งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การเขียนบทความวิจัย 344-49 2 โครงงานทางวิทยาการ คอมพิวเตอร II.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การเขียนบทความวิจัย 344-49 2 โครงงานทางวิทยาการ คอมพิวเตอร II."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การเขียนบทความวิจัย โครงงานทางวิทยาการ คอมพิวเตอร II

2 โครงสรางของบทความวิจัย บทความทั่วไป ประกอบดวย ชื่อบทความ (Titlepage) บทคัดยอ (Abstract) บทนํา (Introduction) ทฤษฏีและงานวิจัยที่เกี่ยวของ เนื้อหา วิธีการ (methods) ผลลัพธ (results, บทวิจารณ (discussion,) บทสรุป (Conclusions) กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements) เอกสารอางอิง (References)

3 ตัวอยางบทความ

4 วิธีการตั้งชื่อบทความ ไมจําเปนตองเปนชื่อเดียวกับโครงงาน ดึงดูด (Attractive) อธิบาย (Descriptive) สั้น กระชับ (Short) สอดคลองกับเนื้อหาในบทความ (Consistentwiththetext) เขาใจงาย (Easytounderstand) สืบคนในฐานขอมูล เชน หองสมุดดิจิตอล ไดง าย (Easytoretrievefroma database)

5 บทคัดยอ ใหสาระ ภาพรวมของบทความ และควรจะมีความเข าใจงายในตัวบทคัดยอเอง ชวยทําใหผูอานตัดสินใจไดวา จะอานต อไปหรือไม โดย บทคัดยอ ควรมีเนื้อหาดังนี สิ่งที่ผูเขียนศึกษา ระบุปญหาที่เปนที่มาของการทํา โครงงาน วิธีการที่ทําการศึกษา สิ่งที่ได บทสรุป

6 การเขียนบทนํา บทนํา เปนการเกริ่นบอกกลาวใหรูวาจะ เขียนเรื่องอะไร การขึ้นบทนํามีอยู ๒ แบบ คือ การกลาวทั่วไปกอนที่จะวกเขาเรื่องที่จะเขียน การกลาว เจาะจงลงไปตรงกับหัวเรื่องที่จะเขียนเลย ทีเดียว การเขียนบทนํา ตองใหนาอานชวนติดตาม เพราะผูอานนิยมอานยอหนาแรกกอน

7 การเขียนบทนํา ( ตอ ) โดยทั่วไป การเขียนบทนําควรจะมีโครงสรางดังนี้ ระบุวัตถุประสงคของการเขียนบทความนี้ อธิบายสาเหตุของงานในบทความ ความสัมพันธของบทความนี้ที่อาจเปนประโยชนกับ งานอื่นๆ ในอนาคต ยอหนาสุดทายของบทนําอาจบอกเนื้อหาตอมา ของบทความวาประกอบดวยอะไรบาง

8 การเขียนบทนํา ( ตอ ) ตัวอยางยอหนาสุดทายในบทนํา เนื้อหาของบทความในสวนที่ 2 จะกลาวถึงที่มาและ แรงจูงใจของปญหา สวนที่ 3 อธิบายถึง งานและ ทฤษฎีที่เกี่ยวของ การออกแบบและพัฒนาระบบ จะ แสดงในสวนที่ 4 สวนที่ 5 และ 6 จะกลาวถึงการ ทดสอบใชงานและบทสรุป ตามลําดับ

9 การเขียนทฤษฏีและงานที่เกี่ยวของ ถาไมใชเปนสวนของโครงงานที่ผูเขียนคิด หรือพัฒนาขึ้น ตองอางอิงแหลงที่มา เนื้อหาความรูที่ตองมีการอางอิง ตัวเลขหรือขอความสถิติ ขอความเปนแนวความคิด ผลการวิจัยและสิ่งประดิษฐ รวมตาราง แผนภูมิและ รูปภาพ วิธีการอางอิงผลงานผูอื่น คัดลอก ถอดความ สรุป

10 หลักการเขียนขอความที่อางอิง ระบุชื่อหรือไม่ระบุชื่อเจ้าของผลงาน ถอดความ สรุป หรือคัดลอก การใสเครื่องหมายอัญประกาศหรือไมใส

11 การเขียนสวนเนื้อเรื่อง เปนสวนที่สําคัญและเปนสวนที่ยาวที่สุด รวม ความคิดและขอมูลทั้งหมด ยอหนาแตละยอหน าในเนื้อเรื่องจะตองสัมพันธเปนเรื่องเดียวกัน มี ลําดับขั้นตอนไมวกวนไปมา กอนที่จะเขียนบทความผูเขียนจึงตองหาขอมูล หาความรูที่จะนํามาเขียนเสียกอน การหาขอมูลนั้น อาจไดจากการสัมภาษณ การสอบถามผูรู การ เดินทางทองเที่ยว การอานหนังสื่อพิมพหรือหนัง สื่อตางๆ ในการเขียนเนื้อเรื่องควรคํานึงสิ่งตางๆ ดังนี้ ๑. ใชถอยคําที่ถูกตองตามความหมาย ใชตัวสะกด ถูกตองตามพจนานุกรม ๒. ใชสํานวนโวหารใหเหมาะกับเรื่อง เชน ใชถอย คําที่เปนทางการ ใชศัพทเฉพาะในการเขียนบทความ ทางวิชาการ ๓. มีขอมูล เหตุผล สถิติและการอางอิงประกอบเรื่อง เพื่อใหเขาใจงายและนาเชื่อถือ

12 การเขียนบทสรุป เปนสวนที่ผูเขียนตองการบอกใหผูอื่นทราบว า ขอมูลทั้งหมดที่เสนอมาไดจบลงแลว ผู เขียนควรมีกลวิธี ที่จะทําใหผูอาน พอใจ ประทับใจ สวนสรุปนี้เปนสวนที่ฝากความคิดและป ญหาไวกับผูอานหลังจากที่อานแลว การ เขียนสรุปหรือคําลงทายมีหลายแบบดังนี้ ๑. สรุปดวยคําถามที่ชวนใหผูอื่นคิดหาคําตอบ ๒. สรุปดวยการแสดงความประสงคของผูเขียน ๓. สรุปดวยใจความสําคัญ

13 การระบุแหลงอางอิง ระบบนามป ระบบตัวเลข ระบบเชิงอรรถ

14 ตัวอย่างรูปแบบการเขียนบทความ จากงานประชุมวิชาการ


ดาวน์โหลด ppt การเขียนบทความวิจัย 344-49 2 โครงงานทางวิทยาการ คอมพิวเตอร II.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google