งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ERROR (Data Link Layer) Data Communication and Networks.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ERROR (Data Link Layer) Data Communication and Networks."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ERROR (Data Link Layer) Data Communication and Networks

2 ความผิดเพี้ยนของข้อมูล (Data Error)  สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ข้อมูลผิดเพี้ยนไปเกิด เนื่องจากการรบกวนจากสิ่งต่างๆ ภายนอก ระบบเครือข่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ไม่สามารถแก้ไขได้  อีกสาเหตุอาจเกิดจากปัญหาภายในเครือข่าย เอง ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้

3 Impulse Noise  เป็นการรบกวนที่เกิดขึ้นจากกระแสไฟฟ้า แรงดันสูงภายนอกเครือข่าย เช่น กระแสไฟฟ้า ที่เกิดจากฟ้าผ่า หรืออุปกรณ์ที่ใช้หรือสร้าง ไฟฟ้าแรงดันสูง หม้อแปลงไฟฟ้า  ทำให้เกิดการรบกวน ผู้รับไม่สามารถแปล ความหมายของข้อมูลที่ผิดเพี้ยนได้

4 Gaussian Noise or White Noise  เป็นสัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นจากการ เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของตัวนำเนื่องจาก ความร้อนที่เพิ่มขึ้นในระหว่างการใช้งาน หรือ เรียกอีกอย่างว่า Thermal Noise  เมื่อความร้อนสะสมจนถึงระดับที่สูงพอ ก็จะ เปลี่ยนเป็นสัญญาณรบกวน ซึ่งจะรุนแรงตาม ระดับอุณหภูมิ  เป็นปัญหาของสายสื่อสารเอง แก้ไขไม่ได้ แต่ หลีกเลี่ยงได้ โดยการทำให้สายสื่อสารนั้นมี อุณหภูมิต่ำ หรือปกติตลอดเวลา

5 Attenuation  การอ่อนกำลังลงของสัญญาณตามระยะทางที่ เพิ่มขึ้น  สัญญาณที่มีกำลังตามปกติจะทนทานต่อ สัญญาณรบกวนต่างๆ ได้ แต่สัญญาณที่อ่อน กำลังลงจะถูกรบกวนได้ง่าย  การแก้ไข ใช้อุปกรณ์ Amplifier หรือ Repeater

6 Crosstalk  สัญญาณจากสายสื่อสารต่างๆ ที่รบกวนกันเอง ในการวางสายสื่อสารหลายเส้นไว้ด้วยกัน  ปกติสายจะมีฉนวนหุ้มอยู่ ป้องกันการรบกวน จากภายนอก และไม่ให้สัญญาณภายในสาย กระจายออกไป แต่ในกรณีที่ฉนวนเกิดการ ชำรุดก็จะเกิดการรบกวนได้  การใช้สายสื่อสารขนาดเล็กเกินไป หรือใช้ สัญญาณที่มีความแรงมากเกินไป ก็ทำให้เกิด ปัญหานี้ได้  การใช้ Modulation แบบ FDM มีโอกาสเกิด crosstalk ได้

7 Delay Distortion  สัญญาณที่ใช้ความถี่ไม่เท่ากัน แม้จะถูกส่งออก มาพร้อมกัน แต่จะเดินทางมาถึงผู้รับไม่พร้อม กัน  การแก้ปัญหานี้โดยการใช้ Equalizer ปรับ ความเร็วของคลื่นสัญญาณทั้งหมดให้เท่ากัน

8 Line Failure  ปัญหาของสายสื่อสารอาจชำรุด หรือขาดออก จากกัน  มักเป็นปัญหามาก จนทำให้การสื่อสารไม่ สามารถทำได้ จนกว่าจะแก้ปัญหานี้ได้

9 Error Detection  สาเหตุที่ทำให้เกิด error นั้นมีมากมาย ทำให้ การถ่ายทอดข้อมูลทุกครั้ง มีโอกาสที่จะเกิด error ได้เสมอ  ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ต้องถูกตรวจสอบ และแก้ไข ก่อนนำไปใช้งานต่อไป  วิธีการตรวจสอบ error มีดังนี้

10 Parity Checking  เป็นการเพิ่มบิตพิเศษเข้าไปในข้อมูล เพื่อตรวจ ความถูกต้องของทุกตัวอักษร  มี 2 วิธีการคือ Odd parity และ Even parity  Odd Parity ถ้า Bit 1 เป็นจำนวนคี่ Parity = 1  Even Parity ถ้า Bit 1 เป็นจำนวนคู่ Parity = 1  ปัญหา ถ้าเกิด error bit เป็นจำนวนคู่ เช่น 2, 4, 6,… ของบิต จะไม่สามารถตรวจสอบพบได้

11 LRC (Longitudinal redundancy checking)  แก้ปัญหา ถ้าเกิด error bit เป็นจำนวนคู่  เป็นการทำ parity checking ในแนวนอน เพิ่ม จาก parity checking โดยจะทำการเพิ่มชุด ตัวอักษรที่ท้ายสุด เรียกว่า block control character (BCC) เพื่อนำมาตรวจสอบ parity ของข้อมูลทั้ง block  แต่ถ้าเกิด error bit เป็นจำนวนคู่ ใน BCC ก็ไม่ สามารถตรวจสอบได้เหมือนกัน

12 LRC (Longitudinal redundancy checking) 11100111 11011101 00111001 10101001 11100111 11011101 00111001 10101001 10101010 11100111 11011101 00111001 10101001 10101010 Original Data LRC

13 CRC (Cyclic Redundancy Checking)  ใช้สมการ Polynomial มาใช้คำนวณ  โดยทั่วไป Error จะเกิดในตำแหน่งที่ไม่ แน่นอน และไม่มีความสัมพันธ์กัน  วิธีการนี้จะกำหนดตัวเลข polynomial ขึ้นมา ก่อน จากนั้นจะนำข้อมูลที่จะส่งมาหารด้วย ตัวเลขตัวนี้ ข้อมูลจริงจะถูกส่งไปพร้อมกับเศษ ที่เหลือจากการหาร (Mod)  ผู้รับก็ใช้วิธีการเดียวกัน แล้วเปรียบเทียบเศษที่ เหลือจากการหารว่าเท่ากันหรือไม่

14 CRC (Cyclic Redundancy Checking) PolynomialBit String Used CRC-12 X 12 +X 11 +X 3 +X 2 +1 1100 0000 1101 CRC-16 X 16 +X 15 +X 2 +1 1100 0000 0000 0101 CRC-CCITT X 16 +X 15 +X5+1 1100 0000 0010 0001 CRC-32 X 32 +X 26 +X 23 +X 22 +X 16 +X 12 +X 11+ X 10 +X 8 +X 7 +X 5 +X 4 +X 2 +X+1 1000 0010 0110 0000 1000 1110 1101 0111

15 Error Correction  มี 2 วิธีการคือ  1. แก้ไขแบบไม่ส่งข้อมูลซ้ำ ผู้รับจะจัดการ แก้ไขข้อมูลที่ผิดเอง  2. แก้ไขแบบส่งข้อมูลซ้ำ ผู้ส่งจะจัดการส่ง ข้อมูลที่ผิดนั้นมาให้ใหม่

16 Forward Error Correction  การแก้ไขแบบไม่ส่งข้อมูลซ้ำ ถูกออกแบบมา ให้แก้ไข error เพียงบิตเดียว ต่อข้อมูล 1 block  ข้อมูลสำหรับการแก้ไขจะถูกส่งไปพร้อมกับ ข้อมูลจริง ทำให้มีปริมาณข้อมูลโดยรวมสูงมาก  Hamming Code คิดค้นโดย R.W. Hamming ใช้ even parity หลายบิตในการตรวจสอบ ข้อมูล  เหมาะสำหรับการส่งข้อมูลที่ผู้รับไม่สามารถ แจ้ง error แก่ผู้ส่งได้ เช่น ส่งแบบ Simplex

17 Hamming Code P1P2D1P3D2D3D4 0111100 0110 1100 D = Data P = Odd Parity

18 Error Detection with Retransmission  การแก้ไขแบบส่งข้อมูลซ้ำ หรือ ARQ (Automatic Repeat Request)  มี 3 แบบ คือ  1. Stop-and-Wait ARQ  2. Go-Back-N ARQ  3. Continuous ARQ

19 Stop-and-Wait ARQ

20 Go-Back-N ARQ

21 Continuous ARQ 7 89103 ACK5ACK5 ACK6ACK6 ACK4ACK4 ACK8ACK8 ACK9ACK9 A C K 10 ACK7ACK7

22 Error Protection  วิธีการป้องกันแบบง่ายที่สุดคือ การใส่หรือเพิ่ม ฉนวนป้องกันให้แก่สายสื่อสาร  ความเร็วในการส่งข้อมูลก็เป็นปัจจัยสำคัญของ การเกิด error ถ้าส่งความเร็วสูงมากก็มีโอกาส ที่จะเกิด error สูงตามไปด้วย


ดาวน์โหลด ppt ERROR (Data Link Layer) Data Communication and Networks.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google