งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

พระพุทธศาสนาในด้านการฝึกตนไม่ให้ประมาท ความประมาท คือ ความเลินเล่อ เผลอสติ ไม่ สำรวมระวัง กาย วาจา ใจ ส่วนความไม่ประมาทมี วินัยตรงกันข้าม ได้แก่ ความรอบคอบ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "พระพุทธศาสนาในด้านการฝึกตนไม่ให้ประมาท ความประมาท คือ ความเลินเล่อ เผลอสติ ไม่ สำรวมระวัง กาย วาจา ใจ ส่วนความไม่ประมาทมี วินัยตรงกันข้าม ได้แก่ ความรอบคอบ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 พระพุทธศาสนาในด้านการฝึกตนไม่ให้ประมาท ความประมาท คือ ความเลินเล่อ เผลอสติ ไม่ สำรวมระวัง กาย วาจา ใจ ส่วนความไม่ประมาทมี วินัยตรงกันข้าม ได้แก่ ความรอบคอบ มีสติคอย กำกับการกระทำ วาจา ใจ สติ คือ ความระลึกรู้สึกตัวอยู่เสมอจำเป็นต้องใช้ ในกิจกรรมทุกอย่าง ตั้งแต่การทำการงาน ตามปกติ

3

4 ประโยชน์ของความไม่ประมาทต่อการ ดำเนินชีวิตและสังคม 1. ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตส่วน บุคคล ความไม่ประมาทมีประโยชน์ในการ ปฏิบัติหน้าที่และการดำเนินชีวิต เช่น ในการ ปฏิบัติหน้าที่หรือการดำเนินชีวิตที่มีความเสี่ยง ต่ออุบัติภัยมาก ในการทำงานที่ละเอียด ประณีต ในการครองเรือน ในการป้องกันโรค 2. ประโยชน์ต่อสังคม การป้องกัน ประเทศ การป้องกันอาชญากรรม การวางแผน เศรษฐกิจและสังคม ความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศ 3. ประโยชน์ในการปฏิบัติทาง พระพุทธศาสนา การปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา จะต้องมีความไม่ประมาท กล่าวคือมีสติกำกับ อยู่ เสมอ การรักษาศีล การเจริญสมาธิหรือการ ทำกรรมฐาน การเจริญปัญญา

5 ธรรมะที่สร้างความไม่ประมาท ธรรมะที่เป็นเครี่องมือสร้างความไม่ประมาท ได้แก่ 1. สติ ความระลึกได้ก่อนที่จะทำ จะพูด จะคิด ในสิ่งต่างๆ และ สัมปชัญญะ ความรู้ตัว ในขณะที่ทำ พูด คิดอยู่ โดยไม่เผลอใจ หรือขาดสติ 2. ปธาน คือความเพียร อันเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ทำให้เกิดความไม่ประมาทในชีวิต ได้แก่ 1) สังวรปธาน ความเพียรใน การระวังมิให้ความชั่วเกิดกับตน หรือป้องกันมิให้ตนเองกระทำใน สิ่งที่ไม่ดี 2) ปหานปธาน ความเพียรใน การละทิ้งความไม่ดีที่เคยเกิดขึ้นกับตนให้หมดไป 3) ภาวนาปธาน ความเพียรใน การสร้างสรรค์ความดีที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นกับตน หรือเพียรในการ สิ่งดีๆ ที่ยังไม่ได้สร้าง 4) อนุรักขนาปธาน เพียรใน การรักษาความดี ที่เราได้ทำไว้แล้วมิให้หายไป คือรักษาสิ่งดีๆ ที่ ทำไว้แล้วให้คงอยู่เหมือนเดิม 3. หิริ โอตตัปปะ หิริ คือความละอายใจในการจะ ทำความชั่ว และโอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อผลของความชั่ว เมื่อ บุคคลมีความละอาย และเกรงกลัวต่อบาป แล้ว ก็จะทำให้ผู้นั้น ดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาทเผลอตัวทำความชั่วได้

6 พระพุทธศาสนามีหลักธรรมคำ สอนมากมาย ที่มุ่งประโยชน์สุขแก่บุคคล สังคม และโลก ดังตัวอย่างหลักธรรมคำสอนดังนี้ 1. ทิฎฐธัมมิกัตถะ คือ ประโยชน์ในปัจจุบัน 2. สัมปรายิกัตถะ คือ ประโยชน์ ในภายหน้า 3. ปรมัตถะ ประโยชน์อย่างยิ่ง คือ นิพพาน

7 หลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่มุ่ง ความสุขแก่สังคมและโลก ได้แก่ อิทธิบาท 4 คือหลักธรรมที่เป็นเครื่องยึด เหนี่ยวน้ำใจของผู้อื่น 1. ทาน คือ การให้ การเสียสละ 2. ปิยวาจา คือ การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ ไพเราะอ่อนหวาน 3. อัตถจริยา คือ การประพฤติในสิ่งที่เป็น ประโยชน์แก่ผู้อื่น 4. สมานัตตา คือ การเป็นผู้มีความสม่ำเสมอ, เสมอต้นเสมอปลาย พรหมวิหาร 4 คือหลักธรรม ประจำใจอันประเสริญ ของบุคคลผู้มีคุณความดีอันยิ่งใหญ่ 1. เมตตา แปลว่า ความรัก 2. กรุณา แปลว่า ความสงสาร 3. มุทิตา แปลว่า มีจิตอ่อนโยน 4. อุเบกขา แปลว่าความวางเฉย คือมีการวาง เฉยต่ออารมณ์ที่มากระทบ

8

9 พระพุทธศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียง วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายหลักของเศรษฐกิจพอเพียงก็ คือ ความสงบสุขของผู้คนในสังคม ประชาชนมีกินมีใช้อย่าง เพียงพอแก่ความต้องการ ที่สำคัญต้องไม่ทำตนและผู้อื่นเดือนร้อน ซึ่งสอดคล้องกับหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาหลายประการ ดังนี้ 1. หลักธรรมการพึ่งพาตนเอง ( อตฺตา หิ อตฺต โน นาโถ ) 2. หลักธรรมความรู้จักพอประมาณ ( อตฺตญฺญุ ตา ) 3. หลักธรรมเรื่องราวความสันโดษ ( สนฺตุฏฺฐิ ปรมํ ธนํ ) 4. หลักธรรมความเป็นผู้รู้จักใช้เหตุผลในการ ดำเนินชีวิต ( ธมฺมญฺญุตา อตฺถญฺญุตา ) 5. หลักธรรมเรื่องทางสายกลาง หรือ ความพอดี ( มชฺฌิมปฏิปทา ) 6. หลักธรรมเรื่องความไม่โลภมาก ( อโลภ )

10

11


ดาวน์โหลด ppt พระพุทธศาสนาในด้านการฝึกตนไม่ให้ประมาท ความประมาท คือ ความเลินเล่อ เผลอสติ ไม่ สำรวมระวัง กาย วาจา ใจ ส่วนความไม่ประมาทมี วินัยตรงกันข้าม ได้แก่ ความรอบคอบ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google