งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

01/02/48 1 อ้อย (Sugarcane) พงษ์ศักดิ์ อยู่หุ่น ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "01/02/48 1 อ้อย (Sugarcane) พงษ์ศักดิ์ อยู่หุ่น ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 01/02/48 1 อ้อย (Sugarcane) พงษ์ศักดิ์ อยู่หุ่น ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร

2 01/02/48 2P Yuhun, Ag Sci Dept, NUถิ่นกำเนิด อ้อยเป็นพืชเขตร้อนชื้น (tropical) มีถิ่นกำเนิดใน เอเชียใต้/ตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อกันว่าชาวอินเดียเป็น ชาติแรกที่ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยว ชาวโพลีนีเชียนนำไป ปลูกที่ฮาวาย ต่อมาชาวยุโรปได้นำเข้าไปปลูกในทวีป อเมริกาและทวีปอื่นๆ อ้อยเป็นพืชเขตร้อนชื้น (tropical) มีถิ่นกำเนิดใน เอเชียใต้/ตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อกันว่าชาวอินเดียเป็น ชาติแรกที่ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยว ชาวโพลีนีเชียนนำไป ปลูกที่ฮาวาย ต่อมาชาวยุโรปได้นำเข้าไปปลูกในทวีป อเมริกาและทวีปอื่นๆ

3 01/02/48 3P Yuhun, Ag Sci Dept, NUพฤกษศาสตร์ของอ้อย

4 01/02/48 4P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ลักษณะ อ้อย เป็นพืชจำพวกหญ้า ลำต้นแข็งแรง มี ข้อปล้องเห็นได้ชัดเจน สูง 2-4 เมตร เส้น ผ่านศูนย์กลาง 2-5 ซม. ไม่แตกกิ่งก้าน ผิวนอกสีเขียวออกเหลือง หรือสีแดงเข้ม ออกม่วง มีขี้ผึ้งเป็นฝ้าขาว ๆ เคลือบอยู่ ใบแคบ ผิวใบมีขนสั้น ๆ ทั้ง 2 ด้าน เมื่อ ลูบรู้สึกสากมือ เส้นกลางใบใหญ่สีขาวมี ขน ดอกออกที่ยอดเป็นช่อ ดอกออกสี ขาว ก้านช่อดอกไม่มีขน แตกแขนงเป็น ช่อดอกย่อยมากมาย ออกดอกในฤดู หนาว เป็นพืชชอบอากาศอบอุ่นและร้อน ชื้น พบปลูกเป็นไร่เพื่อตัดส่งโรงงานผลิต น้ำตาล และปลูกตามบ้านเรือนไว้ใช้เป็น ยาหรือในพิธีกรรมต่าง ๆ

5 01/02/48 5P Yuhun, Ag Sci Dept, NU อนุกรมวิธาน (Taxonomy) Family: Poaceae (Gramineae) Family: Poaceae (Gramineae) Genus: Saccharum Genus: Saccharum Species: Species: S. spontaneum -wild S. spontaneum -wild S. robustum -wild S. robustum -wild S. officinarum -cultivated S. officinarum -cultivated S. barberi -cultivated S. barberi -cultivated S. sinense -cultivated S. sinense -cultivated S. edule -cultivated S. edule -cultivated

6 01/02/48 6P Yuhun, Ag Sci Dept, NU Genetics อ้อยเป็นพืชที่ขยายพันธุ์แบบ vegetative ถึงแม้ จะมีดอก แต่ดอกที่เห็นเป็นดอกตัวเมีย ไม่มีตัวผู้ Saccharum เป็นพืชที่ Genome ซับซ้อน มี ระดับ ploidy สูง มีโครโมโซมตั้งแต่ 40 ขึ้นไป จนมากกว่า 140 อ้อยที่ปลูกในปัจจุบันส่วนใหญ่ เป็น hybrid ระหว่าง officinarum และ spontaneum โดยมีโครโมโซมส่วนใหญ่มาจาก officinarum อ้อยเป็นพืชที่ขยายพันธุ์แบบ vegetative ถึงแม้ จะมีดอก แต่ดอกที่เห็นเป็นดอกตัวเมีย ไม่มีตัวผู้ Saccharum เป็นพืชที่ Genome ซับซ้อน มี ระดับ ploidy สูง มีโครโมโซมตั้งแต่ 40 ขึ้นไป จนมากกว่า 140 อ้อยที่ปลูกในปัจจุบันส่วนใหญ่ เป็น hybrid ระหว่าง officinarum และ spontaneum โดยมีโครโมโซมส่วนใหญ่มาจาก officinarum

7 01/02/48 7P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ความสำคัญต่อโลก อ้อยเป็นพืชประเภทหญ้าชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อ มนุษย์มากในแง่ของการใช้เป็นอาหาร โดยเป็นพืชที่มี ความสำคัญอันดับ 4 ของโลก รองจากข้าวสาลี ข้าวโพด และข้าว เนื่องจากอ้อยเป็นวัตถุดิบที่ สำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลทราย เชื่อกัน ว่ามีการค้นพบในประเทศอินเดียเมื่อ 300 ปีก่อน คริสตกาล ปัจจุบันอ้อยมักจะนิยมปลูกในประเทศ แถบเขตร้อนและชุ่มชื้นระหว่างเส้นรุ้งที่ 35 องศา เหนือ และ 35 องศาใต้ ประเทศที่มีการปลูกอ้อย เป็นจำนวนมาก ได้แก่ บราซิล อินเดีย จีน เม็กซิโก ไทย และคิวบา อ้อยเป็นพืชประเภทหญ้าชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อ มนุษย์มากในแง่ของการใช้เป็นอาหาร โดยเป็นพืชที่มี ความสำคัญอันดับ 4 ของโลก รองจากข้าวสาลี ข้าวโพด และข้าว เนื่องจากอ้อยเป็นวัตถุดิบที่ สำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลทราย เชื่อกัน ว่ามีการค้นพบในประเทศอินเดียเมื่อ 300 ปีก่อน คริสตกาล ปัจจุบันอ้อยมักจะนิยมปลูกในประเทศ แถบเขตร้อนและชุ่มชื้นระหว่างเส้นรุ้งที่ 35 องศา เหนือ และ 35 องศาใต้ ประเทศที่มีการปลูกอ้อย เป็นจำนวนมาก ได้แก่ บราซิล อินเดีย จีน เม็กซิโก ไทย และคิวบา

8 01/02/48 8P Yuhun, Ag Sci Dept, NUพื้นที่ปลูกของโลก

9 01/02/48 9P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ปริมาณการผลิต ผลผลิตอ้อยรวมของโลกปี 2546 มีจำนวน 1, ล้านตัน โดยประเทศบราซิลเป็นประเทศที่มีผลผลิตมากที่สุดเป็นอันดับ หนึ่งของโลกผลิตได้ ล้านตัน หรือมีสัดส่วนร้อยละ ของผลผลิตทั้งหมด รองลงมาคือ อินเดีย จีน และ ไทย มีผลผลิตคิดเป็นร้อยละ 21.48, 6.96 และ 5.49 ของผลผลิตทั้งหมดตามลำดับ ผลผลิตอ้อยรวมของโลกปี 2546 มีจำนวน 1, ล้านตัน โดยประเทศบราซิลเป็นประเทศที่มีผลผลิตมากที่สุดเป็นอันดับ หนึ่งของโลกผลิตได้ ล้านตัน หรือมีสัดส่วนร้อยละ ของผลผลิตทั้งหมด รองลงมาคือ อินเดีย จีน และ ไทย มีผลผลิตคิดเป็นร้อยละ 21.48, 6.96 และ 5.49 ของผลผลิตทั้งหมดตามลำดับ ผลผลิตอ้อยเฉลี่ยต่อไร่ของโลกปี 2546 เท่ากับ 10,591 กก./ ไร่ โดยออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่มาก ที่สุด คือ 16,621 กก./ไร่ รองลงมาคือ โคลัมเบีย สหรัฐฯ และไทยมีผลผลิตเฉลี่ย 13,462, 12,336 และ 12,218 กก./ไร่ ตามลำดับ ผลผลิตอ้อยเฉลี่ยต่อไร่ของโลกปี 2546 เท่ากับ 10,591 กก./ ไร่ โดยออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่มาก ที่สุด คือ 16,621 กก./ไร่ รองลงมาคือ โคลัมเบีย สหรัฐฯ และไทยมีผลผลิตเฉลี่ย 13,462, 12,336 และ 12,218 กก./ไร่ ตามลำดับ

10 01/02/48 10P Yuhun, Ag Sci Dept, NU กร้าฟการผลิต

11 01/02/48 11P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ความสำคัญต่อไทย อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยทั่วไปหมายถึงอ้อย โรงงาน ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ประเทศ ไทยบริโภคน้ำตาลปีละ ล้านตัน เป็นมูลค่า 17, ,000 ล้านบาท และมีการส่งออกมากกว่าปีละ 3 ล้านตัน เป็น มูลค่า 20,000-30,000 ล้านบาท ทำให้ประเทศไทยเป็นผู้ ส่งออกน้ำตาลอันดับ 4 ของโลก ปริมาณผลผลิตอ้อยในแต่ละปี ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ปลูก และผลผลิตต่อไร่ พื้นที่ปลูกผัน แปรระหว่าง ล้านไร่ อยู่ในเขตภาคกลาง ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออก พื้นที่ปลูก อ้อยอยู่ในเขตชลประทานประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออาศัย น้ำฝน ผลผลิตอ้อยรวมในแต่ละปีอยู่ระหว่าง ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่อยู่ระหว่าง 8-9 ตัน สามารถเพิ่มผลผลิตได้ถ้ามี การจัดการที่เหมาะสม อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยทั่วไปหมายถึงอ้อย โรงงาน ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ประเทศ ไทยบริโภคน้ำตาลปีละ ล้านตัน เป็นมูลค่า 17, ,000 ล้านบาท และมีการส่งออกมากกว่าปีละ 3 ล้านตัน เป็น มูลค่า 20,000-30,000 ล้านบาท ทำให้ประเทศไทยเป็นผู้ ส่งออกน้ำตาลอันดับ 4 ของโลก ปริมาณผลผลิตอ้อยในแต่ละปี ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ปลูก และผลผลิตต่อไร่ พื้นที่ปลูกผัน แปรระหว่าง ล้านไร่ อยู่ในเขตภาคกลาง ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออก พื้นที่ปลูก อ้อยอยู่ในเขตชลประทานประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออาศัย น้ำฝน ผลผลิตอ้อยรวมในแต่ละปีอยู่ระหว่าง ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่อยู่ระหว่าง 8-9 ตัน สามารถเพิ่มผลผลิตได้ถ้ามี การจัดการที่เหมาะสม

12 01/02/48 12P Yuhun, Ag Sci Dept, NU การใช้ประโยชน์ ผลิตน้ำตาลทราย ผลิตน้ำตาลทราย ผลิตน้ำส้มสายชู ผลิตน้ำส้มสายชู ผลิตแอลกอฮอล์ - Ethanol ผลิตแอลกอฮอล์ - Ethanol ชานอ้อย bargasse ชานอ้อย bargasse เผาเป็นเชื้อเพลิงในโรงงาน พลังงานชีวมวล เผาเป็นเชื้อเพลิงในโรงงาน พลังงานชีวมวล ใช้ผลิตวัสดุก่อสร้างและอื่นๆ ใช้ผลิตวัสดุก่อสร้างและอื่นๆ ทำปุ๋ยหรือ mulch ทำปุ๋ยหรือ mulch Molass ใช้ทำปุ๋ยหมัก สารหมักชีวภาพ Molass ใช้ทำปุ๋ยหมัก สารหมักชีวภาพ ยอดอ้อยใช้เลี้ยงสัตว์ ยอดอ้อยใช้เลี้ยงสัตว์ ประโยชน์ใหม่ๆ จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ประโยชน์ใหม่ๆ จากเทคโนโลยีใหม่ๆ

13 01/02/48 13P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ยอดอ้อย ยอดอ้อย เป็นผลพลอยได้จากการปลูกอ้อยเพื่อทำน้ำตาล ในแต่ละปีระหว่างเดือน พฤศจิกายน-มีนาคม ยอดอ้อยจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ตัน ที่ถูกเผาหรือฟันทิ้งหลังฤดูกาล ตัด อ้อยมีคุณค่าทางโภชนะใกล้เคียงกับฟางข้าวมีโปรตีนประมาณ 4-6% แต่มีเยื่อใยส่วน ที่ใช้ประโยชน์ดีกว่ามีความหวานและน่ากินมากกว่าฟางข้าว ช่วงแล้งขาดแคลนหญ้าสด เป็นระยะที่มียอดอ้อยจำนวนมาก สามารถนำยอดอ้อยสดมาสับให้มีขนาดเล็กลงเพื่อเสริม หญ้าหรือใช้เป็นอาหารหยาบหลักแทนหญ้า และเสริมด้วยอาหารข้นหรือใบพืชตระกูลถั่ว ต่างๆ เช่นเดียวกับการใช้หญ้าเป็นอาหารหลัก ถ้ามียอดอ้อยปริมาณมากๆ สามารถนำมา หมัก ซึ่งอาจจะใส่หรือไม่ใส่กากน้ำตาลลงไปด้วยก็ได้ โดยมีวิธีหมักเช่นเดียวกับหมักหญ้า และสามารถนำออกมาใช้ในช่วงที่ขาดแคลนอาหารหยาบจะสามารถแก้ปัญหาการขาด แคลนพืชอาหารสัตว์และเป็นการนำผลพลอยได้การเกษตรมาใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี ยอดอ้อย เป็นผลพลอยได้จากการปลูกอ้อยเพื่อทำน้ำตาล ในแต่ละปีระหว่างเดือน พฤศจิกายน-มีนาคม ยอดอ้อยจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ตัน ที่ถูกเผาหรือฟันทิ้งหลังฤดูกาล ตัด อ้อยมีคุณค่าทางโภชนะใกล้เคียงกับฟางข้าวมีโปรตีนประมาณ 4-6% แต่มีเยื่อใยส่วน ที่ใช้ประโยชน์ดีกว่ามีความหวานและน่ากินมากกว่าฟางข้าว ช่วงแล้งขาดแคลนหญ้าสด เป็นระยะที่มียอดอ้อยจำนวนมาก สามารถนำยอดอ้อยสดมาสับให้มีขนาดเล็กลงเพื่อเสริม หญ้าหรือใช้เป็นอาหารหยาบหลักแทนหญ้า และเสริมด้วยอาหารข้นหรือใบพืชตระกูลถั่ว ต่างๆ เช่นเดียวกับการใช้หญ้าเป็นอาหารหลัก ถ้ามียอดอ้อยปริมาณมากๆ สามารถนำมา หมัก ซึ่งอาจจะใส่หรือไม่ใส่กากน้ำตาลลงไปด้วยก็ได้ โดยมีวิธีหมักเช่นเดียวกับหมักหญ้า และสามารถนำออกมาใช้ในช่วงที่ขาดแคลนอาหารหยาบจะสามารถแก้ปัญหาการขาด แคลนพืชอาหารสัตว์และเป็นการนำผลพลอยได้การเกษตรมาใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี ยอดอ้อยสามารถใช้เป็นอาหารโค-กระบือได้ทั้งในลักษณะสด แห้ง และหมัก แต่ต้องใช้ ร่วมกับอาหารข้นหรือวัตถุดิบอาหารอื่นๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาให้สูงขึ้น ดังนั้นจึงควร ต้องปรับปรุงคุณค่าโภชนะให้ใกล้เคียงหรือเท่ากับหญ้าโดยวิธี ยอดอ้อยสามารถใช้เป็นอาหารโค-กระบือได้ทั้งในลักษณะสด แห้ง และหมัก แต่ต้องใช้ ร่วมกับอาหารข้นหรือวัตถุดิบอาหารอื่นๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาให้สูงขึ้น ดังนั้นจึงควร ต้องปรับปรุงคุณค่าโภชนะให้ใกล้เคียงหรือเท่ากับหญ้าโดยวิธี 1. วิธีทางกายภาพ เป็นการทำให้ลักษณะรูปร่างเปลี่ยนแปลงให้มีขนาดเล็กลง สัตว์จะได้กินได้มากอัตรา การไหลผ่านของอาหารจากกระเพาะเร็วขึ้น 2. วิธีใช้สารเคมี ซึ่งอาจมีผลทำให้ลักษณะรูปร่างและส่วนประกอบทางเคมีเปลี่ยนแปลงอาจทำให้สัตว์ กินได้มากขึ้น 3. การใช้ร่วมกันระหว่างวิธีกายภาพ และสารเคมี เช่นการสับ และบดร่วมกับสารเคมี 4. ใช้ยอดอ้อยร่วมกับอาหารเสริมโปรตีน เช่นอาหารข้นและพืชตระกูลถั่วต่างๆ เช่น ใบกระถิน ใบมันสำปะหลัง เป็นต้น

14 01/02/48 14P Yuhun, Ag Sci Dept, NU Plastic sugarcane - the crop of the future? Bureau of Sugar Experiment Stations, Kalkie, Queensland, Australia (BSES) กำลังพยายามผลิตอ้อยจีเอ็ม โอ ที่มีพลาสติกย่อยสลายได้ (bio-degradeable plastic). Bureau of Sugar Experiment Stations, Kalkie, Queensland, Australia (BSES) กำลังพยายามผลิตอ้อยจีเอ็ม โอ ที่มีพลาสติกย่อยสลายได้ (bio-degradeable plastic). Toyota to Build Pilot Bio-plastic Plant Tokyo-TOYOTA MOTOR CORPORATION (TMC) today announced its plan to construct a pilot plant for producing bio-plastics (polylactic acid) made from annually renewable resources like sugarcane. The new pilot plant, to be built within an existing production facility in Japan, is envisioned to be able to produce 1,000 tons of bio-plastics a year. Toyota to Build Pilot Bio-plastic Plant Tokyo-TOYOTA MOTOR CORPORATION (TMC) today announced its plan to construct a pilot plant for producing bio-plastics (polylactic acid) made from annually renewable resources like sugarcane. The new pilot plant, to be built within an existing production facility in Japan, is envisioned to be able to produce 1,000 tons of bio-plastics a year.

15 01/02/48 15P Yuhun, Ag Sci Dept, NU พลังงานชีวมวล พลังงานมวลชีวภาพ เป็นพลังงานที่ได้จากสิ่งมีชีวิตหรือองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตหรืออินทรีย์สารต่าง ๆ โดยขบวนการ เปลี่ยนแปลงความร้อนทางเคมี หรือทางชีวเคมีโดยอาศัยจุลินทรีย์ เช่น ไม้ชนิดต่าง ๆ วัชพืชบกและน้ำ วัสดุเหลือทิ้งทาง การเกษตรและมูลสัตว์ต่าง ๆ เป็นต้น พลังงานมวลชีวภาพ เป็นพลังงานที่ได้จากสิ่งมีชีวิตหรือองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตหรืออินทรีย์สารต่าง ๆ โดยขบวนการ เปลี่ยนแปลงความร้อนทางเคมี หรือทางชีวเคมีโดยอาศัยจุลินทรีย์ เช่น ไม้ชนิดต่าง ๆ วัชพืชบกและน้ำ วัสดุเหลือทิ้งทาง การเกษตรและมูลสัตว์ต่าง ๆ เป็นต้น ข้อมูลจากกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานชี้ว่า ในปี 2537 ประเทศไทยมีการใช้พลังงานรวมทั้งสิ้น 43.8 ตันน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นจากปี % การใช้พลังงานชีวมวลมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 26.2 ของการใช้พลังงานทั้งหมด ข้อมูลจากกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานชี้ว่า ในปี 2537 ประเทศไทยมีการใช้พลังงานรวมทั้งสิ้น 43.8 ตันน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นจากปี % การใช้พลังงานชีวมวลมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 26.2 ของการใช้พลังงานทั้งหมด แม้ว่าพลังงานชีวมวลจะมีความสำคัญไม่น้อยต่อการควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาพลังงาน แต่สัดส่วนการใช้ พลังงานชีวมวลเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้พลังงานทั้งหมดกลับมีแนวโน้มลดลง แม้ว่าพลังงานชีวมวลจะมีความสำคัญไม่น้อยต่อการควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาพลังงาน แต่สัดส่วนการใช้ พลังงานชีวมวลเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้พลังงานทั้งหมดกลับมีแนวโน้มลดลง โดยในปี 2528 มีการใช้พลังงานชีวมวลร้อยละ 36.4 ในปี 2533 ใช้ร้อยละ การใช้พลังงานชีวมวลที่สำคัญ ได้แก่ ฟืน ถ่านไม้ กากอ้อย แกลบ และวัสดุทางการเกษตรอื่น ๆ โดยในปี 2528 มีการใช้พลังงานชีวมวลร้อยละ 36.4 ในปี 2533 ใช้ร้อยละ การใช้พลังงานชีวมวลที่สำคัญ ได้แก่ ฟืน ถ่านไม้ กากอ้อย แกลบ และวัสดุทางการเกษตรอื่น ๆ ในปี 2537 ประเทศไทยใช้ไม้ฟืน 10.3 ล้านตัน ถ่านไม้ 6.5 ล้านตัน รวมคิดเป็นไม้ฟืน 71.5 ล้านลบ.ม. ฟืนจะถูกใช้เป็น เชื้อเพลิงในการหุงต้มในครัวเรือนชนบทเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงใช้ในอุตสาหกรรมในครัวเรือน ส่วนถ่านไม้จะถูกใช้ในทั้ง ครัวเรือนชนบทและในเมือง ในปี 2537 ประเทศไทยใช้ไม้ฟืน 10.3 ล้านตัน ถ่านไม้ 6.5 ล้านตัน รวมคิดเป็นไม้ฟืน 71.5 ล้านลบ.ม. ฟืนจะถูกใช้เป็น เชื้อเพลิงในการหุงต้มในครัวเรือนชนบทเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงใช้ในอุตสาหกรรมในครัวเรือน ส่วนถ่านไม้จะถูกใช้ในทั้ง ครัวเรือนชนบทและในเมือง กากอ้อยจะใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานน้ำตาลประมาณ 15 ล้านตัน สำหรับแกลบและวัสดุการเกษตรอื่น ๆ นั้นมีปริมาณการ ใช้ประมาณ 46.6 ล้านตัน ซึ่งจะใช้ในโรงสีข้าวเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ก็มีการใช้เพื่อเผาอิฐและอุตสาหกรรมในครัวเรือนอื่น ๆ สำหรับพลังงานชีวมวลอื่น ๆ เช่น ก๊าซชีวภาพก็จะมีใช้บ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กากอ้อยจะใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานน้ำตาลประมาณ 15 ล้านตัน สำหรับแกลบและวัสดุการเกษตรอื่น ๆ นั้นมีปริมาณการ ใช้ประมาณ 46.6 ล้านตัน ซึ่งจะใช้ในโรงสีข้าวเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ก็มีการใช้เพื่อเผาอิฐและอุตสาหกรรมในครัวเรือนอื่น ๆ สำหรับพลังงานชีวมวลอื่น ๆ เช่น ก๊าซชีวภาพก็จะมีใช้บ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานรายงานว่าในปัจจุบันพลังงานที่ได้จากชีวมวลทั้งหลาย ปัจจุบันมีการนำไปใช้ผลิตเป็น กระแสไฟฟ้าอยู่บ้าง แต่ยังไม่มากนัก กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานรายงานว่าในปัจจุบันพลังงานที่ได้จากชีวมวลทั้งหลาย ปัจจุบันมีการนำไปใช้ผลิตเป็น กระแสไฟฟ้าอยู่บ้าง แต่ยังไม่มากนัก โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) มีโครงการพลังงานชีวมวลมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าเป็นพลังงานทดแทนอยู่ถึง 5 โครงการ ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้าโดยใช้ไม้โตเร็ว โครงการผลิตไฟฟ้าจากแกลบ โครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะ โครงการผลิตไฟฟ้า จากมันสำปะหลัง และโครงการผลิตไฟฟ้าจากชานอ้อย ซึ่งเป็นโครงการที่มีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาให้เป็นโรงไฟฟ้า ขนาดใหญ่ได้ รวมถึงโครงการพลังงานจากชีวมวลต่าง ๆ ของกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน เช่น เตาประสิทธิภาพสูง โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) มีโครงการพลังงานชีวมวลมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าเป็นพลังงานทดแทนอยู่ถึง 5 โครงการ ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้าโดยใช้ไม้โตเร็ว โครงการผลิตไฟฟ้าจากแกลบ โครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะ โครงการผลิตไฟฟ้า จากมันสำปะหลัง และโครงการผลิตไฟฟ้าจากชานอ้อย ซึ่งเป็นโครงการที่มีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาให้เป็นโรงไฟฟ้า ขนาดใหญ่ได้ รวมถึงโครงการพลังงานจากชีวมวลต่าง ๆ ของกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน เช่น เตาประสิทธิภาพสูง แต่ปัญหาคือโครงการเหล่านี้ไม่สามารถผลักดันให้มีการนำไปปฏิบัติได้โดยง่าย แต่ปัญหาคือโครงการเหล่านี้ไม่สามารถผลักดันให้มีการนำไปปฏิบัติได้โดยง่าย ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้ผลิตพลังงานจากชีวมวลในรูปแบบต่าง ๆ เพราะเห็นว่า โครงการเหล่านี้เป็นเพียงแหล่งพลังงานทดแทนเท่านั้น ไม่ใช่แหล่งพลังงานหลัก ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้ผลิตพลังงานจากชีวมวลในรูปแบบต่าง ๆ เพราะเห็นว่า โครงการเหล่านี้เป็นเพียงแหล่งพลังงานทดแทนเท่านั้น ไม่ใช่แหล่งพลังงานหลัก ที่มา : รวบรวมจากวารสารมูลนิธิ สิ่งแวดล้อมเพื่อชีวิต ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2539 ที่มา : รวบรวมจากวารสารมูลนิธิ สิ่งแวดล้อมเพื่อชีวิต ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2539

16 01/02/48 16P Yuhun, Ag Sci Dept, NU แหล่งผลิต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย อุดรธานี มุกดาหาร หนองบัวลำภู และอำนาจเจริญ ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และแพร่ ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และอ่างทอง ภาค ตะวันตก ได้แก่ จังหวัดราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ปราจีนบุรี ระยอง และ สระแก้ว *** ภาคที่ปลูกอ้อยมากที่สุด คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

17 01/02/48 17P Yuhun, Ag Sci Dept, NUแผนที่

18 01/02/48 18P Yuhun, Ag Sci Dept, NUZoning กรมวิชาการจัดโซนนิ่งอ้อย นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำโซนนิ่งพื้นที่ปลูก อ้อยว่า ปัจจุบันการผลิตอ้อยและน้ำตาลของไทยยังคงมีปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเกษตรกรมีความต้องการ ผลตอบแทนต่อไร่สูง แต่ในสภาพจริงประสิทธิภาพการผลิตที่ได้ค่อนข้างต่ำ ส่วนโรงงานก็มีความต้องการ วัตถุดิบที่เพียงพอและกระจายสม่ำเสมอตลอดฤดูหีบ แต่ระบบบริหารจัดการยังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ การผลิตและภาวะตลาดโลก ดังนั้น กรมวิชาการเกษตรจึงได้จัดทำโครงการโซนนิ่ง (Zoning)เขตปลูกอ้อย ขึ้น โดยนำร่องในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด ทั้งนี้ เพื่อจัดทำแผนที่ศักยภาพการผลิตอ้อย รวมทั้งพัฒนาข้อมูลพื้นฐานในจังหวัดที่มีการปลูกอ้อย โดยมุ่ง พัฒนาโปรแกรมเชื่อมโยงกับแบบจำลองอ้อย เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการคัดเลือกพันธุ์และถ่ายทอด เทคโนโลยีการผลิตอ้อยให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ตลอดจนการวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยประมาณการผลผลิตอ้อยที่จะได้รับในแต่ละเขตโรงงานได้ คาดว่าภายในปี 2549 จะสามารถ ดำเนินการจัดโซนนิ่งพื้นที่ปลูกอ้อยได้ครอบคลุมทั้ง 19 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากการศึกษาข้อมูลเชิงพื้นที่ โดยใช้โปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์ซ้อนทับระหว่างฐานข้อมูลพื้นที่ปลูก อ้อย ซึ่งมีทั้งชุดข้อมูลดิน ภูมิอากาศ การใช้ประโยชน์ที่ดินของเกษตรกร ทั้งยังออกสำรวจสภาพพื้นที่จริงใน แหล่งที่มีการปลูกอ้อย ทำการวัดพิกัดโดยใช้จีพีเอส และนำมาจัดทำแผนที่ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ พบว่า พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกอ้อยใน 4 จังหวัด มีถึง 8.04 ล้านไร่ แต่ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกจริงเพียง 1.03 ล้านไร่ ซึ่งกระจายอยู่ในเขตที่มีโรงงานผลิตน้ำตาลตั้งอยู่ ถ้าประเมินศักยภาพการให้ผลผลิตของแต่ละพื้นที่ พบว่า ส่วนใหญ่จะให้ผลผลิตเฉลี่ยที่ 9-12 ตันต่อไร่ โดย มีพื้นที่เพียง 5.94 แสนไร่ ที่ให้ผลผลิตมากกว่า 12 ตันต่อไร่ ทั้งนี้ ขึ้นกับสภาพแวดล้อม ระบบการจัดการ และพันธุ์อ้อยที่ปลูก ซึ่งผลการสำรวจพบว่า พันธุ์อ้อยที่เกษตรกรนิยมปลูกมีความหลากหลาย มีทั้งพันธุ์อู่ ทอง 1 พันธุ์อู่ทอง 3 พันธุ์เค 200 และพันธุ์มากอส ซึ่งขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเกษตรกรเป็นหลัก. จาก 31 กรกฎาคม 2547

19 01/02/48 19P Yuhun, Ag Sci Dept, NUพันธุ์อ้อย อ้อย เป็นพืชไร่อุตสาหกรรมที่มีความสำคัญ พืชหนึ่งของ ประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก มากกว่า 6 ล้านไร่ / ปี ให้ ผลผลิตประมาณ 60 ล้านตัน / ปี ผลผลิตที่ได้นี้มาจากการใช้ อ้อยหลายพันธุ์ ทั้งพันธุ์ที่นำเข้ามาในอดีต และพันธุ์ที่ได้รับ การพัฒนาขึ้นมาใหม่ แต่พันธุ์เหล่านี้ มีโอกาสเสื่อมความ นิยม เนื่องจากการเสื่อมของพันธุ์ หรือโรคและแมลงสามารถ ปรับตัวเข้าทำลายได้ และความต้องการอ้อยพันธุ์ใหม่ของ เกษตรกร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องศึกษาหาอ้อยพันธุ์ใหม่ๆ เพื่อ ทดแทนหรือส่งเสริมควบคู่กับพันธุ์เดิมที่มีอยู่ และเป็นทางเลือก ของเกษตรกร อ้อย เป็นพืชไร่อุตสาหกรรมที่มีความสำคัญ พืชหนึ่งของ ประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก มากกว่า 6 ล้านไร่ / ปี ให้ ผลผลิตประมาณ 60 ล้านตัน / ปี ผลผลิตที่ได้นี้มาจากการใช้ อ้อยหลายพันธุ์ ทั้งพันธุ์ที่นำเข้ามาในอดีต และพันธุ์ที่ได้รับ การพัฒนาขึ้นมาใหม่ แต่พันธุ์เหล่านี้ มีโอกาสเสื่อมความ นิยม เนื่องจากการเสื่อมของพันธุ์ หรือโรคและแมลงสามารถ ปรับตัวเข้าทำลายได้ และความต้องการอ้อยพันธุ์ใหม่ของ เกษตรกร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องศึกษาหาอ้อยพันธุ์ใหม่ๆ เพื่อ ทดแทนหรือส่งเสริมควบคู่กับพันธุ์เดิมที่มีอยู่ และเป็นทางเลือก ของเกษตรกร พันธุ์อ้อยที่ผ่านการรับรองพันธุ์แล้ว เมื่อเกษตรกรนำไปปลูก ระยะหนึ่งประมาณ ปี โรคและแมลงจะปรับตัวให้สามารถ เข้าทำลายอ้อยพันธุ์เหล่านั้นได้ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุง พันธุ์อ้อยพันธุ์ใหม่ๆ ให้เป็นทางเลือกของเกษตรกร โดยเฉพาะ แหล่งปลูกซึ่งเป็นเขตดินร่วนให้น้ำได้ และมีความพร้อมด้าน ปัจจัยการผลิต พันธุ์อ้อยที่ผ่านการรับรองพันธุ์แล้ว เมื่อเกษตรกรนำไปปลูก ระยะหนึ่งประมาณ ปี โรคและแมลงจะปรับตัวให้สามารถ เข้าทำลายอ้อยพันธุ์เหล่านั้นได้ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุง พันธุ์อ้อยพันธุ์ใหม่ๆ ให้เป็นทางเลือกของเกษตรกร โดยเฉพาะ แหล่งปลูกซึ่งเป็นเขตดินร่วนให้น้ำได้ และมีความพร้อมด้าน ปัจจัยการผลิต

20 01/02/48 20P Yuhun, Ag Sci Dept, NUพันธุ์ส่งเสริม ประกาศตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ แบ่งตามภาคต่าง ๆ ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เอฟ 140, เอฟ 154, เอฟ 156, เอฟ 176, คิว 83,อาร์โอซี 6, อาร์โอซี 10, พินดาร์, ไตรตัน, อีรอส, ฟิล , ฟิล 6607, ฟิล 6723, ซีโอ 1148, ฮาวาย , อู่ทอง1, อีเหี่ยว, เค 82-83, เค , เค 82-65, เค , และ เค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เอฟ 140, เอฟ 154, เอฟ 156, เอฟ 176, คิว 83,อาร์โอซี 6, อาร์โอซี 10, พินดาร์, ไตรตัน, อีรอส, ฟิล , ฟิล 6607, ฟิล 6723, ซีโอ 1148, ฮาวาย , อู่ทอง1, อีเหี่ยว, เค 82-83, เค , เค 82-65, เค , และ เค ภาคเหนือเอฟ 140, เอฟ 154, เอฟ 156, คิว 83, คิว 130, ฟิล 6317, ฟิล 6723,อาร์โอซี 6, กวางตุ้ง 3, อู่ทอง 1, อีเหี่ยว, เค 76-4, เค และ เค ภาคเหนือเอฟ 140, เอฟ 154, เอฟ 156, คิว 83, คิว 130, ฟิล 6317, ฟิล 6723,อาร์โอซี 6, กวางตุ้ง 3, อู่ทอง 1, อีเหี่ยว, เค 76-4, เค และ เค ภาคกลางและภาคตะวันตก เอฟ 140, เอฟ 156, คิว 83, อาร์โอซี 1, อาร์โอซี 10, พินดาร์, อู่ทอง 1, อีเหี่ยว, เค , เค 76-4, เค , เค และ เค ภาคกลางและภาคตะวันตก เอฟ 140, เอฟ 156, คิว 83, อาร์โอซี 1, อาร์โอซี 10, พินดาร์, อู่ทอง 1, อีเหี่ยว, เค , เค 76-4, เค , เค และ เค ภาคตะวันออก เอฟ 137, เอฟ 140, เอฟ 156, คิว 83, คิว 130, ฟิล 6317,ฮาวาย , เค และ เค ภาคตะวันออก เอฟ 137, เอฟ 140, เอฟ 156, คิว 83, คิว 130, ฟิล 6317,ฮาวาย , เค และ เค 84-69

21 01/02/48 21P Yuhun, Ag Sci Dept, NU พันธุ์อู่ทอง 4 ต้านทานโรคแส้ดำและเหี่ยวเน่าแดง เหมาะสำหรับเขค ชลประทาน ภาคตะวันตก 1. ให้ผลผลิตอ้อยเฉลี่ย 15.7 ตันต่อไร่ ซึ่งสูงกว่าพันธุ์อู่ ทอง 1 ร้อยละ ให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 1.96 ตันต่อไร่ ซึ่งสูงกว่าพันธุ์ อู่ทอง 1 ร้อยละ 15 (CCS 12.6) 3. ต้านทานโรคแส้ดำและโรคเหี่ยวเน่าแดง ในสภาพที่มี การปลูกเชื้อหรือทำให้เกิดการระบาดของโรค 4. มีการเข้าทำลายของหนอนกอในสภาพธรรมชาติร้อย ละ 3.6 ซึ่งต่ำกว่าพันธุ์อู่ทอง 1

22 01/02/48 22P Yuhun, Ag Sci Dept, NUอ้อยพันธุ์ใหม่ สวทช.โชว์ "อ้อย" พันธุ์ใหม่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่า สวทช.โชว์ "อ้อย" พันธุ์ใหม่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่า สวทช. พร้อม “กร” นำสื่อมวลชนติดตามความก้าวหน้าโครงการทดสอบอ้อยพันธุ์ใหม่เมืองย่าโม โดยอ้อยพันธุ์ ใหม่ให้ผลผลิตมากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว รวมทั้งช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม วันนี้ (2 ต.ค.) นายกร ทัพพะรังสี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ออกเดินทางติดตามความก้าวหน้าของการพัฒนา พันธุ์อ้อยขนาดใหญ่กว่าปกติที่แปลงสาธิต ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นโครงการร่วมพัฒนาพันธุ์ระหว่าง รศ.ประเสริฐ ฉัตรวชิระวงษ์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และคณะร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและ เทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทั้งนี้ อ้อยสายพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาครั้งนี้มี 4 สายพันธุ์ คือ เกษตรศาสตร์ 60-1,เกษตรศาสตร์ 60-2,เกษตรศาสตร์ 60-3 และพันธุ์ Tby เฉลี่ยมีความสูงและขนาดลำต้นใหญ่กว่าเดิม 3-4 เท่า ซึ่งจะให้ผล ผลผลิตสูงสุด 12 ตันต่อไร่ จากเดิมพันธุ์เก่าให้ 9 ตันต่อไร่ และยังมีความหวานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้อ้อยสายพันธุ์ ใหม่ยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการทิ้งกาบใบเมื่อระยะเก็บเกี่ยว ทำให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวง่ายขึ้นโดยไม่ต้อง เผาไร่ อ้อยสายพันธุ์ที่เพิ่มผลผลิตมากขึ้นนี้ คณะผู้วิจัยได้ศึกษาในระดับห้องปฎิบัติการแล้ว ก็นำมาลองปลูกในแปลงสาธิตของ นายฉัตร พันธุ์ดี อดีตกำนันตำบลรังกาใหญ่ โดยให้ทดลองปลูกอ้อย 4 พันธุ์ ในพื้นที่ 3 ไร่เป็นเวลากว่า 5 เดือนแล้ว สภาพ โดยทั่วไปพบว่า งอกดี โตเร็ว ขึ้นลำต้นดีและแตกกอดี และจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อไปทำน้ำตาลเมื่ออ้อยมีอายุได้ 8 เดือน ร.ศ.ประเสริฐกล่าวว่าทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับมอบหมายให้พัฒนาสายพันธุ์ภายในเวลา 5 ปี ซึ่งถือเป็นความท้า ทายเนื่องจากโดยปกติการพัฒนาพันธุ์อ้อยต้องใช้เวลา ปี โดยในการพัฒนาครั้งนี้ได้รวบรวมสายพันธุ์อ้อยถึง 2,000 สายพันธุ์ และใช้งบประมาณทั้งสิ้น 8 ล้านบาท และที่สำคัญการพัฒนาสายพันธุ์อ้อยครั้งนี้ไม่ได้ใช้จีเอ็มโอเข้ามาเกี่ยวข้อง ทางด้าน ดร.มรกต ตันติเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ไบโอเทคเปิดเผยว่าการพัฒนาสายพันธุ์อ้อยครั้งนี้ทางไบโอเทคได้ให้ความ ช่วยเหลือข้อมูลพันธุกรรมโดยที่ไม่ได้ใช้จีเอ็มโอเนื่องจากมีความหลากหลายทางชีวภาพอยู่เยอะ ทั้งนี้การจะทำจีเอ็มโอ ขึ้นอยู่กับลักษณะของอ้อยที่ต้องการ เช่นต้องการอ้อยที่ทนต่อหนอนเจาะกอก็ต้องหาสายพันธุ์ที่มีความทนทาน แต่หากหา ไม่ได้ก็มีความจำเป็นต้องทำจีเอ็มโอ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ของโครงการพัฒนาอ้อยพันธุ์ยักษ์นี้ ผู้จัดการออนไลน์จะนำเสนอให้ทราบโดยละเอียดต่อไป ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ สวทช. พร้อม “กร” นำสื่อมวลชนติดตามความก้าวหน้าโครงการทดสอบอ้อยพันธุ์ใหม่เมืองย่าโม โดยอ้อยพันธุ์ ใหม่ให้ผลผลิตมากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว รวมทั้งช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม วันนี้ (2 ต.ค.) นายกร ทัพพะรังสี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ออกเดินทางติดตามความก้าวหน้าของการพัฒนา พันธุ์อ้อยขนาดใหญ่กว่าปกติที่แปลงสาธิต ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นโครงการร่วมพัฒนาพันธุ์ระหว่าง รศ.ประเสริฐ ฉัตรวชิระวงษ์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และคณะร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและ เทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทั้งนี้ อ้อยสายพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาครั้งนี้มี 4 สายพันธุ์ คือ เกษตรศาสตร์ 60-1,เกษตรศาสตร์ 60-2,เกษตรศาสตร์ 60-3 และพันธุ์ Tby เฉลี่ยมีความสูงและขนาดลำต้นใหญ่กว่าเดิม 3-4 เท่า ซึ่งจะให้ผล ผลผลิตสูงสุด 12 ตันต่อไร่ จากเดิมพันธุ์เก่าให้ 9 ตันต่อไร่ และยังมีความหวานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้อ้อยสายพันธุ์ ใหม่ยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการทิ้งกาบใบเมื่อระยะเก็บเกี่ยว ทำให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวง่ายขึ้นโดยไม่ต้อง เผาไร่ อ้อยสายพันธุ์ที่เพิ่มผลผลิตมากขึ้นนี้ คณะผู้วิจัยได้ศึกษาในระดับห้องปฎิบัติการแล้ว ก็นำมาลองปลูกในแปลงสาธิตของ นายฉัตร พันธุ์ดี อดีตกำนันตำบลรังกาใหญ่ โดยให้ทดลองปลูกอ้อย 4 พันธุ์ ในพื้นที่ 3 ไร่เป็นเวลากว่า 5 เดือนแล้ว สภาพ โดยทั่วไปพบว่า งอกดี โตเร็ว ขึ้นลำต้นดีและแตกกอดี และจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อไปทำน้ำตาลเมื่ออ้อยมีอายุได้ 8 เดือน ร.ศ.ประเสริฐกล่าวว่าทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับมอบหมายให้พัฒนาสายพันธุ์ภายในเวลา 5 ปี ซึ่งถือเป็นความท้า ทายเนื่องจากโดยปกติการพัฒนาพันธุ์อ้อยต้องใช้เวลา ปี โดยในการพัฒนาครั้งนี้ได้รวบรวมสายพันธุ์อ้อยถึง 2,000 สายพันธุ์ และใช้งบประมาณทั้งสิ้น 8 ล้านบาท และที่สำคัญการพัฒนาสายพันธุ์อ้อยครั้งนี้ไม่ได้ใช้จีเอ็มโอเข้ามาเกี่ยวข้อง ทางด้าน ดร.มรกต ตันติเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ไบโอเทคเปิดเผยว่าการพัฒนาสายพันธุ์อ้อยครั้งนี้ทางไบโอเทคได้ให้ความ ช่วยเหลือข้อมูลพันธุกรรมโดยที่ไม่ได้ใช้จีเอ็มโอเนื่องจากมีความหลากหลายทางชีวภาพอยู่เยอะ ทั้งนี้การจะทำจีเอ็มโอ ขึ้นอยู่กับลักษณะของอ้อยที่ต้องการ เช่นต้องการอ้อยที่ทนต่อหนอนเจาะกอก็ต้องหาสายพันธุ์ที่มีความทนทาน แต่หากหา ไม่ได้ก็มีความจำเป็นต้องทำจีเอ็มโอ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ของโครงการพัฒนาอ้อยพันธุ์ยักษ์นี้ ผู้จัดการออนไลน์จะนำเสนอให้ทราบโดยละเอียดต่อไป ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

23 01/02/48 23P Yuhun, Ag Sci Dept, NU การเขตกรรม ฤดูปลูก ฤดูปลูก การปลูก การปลูก การใส่ปุ๋ย การใส่ปุ๋ย การบำรุงรักษา การบำรุงรักษา การเก็บเกี่ยวและการขนส่ง การเก็บเกี่ยวและการขนส่ง

24 01/02/48 24P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ฤดูปลูก ช่วงปลูกอ้อยที่เหมาะสมจะแบ่งตามเขตพื้นที่ที่ใช้ปลูกอ้อย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 เขตคือ 1. 1.เขตชลประทาน จะปลูกในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึง พฤษภาคม 2. 2.เขตน้ำฝน สามารถปลูกได้ 2 ช่วง คือ ต้นฤดูฝน ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน นิยมปลูกในพื้นที่ทั่วไป ปลายฤดูฝน ตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม นิยมปลูกในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคเหนือบางพื้นที่

25 01/02/48 25P Yuhun, Ag Sci Dept, NU การเลือกพื้นที่ปลูก 1. 1.ควรเลือกที่ดอน น้ำไม่ขัง ดินร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์ดี หน้า ดินลึกอย่างน้อย 20 นิ้ว pH แสงแดดจัด ปริมาณน้ำฝน ควรมากกว่าปีละ 1,500 มิลลิเมตร และมีการกระจายของฝน สม่ำเสมอ ถ้าฝนน้อยกว่านี้ควรจะมีการชลประทานช่วย การ คมนาคมสะดวก และอยู่ห่างจากโรงงานน้ำตาลไม่เกิน 50 กิโลเมตร 2. 2.ควรปรับระดับพื้นที่และแบ่งแปลงปลูกอ้อย เพื่อความสะดวกใน การใช้เครื่องจักรในการเตรียมดินปลูก และเก็บเกี่ยว ตลอดจน การระบายน้ำ 3. 3.การไถ ควรไถอย่างน้อย 2 ครั้ง หรือมากกว่า ความลึกอย่าง น้อย 20 นิ้ว หรือ มากกว่า เพราะอ้อยมีระบบรากยาว ประมาณ 2-3 เมตร และทำร่องปลูก

26 01/02/48 26P Yuhun, Ag Sci Dept, NU การเลือกท่อนพันธุ์ ปัจจุบันพันธุ์อ้อยมีหลายพันธุ์ ควร เลือกพันธุ์ที่มีลักษณะการเจริญเติบโต ดี ให้ผลผลิตสูงและมีความหวานสูง ด้วย โดยพิจารณาจากสิ่งต่าง ๆ ดังนี้ พันธุ์อ้อยมีความสมบูรณ์ตรงตามพันธุ์ อายุประมาณ 8-10 เดือน ควรเป็น อ้อยปลูกใหม่ มีการเจริญเติบโตดี ปราศจากโรคและแมลง ตาอ้อยต้องสมบูรณ์ ควรมีกาบใบหุ้ม เพื่อป้องกันการชำรุดของตาและเมื่อ จะปลูกจึงค่อยลอกออก ขนาดท่อนพันธุ์ที่ใช้ปลูกควรมีตา 2-3 ตา หรือจะวางทั้งลำก็ได้

27 01/02/48 27P Yuhun, Ag Sci Dept, NU การเตรียมดิน การใช้เครื่องยกร่องเพื่อปลูกอ้อยใน Louisiana

28 01/02/48 28P Yuhun, Ag Sci Dept, NU วิธีการปลูก 1. 1.ปลูกด้วยแรงคน 2. 2.การปลูกอ้อยโดยใช้เครื่องปลูก

29 01/02/48 29P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ปลูกด้วยแรงคน ปลูกด้วยแรงคน คือหลังจากเตรียมดินยก ร่อง ระยะระหว่างร่อง เมตร แล้ว นำ ท่อนพันธุ์มาวางแบบเรียงเดี่ยวหรือคู่ ปัจจุบันเกษตรกรนิยมปลูกโดยวางอ้อยทั้ง ลำเหลื่อมกันลงในร่อง เสร็จแล้วกลบดิน ให้หนาประมาณ 3-5 เซนติเมตร ถ้าปลูก ปลายฤดูฝนควรกลบดินให้หนาเป็น 2 เท่า ของการปลูกต้นฤดูฝน ปลูกด้วยแรงคน คือหลังจากเตรียมดินยก ร่อง ระยะระหว่างร่อง เมตร แล้ว นำ ท่อนพันธุ์มาวางแบบเรียงเดี่ยวหรือคู่ ปัจจุบันเกษตรกรนิยมปลูกโดยวางอ้อยทั้ง ลำเหลื่อมกันลงในร่อง เสร็จแล้วกลบดิน ให้หนาประมาณ 3-5 เซนติเมตร ถ้าปลูก ปลายฤดูฝนควรกลบดินให้หนาเป็น 2 เท่า ของการปลูกต้นฤดูฝน

30 01/02/48 30P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ปลูกด้วยเครื่องจักร การปลูกอ้อยโดยใช้เครื่องปลูก จะช่วยประหยัด แรงงานและเวลา เพราะจะใช้แรงงานเพียง 3 คนเท่านั้น คือคนขับ คนป้อนพันธุ์อ้อย และคน เตรียมอุปกรณ์อย่างอื่นถ้าเป็นเครื่องปลูกแถว เดียว แต่ถ้าเป็นเครื่องปลูกแบบ 2 แถว ก็ต้อง เพิ่มคนขึ้นอีก 1 คน โดยจะรวมแรงงานตั้งแต่ยก ร่อง สับท่อนพันธุ์ ใส่ปุ๋ย และกลบร่อง มารวมใน ครั้งเดียว ซึ่งเกษตรกรสามารถปลูกอ้อยได้วันละ 8-10 ไร่ แต่จะต้องมีการปรับระดับพื้นที่และ เตรียมดินเป็นอย่างดีด้วย การปลูกอ้อยโดยใช้เครื่องปลูก จะช่วยประหยัด แรงงานและเวลา เพราะจะใช้แรงงานเพียง 3 คนเท่านั้น คือคนขับ คนป้อนพันธุ์อ้อย และคน เตรียมอุปกรณ์อย่างอื่นถ้าเป็นเครื่องปลูกแถว เดียว แต่ถ้าเป็นเครื่องปลูกแบบ 2 แถว ก็ต้อง เพิ่มคนขึ้นอีก 1 คน โดยจะรวมแรงงานตั้งแต่ยก ร่อง สับท่อนพันธุ์ ใส่ปุ๋ย และกลบร่อง มารวมใน ครั้งเดียว ซึ่งเกษตรกรสามารถปลูกอ้อยได้วันละ 8-10 ไร่ แต่จะต้องมีการปรับระดับพื้นที่และ เตรียมดินเป็นอย่างดีด้วย

31 01/02/48 31P Yuhun, Ag Sci Dept, NU เครื่องปลูกอ้อย เครื่องปลูกกำลังตัดและ หยอดท่อนพันธุ์ ในหลุยเซียน่า

32 01/02/48 32P Yuhun, Ag Sci Dept, NU เครื่องกลบ การกลบท่อนพันธุ์ด้วยเครื่องพ่วงแทรกเตอร์ การกลบท่อนพันธุ์ด้วยเครื่องพ่วงแทรกเตอร์

33 01/02/48 33P Yuhun, Ag Sci Dept, NU การเติบโต อ้อยสองสามสัปดาห์หลังจากปลูกแบบยกร่อง ที่หลุยเซียน่า อ้อยสองสามสัปดาห์หลังจากปลูกแบบยกร่อง ที่หลุยเซียน่า

34 01/02/48 34P Yuhun, Ag Sci Dept, NU การบำรุงรักษา การไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืชและปรับสภาพดิน การไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืชและปรับสภาพดิน

35 01/02/48 35P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ดินและปุ๋ย เอกสารเผยแพร่ อันดับที่ 57 โดย สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม เอกสารเผยแพร่ อันดับที่ 57 โดย สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ของ ปรีชา พราหมณีย์ ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ของ ปรีชา พราหมณีย์ ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุร

36 01/02/48 36P Yuhun, Ag Sci Dept, NU การให้ปุ๋ย การให้ปุ๋ยไนโตรเจน ในสภาพการปลูกที่หลุย เซียน่า การให้ปุ๋ยไนโตรเจน ในสภาพการปลูกที่หลุย เซียน่า

37 01/02/48 37P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ศัตรูอ้อย หนอนกออ้อย หนอนกออ้อย ปลวก ปลวก ด้วงหนวดยาว ด้วงหนวดยาว โรคกอตะไคร้ โรคกอตะไคร้ โรคเหี่ยวเน่าแดง โรคเหี่ยวเน่าแดง โรคใบขาว โรคใบขาว หนู หนู

38 01/02/48 38P Yuhun, Ag Sci Dept, NU หนอนกออ้อย หนอนกออ้อย จัดเป็นศัตรูอ้อยที่สำคัญที่สุด เพราะทำความเสียหายมากและยากแก่การ ป้องกันกำจัด การเข้าทำลายในระยะแรกเห็นได้ ยากจะทราบก็ต่อเมื่ออ้อยถูกทำลายไปแล้ว มัก พบในแหล่งปลูกอ้อยทั่วประเทศ หนอนกออ้อย จัดเป็นศัตรูอ้อยที่สำคัญที่สุด เพราะทำความเสียหายมากและยากแก่การ ป้องกันกำจัด การเข้าทำลายในระยะแรกเห็นได้ ยากจะทราบก็ต่อเมื่ออ้อยถูกทำลายไปแล้ว มัก พบในแหล่งปลูกอ้อยทั่วประเทศ sugawalk.htm sugawalk.htm sugawalk.htm sugawalk.htm

39 01/02/48 39P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ปฏิทินการระบาดศัตรูอ้อย

40 01/02/48 40P Yuhun, Ag Sci Dept, NU กำจัดศัตรูอ้อยโดยศัตรูธรรมชาติ ศัตรูธรรมชาติ คือ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกับพืชและ สัตว์อื่น ๆ เป็นตัวสาเหตุทำให้เกิดการตายของพืชหรือ สัตว์นั้น ได้แก่ ตัวห้ำ (PREDATORS) ตัวเบียน (PARASITES) และเชื้อโรค (PATHOGENS) ศัตรูธรรมชาติ คือ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกับพืชและ สัตว์อื่น ๆ เป็นตัวสาเหตุทำให้เกิดการตายของพืชหรือ สัตว์นั้น ได้แก่ ตัวห้ำ (PREDATORS) ตัวเบียน (PARASITES) และเชื้อโรค (PATHOGENS)

41 01/02/48 41P Yuhun, Ag Sci Dept, NU อ้อยที่โตพร้อมเก็บเกี่ยว

42 01/02/48 42P Yuhun, Ag Sci Dept, NU การเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยวด้วยแรงคน เก็บเกี่ยวด้วยแรงคน เก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องจักร เก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องจักร

43 01/02/48 43P Yuhun, Ag Sci Dept, NUเครื่องตัดอ้อย

44 01/02/48 44P Yuhun, Ag Sci Dept, NUการขนย้ายจากแปลง การถ่ายอ้อยที่ตัดขึ้นรถบันทุกไปโรงงาน ที่หลุย เซียน่า การถ่ายอ้อยที่ตัดขึ้นรถบันทุกไปโรงงาน ที่หลุย เซียน่า

45 01/02/48 45P Yuhun, Ag Sci Dept, NU การขนส่งสู่โรงงาน ถ่ายอ้อยจากรถบันทุกเข้าโรงงาน ถ่ายอ้อยจากรถบันทุกเข้าโรงงาน

46 01/02/48 46P Yuhun, Ag Sci Dept, NU โรงงานน้ำตาล ประเทศไทยมีโรงงานน้ำตาลทรายแห่งแรก เมื่อ ปี พ.ศ ที่ อ.เกาะคา จ. ลำปาง (ปัจจุบันชื่อโรงงานน้ำตาลลำปาง) โรงงานเป็นผู้ส่งเสริมการปลูกอ้อยเพื่อป้อน วัตถุดิบให้กับโรงงานน้ำตาล ประเทศไทยมีโรงงานน้ำตาลทรายแห่งแรก เมื่อ ปี พ.ศ ที่ อ.เกาะคา จ. ลำปาง (ปัจจุบันชื่อโรงงานน้ำตาลลำปาง) โรงงานเป็นผู้ส่งเสริมการปลูกอ้อยเพื่อป้อน วัตถุดิบให้กับโรงงานน้ำตาล โรงงานน้ำตาลในประเทศไทยปัจจุบันมี 46 โรง กระจายอยู่ทั่วประเทศ โรงงานน้ำตาลในประเทศไทยปัจจุบันมี 46 โรง กระจายอยู่ทั่วประเทศ

47 01/02/48 47P Yuhun, Ag Sci Dept, NU คุณภาพอ้อย การซื้อขายอ้อยนอกจากจะซื้อขายกันตามน้ำหนักแล้ว ยังซื้อขายกันที่คุณภาพความหวานโดยวัดเป็น ซีซี เอส (CCS = Commercial Cane Sugar) ดังนั้นราคา อ้อยจะผันแปรไปตามความหวาน อ้อยที่มีความ หวานมาก หรือค่าซีซีเอสสูง ก็จะได้ราคาดี (ปัจจุบัน ค่าความหวานโดยเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 11 – 12 CCS) การซื้อขายอ้อยนอกจากจะซื้อขายกันตามน้ำหนักแล้ว ยังซื้อขายกันที่คุณภาพความหวานโดยวัดเป็น ซีซี เอส (CCS = Commercial Cane Sugar) ดังนั้นราคา อ้อยจะผันแปรไปตามความหวาน อ้อยที่มีความ หวานมาก หรือค่าซีซีเอสสูง ก็จะได้ราคาดี (ปัจจุบัน ค่าความหวานโดยเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 11 – 12 CCS)

48 01/02/48 48P Yuhun, Ag Sci Dept, NUการวัดคุณภาพอ้อย

49 01/02/48 49P Yuhun, Ag Sci Dept, NU กระบวนการผลิตน้ำตาล การปรับปรุงคุณภาพอ้อย tm การปรับปรุงคุณภาพอ้อย tm tm tm ผลกระทบจากการเผาอ้อย และอ้อยที่มี สิ่งเจือปน iew.php?id=5&Type=1 ผลกระทบจากการเผาอ้อย และอ้อยที่มี สิ่งเจือปน iew.php?id=5&Type=1 iew.php?id=5&Type=1 iew.php?id=5&Type=1

50 01/02/48 50P Yuhun, Ag Sci Dept, NUน้ำตาลทรายดิบ กระบวนการในการผลิตน้ำตาลทรายดิบ สามารถแบ่งได้เป็น 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ กระบวนการในการผลิตน้ำตาลทรายดิบ สามารถแบ่งได้เป็น 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 1. กระบวนการสกัดน้ำอ้อย (Juice Extraction) : ทำการสกัดน้ำอ้อยโดยผ่าน อ้อยเข้าไปในชุดลูกหีบ (4-5 ชุด) และกากอ้อยที่ผ่านการสกัดน้ำอ้อยจากลูกหีบชุด สุดท้าย จะถูกนำไปเป็นเชื้อเพลิงเผาไหม้ภายในเตาหม้อไอน้ำ เพื่อผลิตไอน้ำมาใช้ใน กระบวนการผลิต และน้ำตาลทราย 2. การทำความสะอาด หรือทำใสน้ำอ้อย (Juice Purification) : น้ำอ้อยที่สกัด ได้ทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการทำใส เนื่องจากน้ำอ้อยมีสิ่งสกปรกต่าง ๆ จึงต้องแยก เอาส่วนเหล่านี้ออกโดยผ่านวิธีทางกล เช่น ผ่านเครื่องกรองต่าง ๆ และวิธีทางเคมี เช่น โดยให้ความร้อน และผสมปูนขาว 3. การต้ม (Evaporation) : น้ำอ้อยที่ผ่านการทำใสแล้วจะถูกนำเข้าสู่ชุดหม้อต้ม (Multiple Evaporator) เพื่อระเหยเอาน้ำออก(ประมาณ 70 %) โดยน้ำอ้อยข้นที่ ออกมาจากหม้อต้มลูกสุดท้าย เรียกว่า น้ำเชื่อม (Syrup) 4. การเคี่ยว (Crystallization) : น้ำเชื่อมที่ได้จากการต้มจะถูกนำเข้าหม้อเคี่ยว ระบบสูญญากาศ (Vacuum Pan) เพื่อระเหยน้ำออกจนน้ำเชื่อมถึงจุดอิ่มตัว ที่จุดนี้ ผลึกน้ำตาลจะเกิดขึ้นมา โดยที่ผลึกน้ำตาล และกากน้ำตาลที่ได้จากการเคี่ยวนี้รวม เรียกว่า แมสิควิท (Messecuite) 5. การปั่นแยกผลึกน้ำตาล (Centrifugaling) : แมสิควิทที่ได้จากการเคี่ยวจะถูก นำไปปั่นแยกผลึกน้ำตาลออกจากกากน้ำตาล โดยใช้เครื่องปั่น (Centrifugals) ผลึก น้ำตาลที่ได้นี้จะเป็นน้ำตาลดิบ 1. กระบวนการสกัดน้ำอ้อย (Juice Extraction) : ทำการสกัดน้ำอ้อยโดยผ่าน อ้อยเข้าไปในชุดลูกหีบ (4-5 ชุด) และกากอ้อยที่ผ่านการสกัดน้ำอ้อยจากลูกหีบชุด สุดท้าย จะถูกนำไปเป็นเชื้อเพลิงเผาไหม้ภายในเตาหม้อไอน้ำ เพื่อผลิตไอน้ำมาใช้ใน กระบวนการผลิต และน้ำตาลทราย 2. การทำความสะอาด หรือทำใสน้ำอ้อย (Juice Purification) : น้ำอ้อยที่สกัด ได้ทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการทำใส เนื่องจากน้ำอ้อยมีสิ่งสกปรกต่าง ๆ จึงต้องแยก เอาส่วนเหล่านี้ออกโดยผ่านวิธีทางกล เช่น ผ่านเครื่องกรองต่าง ๆ และวิธีทางเคมี เช่น โดยให้ความร้อน และผสมปูนขาว 3. การต้ม (Evaporation) : น้ำอ้อยที่ผ่านการทำใสแล้วจะถูกนำเข้าสู่ชุดหม้อต้ม (Multiple Evaporator) เพื่อระเหยเอาน้ำออก(ประมาณ 70 %) โดยน้ำอ้อยข้นที่ ออกมาจากหม้อต้มลูกสุดท้าย เรียกว่า น้ำเชื่อม (Syrup) 4. การเคี่ยว (Crystallization) : น้ำเชื่อมที่ได้จากการต้มจะถูกนำเข้าหม้อเคี่ยว ระบบสูญญากาศ (Vacuum Pan) เพื่อระเหยน้ำออกจนน้ำเชื่อมถึงจุดอิ่มตัว ที่จุดนี้ ผลึกน้ำตาลจะเกิดขึ้นมา โดยที่ผลึกน้ำตาล และกากน้ำตาลที่ได้จากการเคี่ยวนี้รวม เรียกว่า แมสิควิท (Messecuite) 5. การปั่นแยกผลึกน้ำตาล (Centrifugaling) : แมสิควิทที่ได้จากการเคี่ยวจะถูก นำไปปั่นแยกผลึกน้ำตาลออกจากกากน้ำตาล โดยใช้เครื่องปั่น (Centrifugals) ผลึก น้ำตาลที่ได้นี้จะเป็นน้ำตาลดิบ

51 01/02/48 51P Yuhun, Ag Sci Dept, NUน้ำตาลทรายขาว กระบวนการผลิตน้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลรีไฟน์ กระบวนการผลิตน้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลรีไฟน์ น้ำตาลทรายดิบถูกนำไปละลายน้ำ แล้วถูกผ่านเข้า 5 ขั้นตอนการผลิต ดังนี้ 1. การปั่นละลาย (Affinated Centrifugaling) : นำน้ำตาลดิบมาผสมกับน้ำร้อน หรือน้ำเหลืองจากการปั่นละลาย (Green Molasses) น้ำตาลดิบที่ผสมนี้เรียกว่า แมกม่า (Magma) และแมกม่านี้จะถูกนำไปปั่นละลายเพื่อล้างคราบน้ำเหลือง หรือ กากน้ำตาลออก 2. การทำความสะอาด และฟอกสี (Clarification) : น้ำเชื่อมที่ได้จากหม้อปั่น ละลาย (Affinated Syrup) จะถูกนำไปละลายอีกครั้งเพื่อละลายผลึกน้ำตาลบางส่วน ที่ยังละลายไม่หมดจากการปั่น และผ่านตะแกรงกรองเข้าผสมกับปูนขาว เข้าฟอกสี โดยผ่านเข้าไปในหม้อฟอก (ปัจจุบันนิยมใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัวฟอก) จากนั้นจะผ่านเข้าสู่การกรองโดยหม้อกรองแบบใช้แรงดัน (Pressure Filter) เพื่อแยก ตะกอนออก และน้ำเชื่อมที่ได้จะผ่านไปฟอกเป็นครั้งสุดท้ายโดยกระบวนการ แลกเปลี่ยนประจุ (Ion Exchange Resin) จะได้นำเชื่อมรีไฟน์ (Fine Liquor) 3. การเคี่ยว (Crystallization) : น้ำเชื่อมรีไฟน์ที่ได้จะถูกนำเข้าหม้อเคี่ยวระบบ สูญญากาศ (Vacuum Pan) เพื่อระเหยน้ำออกจนน้ำเชื่อมถึงจุดอิ่มตัว 4. การปั่นแยกผลึกน้ำตาล (Centrifugaling) : แมสิควิทที่ได้จากการเคี่ยวจะถูก นำไปปั่นแยกผลึกน้ำตาลออกจากกากน้ำตาล โดยใช้เครื่องปั่น (Centrifugals) ผลึก น้ำตาลที่ได้นี้จะเป็น น้ำตาลรีไฟน์ และน้ำตาลทรายขาว 5. การอบ (Drying) : ผลึกน้ำตาลรีไฟน์ และน้ำตาลทรายขาวที่ได้จากการปั่นก็จะ เข้าหม้ออบ (Dryer) เพื่อไล่ความชื้นออก แล้วบรรจุกระสอบเพื่อจำหน่าย น้ำตาลทรายดิบถูกนำไปละลายน้ำ แล้วถูกผ่านเข้า 5 ขั้นตอนการผลิต ดังนี้ 1. การปั่นละลาย (Affinated Centrifugaling) : นำน้ำตาลดิบมาผสมกับน้ำร้อน หรือน้ำเหลืองจากการปั่นละลาย (Green Molasses) น้ำตาลดิบที่ผสมนี้เรียกว่า แมกม่า (Magma) และแมกม่านี้จะถูกนำไปปั่นละลายเพื่อล้างคราบน้ำเหลือง หรือ กากน้ำตาลออก 2. การทำความสะอาด และฟอกสี (Clarification) : น้ำเชื่อมที่ได้จากหม้อปั่น ละลาย (Affinated Syrup) จะถูกนำไปละลายอีกครั้งเพื่อละลายผลึกน้ำตาลบางส่วน ที่ยังละลายไม่หมดจากการปั่น และผ่านตะแกรงกรองเข้าผสมกับปูนขาว เข้าฟอกสี โดยผ่านเข้าไปในหม้อฟอก (ปัจจุบันนิยมใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัวฟอก) จากนั้นจะผ่านเข้าสู่การกรองโดยหม้อกรองแบบใช้แรงดัน (Pressure Filter) เพื่อแยก ตะกอนออก และน้ำเชื่อมที่ได้จะผ่านไปฟอกเป็นครั้งสุดท้ายโดยกระบวนการ แลกเปลี่ยนประจุ (Ion Exchange Resin) จะได้นำเชื่อมรีไฟน์ (Fine Liquor) 3. การเคี่ยว (Crystallization) : น้ำเชื่อมรีไฟน์ที่ได้จะถูกนำเข้าหม้อเคี่ยวระบบ สูญญากาศ (Vacuum Pan) เพื่อระเหยน้ำออกจนน้ำเชื่อมถึงจุดอิ่มตัว 4. การปั่นแยกผลึกน้ำตาล (Centrifugaling) : แมสิควิทที่ได้จากการเคี่ยวจะถูก นำไปปั่นแยกผลึกน้ำตาลออกจากกากน้ำตาล โดยใช้เครื่องปั่น (Centrifugals) ผลึก น้ำตาลที่ได้นี้จะเป็น น้ำตาลรีไฟน์ และน้ำตาลทรายขาว 5. การอบ (Drying) : ผลึกน้ำตาลรีไฟน์ และน้ำตาลทรายขาวที่ได้จากการปั่นก็จะ เข้าหม้ออบ (Dryer) เพื่อไล่ความชื้นออก แล้วบรรจุกระสอบเพื่อจำหน่าย

52 01/02/48 52P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ปัญหาอ้อย อ้อย พืชไร่ที่หวานแต่เจ็บ อ้อย พืชไร่ที่หวานแต่เจ็บ อ้อย พืชไร่ที่หวานแต่เจ็บ ปัญหาของอ้อย ข้อจำกัดและโอกาส 1.ต้นทุนการผลิตสูง 2.ควรมีการปรับปรุงมาตราฐานเทคโนโลยีการผลิตให้ถูกต้อง เหมาะสม สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ 3.การขาดแคลนอ้อยพันธุ์ดีที่มีผลผลิต และค่าความหวานสูง และ ต้านทานโรคแมลง และขาดการกระจายพันธุ์สู่เกษตรกร 4.ขาดการจัดการดินอย่างถูกต้อง 5.มีการระบาดของศัตรูอ้อย 6.ความสัมพันธ์ระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล

53 01/02/48 53P Yuhun, Ag Sci Dept, NU ผู้เกี่ยวข้อง ชาวไร่อ้อย ชาวไร่อ้อย โรงงาน โรงงาน รัฐบาล รัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงพลังงาน สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี

54 01/02/48 54P Yuhun, Ag Sci Dept, NU พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล 2527 ปัญหาอ้อยทำให้เกิด พรบ. นี้ ซึ่งพยายาม จัดระเบียบและบทบาทของ ชาวไร่อ้อย ผู้แทนชาวไร่อ้อย ชาวไร่อ้อย ผู้แทนชาวไร่อ้อย สถาบันชาวไร่อ้อย - สมาคม สหกรณ์ ฯลฯ สถาบันชาวไร่อ้อย - สมาคม สหกรณ์ ฯลฯ โรงงาน ผู้แทนโรงงาน โรงงาน ผู้แทนโรงงาน กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ราคาอ้อย และผลตอบแทนการผลิต ราคาอ้อย และผลตอบแทนการผลิต การนำเข้าและส่งออกน้ำตาลทราย การนำเข้าและส่งออกน้ำตาลทราย

55 01/02/48 55P Yuhun, Ag Sci Dept, NU วัตถุประสงค์ของพรบ. พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ และคุ้มครอง รักษาผลประโยชน์ของชาวไร่อ้อยในด้านการ ผลิต และจำหน่ายอ้อยและน้ำตาลทราย พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ และคุ้มครอง รักษาผลประโยชน์ของชาวไร่อ้อยในด้านการ ผลิต และจำหน่ายอ้อยและน้ำตาลทราย

56 01/02/48 56P Yuhun, Ag Sci Dept, NU หลักการของ พรบ. หลักการและสาระสำคัญของพระราชบัญญัติฯ มุ่งจัด ระเบียบและโครงสร้างอุตสาหกรรมด้วยการนำระบบ แบ่งปันผลประโยชน์ ระหว่างชาวไร่อ้อยกับโรงงานเข้า มาใช้และรับรู้ในการบริหาร/ร่วมมือกับราชการใน รูปแบบของคณะกรรมการต่างๆ ที่รับผิดชอบดูแล กิจการทั้งระบบมีระบบควบคุมตั้งแต่การผลิตอ้อย การ ผลิตน้ำตาลทราย การจำหน่ายน้ำตาลทราย การ จำหน่ายน้ำตาลทรายทั้งภายในประเทศและ ต่างประเทศ โดยมีคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เป็นคณะกรรมการสูงสุดในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและ น้ำตาลทรายของไทย หลักการและสาระสำคัญของพระราชบัญญัติฯ มุ่งจัด ระเบียบและโครงสร้างอุตสาหกรรมด้วยการนำระบบ แบ่งปันผลประโยชน์ ระหว่างชาวไร่อ้อยกับโรงงานเข้า มาใช้และรับรู้ในการบริหาร/ร่วมมือกับราชการใน รูปแบบของคณะกรรมการต่างๆ ที่รับผิดชอบดูแล กิจการทั้งระบบมีระบบควบคุมตั้งแต่การผลิตอ้อย การ ผลิตน้ำตาลทราย การจำหน่ายน้ำตาลทราย การ จำหน่ายน้ำตาลทรายทั้งภายในประเทศและ ต่างประเทศ โดยมีคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เป็นคณะกรรมการสูงสุดในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและ น้ำตาลทรายของไทย

57 01/02/48 57P Yuhun, Ag Sci Dept, NU หน่วยงาน/สถาบัน กรมวิชาการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร สถาบันวิจัยพืชไร่ สถาบันวิจัยพืชไร่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตอ้อย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตอ้อย ศูนย์วิจัยและพัฒนาอ้อยและน้ำตาล ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาอ้อยและน้ำตาล ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน

58 01/02/48 58P Yuhun, Ag Sci Dept, NUอ่านเพิ่มเติม การจัดการดินและการใช้ปุ๋ยในไร่อ้อย การจัดการดินและการใช้ปุ๋ยในไร่อ้อย ยอดอ้อย อาหารหยาบทดแทนในฤดูแล้ง ยอดอ้อย อาหารหยาบทดแทนในฤดูแล้ง พืชไร่เศรษฐกิจที่สำคัญ พืชไร่เศรษฐกิจที่สำคัญ แมลงศัตรูธรรมชาติในไร่อ้อย แมลงศัตรูธรรมชาติในไร่อ้อย นโยบายการแก้ไขปัญหาราคาอ้อยและน้ำตาลทรายของรัฐบาล =1 นโยบายการแก้ไขปัญหาราคาอ้อยและน้ำตาลทรายของรัฐบาล =1 =1 =1 พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย


ดาวน์โหลด ppt 01/02/48 1 อ้อย (Sugarcane) พงษ์ศักดิ์ อยู่หุ่น ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google