งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การควบคุมเพลี้ยแป้งใน มันสำปะหลัง การควบคุมเพลี้ยแป้งใน มันสำปะหลัง  สถานการณ์การระบาดของเพลี้ยแป้งใน มันสำปะหลัง -ปลูกพืชเชิงเดี่ยว -ระยะเวลา ระบาดมากในหน้าแล้งหรือฝนทิ้งช่วง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การควบคุมเพลี้ยแป้งใน มันสำปะหลัง การควบคุมเพลี้ยแป้งใน มันสำปะหลัง  สถานการณ์การระบาดของเพลี้ยแป้งใน มันสำปะหลัง -ปลูกพืชเชิงเดี่ยว -ระยะเวลา ระบาดมากในหน้าแล้งหรือฝนทิ้งช่วง."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การควบคุมเพลี้ยแป้งใน มันสำปะหลัง การควบคุมเพลี้ยแป้งใน มันสำปะหลัง  สถานการณ์การระบาดของเพลี้ยแป้งใน มันสำปะหลัง -ปลูกพืชเชิงเดี่ยว -ระยะเวลา ระบาดมากในหน้าแล้งหรือฝนทิ้งช่วง เวลานาน -ระบาดรุนแรงอายุ 1-4 เดือน มีผลกระทบ มากกว่า 4-8 เดือน และ8-12 เดือน ผลผลิต มากกว่า 4-8 เดือน และ8-12 เดือน ผลผลิต ลดลงถึง 80 % ลดลงถึง 80 %

2 ชีพจักรของเพลี้ยแป้ง - สามารถขยายพันธุ์โดยไม่ต้องผสมพันธุ์ - สามารถออกลูกเป็นตัวและเป็นไข่ - วางไข่ครั้งละ ฟอง - ระยะไข่ 7 วัน - ลอกคราบ 3-4 ครั้ง - ตัวเต็มวัยอายุ 10 วัน - ตัวอ่อนอายุ วัน - เฉลี่ยอายุ วัน

3 - ใช้ปากที่เป็นท่อยาวดูดกินน้ำเลี้ยงจาก ยอด ใบ ตา และลำต้น - ปล่อยฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ทำให้เกิด ข้อถี่ แตกใบเป็นพุ่มหนาเป็นกระจุก - ท่อนพันธ์ที่ถูกทำลาย จะแห้งเร็ว อายุการเก็บ เกี่ยวจะสั้น ลักษณะการทำลาย

4 ชนิดเพลี้ยแป้งเพลี้ยแป้งตัวลาย - ลำตัวคล้ายลิ่ม มีไขปกคลุมลำตัว มีแถบดำบนลำตัว 2 แถบ - ปลายท้องมีหางคล้ายแป้ง 2 เส้นยาวครึ่งหนึ่งของลำตัว - ปลายท้องมีหางคล้ายแป้ง 2 เส้นยาวครึ่งหนึ่งของลำตัว ออกลูกเป็นไข่ ออกลูกเป็นไข่

5 เพลี้ยแป้งสีเขียว ลำตัวรูปไข่ ผนังลำตัวสีเขียวอมเหลืองมีไขแป้งสีขาว ปกคลุมด้านข้างลำตัวมีเส้นแป้งสั้น เส้นแป้งที่ปลาย ท้องยาวกว่าเส้นแป้งที่ลำตัว ลำตัวรูปไข่ ผนังลำตัวสีเขียวอมเหลืองมีไขแป้งสีขาว ปกคลุมด้านข้างลำตัวมีเส้นแป้งสั้น เส้นแป้งที่ปลาย ท้องยาวกว่าเส้นแป้งที่ลำตัว ออกลูกเป็นตัว ออกลูกเป็นตัว

6 เพลี้ยแป้งสีชมพู  ลำตัวรูปไข่ ผนังลำตัวสีชมพู มีเส้นแป้งสั้น หรือไม่ปรากฏให้เห็นเลย ออกลูกเป็นตัว หรือไม่ปรากฏให้เห็นเลย ออกลูกเป็นตัว

7 เพลี้ยแป้งแจ็คเบียดเลย์ ลำตัวค่อนข้างแบน สีเทาอมชมพูมีไขแป้งปกคลุม ด้านข้างลำตัวมีไขแป้งปกคลุมจำนวนมากเส้นแป้งที่ ปลายท้องยาวกว่าด้านข้างลำตัว ออกลูกเป็นตัว ลำตัวค่อนข้างแบน สีเทาอมชมพูมีไขแป้งปกคลุม ด้านข้างลำตัวมีไขแป้งปกคลุมจำนวนมากเส้นแป้งที่ ปลายท้องยาวกว่าด้านข้างลำตัว ออกลูกเป็นตัว

8 ลักษณะมันสำปะหลังที่ถูกทำลาย  มีข้อถี่มาก แตกใบเป็นพุ่มหนาและหงิก

9 การกำจัดเพลี้ยแป้งโดยวิธี ผสมผสาน 1. การจัดการด้านเขตกรรม 1. การจัดการด้านเขตกรรม -เลือกพื้นที่ปลูก -เลือกพื้นที่ปลูก - เลือกฤดูปลูก - เลือกฤดูปลูก - เลือกพันธุ์ - เลือกพันธุ์ - การเตรียมดิน - การเตรียมดิน - การเตรียมท่อนพันธุ์ - การเตรียมท่อนพันธุ์ - การจัดการวัชพืช - การจัดการวัชพืช - การใส่ปุ๋ย - การใส่ปุ๋ย

10 2. การจัดการที่อยู่อาศัย - การให้น้ำ - การให้น้ำ - การปลูกพืชหมุนเวียน - การปลูกพืชหมุนเวียน - การสร้างแนวป้องกัน - การสร้างแนวป้องกัน 3. การควบคุมโดยชีววิธี การใช้สิ่งมีชีวิต (ศัตรู ธรรมชาติ) ควบคุมสิ่งมีชีวิต(ศํตรูพืช) แบ่งเป็น 3. การควบคุมโดยชีววิธี การใช้สิ่งมีชีวิต (ศัตรู ธรรมชาติ) ควบคุมสิ่งมีชีวิต(ศํตรูพืช) แบ่งเป็น - ตัวห้ำ หมายถึงศัตรูธรรมชาติที่ห้ำหั่นจับศัตรูพืชกัด กินโดยตรง จะมีรูปร่างค่อนข้างใหญ่ มีแขน ขา ที่ แข็งแรง ได้แก่ แมลงช้างปีกใส ด้วงเต่าตัวห้ำ ฯลฯ - ตัวห้ำ หมายถึงศัตรูธรรมชาติที่ห้ำหั่นจับศัตรูพืชกัด กินโดยตรง จะมีรูปร่างค่อนข้างใหญ่ มีแขน ขา ที่ แข็งแรง ได้แก่ แมลงช้างปีกใส ด้วงเต่าตัวห้ำ ฯลฯ

11 - ตัวเบียน หมายถึงศัตรูธรรมชาติที่มีขนาดเล็ก สามารถทำลายศัตรูพืช โดยเข้าไปอาศัยกินอยู ในตัว ศัตรูพืช ทำให้ศัตรูพืชตาย ได้แก่ - ตัวเบียน หมายถึงศัตรูธรรมชาติที่มีขนาดเล็ก สามารถทำลายศัตรูพืช โดยเข้าไปอาศัยกินอยู ในตัว ศัตรูพืช ทำให้ศัตรูพืชตาย ได้แก่ แตนเบียนเพลี้ยแป้ง Anagyrus lopezi แตนเบียนเพลี้ยแป้ง Anagyrus lopezi - เชื้อโรค เป็นเชื้อโรคที่สามารถทำลายแมลงหรือทำ ให้เกิดโรคกับแมลงหลายชนิด โดยเฉพาะเพลี้ยต่างๆ - เชื้อโรค เป็นเชื้อโรคที่สามารถทำลายแมลงหรือทำ ให้เกิดโรคกับแมลงหลายชนิด โดยเฉพาะเพลี้ยต่างๆ ได้แก่เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ เพลี้ยกระโดด ได้แก่เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ เพลี้ยกระโดด สีน้ำตาล ได้แก่เชื้อราบิวเวอเรีย สีน้ำตาล ได้แก่เชื้อราบิวเวอเรีย

12 แมลงช้างปีกใส สามารถกินเพลี้ยแป้งได้ 150 ตัว ภายในเวลา 10 วัน

13 ด้วงเต่าตัวห้ำ สามารถกินเพลี้ยแป้งได้ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ตลอดอายุไขของด้วงเต่าตัวห้ำ สามารถกินเพลี้ย ได้มากกว่า 1,000 ตัว

14 แตนเบียนเพลี้ยแป้ง Anagyrus lopezi ทำลายเพลี้ยแป้งได้ 2 วิธี ได้แก่ การห้ำ และการเบียน ห้ำเพลี้ยแป้งได้วันละ ตัว สามารถเบียนได้วันละ ตัว ตัวเต็มวัยอายุ วัน

15 เชื้อราบิวเวอเรีย ลักษณะของเส้นใย และสปอร์มีสีขาวหรือสีครีมซีด สปอร์งอก (germ tube)แทงทะลุผ่านผนัง หรือช่องว่าง บนลำตัว โดยอาศัยน้ำย่อยต่าง ๆ เมื่อเข้าสู่ตัวแมลง แล้วจะเพิ่มปริมาณ และสร้างเส้นใย ผลิตเอ็นไซม์ที่เป็น พิษ ทำให้เป็นอัมพาตและตาย

16 สารสกัดชีวภาพ หรือสารธรรมชาติ  ทำมาจากสมุนไพร เช่น ตะไคร้หอม สะเดา ขมิ้น โล่ติ้น หนอนตายหยาก พริกไทย โหระพา ดาวเรือง สาบเสือ เป็นต้น

17 การใช้สารเคมี - แนะนำให้ใช้ครั้งแรก เพื่อกำจัดเพลี้ยแป้งที่ติด มากับท่อนพันธุ์ - และเมื่อมีการระบาดเกิดขึ้นอย่าง รุนแรงแมลงศัตรูธรรมชาติไม่สามารถ ควบคุมได้ สารเคมีที่แนะนำ ไไไไทอะมิโทแซม ชื่อการค้า แอคคาราหรือแอมเพล (25% WG) ไไไไดโนฟูแรน ชื่อการค้าสตาร์เกิล (10% WG) โโโโพรไทโอฟอส ชื่อการค้าโตกุไธออน(50%EC50 )

18 การเตรียมท่อนพันธุ์  ท่อนพันธุ์อายุ เดือน  ตัดต้นกองทิ้งไว้ไม่เกิน 10 วัน  ความยาวของท่อนพันธุ์ที่ใช้ปลูกประมาณ ซม.  แช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมี  ไทอะมิโทแซม 25%WG 4 กรัม/น้ำ 20 ลิตร  ไดโนฟูแรน 10% WG 40 กรัม/น้ำ 20 ลิตร  แช่นาน นาทีและนำไปผึ่งลมในที่ร่ม ให้แห้ง ก่อนนำไปปลูก

19 การเตรียมท่อนพันธุ์  ท่อนพันธุ์อายุ เดือน  ตัดต้นกองทิ้งไว้ไม่เกิน 10 วัน  ความยาวของท่อนพันธุ์ที่ใช้ปลูกประมาณ ซม ซม. แแแแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมี -ไทอะมิโทแซม 25%WG 4 กรัม/น้ำ 20 ลิตร -ไทอะมิโทแซม 25%WG 4 กรัม/น้ำ 20 ลิตร -ไดโนฟูแรน 10% WG 40 กรัม/น้ำ 20 ลิตร -ไดโนฟูแรน 10% WG 40 กรัม/น้ำ 20 ลิตร  แช่นาน นาทีและนำไปผึ่งลมในที่ร่ม ให้แห้งก่อนนำไปปลูก ให้แห้งก่อนนำไปปลูก

20 การแช่ท่อนพันธุ์

21 การใช้สารเคมีกำจัดเพลี้ยแป้งในมัน สำปะหลัง - กรณีย์ระบาดไม่รุนแรง/ศัตรูธรรมชาติน้อย ให้ใช้ไทอะ มิโทแซม 25%WG 2 กรัม/น้ำ 20 ลิตรและไวท์ออย 40 CC. สามารถฉีดพ่นได้ 1-2 งาน - ระบาดรุนแรง ให้ใช้ไทอะมิโทแซม 25%WG 2 กรัม/ น้ำ 20 ลิตรและไวท์ออย 40 CC. ฉีดพ่น 2 ครั้งห่าง กัน 10 วัน

22 การฉีดพ่นสารเคมีอย่างปลอดภัยต้องใช้ชุดป้องกันอันตรายจากสารเคมี การฉีดพ่นสารเคมีอย่างปลอดภัย ต้องใช้ชุดป้องกันอันตรายจากสารเคมี หมวก หน้ากาก ชุดคลุม ถุงมือ รองเท้าบู๊ท

23 การฉีดพ่นสารเคมีอย่างปลอดภัย 1. ต้องใช้ชุดป้องกันอันตรายจากสารเคมี เช่น ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว สวมหน้ากาก ใส่ถุงมือ ใส่รองเท้าบู๊ท 2.ต ้องอ่านฉลากให้เข้าใจก่อนใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทุกครั้ง 3. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีความเข้มข้นสูง อย่าใช้ปริมาณ ที่เกินที่ฉลากกำหนด 4. ไม่ควรผสมสารเคมีหลายชนิดฉีดพ่นในเวลาเดียวกัน 5. ห้ามใช้มือผสมสารเคมีโดยเด็ดขาด 6. ขณะเตรียมสารเคมีต้องเตรียมน้ำสะอาดไว้ใกล้ๆตัว 7. ควรผสมสารเคมีให้พอดีกับการใช้ ไม่ควรนำสารเคมีที่ผสม แล้วเก็บไว้ใช้อีก

24 8. อย่าให้เด็กหรือสัตว์เลี้ยงเข้ายังที่ฉีดพ่นสารเคมี 9. อย่าสูบบุหรี่ กินอาหาร หรือดื่มน้ำระหว่างผสมหรือฉีดพ่น สารเคมี 10.ตรวจดูเครื่องมือและอุปกรณ์ฉีดพ่นสารเคมีให้อยู่ในสภาพดี ไม่รั่วหรือชำรุด 11. ขณะฉีดพ่นสารเคมีผู้ฉีดต้องอยู่เหนือลมเสมอ 12.ควรฉีดพ่นสารเคมีในขณะที่ลมสงบ แดดไม่แรง และควร ฉีดพ่นในเวลาเช้าตรู่หรือเย็น 13. สารเคมีที่ผสมแล้ว และเหลือจากการฉีดพ่น ควรทิ้งไว้ใน ที่จัดเตรียมไว้ 14. ต้องทำความสะอาดเครื่องมือฉีดพ่นสารเคมีภายหลังจาก ใช้เสร็จทุกครั้ง 15. ต้องอาบน้ำชำระร่างกาย และซักทำความสะอาดชุดที่ใส่ ฉีดพ่นสารเคมีทันที


ดาวน์โหลด ppt การควบคุมเพลี้ยแป้งใน มันสำปะหลัง การควบคุมเพลี้ยแป้งใน มันสำปะหลัง  สถานการณ์การระบาดของเพลี้ยแป้งใน มันสำปะหลัง -ปลูกพืชเชิงเดี่ยว -ระยะเวลา ระบาดมากในหน้าแล้งหรือฝนทิ้งช่วง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google