งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

เลขฐาน & ASCII CODE Number System[1] ress.com.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "เลขฐาน & ASCII CODE Number System[1] ress.com."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 เลขฐาน & ASCII CODE Number System[1] http://krupoh.wordp ress.com

2 2 เนื้อหา การแทนข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ระบบเลขจำนวน (Number system) – เลขฐานสอง, สิบ, แปด และ สิบ หก การแปลงเลขฐาน – การแปลงเลขฐานอื่นๆ เป็น เลขฐานสิบ – การแปลงเลขฐานสิบเป็นเลข ฐานอื่นๆ มาตรฐานของการแทนข้อมูล

3 3 การแทนข้อมูลในคอมพิวเตอร์  ข้อมูลที่เก็บในคอมพิวเตอร์ มีหลาย ชนิด  ตัวอักษร, ตัวเลข, ข้อมูลเสียง, รูปภาพ ฯลฯ  คอมพิวเตอร์จะไม่เข้าใจถึงข้อมูล ข้างต้นเหล่านั้น  เข้าใจแค่ 2 สถานะ คือ 0 กับ 1  1 = มีกระแสไฟฟ้าเปิดหรือการเกิด สภาพแม่เหล็ก  0 = ไม่มีกระแสไฟฟ้าหรือสภาพ แม่เหล็ก  0 และ 1 แต่ละตัวจะเรียกว่า บิต (Bit) – Binary Digit

4 4  ในคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจะถูก เปลี่ยนให้อยู่ในรูปสวิตซ์ ซึ่งมีได้ 2 สถานะ คือ ปิด (off) และ เปิด (on)  นิยมใช้ เลขฐาน 2 (Binary Number System) แทนข้อมูลที่ เก็บไว้  ซึ่งมีอยู่ 2 ตัว คือ 0 (off) และ 1 (on)  และในบางครั้งสามารถเขียนแทน ด้วย เลขฐาน 8 (Octal Number System) หรือ เลขฐาน 16 (Hexadecimal Number System) ได้

5 5

6 6 ระบบเลขจำนวน (Number system) ในชีวิตประจำวัน เราใช้ ระบบเลข ฐาน 10 (Decimal Number System) ซึ่งมีตัวเลขที่ใช้อยู่ 10 ตัว คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 83 10 -- 83 ในระบบเลขฐาน 10 -- มี ความหมายคือ ( ผลรวมของเลขแต่ ละหลักคูณด้วย 10 ยกกำลังด้วย ตำแหน่ง (0, 1, 2, 3,...) ของเลข หลักนั้นๆ ) 83 = (8 x 10 1 ) + (3 x 10 0 )

7 7 ระบบเลขฐานสอง (Binary Number System)  ใช้เลข 0 และ 1 ในการแทนค่า ข้อมูลเท่านั้น ระบบเลขฐานแปด (Octal Number System)  0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ระบบเลขฐานสิบ (Decimal Number System)  0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 ระบบเลขฐานสิบหก (Hexadecimal Number System)  0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 และ  A, B, C, D, E, F แทน 10, 11, 12, 13, 14, 15

8 8 ชื่อฐานตัวเลข / สัญลักษณ์ที่ใช้ Binary 2 0,1 Ternary 3 0,1,2 Quarternally 4 0,1,2,3 Quinary 5 0,1,2,3,4 Senary 6 0,1,2,3,4,5 Septenary 7 0,1,2,3,4,5,6 Octenary (octal) 8 0,1,2,3,4,5,6,7 Denary (decimal) 10 0,1,2,3,4,5,6,7,8,9 Hexadenary (hexadecimal) 16 0,1,2,3,4,5, 6,7,8,9, A,B,C,D,E,F

9 9 ค่าประจำหลักเลขฐาน เลขฐานสิบ 7430 10 =(7x10 3 )+ (4x10 2 )+(3x10 1 )+ (0x10 0 ) 0.34 10 =(3x10 -1 )+(4x10 - 2 ) หน้าจุดทศนิยมหลังจุด ทศนิยม หลักพันร้อ ย สิบหน่ว ย สิบร้อย เลขที่ ตำแหน่ง 3210-2 ค่าของ ตำแหน่ง 10 3 10 2 10 1 10 0 10 -1 10 -2 ปริมาณค่า 10 00 1001010.10.01

10 10 เลขฐานสอง 1010 2 =(1x2 3 )+(0x2 2 )+(1x2 1 ) +(0x2 0 ) 0.11 2 =(1x2 -1 )+(1x2 -2 ) หน้าจุดทศนิยมหลังจุด ทศนิยม หลักพันร้อ ย สิบหน่ว ย สิบร้อย เลขที่ ตำแหน่ง 3210-2 ค่าของ ตำแหน่ง 23232 2121 2020 2 -1 2 -2 ปริมาณค่า 84210.50.25

11 11 หน้าจุดทศนิยมหลังจุด ทศนิยม หลักพันร้อ ย สิบหน่ว ย สิบร้อย เลขที่ ตำแหน่ง 3210-2 ค่าของ ตำแหน่ง 8383 8282 8181 8080 8 -1 8 -2 ปริมาณค่า 51 2 64810.12 5 1/64 เลขฐานแปด 7430 8 =(7x8 3 )+(4x8 2 )+(3x8 1 ) +(0x8 0 ) 0.34 8 =(3x8 -1 )+(4x8 -2 )

12 12 หน้าจุดทศนิยมหลังจุด ทศนิยม หลักพันร้อ ย สิบหน่ว ย สิบร้อย เลขที่ ตำแหน่ง 3210-2 ค่าของ ตำแหน่ง 16 3 16 2 16 1 16 0 16 -1 16 -2 ปริมาณค่า 40 96 2561611/161/25 6 เลขฐานสิบหก A43C 16 =(10x16 3 )+ (4x16 2 )+(3x16 1 )+ (12x16 0 ) 0.3E 16 =(3x16 -1 )+ (14x16 -2 )

13 13 1.1 เลขฐานสอง  เลขฐานสิบ 101 0110 2 ขยายตัวเลขโดยใช้ 2 เป็นฐาน 101 0110 2 =(1x2 6 ) + (0x2 5 ) + (1x2 4 ) + (0x2 3 ) + (1x2 2 ) + (1x2 1 ) + (0x2 0 ) คำนวณหาค่าต่างๆ 101 0110 2 =(1x64) + (0x32) + (1x16) + (0x8) + (1x4) + (1x2) + (0x1) ผลคำตอบของการแปลงค่า 101 0110 2 =86 10

14 14 1.0101 1 2 ขยายตัวเลขโดยใช้ 2 เป็นฐาน 1.0101 1 2 =(1x2 0 )+ (0x2 -1 )+(1x2 -2 )+ (0x2 -3 )+ (1x2 -4 ) +(1x2 -5 ) คำนวณหาค่าต่างๆ 1.0101 1 2 =(1x1) + (0x0.5) + (1x0.25) + (0x0.0125) + (1x0.0625) + (1x0.03125) ผลคำตอบของการแปลงค่า 1.0101 1 2 =1.34375 10

15 15 2.1 เลขฐานสิบ  เลขฐาน อื่นๆ ( จำนวนเต็ม ) นำเลขฐาน 10 มาตั้ง แล้วหาร ด้วยเลขฐานที่ต้องการ – การหารแต่ละครั้งให้เก็บ เศษไว้ หารไปเรื่อยๆ จนกว่าผลลัพธ์ จะเป็น 0 เมื่อการหารสิ้นสุด นำเศษมา เรียงกันจากล่างขึ้นบน ผลลัพธ์คือเลขฐานที่ต้องการ แปลงไป

16 16 ตัวอย่าง : แปลงเลข 13 10 ให้เป็น เลขฐานสอง 2) 13 เศษ 1 2) 6 เศษ 0 2) 3 เศษ 1 2) 1 เศษ 1 0 ดังนั้น 13 10 = 1101 2

17 17 2.2 เลขฐานสิบ  เลขฐาน อื่นๆ ( จำนวนจริง ) แบ่งตัวเลขเป็น 2 ส่วน หน้าจุด, หลังจุด หน้าจุดทศนิยม ( จำนวนเต็ม ) -> หาแบบ 2.1 หลังจุดทศนิยม -> หาได้จาก 1. นำเลขที่จะแปลงตั้งคูณด้วย เลขฐาน 1.1 นำผลคูณที่อยู่หน้าจุด ทศนิยมเก็บไว้ 1.2 เลขหลังจุดทศนิยมนำไป ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1 เรื่อยๆ จนกว่าจะมีค่าเป็นศูนย์ 2. นำ 1.1 เรียงกันจากบนลงล่าง ผลลัพธ์คือเลขฐานที่ต้องการ แปลงไป

18 18 ตัวอย่าง : แปลงเลข 13.375 10 ให้ เป็นเลขฐานสอง หน้าจุด 13=1101 2 หลังจุด 0.375=>0.375x2= 0.75->0 0.75x2=1.5-> 1 0.5x2=1.0->1 0.375=0.011 2 ดังนั้น 13.375 10 = 1101.011 2

19 19 มาตรฐานของการแทนข้อมูล ข้อมูลทุกชนิดถูกเก็บในรูป สัญญาณทางไฟฟ้า (0/1) ต้องมีการกำหนดมาตรฐานของ การแทนข้อมูล เพื่อให้ทุกเครื่องสามารถ ติดต่อสื่อสารกันได้เข้าใจ – รูปแบบการแทนข้อมูลตัวอักษร – รูปแบบการแทนข้อมูลตัวเลข จำนวนเต็ม – รูปแบบการแทนข้อมูลตัวเลข จำนวนจริง

20 20 รูปแบบการแทนข้อมูล ตัวอักษร ตัวอักษร - ไม่สามารถนำมา คำนวณได้ เป็นเพียงสัญลักษณ์แทนตัวอักษร รวมถึงตัวเลขต่างๆ ที่เป็น สัญลักษณ์ ( CPU ไม่สามารถ นำมาประมวลผลได้ ) มีหลายรูปแบบ เช่น BCD, EBCDIC, ASSCII, Unicode

21 21 พัฒนาโดย ANSI (American National Standards Institute) สำหรับ PC ใช้พื้นที่ 8 Bits ในการเก็บข้อมูล 1 ตัวอักษร เก็บตัวอักษรที่แตกต่างกันได้ 2 7 = 128 สัญลัษณ์ – 1 บิตเอาไว้เป็นตัวเช็คความ ถูกต้องของข้อมูล เก็บได้แต่ตัวอักษรภาษาอังกฤษ, ตัวเลข, สัญลักษณ์พิเศษต่างๆ 3. ASCII (American Standard Code for Information Interchange)

22 22 พัฒนามาเพื่อให้รองรับหลาย ภาษาทั่วโลก รวมถึงภาษาไทย มีใน WindowsXP เป็นครั้งแรก ( สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ) มีหลายเวอร์ชัน สำหรับการใช้ งานที่ต่างกัน เช่น UTF-8, UTF- 16, UTF-32 ฯลฯ มีขนาดได้สูงถึง 32 Bits ต่อ 1 ตัวอักษร แทนสัญลักษณ์ได้สูงถึง 2 32  สี่ พันล้านสัญลักษณ์ รวมรหัส ASCII ไว้ในตัว ทำให้ แทน ASCII ได้ทันที 4. Unicode

23 23

24 24 รูปแบบการแทนข้อมูล ตัวเลขจำนวนเต็ม เก็บโดยแปลงข้อมูลจากเลขฐาน 10 เป็นเลขฐาน 2 ข้อมูลที่เก็บมีความหมายในตัว สามารถคำนวณได้ แต่มีขอบเขตของตัวเลขที่เก็บได้ ซึ่งถูกกำหนดด้วยจำนวนของ Bits ที่ใช้แทนตัวเลข 1 ตัว ปกติใช้ 16,32,64 Bits (2,4,8 Bytes) เก็บตัวเลขได้สูงสุดที่ 2 16 - 65535, 2 32 - 4 พันกว่าล้าน, 2 32 -.... ตามลำดับ

25 25 รูปแบบการแทนข้อมูล ตัวเลขจำนวนจริง ใช้เก็บเลขทศนิยมแบบ exponential หรือ Floating point ซึ่งอยู่ในรูปของ +/- significant x 10 exponent – เช่น +1.637 x 10 9 => 1,637,000,000 – เช่น -3.5416 x 10 -5 => - 0.000035416 เวลาเก็บจะแปลงเลขทศนิยม ธรรมดาให้เป็น Floating point แล้วค่อยเก็บ ประหยัดเนื้อที่กว่า โดยแบ่งพื้นที่เก็บเป็น 3 ส่วน คือ sign, significant (fraction), exponent

26 26 ลักษณะการเก็บตัวเลขจำนวนจริง ขนาด 32 Bits, 64 Bits


ดาวน์โหลด ppt เลขฐาน & ASCII CODE Number System[1] ress.com.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google