งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Chapter 9 การใช้งานคอนโทรลเบื้องต้น. การใช้งานคอนโทรลใน VB 2010 Common Controls Containers.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Chapter 9 การใช้งานคอนโทรลเบื้องต้น. การใช้งานคอนโทรลใน VB 2010 Common Controls Containers."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Chapter 9 การใช้งานคอนโทรลเบื้องต้น

2 การใช้งานคอนโทรลใน VB 2010 Common Controls Containers

3 การแบ่งกลุ่มคอนโทรลเพื่อให้ง่ายต่อ การใช้งาน การเพิ่มคอนโทรลเข้ามาภายหลัง อาจจะมา จากการสร้างคอนโทรลใช้เอง หรือมาจาก ผู้ผลิตซอฟต์แวร์อื่น ๆ นำมาใช้กับ VB เข้ามา ใน Toolbox โดยการ 1. คลิกขวาบน Toolbox เลือกคำสั่ง Add Tab 2. ตั้งชื่อแท็บใหม่ แล้วคลิกขวาที่แท็บใหม่ เลือกคำสั่ง Choose Items …จะปรากฏ หน้าต่าง Choose Toolbox Items ขึ้นมามี 6 แท็บ ได้แก่ 1..NET Framework Components 2. COM Components 3. WPF Components 4. System.Activities Components 5. System.Workflow Components 6. Siverlight Components มีต่อ ->

4 การแบ่งกลุ่มคอนโทรลเพื่อให้ง่ายต่อ การใช้งาน 3. เลือกคอนโทรลในกลุ่มที่ต้องการแล้วกด OK คอนโทรลที่ต้องการก็จะไปปรากฏบนกล่อง เครื่องมือที่สร้างใหม่แล้ว

5 คอนโทรล Label : แถบแสดง ข้อความ Label เป็นแถบอักษร หรือป้ายตัวอักษรที่ ใช้กำหนดข้อความลงไปได้ใช้สำหรับอ่าน ข้อความในขณะใช้งานไม่สามารถแก้ไข ข้อความได้ มีพร็อพเพอร์ตี้ที่สำคัญของ Label ได้แก่ Text เป็นข้อความที่จะแสดงในแถบ ตัวอักษร TextAlign เป็นการจัดวางแนวของข้อความ AutoSize หากกำหนดเป็น True ทำให้ Label เปลี่ยนขนาดได้ตามความยาวของตัวอักษร BorderStyle รูปแบบของเส้นขอบ Font รูปแบบฟอนต์ที่ใช้แสดงข้อความ Image รูปภาพที่จะแสดงใน Label ForeColor สีของตัวอักษรที่แสดงข้อความ BackColor สีของพื้นหลัง UseMnemonic หากกำหนดเป็น True คือตัว อักษรหลักเครื่องหมาย & จะมีกาขีดเส้นใต้เพื่อใช้ เป็นคีย์ลัด

6 คอนโทรล LinkLabel : แถบข้อความ ไฮเปอร์ลิงค์ เป็น Label ชนิดพิเศษที่แสดงข้อความที่สามารถ เชื่อมโยงไปยังเอกสารอื่น ๆ ได้เหมือนไฮเปอร์ ลิงค์ในเว็บเพจ มีพร็อพเพอร์ตี้สำคัญได้แก่ LinkArea กำหนดส่วนที่จะทำเป็นลิงค์โดยกำหนด จุดเริ่มต้นและความยาวข้อความที่เป็นลิงค์ได้ ไม่ จำเป็นต้องทั้งหมดในข้อความ LinkColor เป็นสีของตัวอักษรที่แสดงลิงค์ (ปกติเป็นสีน้ำ เงิน) VisitedColor เป็นสีที่แสดงว่าเคยถูกคลิกมาก่อน (ปกติ เป็นสีม่วง) ForeColor เป็นสีของอักษรที่แสดงข้อความที่ไม่ใช่ลิงค์ (ปกติเป็นสีดำ) อีเวนต์สำคัญของ LinkLabel 1. LinkClicked เป็นอีเวนต์ที่เกิดขึ้นเมื่อคลิกที่ข้อความส่วน ที่เป็นลิงค์โดยต้องเขียนโค้ดเพื่อจัดการ 2. Click เป็นอีเวนต์ที่เกิดขึ้นเมื่อคลิกที่ข้อความส่วนที่ไม่ เป็นลิงค์ (กำหนดโค้ดเพิ่มเติมเอง)

7 คอนโทรล Button : ปุ่มคำสั่ง คอนโทรลที่ใช้สร้างปุ่มกด สามารถเขียน คำสั่งในอีเวนต์ Click พร็อพเพอร์ตี้ที่ สำคัญ ได้แก่ Text กำหนดข้อความบนปุ่ม TextAlign การจัดวางแนวของข้อความบนปุ่ม AutoSize กำหนดเป็น True ขนาดของปุ่มจะถูก ปรับขยายอัตโนมัติให้แสดงข้อความหรือ รูปภาพได้พอดี Image เป็นรูปที่กำหนดให้กับปุ่ม ImageAlign การจัดวางตำแหน่งรูปบนปุ่ม Cursor การกำหนดรูปแบบเคอร์เซอร์ของ เมาส์ เมื่อเลื่อนมาวางเหนือคอนโทรล FlatStyle ลักษณะการแสดงผล ปกติเป็น Standard คือปุ่มทั่วไป, Popup คือเมื่อวาง เมาส์เหนือคอนโทรลจึงจะนูนขึ้นมา เมธอดทีสำคัญของ Button Focus เป็นการกำหนดให้ปุ่มนั้นถูก Focus (พร้อม รับการกดปุ่ม Enter )

8 คอนโทรล TextBox : กรอบข้อความ คอนโทรลที่ใช้ในการแสดงข้อความ หรือ กรอกข้อความเข้าไป สามารถแสดง ข้อความบรรทัดเดียวหรือหลายบรรทัดได้ กำหนดให้ผู้ใช้สามารถแก้ไข เพิ่มเติมได้ หรือไม่ ก็ได้ พร็อพเพอร์ตี้ที่สำคัญ ได้แก่ Text เป็นข้อความที่เรากำหนดให้แสดง ReadOnly กำหนดว่า Textbox สามารถแก้ไข ข้อความได้หรือไม่ ปกติกำหนดเป็น False คือยอม ให้แก้ไขได้ ForeColor สีของตัวอักษรที่แสดงข้อความ BackColor สีของพื้นหลัง MultiLine กำหนดบรรทัดในกล่องข้อความว่าให้ แสดงบรรทัดเดียวหรือมากกว่านั้น MaxLength กำหนดความยาวอักษรทียอมให้กรอก ได้ (ห้ามเกิน 32,767 ตัวอักษร) Wordwrap การกำหนดให้ตัดข้อความให้เหลือ พอที่จะแสดง

9 คอนโทรล TextBox : กรอบข้อความ (ต่อ) CharacterCasing กำหนดว่าจะให้แปลงข้อความเป็น ตัวพิมพ์ใหญ่ หรือพิมพ์เล็กทั้งหมด หรือไม่ (ปกติ ไม่ได้ให้แปลง) PasswordChar กำหนดรูปแบบอักษรที่แสดงเป็น เครื่องหมายในการป้อนรหัสผ่าน ปกติเป็น ดอกจัน * Line เก็บข้อความในแต่ละบรรทัด ในลักษณะ อาร์เรย์ สามารถกำหนดข้อความให้กับแต่ละ บรรทัดได้ทั้งช่วง Design Time และ Run Time พร็อพ เพอร์ตี้นี้จะอ่านค่าได้อย่างเดียว CanUndo เป็นการอนุญาตให้ Undo ได้หลังจาก แก้ไขข้อความ SelectText เป็นข้อความที่ได้จากการคลิกลากแถบ เลือกข้อความ SelectionStart เป็นตำแหน่งเริ่มต้นที่ได้จากการคลิก ลากแถบเลือกข้อความ SelectionLength เป็นความยาวของตัวอักษรที่ได้ จากการคลิกลากแถบเลือกข้อความ Scrollbar การกำหนดให้มีแถบเลื่อนหรือไม่ เมื่อ ความยาวเกินกว่าขนาด Textbox

10 คอนโทรล TextBox : กรอบข้อความ (ต่อ) เมธอดที่สำคัญ Clear เคลียร์ข้อความใน TextBox Undo นำข้อความก่อนการแก้ไขล่าสุดกลับมา แสดงใน TextBox อีกครั้ง อีเวนต์ที่สำคัญ TextChanged เป็นอีเวนต์ที่เกิดขึ้นเมื่อข้อความ ใน TextBox เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

11 คอนโทรล RadioButton : ตัวเลือกที่เลือกได้ เพียงตัวเดียว คอนโทรลที่ใช้สร้างตัวเลือกได้เพียงตัว เดียวเท่านั้น สาเหตุที่เรียก RadioButton ก็ เพราะเหมือนการเลือกฟังช่องสถานีวิทยุก็ เลือกได้เพียงสถานีเดียว พร็อพเพอร์ตี้ที่ สำคัญ ได้แก่ Appearance รูปแบบของปุ่ม Text เป็นข้อความที่เรากำหนดให้ RadioButton Checked ถ้าถูกคลิกเลือกจะมีค่าเป็น True ถ้าไม่ คลิกมีค่าเป็น False TextAlign การจัดวางแนวของข้อความที่แสดงว่า จะอยู่ซ้ายหรือขวาของช่องที่ใช้เลือก CheckAlign เป็นแนวของปุ่มที่อยู่ในคอนโทรล FlatStyle ลักษณะการแสดงผล ปกติเป็น Standard คือปุ่มทั่วไป, Popup คือเมื่อวางเมาส์เหนือ คอนโทรลจึงจะนูนขึ้นมาเหมือนปุ่มทั่วไป

12 คอนโทรล CheckBox : ตัวเลือกที่เลือกได้ มากกว่าหนึ่งตัว คอนโทรลที่ใช้สร้างตัวเลือกได้หลายตัวเลือก ในครั้งเดียวโดยการคลิกที่ตัวเลือกที่ต้องการ หรือไม่เลือกก็ได้ พร็อพเพอร์ตี้ที่สำคัญ ได้แก่ Text เป็นข้อความที่เรากำหนดให้ CheckBox Checked ถ้าถูกคลิกเลือกจะมีค่าเป็น True ถ้าไม่คลิก มีค่าเป็น False CheckState เป็นสถานะที่แสดงว่าถูกเลือกหรือไม่ TextAlign การจัดวางแนวของข้อความที่แสดงว่าจะอยู่ ซ้ายหรือขวาของช่องที่ใช้เลือก CheckAlign เป็นแนวของปุ่มที่อยู่ในคอนโทรล FlatStyle ลักษณะการแสดงผล ปกติเป็น Standard คือ ปุ่มทั่วไป, Popup คือเมื่อวางเมาส์เหนือคอนโทรลจึง จะนูนขึ้นมาเหมือนปุ่มทั่วไป

13 คอนโทรล ListBox : รายการข้อมูล คอนโทรลที่เป็นรายการข้อมูลที่พร้อมให้เลือก จากตัวเลือกที่มีอยู่ภายใน ซึ่งสามารถกำหนด ได้ว่าให้เลือกเพียงตัวเดียวหรือเลือกพร้อมกัน หลายตัว พร็อพเพอร์ตี้ที่สำคัญ ได้แก่ Sorted เป็นการเรียงลำดับใน ListBox MultiColumn เป็นการกำหนดว่าจะให้แสดงผล มากกว่าหนึ่งคอลัมน์หรือไม่ ColumnWidth เป็นการกำหนดความกว้างคอลัมน์ใน การแสดงผล ScrollAlwaysVisible จะกำหนดว่าต้องแสดงแถบเลื่อน ตลอดเวลาหรือไม่ SelectionMode จะกำหนดว่าจะสามารถเลือกข้อมูลได้ มากกว่า 1 ข้อมูลต่อครั้งหรือไม่มี 4 รูปแบบ SelectedItem เป็นการรีเทิร์นค่าที่ได้จากการเลือก SelectedValue เป็นการรีเทิร์นค่าอินเด็กซ์ของตัวที่ถูก เลือก Items เป็นคอลเล็คชันที่ใช้กำหนดข้อมูลเข้าไปใน ListBox

14 คอนโทรล ListBox : รายการข้อมูล (ต่อ) เมธอดที่สำคัญของ ListBox Add เป็นการเพิ่มข้อมูลให้กับ ListBox โดยเพิ่มใน ลักษณะต่อท้าย Insert เป็นการแทรกข้อมูลให้กับ ListBox ณ Index ที่เรา ระบุ RemoveAt เป็นการลบข้อมูลออกจากรายการข้อมูล โดยต้องระบุ Index ที่ต้องการ Clear เป็นการลบข้อมูลทุกตัวออกจากรายการข้อมูล ClearSelected เป็นการเคลียร์ข้อมูลที่เคยถูกเลือกไว้ อีเวนต์ที่สำคัญของ ListBox Click เป็นอีเวนต์ที่เกิดขึ้นเมื่อคลิกที่ ListBox เพื่อเลือก ข้อมูลจากรายการข้อมูล

15 คอนโทรล CheckedListBox : รายการข้อมูลแบบ เลือกได้หลายตัว คอนโทรลที่จับเอา CheckBox ไปไว้ใน ListBox ทำ ให้สามารถเลือกตัวเลือกหลาย ๆ ตัว ประหยัด พื้นที่ในการแสดงผลและยืดหยุ่นในการใช้งาน กว่าเดิม พร็อพเพอร์ตี้ที่ใช้เหมือนกับของ ListBox แต่มีที่เพิ่มเติมพิเศษ จาก ListBox ได้แก่ ThreeDCheckBoxes เป็นการเรียงลำดับใน ListBox CheckOnClick เป็นการระบุทุกครั้งที่คลิกที่ช่อง สี่เหลี่ยม หรือที่ข้อความให้เลือกทันที (เพราะปกติ ถ้าจะเลือกต้องคลิกที่ช่องสี่เหลี่ยมเท่านั้น)

16 คอนโทรล ComboBox : TextBox+ListBox คอนโทรลที่สามารถเลือกรายการต่าง ๆ ได้ ขณะเดียวกันก็คีย์ข้อมูลเพื่อเลือกได้เหมือน TextBox พร็อพเพอร์ตี้ที่สำคัญได้แก่ DropDownStyle เป็นรูปแบบการแสดงข้อมูล มี 3 แบบ MaxDropDownItem เป็นการกำหนดจำนวนรายการที่ แสดงเมื่อคลิกเลือกที่ ComboBox MaxLength เป็นการกำหนดความยาวตัวอักษรที่จะ ป้อนได้ Sorted เป็นการเรียงลำดับให้กับข้อมูลใน ComboBox SelectedItem เป็นการรีเทิร์นค่าที่ได้จากการเลือก SelectedValue เป็นการรีเทิร์นค่าอินเด็กซ์ของตัวที่ถูก เลือก Items เป็นคอลเล็กชัน ที่ใช้กำหนดข้อมูลเข้าไปใน ComboBox หรืออ่านข้อมูลจาก ComboBox ตามที่เรา ระบุ Index

17 คอนโทรล ComboBox : TextBox+ListBox (ต่อ) เมธอดสำคัญของ ComboBox Add เพิ่มข้อมูลให้กับ ComboBox ในลักษณะต่อท้าย Insert เป็นการแทรกข้อมูลให้กับ ComboBox ณ Index ที่ เราระบุ RemoveAt เป็นการลบข้อมูลออกจาก ComboBox โดย ต้องระบุ Index ที่ต้องการ Clear เป็นการลบข้อมูลทุกตัวออกจาก ComboBox อีเวนต์ที่สำคัญของ ComboBox Click เป็นอีเวนต์ที่เกิดขึ้นเมื่อคลิกเลือกที่ตัวเลือก ภายใน ComboBox

18 คอนโทรล NumericUpdown : เพิ่มลดค่าตัวเลข ในช่วงที่กำหนด คอนโทรลที่สามารถกำหนดรูปแบบของการป้อน ตัวเลขโดยการคลิกปุ่มลูกศรขี้นลง หรือป้อน โดยตรง สามารถบังคับให้ข้อมูลที่ป้อนนั้นอยู่ใน ขอบเขตที่เหมาะสมได้ พร็อพเพอร์ตี้ที่สำคัญได้แก่ Minimum เป็นรูปแบบการแสดงข้อมูล มี 3 แบบ Maximum เป็นการกำหนดจำนวนรายการที่แสดงเมื่อคลิก เลือกที่ ComboBox Value เป็นการกำหนดความยาวตัวอักษรที่จะป้อนได้ UserEdit เป็นการระบุว่าผู้ใช้งานสามารถป้อนข้อมูลโดยตรง หรือไม่ Increment เป็นระดับของการเปลี่ยนแปลงค่าสำหรับการคลิกที่ ปุ่มลูกศรขึ้นลงแต่ละครั้ง ThousandSeparator เป็นระบุว่าต้องใส่เครื่องหมายจุลภาคคั่น ระหว่างตัวเลขหรือไม่ Hexadecimal เป็นการระบุว่าให้แสดงตัวเลขในรูปแบบฐานสิบ หกหรือไม่ DecimalPlace เป็นการระบุตัวเลขหลังจุดทศนิยมในกรณีที่เป็น ฐานสิบ UpDownAlign เป็นการเลือกว่าจะให้ลูกศรขึ้นลงอยู่ด้านซ้ายหรือ ขวาของช่องที่กรอกข้อมูล InterceptArrowKeys เป็นการกำหนดว่าจะให้ใช้กดปุ่มลูกศรขึ้น ลงที่คีย์บอร์ดเทียบเท่ากับการคลิกปุ่มลูกศรขึ้นลงของตัว คอนโทรลหรือไม่

19 คอนโทรล DateTimePicker : เลือกวันที่และเวลา คอนโทรลที่ช่วยลดการป้อนข้อมูลด้วยรูปแบบที่ ผิดพลาดเช่นวันเดือนปี หรือเวลา มีพร็อพเพอร์ตี้ที่ สำคัญได้แก่ Value เป็นค่าวันเดือนปีเวลาที่ได้จากการเลือก MinDate เป็นการกำหนดขอบเขตวันเดือนปีต่ำสุดที่คอนโทรล ตัวนี้จะแสดงผลได้ MaxDate เป็นการกำหนดขอบเขตวันเดือนปีสูงสุดที่คอนโทรล ตัวนี้จะแสดงผลได้ ShowUpDown ระบุได้ว่าต้องการแสดงผลแบบ UpDown หรือ DropDownList แล้วแสดงปฏิทิน Format รูปแบบการแสดงผลวันเดือนปี และเวลาในตัว คอนโทรล มีรูปแบบเป็น Long Short Time Custom

20 คอนโทรล MonthCalendar : เลือกวันที่จากปฏิทิน คอนโทรลที่ใช้รับข้อมูล วันเดือนปี นอกจาก คอนโทรล DateTimePicker มีรูปแบบการใช้งานแบบ ปฏิทินบังคับรูปแบบการรับจากผู้ใช้ได้ มีพร็อพเพอร์ ตี้ที่สำคัญได้แก่ MinDate เป็นการกำหนดขอบเขตวันเดือนปีต่ำสุดที่คอนโทรล ตัวนี้จะแสดงผลได้ (ค่าดีฟอลต์ที่กำหนดคือ 1 มกราคม พ.ศ ) MaxDate เป็นการกำหนดขอบเขตวันเดือนปีสูงสุดที่คอนโทรล ตัวนี้จะแสดงผลได้ (ค่าดีฟอลต์ที่กำหนดคือ 31 ธันวาคม พ.ศ ) MonthlyBoldedDates เป็นการกำหนดวันที่ในปฏิทินของทุกเดือน ให้เน้นด้วยตัวเหนา ShowToday เป็นการแสดงวันเดือนปีปัจจุบันในปฏิทิน ShowTodayCircle เป็นการสั่งให้เขียนวงกลม หรือสี่เหลี่ยม ล้อมรอบ ณ วันที่ปัจจุบันในปฏิทิน ShowWeekNumber เป็นการแสดงเลขที่ของสัปดาห์โดยเริ่มนับ สัปดาห์แรกของปีตั้งแต่เดือนมกราคม FirstDayOfWeek เป็นการกำหนดวันแรกของสัปดาห์ในปฏิทิน

21 คอนโทรล MonthCalendar : เลือกวันที่จากปฏิทิน (ต่อ) MaxSelectionCount เป็นการกำหนดช่วงของจำนวนวันที่สามารถ เลือกได้จากปฏิทิน SelectedRange เป็นการระบุช่วงของวันที่ได้เลือก โดย ประกอบด้วยวันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุด CalendarDimension เป็นการกำหนดจำนวนหน้าในปฏิทินที่จะ แสดงผล โดยกำหนดจำนวนหน้าในด้านกว้าง และจำนวน หน้าในด้านสูง

22 คอนโทรล GroupBox : จัดกลุ่มของคอนโทรล คอนโทรลที่ช่วยรวมคอนโทรลที่อยู่อย่างอิสระมา บรรจุไว้ในกลุ่มเดียวกัน (Container) อย่างเช่น คอนโทรล RadioButton,CheckList เป็นต้น มีพร็อพเพอร์ ตี้ที่สำคัญได้แก่ Text เป็นการกำหนดข้อความที่อยู่ที่มุมซ้ายบนของ GroupBox

23 คอนโทรล TabControl : แบ่งการทำงานเป็นชีท เหมือน Excel คอนโทรลที่ช่วยแบ่งกลุ่มการทำงานโดยใช้พื้นที่ เดียวกัน ถ้าเปรียบเทียบกับ GroupBox ซึ่งจะใช้พื้นที่ แสดงผลมากกว่า มีพร็อพเพอร์ตี้ที่สำคัญได้แก่ Multiline เป็นการอนุญาตให้สามารถแสดงแท็บได้หลาย บรรทัดถ้าหากความกว้างของคอนโทรลไม่พอจะบรรจุทุก แท็บไว้ได้ SizeMode เป็นการระบุให้ความกว้างงของแท็บ โดยปกติความ กว้างจะผันแปรตามความยาวของข้อความใน Tab แต่เรา สามารถกำหนดให้คงที่ได้ TabPages เป็นคอลเลกชันที่ใช้เก็บข้อมูลของแต่ละแท็บเอาไว้ มีพร้อพเพอร์ตี้ที่สำคัญได้แก่ Text เป็นข้อความที่แสดงบนแท็บ ToolTipText เป็นข้อความแนะนำที่แสดงขึ้นมาตอนเอาเมาส์ไป วางทาบที่แท็บ

24 คอนโทรล ProgressBar : แสดงความคืบหน้าของ การทำงาน คอนโทรลที่ช่วยบอกถึงความคืบหน้าในการทำงาน นั้น ๆ เพื่อบอกผู้ใช้ว่ายังทำงานอยู่ไม่ได้แฮงก์หรือ หยุดการทำงาน มีพร็อพเพอร์ตี้ที่สำคัญได้แก่ Minimum เป็นค่าต่ำสุดของ ProgressBar (ปกติกำหนดไว้ที่ 0 ) Maximum เป็นค่าสูงสุดของ ProgressBar (ปกติกำหนดไว้ที่ 100 ) สามารถกำหนดให้มากที่สุดถึง 32,768 Value เป็นค่าที่อยู่ระหว่าง Min และ Max โดยการแสดงผลใน ProgressBar จะแสดงในสัดส่วนของเปอร์เซ็นต์ ซึ่งคำนวณได้ จากสูตรต่อไปนี้ % ของ ProgressBar = ((Value-Min)*100)/Max Step เป็นระดับชั้นทีเรากำหนดให้เมื่อมีการสั่งให้เพิ่มค่าแบบที ละระดับ ๆ (ใช้ เมธอด PerformStep หรือ Increment ) Style เป็นรูปแบบการแสดงความคืบหน้าของ ProgressBar มี 3 แบบ คือ Blocks,Continuous และ Marquees Align เป็นการกำหนดลักษณะการวางตำแหน่งของ ProgressBar ในฟอร์ม อาจจะวางตำแหน่งชิดขอบบน หรือ ขอบล่าง หรือ ขอบซ้าย หรือขอบขวา หรือตามผู้ออกแบบกำหนด

25 คอนโทรล ProgressBar : แสดงความคืบหน้าของ การทำงาน (ต่อ) เมธอดที่สำคัญของ ProgressBar ได้แก่ PerformStep เป็นการสั่งให้เพิ่มค่าของ ProgressBar ขึ้นไปทีละ ระดับ Increment เป็นการสั่งให้เพิ่มค่าของ ProgressBar ขึ้นไปยังค่าที่ ต้องการ

26 คอนโทรล PictureBox : แสดงรูปภาพ คอนโทรลที่แสดงภาพนิ่ง ซึ่งสามารถจัดการกับ ภาพนิ่งที่แสดงได้ในหลาย ๆ ลักษณะโดยกำหนด ในพร็อพเพอร์ตี้ มีพร็อพเพอร์ตี้ที่สำคัญได้แก่ Width เป็นความกว้างของคอนโทรล PictureBox Height เป็นความสูงของคอนโทรล PictureBox SizeMode เป็นการจัดการกับขนาดของภาพ ในกรณีที่ขนาด ภาพไม่พอดีกับขนาดของ PictureBox Image เป็นออบเจ็กต์ที่ใช้จัดการการแสดงภาพ ควบคู่กับ คอนโทรล PictureBox ImageLocation เป็นชื่อของไฟล์พร้อมพาธที่เก็บชื่อไฟล์ที่จะ นำมาแสดงผล ErrorImage ชื่อไฟล์รูปภาพที่จะแสดงเมื่อเกิดความผิดพลาด เมื่อไม่สามารถโหลดภาพได้สำเร็จ InitialImage ชื่อไฟล์รูปภาพที่จะแสดงในระหว่างการโหลด ภาพ ก่อนภาพที่ระบุจะแสดงขึ้นมา PictureBox เป็นเสมือนกรอบรูป ส่วนออบเจ็กต์ Image นั้น เปรียบเสมือนรูปภาพในกรอบ

27 คอนโทรล PictureBox : แสดงรูปภาพ (ต่อ) เมธอดของ PictureBox ได้แก่ RotateFlip เป็นการสั่งให้มีการหมุนภาพจากปกติ Save เป็นการบันทึกไฟล์รูปภาพนั้นตามรูปแบบที่กำหนด

28 คอมโพเนนต์ ToolTip พร็อพเพอร์ตี้ที่สำคัญได้แก่ Width เป็นความกว้างของคอนโทรล PictureBox Height เป็นความสูงของคอนโทรล PictureBox SizeMode เป็นการจัดการกับขนาดของภาพ ในกรณีที่ขนาด ภาพไม่พอดีกับขนาดของ PictureBox Image เป็นออบเจ็กต์ที่ใช้จัดการการแสดงภาพ ควบคู่กับ คอนโทรล PictureBox ImageLocation เป็นชื่อของไฟล์พร้อมพาธที่เก็บชื่อไฟล์ที่จะ นำมาแสดงผล ErrorImage ชื่อไฟล์รูปภาพที่จะแสดงเมื่อเกิดความผิดพลาด เมื่อไม่สามารถโหลดภาพได้สำเร็จ InitialImage ชื่อไฟล์รูปภาพที่จะแสดงในระหว่างการโหลด ภาพ ก่อนภาพที่ระบุจะแสดงขึ้นมา PictureBox เป็นเสมือนกรอบรูป ส่วนออบเจ็กต์ Image นั้น เปรียบเสมือนรูปภาพในกรอบ

29 การทดลอง ProgressBar

30 Private Sub progress_Load(ByVal sender As System.Object, ByVal e As System.EventArgs) Handles MyBase.Load textMin.Text = ProgressBar1.Minimum.ToString() textMax.Text = ProgressBar1.Maximum.ToString() End Sub Private Sub Button1_Click(ByVal sender As System.Object, ByVal e As System.EventArgs) Handles Button1.Click Dim i As Integer Button1.Enabled = False If RadioBlocks.Checked = True Then ProgressBar1.Style = ProgressBarStyle.Blocks ElseIf RadioMarquee.Checked = True Then ProgressBar1.Style = ProgressBarStyle.Marquee Else ProgressBar1.Style = ProgressBarStyle.Continuous End If ProgressBar1.Minimum = textMin.Text ProgressBar1.Maximum = textMax.Text For i = ProgressBar1.Minimum To ProgressBar1.Maximum ProgressBar1.Value = i Me.Text = i & "%" System.Threading.Thread.Sleep(150) Next Button1.Enabled = True End Sub

31 การทดลอง Tab Control

32 Private Sub tab_Load(ByVal sender As System.Object, ByVal e As System.EventArgs) Handles MyBase.Load Label1.Text = "This Is TabPage1" End Sub Private Sub TabControl1_SelectedIndexChanged(ByVal sender As System.Object, ByVal e As System.EventArgs) Handles TabControl1.SelectedIndexChanged If TabControl1.SelectedIndex = 0 Then Label1.Text = "This Is TabPage1" ElseIf TabControl1.SelectedIndex = 1 Then Label2.Text = "This Is TabPage2" ElseIf TabControl1.SelectedIndex = 2 Then Label3.Text = "This Is TabPage3" ElseIf TabControl1.SelectedIndex = 3 Then Label4.Text = "This Is TabPage4" Else Label5.Text = "This Is TabPage5" End If End Sub

33 การทดลอง TrackBar

34 Private Sub Track_Load(ByVal sender As System.Object, ByVal e As System.EventArgs) Handles MyBase.Load Label1.Text = 0 End Sub Private Sub TrackBar1_Scroll(ByVal sender As System.Object, ByVal e As System.EventArgs) Handles TrackBar1.Scroll Label1.Text = TrackBar1.Value * 10 & " %" End Sub

35 การทดลอง โปรแกรมคำนวณค่า จัดส่งไปรษณีย์

36 โปรแกรมคำนวณค่าจัดส่งไปรษณีย์ ( ต่อ ) Private Sub Form1_Load(ByVal sender As System.Object, ByVal e As System.EventArgs) Handles MyBase.Load If ComboBox1.Items.Count > 0 Then ComboBox1.SelectedIndex = 0 ' The first item has index 0 ' End If End Sub Private Sub Button1_Click(ByVal sender As System.Object, ByVal e As System.EventArgs) Handles Button1.Click Dim crdate As Date Dim boxprice As Integer Dim sumprice As Integer Dim calcp As Integer Dim tape As Integer = 20 Dim stun As Integer = 12 Dim cord As Integer = 15 Dim priceacc As Integer If CheckInput(TextBox1.Text) Then Dim W As Integer = TextBox1.Text If RadioButton1.Checked Then crdate = CalcRev(DateTimePicker1.Value, 1) calcp = CalcPe(W) Else crdate = CalcRev(DateTimePicker1.Value, 7) calcp = CalcPn(W) End If

37 โปรแกรมคำนวณค่าจัดส่งไปรษณีย์ ( ต่อ ) If CheckBox1.Checked = True And CheckBox2.Checked = False And CheckBox3.Checked = False Then priceacc = tape ElseIf CheckBox1.Checked = False And CheckBox2.Checked = True And CheckBox3.Checked = False Then priceacc = stun ElseIf CheckBox1.Checked = False And CheckBox2.Checked = False And CheckBox3.Checked = True Then priceacc = cord ElseIf CheckBox1.Checked = True And CheckBox2.Checked = True And CheckBox3.Checked = False Then priceacc = tape + stun ElseIf CheckBox1.Checked = True And CheckBox2.Checked = False And CheckBox3.Checked = True Then priceacc = tape + cord ElseIf CheckBox1.Checked = False And CheckBox2.Checked = True And CheckBox3.Checked = True Then priceacc = stun + cord ElseIf CheckBox1.Checked = True And CheckBox2.Checked = True And CheckBox3.Checked = True Then priceacc = tape + stun + cord Else priceacc = 0 End If boxprice = CalcBox(ComboBox1.Text) sumprice = priceacc + boxprice + calcp MessageBox.Show("ค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้ารวม " & sumprice.ToString("#,##0.00") & " บาท " & vbCrLf & "สินค้าจะถึงในวัน" & crdate.ToString("dddd") & "ที่ " & crdate.ToString("dd MMMM yyyy")) Else ErrorNum() End If End Sub

38 โปรแกรมคำนวณค่าจัดส่งไปรษณีย์ ( ต่อ ) Function CalcBox(ByVal StrBox As String) As Integer Dim boxprice As Integer If StrBox = "ก" Then boxprice = 9 ElseIf StrBox = "ข" Then boxprice = 12 ElseIf StrBox = "ค" Then boxprice = 16 ElseIf StrBox = "ง" Then boxprice = 25 Else boxprice = 32 End If Return boxprice End Function

39 โปรแกรมคำนวณค่าจัดส่งไปรษณีย์ ( ต่อ ) Function CalcRev(ByVal SendD As Date, ByVal SendT As Integer) As String Dim revdate As Date revdate = SendD.AddDays(SendT) Return revdate End Function Function CheckInput(ByVal strWeigth As String) As Boolean If Not IsNumeric(strWeigth) Then Return False End If Return True End Function Function CalcPn(ByVal intWeigth As Integer) As Integer Dim Wprice As Integer If intWeigth > 3000 Then Wprice = 90 ElseIf intWeigth > 2000 Then Wprice = 60 ElseIf intWeigth > 1000 Then Wprice = 40 Else Wprice = 25 End If Return Wprice End Function

40 โปรแกรมคำนวณค่าจัดส่งไปรษณีย์ ( ต่อ ) Function CalcPe(ByVal intWeigth As Integer) As Integer Dim Wprice As Integer If intWeigth > 3000 Then Wprice = 120 ElseIf intWeigth > 2000 Then Wprice = 100 ElseIf intWeigth > 1000 Then Wprice = 80 Else Wprice = 50 End If Return Wprice End Function Sub ErrorNum() MessageBox.Show("กรุณากรอกข้อมูลเฉพาะตัวเลข และมีค่ามากกว่า 0", "ผิดพลาด", MessageBoxButtons.OK, MessageBoxIcon.Error) End Sub


ดาวน์โหลด ppt Chapter 9 การใช้งานคอนโทรลเบื้องต้น. การใช้งานคอนโทรลใน VB 2010 Common Controls Containers.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google