งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

เทอร์โมเคมี (Thermochemistry) H 2 S(g) + (3/2)0 2 (g) ฎ  H 2 O(l) + SO 2 (g)  H o ํ 298 = - 561 kJ Reactants Products Energy สมการเทอร์โมเคมี (Thermochemical.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "เทอร์โมเคมี (Thermochemistry) H 2 S(g) + (3/2)0 2 (g) ฎ  H 2 O(l) + SO 2 (g)  H o ํ 298 = - 561 kJ Reactants Products Energy สมการเทอร์โมเคมี (Thermochemical."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 เทอร์โมเคมี (Thermochemistry)

3 H 2 S(g) + (3/2)0 2 (g) ฎ  H 2 O(l) + SO 2 (g)  H o ํ 298 = kJ Reactants Products Energy สมการเทอร์โมเคมี (Thermochemical reaction)

4 ที่สภาวะใด ๆ  H,  H reaction ที่สภาวะมาตรฐาน (standard state)  H O ( สภาวะที่ความดันเท่ากับ 1 บรรยากาศ อุณหภูมิใด ๆ ) (P = 1 atm) STP = Standard Temperature and Pressure

5  H > O : ปฏิกิริยาดูดความร้อน (Endothermic reaction)  H < O : ปฏิกิริยาคายความร้อน (Exothermic reaction)

6 1) Hess Law 2) Bond Energy 3) Heat of Formation หา  H ?

7 หลักในการใช้กฎของเฮสส์ ??? กฎของเฮสส์ (Hess’ Law) “The Law of Constant Heat Summation” “ การเปลี่ยนแปลงเอน ทาลปีของปฏิกิริยารวม จะมีค่าเท่ากับผลรวมของ การเปลี่ยนแปลงเอนทาล ปีในปฏิกิริยาย่อยแต่ละ ขั้น ”

8 1. ถ้ากลับทิศทางของ ปฏิกิริยา ต้องเปลี่ยน เครื่องหมายของ  H ( บวก เป็น ลบ หรือ ลบ เป็น บวก ) 2. ถ้าเพิ่มหรือลดจำนวน โมลของสาร ในสมการ จะต้องเพิ่ม หรือลดค่า  H โดยการคูณหรือหาร ด้วยเลขนั้น ๆ ด้วย

9 Bond Energy (Bond Enthalpy) พลังงานที่ใช้เพื่อ เอาชนะแรงดึงดูด ระหว่างอะตอม เพื่อสลายพันธะของ โมเลกุล A B ฎ  A + B  H =....

10 1. เอนทาลปีพันธะสลายตัว (Dissociation bond enthalply) CH 4 ฎ CH 3 + H CH 3 ฎ CH 2 + H CH 2 ฎ   CH + H CH ฎ  C + H  H o 298 = 422 kJ  H o 298 = 364 kJ  H o 298 = 385 kJ  H o 298 = 335 kJ

11 พลังงานเฉลี่ยที่ใช้ในการทำลายพันธะ ระหว่างคู่อะตอมใด ๆ โดยไม่พิจารณาว่าเป็นโมเลกุลแบบใด 2. เอนทาลปีพันธะเฉลี่ย (Average bond enthalpy)

12 C H ฎ C + H  H o 298 = 413 kJ C C ฎ C + C  H o 298 = 348 kJ C C ฎ C + C  H o 298 = 614 kJ C C ฎ C + C  H o 298 = 839 kJ Average bond enthalpy

13 1. ทำให้สารตั้งต้น (reactants) อยู่ในสภาพ ที่เป็นอะตอมหรือแก๊ส ( ไอ ) พลังงานที่ใช้ คือ พลังงานสลายพันธะ 2. ธาตุในสภาพที่เป็นอะตอมหรือแก๊ส ( ไอ ) เข้า สร้างพันธะเกิดเป็นสารผลิตภัณฑ์ (products) พลังงานที่ให้ คือ พลังงานที่ใช้ในการสร้างพันธะ หลักในการคำนวณหา  H จากค่าพลังงานพันธะเฉลี่ย

14 สร้าง - คาย ( พลังงานมีค่าเป็นลบ ) สลาย - ดูด ( พลังงานมีค่าเป็นบวก ) สร้าง - คาย ( พลังงานมีค่าเป็นลบ ) สลาย - ดูด ( พลังงานมีค่าเป็นบวก )

15 Enthalpy of Formation พลังงานของการเกิด หรือ เอนทาลปีของการเกิด  H o f = การเปลี่ยนแปลงเอนทาลปีของปฏิกิริยา การเกิดสารจากธาตุหรือสารที่มีอยู่ใน สภาพธรรมชาติที่สภาวะมาตรฐาน

16 โดยที่ธาตุหรือสารที่มีอยู่ในสภาพธรรมชาติ ที่สภาวะมาตรฐาน มีค่า พลังงานของการเกิด เป็น ศูนย์ (  H f o = 0) เช่น C(s) Na(s) He(g) S(s) O 2 (g) Ca(s) N 2 (g) H 2 (g) Cl 2 (g)I 2 (s) Br 2 (l)

17 สมการสำหรับคำนวณหา  H o ของปฏิกิริยาใดๆ จาก  H o f  H o =  (  p (  H o f ) P ) -  (  R (  H o f ) R ) P R  H o =  (  p H o P ) -  (  R H o R ) ทางทฤษฎี :

18 Ex. จงคำนวณหาค่า  H o ของปฏิกิริยา HCOOH (l) ฎ  CO(g) + H 2 O (l) จาก  H o =  (  p (  H o f ) P ) -  (  R (  H o f ) R )  H o =  H o f(CO,g) +  H o f(H 2 O,l) -  H o f(HCOOH,l) = (-111) + (-285) - (-379) = -17 kJ

19 เอนทาลปีของการเปลี่ยนสถานะ ความร้อนแฝง (Latent Heat)

20 ความร้อนแฝงของการเปลี่ยนอัญรูป (Heat of Transformation) C (graphite) ฎ C (diamond)  H o = 1.9 kJ mol -1

21 ความร้อนของการกลายเป็นไอ (Heat of Vaporization) H 2 O(l) ฎ  H 2 O(g)  H o vap = 44 kJ mol O C p= l atm

22 ความร้อนของการหลอมเหลว (Heat of Fusion) H 2 O(s) ฎ  H 2 O(l)  H o fus = 6 kJ mol -1 0 O C p= l atm

23 ความร้อนของการระเหิด (Heat of Sublimation) H 2 O(s) ฎ  H 2 O(g) H 2 O(g) H 2 O(l) H 2 O(s)  H o fus  H o v ap  H o sub  H o sub =  H o vap +  H o fus

24 ความร้อนของการละลาย (Heat of Solution) ความร้อนที่เกิดขึ้นจาก การละลาย ของสารประกอบ ของแข็ง ในตัวทำละลาย หรือ การผสมกัน ของของเหลว

25 1. ความร้อนอินตริกรัลของสารละลาย (Integral Heat of Solution):  H int ความร้อนที่เกิดขึ้น เมื่อเติมตัวถูกละลาย (solute) 1 mol ลงในตัว ทำละลาย (solvent) n mol

26 HCl(g) + 5 H 2 O ฎ  HCl. 5 H 2 O  int = kJ HCl(g) + 10 H 2 O ฎ  HCl. 10 H 2 O = HCl(g) H 2 O ฎ  HCl. 100 H 2 O = HCl(g) + aq. ฎ  HCl(aq) = H 2 O integral Heat of Solution at Infinite Dilution

27 ในการทำให้สารละลายเจือจางลง (  H dil ) (1) : HCl(g) + 10 H 2 O ฎ  H Cl. 10 H 2 O (2) : HCl(g) H 2 O ฎ Cl. 100 H 2 O เช่น (2) - (1): HCl. 10H 2 O + 90 H 2 O ฎ HCl. 100 H 2 O  H dil = (-73.85) - (-69.5) = kJ

28 2. ความร้อนดิฟเฟอเรนเชียลของสารละลาย (Differential Heat of Solution) ความร้อนที่เกี่ยวข้องเมื่อเติมตัวถูกละลาย 1 mol ลงในสารละลายที่มีปริมาณมากพอ ( การเติมสารลงไป ต้อง ไม่มีผลให้ความ เข้มข้นของสารละลาย เปลี่ยนแปลง )

29 เมื่อ  H = ความร้อนเนื่องจากการผสม solute n 2 mol กับ solvent n 1 mol  H 2 = ความร้อนเมื่อเติม solute ลงไปอีก n mol (lim  n 2 ฎ  O) โดยที่ n 1 คงที่

30

31 ความสัมพันธ์ระหว่าง  H กับอุณหภูมิ T1:T1: A + B C + D สารตั้งต้นผลิตภัณฑ์  H 1 T2:T2: A + B C + D  H 2  H’  H”

32 เมื่อ  H’ คือความร้อนที่ใช้ในการทำให้ สารตั้งต้น มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงจาก T 1 ฎ T 2  H” คือความร้อนที่ใช้ในการทำให้ สารผลิตภัณฑ์ มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงจาก T 2 ฎ  T 1 และ  H 1,  H 2 เป็นการเปลี่ยนแปลงเอนทาลปี ของปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ T 1 และ T 2 ตามลำดับ

33  H 1 =  H’ +  H 2 +  H” T2:T2: A + B C + D  H 2  H’  H” T1:T1: สารตั้งต้นผลิตภัณฑ์ H1H1

34  H 1 =  H 2 =  H 1 +

35 โดยที่ ค่า  C P สำหรับปฏิกิริยา a A + b B ฎ c C + d D คือ  C P = c C P(C) +d C P(D) - a C P(A) -b C P(B) โดยที่ ค่า  C P สำหรับปฏิกิริยา a A + b B ฎ c C + d D คือ

36 เพื่อให้ประสิทธิภาพของการทำงานมีค่าสูงสุด Carnot เสนอว่า แต่ละขั้นตอนในวัฎจักรนั้น ควรเกิดขบวนการแบบย้อนกลับได้ ดังนี้ “Carnot Cycle” ( วัฏจักรคาร์โนต์ )


ดาวน์โหลด ppt เทอร์โมเคมี (Thermochemistry) H 2 S(g) + (3/2)0 2 (g) ฎ  H 2 O(l) + SO 2 (g)  H o ํ 298 = - 561 kJ Reactants Products Energy สมการเทอร์โมเคมี (Thermochemical.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google