งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การวัดค่าความดันไอ และสมการของเคลาซิอุส - กลาเปรง ปรอท ระดับ ปรอท ลดลง เนื่องจ าก ความ ดันไอ ของ ของเ หลว ของเหลว เวลาต่อมา.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การวัดค่าความดันไอ และสมการของเคลาซิอุส - กลาเปรง ปรอท ระดับ ปรอท ลดลง เนื่องจ าก ความ ดันไอ ของ ของเ หลว ของเหลว เวลาต่อมา."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การวัดค่าความดันไอ และสมการของเคลาซิอุส - กลาเปรง ปรอท ระดับ ปรอท ลดลง เนื่องจ าก ความ ดันไอ ของ ของเ หลว ของเหลว เวลาต่อมา

2 ตัวอย่างการคำนวณ • ที่ 20 O C ไอของของเหลว ทำให้ระดับปรอทลดลง 15.2 mmHg ความดันไอของของเหลว = 15.2 = 0.02 atm 760

3 สมการของเคลาซิอุส - กลาเปรง (Clausius Clapeyron Equation) แสดงความสัมพันธ์ระหว่างความดัน (P) กับอุณหภูมิ (T)

4 ถ้าเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความดัน กับอุณหภูมิในรูปของ log P กับ 1/T จะได้ กราฟที่มีความชันเป็นลบ โดยความชันของกราฟ เท่ากับ

5 log P 1T1T ความชันเท่ากับ ทำไม จึงได้กราฟที่มีความชันเป็นลบ ?

6 ถ้าของเหลวชนิดเดียวกัน มีความดันไอ P 1 ที่อุณหภูมิ T 1 และมีความดันไอ P 2 ที่อุณหภูมิ T 2 จะเขียนสมการแสดงความสัมพันธ์เป็น ข้อสังเกต : การแทนค่าอุณหภูมิ ต้องใช้ในหน่วยเคลวิน (K)

7 สมการของเคลาซิอุส - กลาเปรง จะใช้ได้ดี เมื่อไอของของเหลวมีพฤติกรรม แบบแก๊สสมบูรณ์แบบ ใช้ประโยชน์ในการหา  H vap ของ ของเหลว

8 ตัวอย่าง ที่ความดันบรรยากาศ เอทิลอัลกอฮอล์ (EtOH) เดือดที่อุณหภูมิ 78.4 O C ถ้าความดันไอของสารดังกล่าว ที่อุณหภูมิ 40 O C เท่ากับ 150 torr จงคำนวณหาความร้อน ของการระเหยกลายเป็นไอ (  H vap ) ของเอทิลอัลกอฮอล์ วิธีคิด ที่ P 1 = 760 Torr = 1 atm T 1 = 78.4 O C = K ที่ P 2 = 150 Torr = 150/760 atm T 2 = 40 O C = 313 K โจทย์กำหนด

9 โจทย์ให้หา  H vap ของ EtOH จากสมการ แทนค่าจะได้ จากตาราง :  H vap ของ EtOH = kJ mol -1

10 ความตึงผิวและความหนืด การที่อนุภาคในของเหลวอยู่ชิดกัน มีแรงดึงดูดซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดสมบัติที่เรียกว่า แรงดึงผิว หรือ ความตึงผิว (surface tension) และความหนืด (viscosity) ของเหลวใดที่มีแรงดึงผิวหรือความหนืดมาก แสดงว่า มีแรงดึงดูดระหว่างอนุภาคมาก ของเหลวเหล่านี้ จะมีความดันไอต่ำ แต่มีจุดเดือดสูง และการเคลื่อนที่ของอนุภาคช้า

11 ความตึงผิว / แรงดึงผิว (Surface Tension) โมเลกุลใต้พื้นผิว ของของเหลว จะมีแรงกระทำ ระหว่างกัน ในทุกทิศทาง ขณะที่โมเลกุลที่ พื้นผิว จะมีแรง กระทำจาก ด้านล่างเท่านั้น ซึ่งจะทำให้มีแรง ดึงผิวเข้าสู่ ศูนย์กลาง

12 ความตึงผิวของน้ำ เป็นตัวพยุงให้แมลงน้ำอยู่บนผิวน้ำได้

13 ปรอท : หยดเล็ก ๆ จะมีรูปร่างเป็นทรงกลม ขณะที่หยดที่ใหญ่กว่าจะเป็นทรงกลมแบน เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก

14 Cohesive Forces Adhesive Forces แรงที่ของเหลวดึงดูดโมเลกุลตัวมันเองเข้าไว้ด้วยกัน แรงกระทำระหว่างของเหลวกับพื้นผิวของสารอื่น ๆ

15 น้ำ (w ater) ปรอท (merc ury) Capillary Action Adhesive forces สูงกว่า Cohesive forces Adhesive forces ต่ำกว่า Cohesive forces

16 พอลิเมอร์ซิลิโคน (silicone polymer) ที่เคลือบบนแก้ว / กระจก จะลด adhesive forces ระหว่าง โมเลกุลของน้ำกับพื้นผิว ทำให้น้ำไม่เกาะติดบนพื้นผิวของแก้ว / กระจก

17 ความหนืด (Viscosity) ความหนืด คือ ความต้านทานการไหลของของเหลว ที่อุณหภูมิห้อง น้ำผึ้งมีความหนืดสูงมาก ? น้ำมันเบนซินมีความหนืดต่ำมาก ๆ ?

18 Calibration Marks Ostwald Viscometer

19 หน่วยของความหนืด คือ Poise หรือ N s m -2 ความหนืดของน้ำ ที่ 25 o C คือ 0.89 Centipoise H 2 O หรือ 0.89 x Poise ที่ 20 o C คือ 1.01 x Poise Glycerine: Viscosity = 945 Centipoise ที่ 25 o C

20 Dodecane: Viscosity = 1.38 Centipoise ที่ 25 o C Pentane: Viscosity = Centipoise ที่ 25 o C

21 ความหนืดสัมพัทธ์ (relative viscosity) ของสารบางชนิด ที่ 20 o C เทียบกับน้ำ Ethyl alcohol1.20 Ethyl Ether0.23 Blood (Male)4.71 Blood (Female)4.46 Glycerol1490 Water1.00

22 ความสัมพันธ์ระหว่างความหนืดกับอุณหภูมิ ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้น โมเลกุลก็จะเคลื่อนที่เร็วขึ้น เป็นผลให้พลังงานจลน์เพิ่มขึ้น และมีผลต่อพฤติกรรมของของเหลว มากกว่าแรงกระทำระหว่างโมเลกุล ทำให้ของเหลวดึงดูดกันไว้ได้น้อยลง ความหนืดจึงลดลง

23 Strong atteactive forces Higher Viscosity Increasing Temperature Lower Viscosity

24 ผลของแรงกระทำระหว่าง โมเลกุล ที่มีต่อสมบัติทางกายภาพของ ของเหลว สมบัติทางกายภาพ แรงกระทำระหว่าง โมเลกุล ของเหลวที่ ระเหยได้ง่าย น้อย ของเหลวที่ระเหย ได้ยาก มาก Cohesive forces ต่ำสูง ความหนืด ต่ำสูง ความตึงผิว ต่ำสูง ความจุความร้อน จำเพาะ ต่ำสูง ความดันไอ สูงต่ำ อัตราการระเหย สูงต่ำ จุดเดือด ต่ำสูง ความร้อนของการ กลายเป็นไอ ต่ำสูง

25 ตัวอย่าง จงเรียงลำดับจุดเดือดของสาร ต่อไปนี้ H 2 S, H 2 O, CH 4, H 2, KBr • วิธีทำ • จากโจทย์ KBr เป็นของแข็งที่มีพันธะไอออ นิก จะมีจุดเดือดสูงที่สุด • น้ำ (H 2 O) มีพันธะไฮโดรเจนด้วย จึงมีจุด เดือดค่อนข้างสูง •H 2 S เป็นสารที่มีแรงกระทำแบบโพลาร์โควา เลนต์อยู่ด้วย จึงมีจุดเดือดสูงรองลงมา • ทั้ง CH 4 และ H 2 เป็นแก๊สแบบ non polar โดยที่ CH 4 มีโมเลกุลใหญ่กว่า จะทำให้เกิด ขั้วได้ง่ายกว่า H 2 จึงมีจุดเดือดสูงกว่า • โดยสรุป จุดเดือดของสารเรียงจากต่ำไปหา สูงได้ดังนี้ H 2 < CH 4 < H 2 S < H 2 O < KBr


ดาวน์โหลด ppt การวัดค่าความดันไอ และสมการของเคลาซิอุส - กลาเปรง ปรอท ระดับ ปรอท ลดลง เนื่องจ าก ความ ดันไอ ของ ของเ หลว ของเหลว เวลาต่อมา.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google