งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Antibiotics smart use แนวทางการใช้ยาปฎิชีว นะ. Antibiotics smart use โรคติดเชื้อเฉียบพลันทางเดินหายใจ ส่วนบน โรคท้องร่วงเฉียบพลัน บาดแผล.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Antibiotics smart use แนวทางการใช้ยาปฎิชีว นะ. Antibiotics smart use โรคติดเชื้อเฉียบพลันทางเดินหายใจ ส่วนบน โรคท้องร่วงเฉียบพลัน บาดแผล."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Antibiotics smart use แนวทางการใช้ยาปฎิชีว นะ

2 Antibiotics smart use โรคติดเชื้อเฉียบพลันทางเดินหายใจ ส่วนบน โรคท้องร่วงเฉียบพลัน บาดแผล

3 โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน สาเหตุการติดเชื้อ  80% จากไวรัส  20% จากแบคทีเรีย กรณีที่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ  อาการดังนี้ ไม่มีไข้ ไม่เจ็บคอ มีน้ำมูก มาก จามบ่อย เสียงแหบ ตาแดง มีผื่น ตามตัว โดยตรวจไม่พบอาการโรคปอด อักเสบ แผลในปาก ถ่ายเหลว  ไข้สูง > 38 ๐ c ร่วมกับอาการข้างต้น หมายถึง ติดเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องให้ ยาฆ่าเชื้อ ส่วนใหญ่จึงไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ

4 โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน กรณีที่ควรใช้ยาปฏิชีวนะ : คอหอยและ ทอนซิลอักเสบ  ไข้สูง เจ็บคอมาก มีจุดขาวที่ทอนซิล ต่อมน้ำเหลืองใต้คอโต ลิ้นไก่บวมแดง มี จุดเลือดออกที่เพดานปาก  ยาที่ควรใช้ : penicillin V, amoxicillin, roxithromycin 10 วัน

5 โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน กรณีที่อาจให้ยาปฏิชีวนะ : หูชั้นกลาง อักเสบ ไซนัสอักเสบ  มีไข้ ปวดหู โดยเฉพาะหลังจากเป็นหวัด หมายถึงติดเชื้อในหูชั้นกลาง  การติดเชื้อในหูชั้นกลางมักดีขึ้นใน 72 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น ใน 3 วันแรกจึงไม่ จำเป็นต้องให้ยา แต่หากพ้น 3 วันแล้ว อาการไม่ดีขึ้นจึงทานยาฆ่าเชื้อ

6 โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน  ไซนัสอักเสบที่มีอาการต่อเนื่องนานเกิน 7 วัน จึงค่อยทานยาฆ่าเชื้อ  ยาที่ใช้ : amoxicillin, erythromycin นาน 5 วันในหูชั้นกลางอักเสบ และ นาน 7 วันในไซนัสอักเสบ

7 ขนาดและวิธีให้ยาฆ่าเชื้อ Penicillin V  ผู้ใหญ่ 500 มก. วันละ 2-3 ครั้ง  เด็ก มก./ กก./ วัน วันละ 2-3 ครั้ง Amoxicillin  ผู้ใหญ่ 500 มก. วันละ 3 ครั้ง  เด็ก มก./ กก./ วัน วันละ 3 ครั้ง หากเป็นไซนัสอักเสบให้ มก./ กก./ วัน วันละ 2-3 ครั้ง

8 ขนาดและวิธีให้ยาฆ่าเชื้อ Erythromycin  เด็ก 5-8 มก./ กก./ วัน วันละ 2 ครั้ง

9 ข้อควรรู้ การมีน้ำมูกหรือเสมหะข้น หรือสีเขียว เหลืองไม่ได้บ่งชี้ว่าต้องทานยาฆ่าเชื้อ อาการไข้สูงเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อบ่งชี้ว่า ต้องทานยาฆ่าเชื้อ เพราะอาจเป็นโรคอื่นได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก

10 โรคท้องร่วงเฉียบพลัน โรคท้องร่วง หมายถึง การถ่ายอุจจาระเหลว จำนวนอย่างน้อย 3 ครั้งหรือถ่ายมีมูกปน เลือดหรือเป็นน้ำ อย่างน้อย 1 ครั้ง ผู้ป่วยที่มีอาเจียนเป็นอาการเด่นมักหมายถึง อาหารเป็นพิษ ไม่ไช่ติดเชื้อจึงไม่ต้องใช้ยา ฆ่าเชื้อ

11 โรคท้องร่วงเฉียบพลัน การให้ยาฆ่าเชื้อควรให้เฉพาะผู้ป่วยที่มี อาการร่วมดังนี้  ไข้สูง > 38 ๐ c  อุจจาระเป็นมูกหรือมีเลือดปนเห็นได้ด้วยตา เปล่า หรือ ตรวจพบ WBC,RBC ในอุจจาระ ยาฆ่าเชื้อที่ควรใช้คือ norfloxacin  ผู้ใหญ่ 400 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน  เด็ก มก./ กก./ วัน แบ่งวันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน ( หากเป็นเด็กที่ต่ำกว่า 5 ปี ให้ตามแพทย์ เสมอ )

12 ข้อควรรู้ เป้าหมายสำคัญที่สุดในการรักษาไม่ใช่ยา ฆ่าเชื้อ แต่เป็นการให้สารน้ำและเกลือแร่ ทดแทนที่สูญเสียไปกับอุจจาระ ยาบางตัวไม่แนะนำให้ใช้ในกรณีท้องร่วง ได้แก่ buscopan, imodium, lomotil เป็น ต้น การให้ activated charcoal หรือ ultracarbon สามารถให้ได้ ไม่เป็นพิษ ราคาถูกและช่วยลดความกังวลใจแก่ผู้ป่วย โดยทาน 1-2 เม็ด วันละ 2-4 ครั้ง

13 บาดแผล แผลที่ยังไม่ติดเชื้อ คือ บาดแผลที่มาถึงรพ. ภายใน 6 ชั่วโมง แผลสะอาด หมายถึง  บาดแผลเปิดที่มีขอบเรียบสามารถล้างทำความ สะอาดง่าย  ไม่มีเนื้อตาย  บาดแผลที่มีสิ่งสกปรกติดอยู่ แต่ล้างออกได้ ง่าย  แผลที่ไม่ได้เปื้อนสิ่งแปลกปลอมที่ติดเชื้อสูง เช่น น้ำคลอง ดิน มูลสัตว์ เป็นต้น

14 บาดแผล บาดแผลที่มีโอกาสติดเชื้อสูง  บาดแผลที่ถูกวัตถุทิ่มเป็นรูยากแก่การทำความสะอาด ได้ทั่วถึง  บาดแผลที่มีเนื้อตายเป็นบริเวณกว้าง  บาดแผลที่มีสิ่งสกปรกติดอยู่ ที่ล้างได้ไม่หมด  บาดแผลที่สัมผัสเชื้อโรคมาก เช่น ดิน น้ำคลอง เหล็ก มีสนิม มูลสัตว์ เป็นต้น  บาดแผลจากการบดอัด  แผลที่เท้า  แผลขอบไม่เรียบ  แผลผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือโอกาสติดเชื้อง่าย เช่น เบาหวาน เป็นต้น

15 บาดแผล ยาฆ่าเชื้อให้ในกรณีที่แผลมีโอกาสติดเชื้อ สูงเท่านั้น และเป็นการให้เพื่อการป้องกัน การติดเชื้อ ยาที่ควรใช้ Dicloxacillin  ผู้ใหญ่ 250 มก. วันละ 4 ครั้ง 2 วัน  เด็ก มก. วันละ 4 ครั้ง 2 วัน Clindamycin  ผู้ใหญ่ มก. วันละ 4 ครั้ง 2 วัน  เด็ก 8-25 มก./ กก./ วัน วันละ 4 ครั้ง 2 วัน

16 ข้อควรรู้ ในการชะล้างแผลที่สกปรกเป็นร่องลึกควร ใช้ syringe cc. ฉีดล้างบริเวณแผล ให้ทั่วถึง แค่ scrub อย่างเดียวไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำยาฆ่าเชื้อใดๆลงใน บาดแผล เพราะไม่ลดโอกาสติดเชื้อและ อาจทำลายเนื้อเยื่อในแผลให้แผลหายช้า ลง ทุกครั้งที่ผู้ป่วยมาทำแผลต้องสังเกตุแผล เสมอว่ามีการอักเสบหรือไม่

17 ข้อควรรู้ การตัดไหม  กรณีแผลที่หน้า ตัดไหม 5 วัน  แผลที่ข้อพับ ตัดไหม วัน  แผลอื่นๆ ตัดไหม 7 วัน

18 The end


ดาวน์โหลด ppt Antibiotics smart use แนวทางการใช้ยาปฎิชีว นะ. Antibiotics smart use โรคติดเชื้อเฉียบพลันทางเดินหายใจ ส่วนบน โรคท้องร่วงเฉียบพลัน บาดแผล.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google