งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

สถิติและวิจัยทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ ศจีมาจ ณ วิเชียร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "สถิติและวิจัยทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ ศจีมาจ ณ วิเชียร."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 สถิติและวิจัยทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ ศจีมาจ ณ วิเชียร

3 ความหมายของการวิจัย การวิจัยเป็นกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นระบบ เน้นการค้นคว้า วิเคราะห์ และ สรุปผลข้อมูลที่เป็นองค์ความรู้ ใหม่ หรือข้อค้นพบใหม่

4 จุดมุ่งหมายของการวิจัย เพื่อการทำนาย (Prediction) เพื่อการอธิบาย (Explanation) เพื่อการบรรยาย (Describe) เพื่อการควบคุม (Control) เพื่อการพัฒนา (Development)

5 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการ วิจัย ประเภทการวิจัย แบ่งตามความมุ่ง หมายและวิธีวิจัย 1. การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Research) 1.1 ศึกษา ทำความเข้าใจ อธิบาย เหตุการณ์ในอดีต เพื่อหาข้อยุติ เกี่ยวกับสาเหตุ หรือเพื่อพยากรณ์ เหตุการณ์ในอนาคต 2. การวิจัยตามสภาพข้อมูล ได้แก่ 2.1 การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) 2.2 การวิเคราะห์เอกสาร (Documentation Analysis) 2.3 การศึกษารายกรณี (Case Studying)

6 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการ วิจัย ประเภทการวิจัยแบ่งตามความมุ่งหมาย และวิธีวิจัย ( ต่อ ) 3. การวิจัยเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ 3.1 การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ (Correlation Research) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป 3.2 การวิจัยเชิงเปรียบเทียบ (Comparison Research) ศึกษาความแตกต่างระหว่างกลุ่ม

7 สมมติฐานการวิจัย (research hypothesis) สมมติฐานวิจัย : ข้อความที่แสดงถึงการคาดการณ์ ผลการวิจัยที่จะได้รับ ความสัมพันธ์ของตัวแปรใน ลักษณะต่างๆ เป็นประโยคบอกเล่า เข้าใจง่าย รัดกุมชัดเจน สมเหตุสมผลตามทฤษฎี หรือความรู้เกี่ยวกับเรื่อง นั้นๆ บอกความสัมพันธ์ เชื่อมโยงของตัวแปรต้นและตัว แปรตามไว้อย่างชัดเจน สามารถทดสอบได้ด้วยวิธีการทางสถิติหรือ หลักฐานอื่น

8 ประเภทของสมมติฐานการวิจัย ระบุทิศทางความสัมพันธ์ของตัวแปร 1. สมมติฐานแบบมีทิศทาง -ผลการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์กับทักษะการใช้ แป้นพิมพ์ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับ ความสำเร็จในวิชาชีพด้านคอมพิวเตอร์ 2. สมมติฐานแบบไม่มีทิศทาง -ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ ของกลุ่มผู้เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอนแตกต่างจากกลุ่มผู้เรียนที่เรียน ด้วยการเรียนในชั้นเรียน

9 ลักษณะของสมมติฐาน 1. สมมติฐานการวิจัย (research hypothesis) 2. สมมติฐานทางสถิติ (statistical hypothesis) Null hypothesis Alterative hypothesis

10 2.1 สมมติฐานหลัก (Null Hypothesis) H0: =, ≤, ≥ 2.2 สมมติฐานทางเลือก (Alternative Hypothesis) H1: ≠, >, < สมมติฐานทางสถิติ (Statistical Hypothesis)

11 ค่าสถิติ และ ค่าพารามิเตอร์ 1. ค่าสถิติ (Statistic) หมายถึง ค่าที่แสดงคุณลักษณะของกลุ่ม ตัวอย่าง 2. พารามิเตอร์ (Parameter) หมายถึง ค่าที่แสดงคุณลักษณะ ของประชากร

12 การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง 1.การสุ่มตัวอย่างโดยอาศัย ความน่าจะเป็น 1.1 แบบง่าย 1.2 แบบแบ่งชั้น 1.3 แบบแบ่งกลุ่ม 1.4 แบบเป็นระบบ

13 การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง ( ต่อ ) 2. การสุ่มตัวอย่างโดยไม่อาศัย ความน่าจะเป็น 2.1 แบบโควตา 2.2 แบบอาสาสมัคร 2.3 แบบเจาะจง 2.4 แบบบังเอิญ

14 ประเภทของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง หรือเครื่องมือที่มี อยู่เดิม แบ่งเป็น เครื่องมือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง หรือเครื่องมือที่มี อยู่เดิม แบ่งเป็น - เครื่องมือหลักสำหรับเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ - เครื่องมือหลักสำหรับเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ - เครื่องมือทดลอง ได้แก่ เครื่องชั่งน้ำหนัก โปรแกรม เครื่องช่วยสอนบทเรียนคอมพิวเตอร์ - เครื่องมือทดลอง ได้แก่ เครื่องชั่งน้ำหนัก โปรแกรม เครื่องช่วยสอนบทเรียนคอมพิวเตอร์  เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS Excel LISREL

15 แนวทางในการวิจัย การใช้แบบสอบถาม  การใช้แบบสอบถาม ไม่มีคำตอบถูกผิด สามารถตอบได้หลายประเด็น ข้อดี – เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก และ รักษาความลับของแต่ละบุคคล ได้  การสังเกต  การสังเกต เหมาะกับการวิจัยเชิงบรรยาย/ทดลอง ข้อดี – เก็บกับข้อมูลโดยตรงเหมาะสม กับบุคคลที่ไม่ค่อยมีเวลา การสัมภาษณ์  การสัมภาษณ์ เป็นการหาข้อมูลจากการสนทนา อย่างมีความหมาย ข้อดี – ได้ข้อมูลละเอียด ลึกซึ้ง

16 แบบแผนการทดลองขั้นต้น (Pre-experimental design) เป็นการวิจัยเชิงทดลองอย่างอ่อน (leaky design) ควบคุมอิทธิพลแทรกได้น้อยกว่าแบบอื่น ขาดน้ำหนักในการอธิบายความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ มีความเป็นธรรมชาติสูง ประกอบด้วย 1.One-Shot Case Study 2.One-Group Pretest-posttest Design 3.Static Group Comparison Design

17 One-Shot Case Study X O ลักษณะ – ศึกษาเพียง 1 กลุ่ม - มีการวัดผลการทดลองครั้งเดียว ตัวอย่าง ข้อดี –ไม่ซับซ้อน ข้อจำกัด – ขาดข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบกับตนเอง - ขาดข้อมูลการเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่น

18 One-Group Pretest-posttest Design O 1 X O 2 ลักษณะ – ศึกษาเพียง 1 กลุ่ม - มีการวัดผลการทดลองก่อน+หลัง ตัวอย่าง ข้อดี –ไม่ซับซ้อน มีข้อมูลพื้นฐานเพื่อเปรียบเทียบ ข้อจำกัด - ขาดข้อมูลการเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่น

19 Static Group Comparison Design X O O 2 ลักษณะ – ศึกษามากกว่า 1 กลุ่ม - มีการวัดผลการทดลองหลังอย่างเดียว ตัวอย่าง ข้อดี –มีการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม ข้อจำกัด – ขาดข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบกับตนเอง สุ่มไม่สมบูรณ์

20 แบบแผนการทดลองจริง (True-experimental design) เป็นการวิจัยเชิงทดลองเต็มรูปแบบ มีลักษณะสำคัญ คือการสุ่มเข้ากลุ่มแบบสมบูรณ์ มีการควบคุม อิทธิพลแทรก เป็นรูปแบบที่แกร่ง (tight design) แต่มีความเป็นธรรมชาติน้อย ประกอบด้วย 1.Posttest-Only Control Group Design 2.Pretest Posttest Control Group Design 3.Solomon Four Group Design

21 Posttest-Only Control Group Design ลักษณะ – เปรียบเทียบ 2 กลุ่มขึ้นไป - มีการวัดผลการทดลองหลังอย่างเดียว ตัวอย่าง ข้อดี –มีการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม -มีการสุ่มสมบูรณ์ ลดความแตกต่างระหว่างกลุ่ม ข้อจำกัด – ขาดข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบกับตนเอง สุ่มสมบูรณ์ R R R X O R O

22 Pretest Posttest Control Group Design ลักษณะ – เปรียบเทียบ 2 กลุ่มขึ้นไป - มีการวัดผลการทดลองก่อน+หลัง ตัวอย่าง ข้อดี –มีการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม และภายในกลุ่ม -มีการสุ่มสมบูรณ์ ลดความแตกต่างระหว่างกลุ่ม ข้อจำกัด – ยุ่งยากในการนำไปใช้ สุ่มสมบูรณ์ R R R O 1 X O 2 R O 1 O 2

23 Solomon Four Group Design ลักษณะ – เปรียบเทียบ 4 กลุ่ม - มีการวัดผลการทดลองก่อน+หลัง /หลัง ตัวอย่าง ข้อดี –มีการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม และภายในกลุ่ม -มีการสุ่มสมบูรณ์ ลดความแตกต่างระหว่างกลุ่ม ข้อจำกัด – ยุ่งยากในการทดลอง สุ่มสมบูรณ์ R O 1 X O 2 R O 1 O 2 R X O 2 R O 2 R R R R

24 แบบแผนการทดลองกี่งการทดลอง (Quasi- experimental design) เป็นการวิจัยเชิงทดลองมีลักษณะกึ่งกลางระหว่าง pre กับ true experiment มีการควบคุมอิทธิพล แทรกดีกว่า pre experiment แต่มีความเป็น ธรรมชาติมากกว่า true experiment ได้แก่ Quasi-Equivalent Control Group Design

25 Quasi-Equivalent Control Group Design O 1 X O 2 O 1 O 2 ลักษณะ – เปรียบเทียบ 2 กลุ่ม - มีการวัดผลการทดลองก่อน+หลัง ข้อดี –มีการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม และภายในกลุ่ม - เหมาะสำหรับกลุ่มตัวอย่างจำนวนน้อย ๆ ข้อจำกัด – ไม่มีการสุ่ม o1o1 o1o1

26 สถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล มาตราการวัด (measurement scales)มาตราการวัด (measurement scales) สถิติเชิงบรรยาย (descriptive statistics)สถิติเชิงบรรยาย (descriptive statistics) –การแจกแจงความถี่ –การวัดแนวโน้มสู่ส่วนกลาง –การกระจายของข้อมูล –การหาค่าสหสัมพันธ์

27 มาตราการวัด มาตรานามบัญญัติ (nominal scale) มาตราเรียงอันดับ (ordinal scale) มาตราอันตรภาค (interval scale) มาตราอัตราส่วน (ratio scale)

28 มาตรานามบัญญัติ (nominal scale) เป็นการวัดขั้นพื้นฐานที่ใช้สำหรับจัดประเภท เป็นการกำหนดชื่อให้กับวัตถุสิ่งของต่าง ๆ ที่แบ่งกันด้วยลักษณะ/คุณภาพ ตัวอย่าง การนับถือศาสนา โดยกำหนดให้ พุทธ = 1 คริสต์ = 2 อิสลาม = 3 สถิติที่ใช้ ความถี่ ร้อยละ ฐานนิยม การทดสอบไคสแควร์

29 มาตราเรียงอันดับ (ordinal scale) เป็นการวัดที่แสดงความเกี่ยวพันของสิ่งต่าง ๆ ที่ คำนึงถึงการจัดประเภท จัดลำดับหรือตำแหน่งของ สิ่งต่าง ๆ การจัดลำดับบอกทิศทางของความ มากกว่าน้อยกว่าแต่ไม่สามารถบอกความละเอียด ของการแตกต่างกันได้อย่างแท้จริง ตัวอย่าง อันดับเพลงยอดนิยมประจำสัปดาห์ การจัดอันดับ การประกวดนางงาม สถิติที่ใช้ ความถี่ ร้อยละ ฐานนิยม มัธยฐาน เปอร์เซ็นต์ไทล์ การทดสอบไคสแควร์

30 มาตราอันตรภาค (interval scale) เป็นมาตราการวัดที่มีคุณสมบัติเชิงตัวเลขที่มี ระยะห่างของหน่วยที่ใช้ในการวัดเท่ากัน ค่าที่ ได้สามารถนำมาบวก ลบกันได้ ไม่มีศูนย์ (0) แท้ จึงนำมาเปรียบเทียบเชิงสัดส่วนไม่ได้ ตัวอย่าง อุณหภูมิ คะแนนจากการสอบ ระดับความพึง พอใจ ปี พ.ศ. สถิติที่ใช้ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวน สหสัมพันธ์

31 มาตราอัตราส่วน (ratio scale) เป็นมาตรการวัดที่มีคุณสมบัติเหมือนมาตรา อันตรภาค และมีจุดเริ่มต้นที่ศูนย์แท้ ซึ่ง หมายความว่าที่จุดศูนย์นั้นไม่มีค่าของสิ่งนั้น ๆ อยู่เลย สามารถเปรียบเทียบเชิงสัดส่วนได้ ตัวอย่าง น้ำหนัก ส่วนสูง ระยะทาง ความเร่ง ความเร็ว สถิติที่ใช้ สถิติบรรยาย สถิติเชิงอ้างอิง


ดาวน์โหลด ppt สถิติและวิจัยทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ ศจีมาจ ณ วิเชียร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google