งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ความหมายของ Present Simple Tense Tense ( เท็นซ ) หมายถึง “ กาลเวลา ” เป็นรูปแบบของคำกริยาที่แสดง ให้ทราบว่า การกระทำนั้นๆหรือเหตุการณ์นั้นๆได้เกิดขึ้นเมื่อไร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ความหมายของ Present Simple Tense Tense ( เท็นซ ) หมายถึง “ กาลเวลา ” เป็นรูปแบบของคำกริยาที่แสดง ให้ทราบว่า การกระทำนั้นๆหรือเหตุการณ์นั้นๆได้เกิดขึ้นเมื่อไร."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 ความหมายของ Present Simple Tense Tense ( เท็นซ ) หมายถึง “ กาลเวลา ” เป็นรูปแบบของคำกริยาที่แสดง ให้ทราบว่า การกระทำนั้นๆหรือเหตุการณ์นั้นๆได้เกิดขึ้นเมื่อไร ได้เกิดขึ้น แล้วหรือว่ากำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งแบ่งได้เป็น 3 กาลเวลาด้วยกันคือ 1. Present Tense ( เพร็ซซึนซ เท็นซ ) = เหตุการณ์ปัจจุบัน 2. Past Tense ( พาสท เท็นซ ) = เหตุการณ์ในอดีต 3. Future Tense ( ฟิลเชอร์ เท็นซ ) = เหตุการณ์ในอนาคต ซึ่ง Tense ที่เราจะศึกษากันในวันนี้เป็น Present Tense ( เหตุการณ์ ปัจจุบัน ) ในรูปของ Present Simple Tense ซึ่งเป็น Tense พื้นฐานที่ นักเรียนจำเป็นต้องศึกษาเพื่อใช้เป็นแนวทางในการศึกษา Tense อื่นๆใน ระดับสูงต่อไป

3 โครงสร้างของ Present Simple Tense Subject+Verb 1 ประธาน + กริยาช่องที่ 1 กรณีแรก หาก Subject ( ประธาน ) เป็น Singular Subject ( เอกพจน์ มีหนึ่ง เดียว ) *V 1 จะต้องเติม S SubjectV 1 +sV. to beV. to have He, She, It เขา, เธอ, มัน ประธานมีหนึ่งเดียว จะต้องเติม S ใน V 1 ประธาน เดิน ไป โรงเรียน V 1 ใช้คำว่า ( walk ) + s He walks to school. She walks to school. It walks to school. ประธาน เป็น นักเรียน V. to be ใช้คำว่า is He is a student. She is a student.  ประธาน เป็น สุนัข It is a dog. ประธาน มี ปากกา 1 ด้าม V.to have ใช้คำว่า has  He has a pen. She has a pen.  ประธานมีหาง 1 หาง It has a tail.

4 Past Simple Tense ใช้แสดงถึงเหตุการณ์หรือการ กระทำที่เกิดขึ้นในอดีตและได้ สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีโครงสร้าง ประโยคดังนี้ หลักการใช้ Past Simple Tense 1. ใช้แสดงถึงการกระทำหรือเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นในอดีตและสิ้นสุดลงแล้ว โดยจะระบุ เวลาไว้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น - Mark arrived at 7 o'clock yesterday. - Joe bought a new car last week. - The train stopped five minutes ago. - They studied French last term.

5 2. ใช้แสดงถึงการกระทำที่เป็นนิสัยหรือเกิดขึ้น เป็นประจำในอดีต แต่ไม่ได้เกิดขึ้นแล้วใน ปัจจุบัน มักมี adverbs of frequency ที่แสดง ความบ่อยรวมอยู่ในประโยคเช่น always, usually, often, every เป็นต้น และต้องมีคำ บอกเวลาในอดีตแสดงไว้ด้วย ตัวอย่างเช่น - It often rained last week. - He always played tennis last year. - They swam every evening last year. 3. ใน Past Simple Tense สามารถใช้ used to + คำกริยาช่องที่ 1 ( เคย ) แสดงถึงการกระทำที่ กระทำอยู่ หรือที่เป็นอยู่เป็นประจำในอดีต ตัวอย่างเช่น - Sam used to travel to Japan on business. - She used to work here. - They used to live in Chiang Mai.

6 หลักการลียนคำกริยาให้เป็น Past Tense การเปลี่ยนรูปคำกริยาเป็น past tense มี 2 วิธี คือ 1, การเติม ed ที่ท้ายคำกริยาช่องที่ 1 (Regular Verb) 2. คำกริยาที่เปลี่ยนรูปใหม่ ( Irregular Verb) หลักการเติมเติม ed ที่ท้ายคำกริยามีดังนี้ 1. คำกริยาโดยทั่วไปเมื่อเปลี่ยนเป็นคำกริยาช่องที่ 2 ให้เติม ed ได้ เลย เช่น clean - cleaned 2. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย e อยู่แล้ว ให้เติม d ได้ทันทีเช่น like - liked 3. คำกริยาที่เป็นพยางค์เดียว มีสระตัวเดียว ตัวสะกดตัวเดียว ให้ เพิ่มตัวสะกดตัวท้ายอีกหนึ่งตัวก่อน แล้วจึงเติม ed เช่น stop - stopped 4. คำกริยาที่มี 2 พยางค์ ออกเสียงเน้นหนักพยางค์หลังให้เพิ่ม ตัวสะกดตัวท้ายอีกหนึ่งตัวก่อน แล้วจึงเติม ed prefer - preferred 5. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วจึงเติม ed

7 การทำเป็นประโยคคำถาม 1. ให้สังเกตว่าในประโยคมีกริยาช่วยหรือไม่ ถ้ามีให้นำ กริยาช่วยมาวางไว้หน้าประโยคและใส่ เครื่องหมาย ?(question mark) ดังนี้ - He was in the bathroom five minutes ago. Was he in the bathroom five minutes ago? Yes, he was./No,he wasn't. 2. ถ้าในประโยคนั้นไม่มีกริยาช่วย ให้ใช้ did มาช่วย ( ประธานทุกตัวใช้ did) โดยนำ did มาวางไว้หน้าประโยค ตามด้วยประธานและกริยาต้องอยู่ในรูปเดิม ( ช่องที่ 1) ท้ายประโยคใส่เครื่องหมาย ?(question mark) Cathy lived with her parents. Did Cathy live with her parents? Yes, she did. / No, she didn't.

8 การทำให้เป็นประโยคปฏิเสธ 1. ถ้าในประโยคมีกริยาช่วยให้ใส่ not หลังกริยา ช่วยนั้น เช่น I was tired. I was not tired หรือ I wasn't tired. 2. ถ้าไม่มีกริยาช่วยให้ใช้ did มาช่วย ( ประธานทุก ตัวใช้ did) แล้วใส่ not หลัง did และกริยาช่องที 2 ต้องเปลี่ยนเป็นกริยาช่องที่ 1 Ben danced yesterday. Ben did not(didn't) dance yesterday. Angela saw the denteist last week. Angela did not (didn't) see the dentist last week.

9


ดาวน์โหลด ppt ความหมายของ Present Simple Tense Tense ( เท็นซ ) หมายถึง “ กาลเวลา ” เป็นรูปแบบของคำกริยาที่แสดง ให้ทราบว่า การกระทำนั้นๆหรือเหตุการณ์นั้นๆได้เกิดขึ้นเมื่อไร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google