอหรือ สรุปเป็นภาพรวมให้ชัดเจนให้ง่ายต่อความเข้าใจปัญหาและวิธีการวิจัย การเขียนกรอบแนวคิดการวิจัยเชิงพรรณนาการเขียนกรอบแนวคิดการวิจัยเชิงพรรณนา มุ่งพรรณนาคุณสมบัติของปรากฏการณ์หรือสิ่งที่ต้องการศึกษา ดังนั้น จะมีแต่การเขียนระบุว่า มีตัวแปรอะไรบ้างที่จะนำมาศึกษา การเขียนกรอบแนวคิดการวิจัยเชิงอธิบายการเขียนกรอบแนวคิดการวิจัยเชิงอธิบาย การวิจัยประเภทอธิบาย (Explanatory research) มุ่งอธิบาย การเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงเชิงสาเหตุและผลของปรากฏการณ์ที่ ต้องการศึกษา ดังนั้น ต้องระบุว่ามีตัวแปรอะไรบ้าง และตัวแปรเหล่านี้มี ความสัมพันธ์กันอย่างไร

31 ความสำคัญของกรอบแนวคิดการวิจัย  การศึกษาปัญหาเดียวกันอาจมีทฤษฎีต่างๆ หรือแนวความคิด ในการมองปัญหามากมายหลายรูปแบบ  หัวข้อปัญหาวิจัยและประเด็นการวิจัยเรื่องเดียวกันอาจมีกรอบ แนวความคิดแตกต่างกันได้  การระบุกรอบแนวความคิดจึงเป็นการช่วยให้ นักวิจัยเอง และผู้อื่นได้ทราบว่าผู้วิจัยมีแนวคิดอย่างไรเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการศึกษา ในรูปแบบใดและทิศทางใด

32 พื้นฐานเชิงทฤษฎีของกรอบแนวคิดการวิจัย การที่ตัวแปรในกรอบแนวความคิดมีพื้นฐานทางทฤษฎีต่างๆ จะ ช่วยเพิ่มพูนความรู้ที่มีอยู่แล้วให้ถูกต้องสมบูรณ์มากขึ้น  ทบทวนผลงานวิจัยและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง จะได้สมมติฐานการวิจัย  ถ้าผู้วิจัยสามารถกำหนดกรอบแนวความคิดการวิจัยได้ ผู้วิจัยก็ สามารถตั้งสมมติฐานระบุความ สัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ เกี่ยวข้องกันได้อย่างชัดเจนเช่นกัน กรอบแนวคิดการวิจัยและสมมติฐาน

33 ตัวอย่างของกรอบแนวความคิด ตัวอย่างของกรอบแนวความคิด แผนภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างสาเหตุ ตัวแปรอิสระตัวแปรตาม 1. พฤติกรรมการเปิดรับชมรายการ ข่าวรายการข่าวทางสถานีโทรทัศน์ ดาวเทียม MEDIA NEWS CHANNEL 2. ความพึงพอใจจากการรับชม รายการรายการข่าวทาง สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม MEDIA NEWS CHANNEL 3. ความคาดหวังต่อรายการ รายการข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ ดาวเทียม MEDIA NEWS CHANNEL ลักษณะประชากรศาสตร์ของ ประชาชนที่เปิดรับชมรายการ ข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ ดาวเทียม MEDIA NEWS CHANNEL พฤติกรรมการเปิดรับและความพึงพอใจต่อรายการข่าวทางสถานีโทรทัศน์ ดาวเทียม MEDIA NEWS CHANNEL ของผู้ชมในเขตกรุงเทพมหานคร

34 หลักการในการเลือกกรอบแนวความคิดในการวิจัย 1.ความตรงประเด็น พิจารณาได้จากเนื้อหาสาระของตัวแปรและ ระเบียบวิธีที่ใช้ในการศึกษา 2.ความง่ายและไม่สลับซับซ้อน ควรเลือกทฤษฎีที่สามารถอธิบาย ปรากฏการณ์ที่ต้องการศึกษาได้ จำนวนตัวแปรและรูปแบบของ ความ สัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่มีอยู่ในทฤษฎีไม่ซับซ้อน 3.ความสอดคล้องกับความสนใจ เนื้อหาสาระเกี่ยวกับตัวแปรหรือ ความ สัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสอดคล้องกับความสนใจของผู้วิจัย 4.ความมีประโยชน์เชิงกลยุทธ์ คำนึงถึงประโยชน์ทางด้านกลยุทธ์ หรือการพัฒนากลยุทธ์ ผู้วิจัยจึงควรเลือกตัวแปรที่เกี่ยวข้อง

35 ประโยชน์ของกรอบ แนวความคิดในการวิจัย 1.ทำให้ผู้วิจัยทราบว่าตัวแปรที่จะวัดมีกี่ตัว อะไรบ้าง 2.ทำให้ผู้วิจัยกำหนดสิ่งที่จะศึกษาชัดเจน และเลือกสถิติได้อย่าง เหมาะสม 3.ทำให้ผู้วิจัยวางแผนเก็บข้อมูลได้อย่างเหมาะสม ช่วงเวลาใดควรจะ เก็บข้อมูลกับตัวแปรใดก่อน – ตัวแปรใดหลัง 4.ทำให้ผู้วิจัยมองเห็นภาพที่จะทำการศึกษาชัดเจน และสามารถ อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ เป็นไปอย่างมีเหตุผล

36 การเสนอกรอบแนวความคิด 1. แบบพรรณนาหรือบรรยาย เป็นการเขียนบรรยายเพื่อให้เห็นว่า  ในการวิจัยนี้มีตัวแปรอะไรบ้างที่สำคัญเกี่ยวข้องกับปัญหาหรือ ประเด็นของการวิจัย  ตัวแปรเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับตัวแปรตามอย่างไร  มีเหตุผลหรือทฤษฎีอะไรมาสนับสนุน 3. แบบแผนภาพ  แผนภาพที่แตกต่างกันช่วยให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นว่าผู้วิจัย มีความคิดอย่างไรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร  ผู้วิจัยที่มีตัวแปรเดียวกัน จำนวนเท่ากันอาจมีแนวความคิด แตกต่างกัน 4. การบรรยายและนำเสนอสรุปเป็นแผนภาพ  2. แบบสมการ  Y = a + bx

37 ตัวอย่างสรุปจากกรอบทฤษฎีสู่กรอบแนวความคิด คุณค่าตราสินค้า (BE)  การตระหนักต่อตราสินค้า (Brand awareness)  การรับรู้คุณภาพ (Perceive quality)  การเชื่อมโยงกับตราสินค้า (Brand association)  ความภักดีต่อตราสินค้า (Brand loyalty) การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM)  คุณภาพของฐานข้อมูลลูกค้า (Database)  การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม (Electronic)  การกำหนดโปรแกรมเพื่อการสร้างความสัมพันธ์ (Action) ลักษณะส่วนบุคคลของลูกค้า  เพศ  อายุ  การศึกษา  อาชีพ  รายได้  สิทธิ์การรักษา ความพึงพอใจด้านความคาดหวังของลูกค้า (Customer Satisfaction)


ดาวน์โหลด ppt 01131491 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐานทางการเงิน เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์ คณะวิทยาการจัดการ Basic Research Methods in Finance 8 : 5/7 พ.ย. 57.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google