งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะ อย่าง สมเหตุผลในโรคติดเชื้อ ทางเดิน หายใจส่วนบน / ท้องเสีย / บาดแผลฉีกขาด.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะ อย่าง สมเหตุผลในโรคติดเชื้อ ทางเดิน หายใจส่วนบน / ท้องเสีย / บาดแผลฉีกขาด."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะ อย่าง สมเหตุผลในโรคติดเชื้อ ทางเดิน หายใจส่วนบน / ท้องเสีย / บาดแผลฉีกขาด

3 ยาปฏิชีวนะเป็นยาอันตราย ยาอันตราย คำเตือน 1. ห้ามใช้ในผู้ป่วยแพ้ยานี้ 2. ยานี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้และเป็น อันตรายถึงตายได้ 3. หากเกิดอาการผื่นแดง ระคายเคืองหรือ บวมให้หยุดยาและปรึกษาแพทย์

4 Antibiotic associated colitis (AAC) เกิดจาก Clostridium difficle toxin อาการ : ท้องเสีย, ปวดท้อง สาเหตุ : overgrowth ของเชื้อ Clostridium difficle ยาที่เกิด : ampicillin,clindamycin,cephalos porin การรักษา : Vancomycin

5 Antibiotic associated colitis (AAC)

6

7

8 Stevens-Johnson syndrome เกิดจากการแพ้ยา ยาที่พบบ่อย : penicillin, sulfonamides มีผื่นแดงทั่วร่างกายร่วมกับการ อักเสบของเยื่อบุในช่องปาก, ตา ทำให้ตาบอดได้

9 Stevens-Johnson syndrome

10 Toxic-epidermal necrolysis มีการหลุดลอกของผิวหนังเป็น ตุ่มพองน้ำ ยาที่พบบ่อย : penicillin, sulfonamides เสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อแทรก ซ้อน

11 Toxic-epidermal necrolysis

12

13 ANAPHYLAXIS Rash, angioedema Bronchospasm Shock

14

15

16

17

18

19 การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำ เพรื่อ ทำให้เชื้อดื้อยาอย่างรวดเร็ว การดื้อยาทำให้ประชาชน ทุกคนอยู่ในอันตราย

20 Methicillin-Resistant Staphylococus aureus ( MRSA ) Penicillin-Resistant Streptococus pneumoniae ( PRSP ) Vancomycin-Resistant Enterococci (VRE) Extended Spectrum Beta- lactamase producing bacteria ( ESBL ) Multidrug Resistant (MDR) Acinetobacter and Klebsiella

21 National Antimicrobial Resistance Surveillance, Thailand ( NARST ) Acinetobacter –1998 : 98% susceptible to imipenem – 2006 : only 43% susceptible to imipenem E.coli –1999 : 90% susceptible to ceftriaxone – 2006 :only 68% susceptible to ceftriaxone Pseudomonas aeroginosa –1998 : 77% susceptible to ceftazidime –2006 : only 70% susceptible to ceftazidime

22 Mariana bridi

23

24

25 แนวทางการใช้ยา ปฏิชีวนะใน บาดแผลฉีกขาด

26 บาดแผลฉีกขาด บาดแผลฉีกขาดที่ ผิวหนังที่มาถึงหน่วย บริการภายใน 6 ชั่วโมง และไม่ได้เกิดจากการ ผ่าตัดหรือสัตว์กัด

27 บาดแผลสะอาด ( ไม่ให้ antibiotic) บาดแผลเปิดที่มีขอบเรียบสามารถล้างทำ ความสะอาดได้ง่าย บาดแผลที่ไม่มีเนื้อตาย บาดแผลที่ไม่มีสิ่งสกปรกติดอยู่ภายในเช่น เศษดิน หากมีก็สามารถล้างออกได้ โดยง่าย บาดแผลที่ไม่ปนเปื้อนกับสิ่งที่มีแบคทีเรีย จำนวนมากเช่น อุจจาระ, มูลสัตว์, น้ำครำ ไม่ใช่บาดแผลที่มีสิ่งปนเปื้อน

28

29 บาดแผลที่มีโอกาสติดเชื้อได้มากกว่า ปกติ ( ให้ antibiotic) บาดแผลที่มีสิ่งปนเปื้อน บาดแผลจากการบดอัด เช่น โดน ประตูหนีบอย่างแรง แผลที่เท้า แผลที่มีขอบหยึกหยัก บาดแผลในผู้ป่วยเบาหวาน, ผู้ป่วยโรค พิษสุราเรื้อรัง, ผู้ป่วยหลอดเลือดส่วน ปลายตีบ, ผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานโรค ต่ำ รวมถึงผู้ป่วยที่ทานยากดภูมิ ต้านทานเช่น ยา steroid

30 บาดแผลที่มีสิ่งปนเปื้อน บาดแผลถูกวัตถุทิ่มเป็นรูซึ่งยากต่อ การทำความสะอาดได้ทั่วถึง บาดแผลซึ่งมีเนื้อตายเป็นบริเวณกว้าง บาดแผลซึ่งมีสิ่งสกปรกติดอยู่ใน บาดแผล เช่น เศษดิน บาดแผลที่ปนเปื้อนกับสิ่งที่มี แบคทีเรียจำนวนมากเช่น อุจจาระ, มูล สัตว์, น้ำครำ ให้ Antibiotic= Amoxicillin/clavulonic acid

31

32

33

34 หลักการให้ยาปฏิชีวนะในการ ป้องกันการติดเชื้อของ บาดแผลฉีกขาด การให้ยาปฏิชีวนะในกรณีนี้เป็น การให้ยาเพื่อป้องกันการติดเชื้อ จึงให้ยานานแค่ 48 ชั่วโมง เมื่อครบ 48 ชั่วโมง หาก บาดแผลมีการอักเสบให้ยา ต่อไปได้

35 ให้ยาปฏิชีวนะในบาดแผล สะอาดเมื่อ แผลที่เท้า แผลที่มีขอบหยึกหยัก บาดแผลจากการบดอัด บาดแผลในผู้ป่วยเบาหวาน, ผู้ป่วยโรคพิษ สุราเรื้อรัง, ผู้ป่วยหลอดเลือดส่วนปลายตีบ, ผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ รวมถึง ผู้ป่วยที่ทานยากดภูมิต้านทานเช่น ยา steroid ยาที่ใช้คือ Dicloxacillin Dose : 250 mg qid ac × 2 วัน เด็ก : 125 mg qid ac or mg/kg/day × 2 วัน

36 บาดแผลที่มีสิ่งปนเปื้อน ให้ ยาปฏิชีวนะแก่ผู้ป่วยทุกราย Amoxicillin/clavulonic acid (Augmentin) : 375 mg tid pc or 625 mg bid pc × 2 วัน เด็ก : 156 mg tid pc × 2 วัน

37 แนวทางการใช้ยา ปฏิชีวนะในโรค ท้องร่วงเฉียบพลัน

38 โรคท้องร่วงเฉียบพลันที่สามารถเพาะ เชื้อแบคทีเรียได้จากอุจจาระมีเพียง 5.6 % ยาปฏิชีวนะมีประโยชน์อย่างชัดเจน เฉพาะกรณีการติดเชื้อ Campylobacter jejuni และ Shigella เท่านั้น ให้ยาปฏิชีวนะในผู้ป่วยที่มีอาการ ต่อไปนี้ – ไข้ 38ºC ขึ้นไป และ – อุจจาระมีเลือดปนเห็นได้ด้วยตา เปล่าหรือตรวจพบเม็ดเลือดแดงและ เม็ดเลือดขาวในอุจจาระ

39 ยาปฏิชีวนะที่ควรให้คือ Norfloxacin 400 mg bid ac × 5 วัน ในเด็กให้ขนาด mg/kg/day bid ac 5 วัน ยาปฏิชีวนะอื่นๆเช่น Co-trimoxazole และ tetracycline มีความไวแค่ 10 % เท่านั้นจึงห้ามใช้ ยาอื่นๆที่ใช้ได้ เช่น Activated charcoal ชนิดเม็ดทานครั้งละ 1-2 เม็ด วันละ 4 ครั้ง

40 แนวทางการใช้ยา ปฏิชีวนะในโรค ระบบทางเดิน หายใจส่วนบน

41 กรณีที่ไม่ต้องให้ยา ปฏิชีวนะ ไม่มีไข้ ไม่เจ็บคอ มีน้ำมูกมาก จามบ่อย เสียงแหบ ตาแดง มีผื่น ตามตัว มีแผลในช่องปาก ถ่าย เหลว ไอมาก โรคหวัดในระยะใกล้หายจะมีน้ำมูก เป็นสีเขียวเหลือง

42

43

44

45

46 กรณีที่ควรให้ยา ปฏิชีวนะ มีไข้สูงร่วมกับอาการเจ็บคอ มาก มีจุดขาวที่ต่อมทอนซิล มีต่อมน้ำเหลืองใต้คอโต ลิ้น ไก่บวมแดง มีจุดเลือดออก ที่เพดานปาก เกิดจากการติดเชื้อ Group A Beta hemolytic Streptococcus

47

48

49 Viral pharyngitis

50

51

52

53

54

55 ยาปฏิชีวนะที่ใช้ Penicillin V –500 mg tid ac ×10 วัน – เด็ก : 250 mg tid ac ×10 วัน Amoxicillin –500 mg tid pc ×10-14 วัน – เด็ก : mg/kg/day tid ac ×10-14 วัน Roxithromycin –150 mg bid pc or 300 mg od pc ×10-14 วัน – เด็ก : 100 mg bid pc ×10-14 วัน หรือใช้ Erythromycin mg/kg/day qid ac

56


ดาวน์โหลด ppt แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะ อย่าง สมเหตุผลในโรคติดเชื้อ ทางเดิน หายใจส่วนบน / ท้องเสีย / บาดแผลฉีกขาด.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google